เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 173 ลั่นปาก

Chapter 173 ลั่นปาก

Chapter 173 ลั่นปาก


สามวันหลังจากนั้น.

ตำหนักแห่งหนึ่งบนเกาะลอยฟ้าทิศเหนือ.

กู่เหลินและเซียนเซิงสุ่ยจิง โม่ไป่หลีในห้องโถงใหญ่.

"เรียนซือจื่อ การลงคะแนนวันแรก ข้าได้คะแนน 36,000 ทว่าสุ่ยเทียนหยาได้เพียง 8000  ตอนนี้คะแนนนำฝ่ายตรงข้ามถึงสี่เท่า."โม่ไป่หลีที่กล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น.

"นี่เป็นเพียงวันแรก ยังเหลืออีกหลายวัน อย่าได้ประมาท นอกจากนี้ เมื่อเจ้าเหนือกว่ามากมาย หากผลสุดท้ายแล้วไม่ประสมผล มันจะกลายเป็นความอับอายที่ร้ายแรง."เซียนเซิงสุ่ยจิงที่ส่ายหน้าไปมาขณะพูด.

"ครับ เป็นเหมือนดั่งที่เซียนเซิงกล่าว."โม่ไป่หลี่ที่รับคำในทันที.

"อืม ว่าแต่กลุ่มหาเสียงของสุ่ยเทียนหยา เป็นอย่างไรบ้าง?"เซียนเซิงสุ่ยจิงสอบถาม.

"เซียนเซิง ท่านถามเกี่ยวกับเรื่องนี้เหมือนกันทุก ๆ วันไม่ใช่รึ? ตอนนี้คนของสุ่ยเทียนหยาสร้างผลตอบสนองได้น้อยมาก มีคนไม่เชื่อพวกเขามากขึ้นเรื่อย ๆ ."กู่หลินที่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มยืนอยู่ข้าง ๆ .

"ไม่ ๆ  เซียนเซิง เมื่อวานนี้ ดูเหมือนว่าจะมีเหตุการณ์แปลก ๆ ."โม่ไป่หลี่กล่าว.

"อย่างไรรึ?"เซียนเซิงสุ่ยจิงที่จ้องมองไปยังโม่เป่ยหลี.

"วันนั้น สุ่ยเทียนหยาได้เกณฑ์คนกว่า 3000 คน พวกเขาที่กระจายไปทั่ว แบ่งออกเป็นกลุ่มละสามคน นอกจากนี้พวกเขายังพูดเหมือน ๆ กัน กล่าวว่า ราชวงศ์ราชันย์ต้ายวีกำลังจะละเมิดพันธสัญญาแล้ว อีกไม่นานเมืองอู๋ซวังจะถูกโจมตี."โม่ไป่หลีกล่าว.

"ใช้คน 3000 คนเลยรึ? ไม่ได้การ ก่อนหน้านี้ไม่ได้ข่าวอะไรนัก  3000 คนไม่ใช่จำนวนน้อย ๆ เลย นอกจากนี้ยังทำการแบ่งแยกหาเสียงเป็นกลุ่มดูไม่ปรกติเลย."เซียนเซิงสุยจิงที่ขมวดคิ้วไปมา.

"สุ่ยจิง เรื่องนี้เป็นแผนการของเฉียนโหยวอย่างงั้นรึ?"กู่หลินสอบถามออกมาด้วยท่างเป็นกังวล.

สุ่ยจิงส่ายหน้าไปมาและสอบถามโม่ไป่หลีต่อ "แล้วทั้งสามกลุ่มนี้ ปรากฏตัวออกมา?แค่ครั้งเดียว จากนั้นก็ไม่ปรากฏตัวอีกเลยอย่างงั้นรึ? หรือพวกเขาปรากฏตัวคนเดียวในแต่ละช่วงเวลาที่ต่างกัน?"

"หืม?คงจะใช่."โม่ไป่หลีที่คิดไปมา.

ได้ยินคำพูดของโม่ไป่หลีแล้วเซียนเซิงสุ่ยจิงเผยยิ้มออกมาอย่างนุ่มนวล "กงจูเฉียนโหยวช่างเป็นคนที่ฉลาดล้ำนัก."

"อย่างไรรึ?"กู่หลินสอบถาม.

"คนทั้งหนึ่งพันนั้นคือแกนหลัก คนพันคนต่างก็สับเปลี่ยนหมุนวน ที่เหมือนกับสระน้ำที่แห้งเหือด ตอนนี้กับดูคึกคัก."เซียนเซิงสุ่ยจิงที่ขมวดคิ้วไปมา.

