- หน้าแรก
- แย่แล้ว คนทั้งจักรวรรดิล้วนอยากตกหลุมรักฉัน
- บทที่ 9: เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
บทที่ 9: เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
บทที่ 9: เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
บทที่ 9: เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
ดาวเฟิ่งไหลเป็นเพียงดาวเคราะห์ดวงเล็กๆ แสนธรรมดาดวงหนึ่งในบรรดาดาวบริวารมากมายของจักรวรรดิ
เนื่องจากมันอยู่ห่างไกลจากดาวเมืองหลวงของจักรวรรดิมากเกินไป แม้แต่ความเร็วในการพัฒนาก็ยังเชื่องช้าเป็นอย่างมาก
หากไม่ใช่เพราะมีวิทยาเขตย่อยของสถาบันการทหารแองกัส ซึ่งเป็นสถาบันระดับสองของจักรวรรดิตั้งอยู่บนดาวเฟิ่งไหล การพัฒนาของที่นี่ก็คงจะล้าหลังยิ่งกว่านี้ไปแล้ว
ในแต่ละปี มีผู้คนจากดาวเฟิ่งไหลเพียงน้อยนิดเท่านั้นที่สามารถสอบเข้าสถาบันการทหารแองกัสได้ ซึ่งสถาบันแห่งนี้ถือเป็นเพียงสถาบันระดับสองบนดาวเมืองหลวงเท่านั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสถาบันระดับแนวหน้าสองแห่งที่เลื่องลือกันเลย
ด้วยจำนวนดาวบริวารของจักรวรรดิที่มีมากกว่าร้อยดวงและการแข่งขันที่ดุเดือด โควตาเหล่านี้จึงหายากราวกับการค้นพบต้นไม้ผลตามธรรมชาติที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ไม่ปาน
ข้อมูลเหล่านี้แล่นวาบเข้ามาในหัว และเพียงชั่วพริบตา ขงฮวาเหยียนก็ทำความเข้าใจกับสถานการณ์ปัจจุบันของตนเองได้
มีข้อความหลายฉบับถูกส่งมาจากทางโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งข้อความท้ายๆ จึงปรากฏข้อความจากคนอื่นแทรกขึ้นมา
เมื่อเห็นบัญชีที่มีชื่อโปรไฟล์ว่า "เหยียน" ดวงตาของขงฮวาเหยียนก็หรี่ลงเล็กน้อย
ไม่กี่วินาทีต่อมา ขงฮวาเหยียนก็ยังคงกดเข้าไปอ่านข้อความนั้น
ข้อความนั้นสั้นกระชับมาก ท้ายที่สุดแล้วมันมีเพียงประโยคสั้นๆ
【เลิกกันเถอะ】
มันสั้นเสียจนไม่มีแม้แต่เครื่องหมายวรรคตอนใดๆ
ขงฮวาเหยียนข้ามข้อความนี้ไปอย่างไม่ไยดี และกดดูข้อความอื่นๆ ด้านล่างอีกหลายข้อความ ซึ่งเธอได้อ่านไปหมดแล้ว
ขงฮวาเหยียนเลื่อนหน้าจอขึ้นลงด้วยความฉงน
เห็นได้ชัดว่าข้อความทั้งหมดถูกเปิดอ่านไปแล้ว แต่ทำไมมันถึงยังแจ้งเตือนว่ามีหนึ่งข้อความที่ยังไม่ได้อ่านอีกล่ะ?
ขงฮวาเหยียนเลื่อนลงไปดูเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงบรรทัดล่างสุด เธอจึงเห็นข้อความที่ถูกส่งมาเมื่อสองปีที่แล้วซึ่งไม่เคยถูกเปิดอ่านเลย
เมื่อเห็นชื่อของสถาบันการทหารเซี่ยเฉิง ขงฮวาเหยียนก็ถึงกับชะงักไป
สถาบันการทหารเซี่ยเฉิงไม่ใช่หนึ่งในสองสถาบันระดับแนวหน้าของจักรวรรดิกวงเย่าหรอกหรือ?
วันหยุดมักจะผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอ เพียงพริบตาเดียวเวลาครึ่งค่อนเดือนก็ล่วงเลยผ่านไป
พรุ่งนี้คือวันที่ยี่สิบหก ซึ่งเป็นวันประกาศผลสอบพอดี
แช็ตกลุ่มของชั้นเรียนที่เงียบเหงามานานก็เริ่มมีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นรัวๆ
ขงฮวาเหยียนเพิ่งจะเสร็จสิ้นจากการบำเพ็ญเพียร
ในช่วงเวลานี้ เธอใช้เวลาในแต่ละวันไปกับการนั่งสมาธิบำเพ็ญเพียรและออกกำลังกาย
แม้ว่าเธอเพิ่งจะก้าวเข้าสู่ขั้นกลั่นลมปราณ ร่างกายของขงฮวาเหยียนก็แข็งแรงขึ้นมากแล้ว อย่างน้อยมันก็ไม่ได้อ่อนแอจนโดนแตะนิดแตะหน่อยก็ล้มพับไปเหมือนตอนที่เธอเพิ่งลืมตาตื่นขึ้นมาใหม่ๆ
เธอขยับหัวไหล่ และสัมผัสได้ถึงพลังอันพลุ่งพล่านยามที่แกว่งแขน ประกายความพึงพอใจพาดผ่านดวงตาของเธอ
ด้วยเหตุผลบางประการ ร่างกายนี้กลับเข้ากันได้ดีกับดวงจิตวิญญาณของเธออย่างเหลือเชื่อ
ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรของเธอนั้นรวดเร็วยิ่งกว่าตอนที่อยู่ในร่างเดิมเสียอีก
อย่างไรก็ตาม ร่างกายนี้อ่อนแอเกินไป แค่การขับของเสียออกจากร่างกายก็กินเวลาของเธอไปมากโขแล้ว
รัตติกาลอันมืดมิดผ่านพ้นไป ท้องฟ้าค่อยๆ สว่างไสวขึ้น และภายในห้องก็เริ่มมีแสงสาดส่องเข้ามาทีละน้อย
เสื้อผ้าส่วนใหญ่ของจี้ฮวาเหยียนเป็นสีเข้ม ซึ่งทำให้ผู้สวมใส่ดูหม่นหมองไปด้วย
ชุดกระโปรงสีขาวเมื่อคราวก่อนนั้นหลวมโพรกเกินไป ไม่ได้เข้ารูปเหมือนเสื้อผ้าตัวอื่นๆ ของเธอเลย
จนกระทั่งได้เห็นรูปถ่ายในสมองกลอัจฉริยะ ขงฮวาเหยียนถึงได้เข้าใจว่าแท้จริงแล้วชุดกระโปรงสีขาวหลวมๆ ตัวนั้นเป็นชุดของแม่จี้ฮวาเหยียน
เธอแค่ไม่รู้ว่าทำไมวันนั้นเจ้าของร่างเดิมถึงได้สวมชุดกระโปรงตัวนั้นออกไป
ขงฮวาเหยียนหยิบเสื้อผ้าชุดหนึ่งออกมาจากตู้เสื้อผ้าอย่างไม่ใส่ใจนัก และเดินตรงไปเปลี่ยนชุดที่ห้องน้ำ
ใบหน้าของจี้ฮวาเหยียนนั้นงดงามมาก เรียกได้ว่าหากแต่งแต้มเพิ่มอีกนิดก็คงจะดูมากเกินไป แต่หากลดทอนลงสักหน่อยก็คงจะดูจืดชืดเกินไป
เพียงแต่จี้ฮวาเหยียนไม่เคยชอบแต่งตัว แถมยังมีผมม้าปรกลงมาจนแทบจะปิดบังดวงตา และยังชอบใส่แต่เสื้อผ้าสีทึมๆ อีก
เมื่อไปยืนอยู่ตรงนั้น เธอจึงกลายเป็นคนที่ถูกมองข้ามได้อย่างง่ายดายสุดๆ