"เซียนเซิง พวกเราจะต้องทำอย่างไร? หมุนเวียนกันหรือไม่?"โม่ไป่หลีที่กล่าวออกมาในทันที.

"ไม่ พวกเราและฝ่ายตรงข้ามมีจุดยืนที่ต่างกัน ฝ่ายตรงข้ามต้องการสร้างวิกฤติ จึงได้กระทำเช่นนั้น ทว่าพวกเรานั้นต้องการความมั่นคง จำเป็นต้องปักหลักคนอย่างมั่นคง ดังนั้นการหมุนเวียนคนเช่นนั้นจึงไม่เหมาะกับพวกเรา กงจูเฉียนโหยว ร้ายกาจจริง ๆ ."เซียนเซิงสุ่ยจิงส่ายหน้าพร้อมกับกล่าวชมและทอดถอนใจไปพร้อม ๆ กัน.

"พวกเราจะทำอย่างไร?"กู่หลินที่กล่าวออกมาด้วยท่าทางเป็นกังวลในทันที.

"ทำเช่นนี้แล้วกัน ให้คนครึ่งหนึ่งของพวกเรายึดตำแหน่งเดิม ส่วนอีกครึ่งหนึ่งให้สับเปลี่ยนสถานที่ต่าง ๆ  กระจายไปทั่วเมืองอู๋ซวังที่มีผู้คนคาดหวังความสงบ."เซียนเซิงสุ่ยจิงที่สะบัดพัดพร้อมกับกล่าวออกมา.

"ครับ."โม่เป่ยหลีที่รับคำทันที.

ที่จริงแล้ว เซียนเซิงสุ่ยจิงก็ไม่สามารถคาดหวังได้ว่าคนทั้งหมดของเมืองอู๋ซวังปรารถนาความสงบสุข ทว่าก็กังวลเกี่ยวกับเรื่องสงคราม และความหวาดกลัวของผู้คนเช่นเดียวกัน.

หลังจากนั้นสองเดือน.

ที่ด้านนอกของที่พักจงซานนั้น เขาที่กุมดาบยกขึ้น แผ่แกนแท้อาบไปทั่วดาบ พร้อมกับแสดงกระบวนท่าของวิชาเพลิงสวรรค์พันธนาการอสนี.

ที่ไกลออกไปนั้น.

ดาบของจงซานที่ฟันลงไปอย่างรุนแรง เกิดเป็นปราณดาบขนาด 12 จั้งพุ่งออกไป.

"ครืนนนนน"

เกิดเสียงดังสนั่น แม้ว่าปราณดาบจะไม่มีขนาดใหญ่นัก ทว่าเสียงกับดั่งลั่น เป็นปราณดาบที่พุ่งออกไปพร้อมกับสายฟ้าลั่นแปบ ๆ แทรกอยู่ในนั้นด้วย.

สายฟ้าฟาด ที่พุ่งตรงไปยังต้นไม้ใหญ่ระเบิดเสียงดังสนั่น ราวกับพายุสายฟ้าที่น่าเกรงขาม ทำให้ต้นไม้พังทลายเสียหายไปในทันที.

เศษเถ้ารอยไหม้สีดำที่ฟุ้งกระจายไปทั่วอากาศ กระบวนท่าดังกล่าวร้ายกาจมาก เป็นเหมือนกับแท่งสายฟ้าที่ฟาดลงมาอย่างรุนแรง.

วิชาเพลิงสวรรค์พันธนาการอสนี กระบวนท่าทัณฑ์สายฟ้า.

ไม่สามารถเอาเพลงดาบในระดับเซียนเทียนมาเทียบได้อีกแล้ว ด้วยวิชาที่ยกระดับขึ้น กระบวนท่าทัณฑ์สายฟ้านี้ ไม่เพียงแต่เป็นหนึ่งในเพลงดาบ ยังเป็นหนึ่งในวิชาบำเพ็ญด้วย ก่อนหน้านี้จงซานสามารถปล่อยได้แค่เพียงปราณดาบเท่านั้น ทว่าตอนนี้ ปราณดาบของเขา นั้นมีวิชาเพลิงสวรรค์พันธนาการอสนีแฝงอยู่ด้วย ทำให้ปราณดาบมีคุณสมบัติธาตุสายฟ้า.

แม้ว่าสายฟ้าจะยังไม่หนาแน่นนัก ทว่าเมื่อพลังฝึกตนของเขาเพิ่มขึ้น สายฟ้าก็จะมากขึ้นและก็มากขึ้น ทุกครั้งที่เขาโจมตี ก็จะมีทัณฑ์สายฟ้าผสมอยู่ด้วยทุกครั้ง เป็นพายุสายฟ้าที่สาดกระเซ็นไปทุกทิศทุกทาง.

เสาสายฟ้ามากมายที่ล่วงหล่นลงมานั้น สามารถโจมตีเป็นบริเวณกว้าง เป็นกระบวนท่าที่น่าเกรงขาม ไม่สงสัยเลยว่าหนึ่งพันปีมานี้ไม่มีใครในสำนักไคหยางฝึกได้.

ระดับสองแกนทอง จงซานที่เก็บดาบของเขาอย่างไร้กังวล ท้ายที่สุดเขาก็ทะลวงระดับแล้ว วาสนาที่คลุมร่างนี้ ทำให้พลังฝึกตนรวดเร็วยิ่งขึ้น ดูเหมือนว่าตอนนี้มันจะเร็วกว่าสองเท่าด้วยซ้ำ นอกจากนี้สภาพแวดล้อมที่พักของเขายังเหมาะสมที่สุด สามเดือนที่อยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ เปรียบกับโพรงวิญญาณในสำนักไคหยางที่เขาอยู่ในระดับแกนทองขั้นแรก บางทีตอนนี้เร็วกว่าด้วยซ้ำ.

"ยินดีกับเซียนเซิง วิชาเทวะสามารถสำเร็จขั้นแรกแล้ว."ไม่ไกลออกไปเป็นกงจูเฉียนโหยวที่ปรบมือให้กับเขา.

จงซานที่เก็บดาบเสร็จแล้ว หันหน้ากลับมา ในเวลานี้กงจูเฉียนโหยว อาต้าและอาเอ้อ ตลอดจนสุ่ยเทียนหยาที่ยืนรออยู่.

เกี่ยวกับวิชาของเขาที่กงจูเฉียนโหยวสามารถเห็นได้ทั้งหมด จงซานไม่ได้ใส่ใจนัก ไม่ว่าอย่างไรสำหรับนางมันก็ยังเป็นเพียงแค่วิชาธรรมดาทั่วไปเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องปกปิดอะไรต่อนาง เทียบกับนางแล้วยังห่างไกลกันลิบลับ.

"ทำเรื่องน่าอายต่อกงจูแล้ว."จงซานส่ายหน้าไปมาพร้อมกับเผยยิ้ม.

"เซียนเซิงเชิญนั่ง."กงจูเฉียนโหยวที่กล่าวออกมาพร้อมกับเชื้อเชิญให้นั่งที่โต๊ะศิลา.

จงซานที่ไม่เกรงใจนั่งที่โต๊ะศิลา พร้อมกับยกชาขึ้นจิบ ซึ่งนับว่าเป็นชาเซียนที่หอมหวนเป็นอย่างมาก ด้วยการใช้พลังไปไม่น้อยในการฝึกฝนเพลงดาบ ตอนนี้ดูเหมือนว่าค่อย ๆ ฟื้นฟูกลับมาแล้ว.

"ผลการลงคะแนนเสียงในเมืองเป็นอย่างไรบ้าง?"จงซานสอบถาม.

กงจูเฉียนโหยวได้แต่เผยยิ้ม ไม่ได้กล่าวสิ่งใดรอให้สุ่ยเทียนหยารายงาน.

"เซียนเซิง โม่ไป่หลีมีคะแนนหนึ่งล้าน ส่วนข้ามีคะแนน 230,000."สุ่ยเทียนหยา.

"หืม?ไม่ควรเป็นเช่นนั้น หากจะกล่าวล่ะก็ พวกเราหาเสียงด้วยจุดยืน"วิกฤติสงคราม"ส่วนโม่ไป่หลีมีจุดยืน "ยุคแห่งความสงบ" เมืองอู๋ซวังที่อยู่ระหว่างพรมแดนทั้งสอง เรื่อง"วิกฤติสงคราม"ผู้คนน่าจะรับรู้เรื่องนี้มากว่า แต่กลับกลายเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร?"จงซานที่ขมวดคิ้วไปมาขณะพูด.

"กลุ่มคนของพวกเราที่ช่วยหาเสียงอย่างเต็มที่ ทว่าจำนวนก็ยังน้อยอยู่ เทียบกับโม่ไป่หลีไม่ได้เลย พวกเรามีพันคน ทว่าพวกเขามีสามพันคน."สุ่ยเทียนหยากล่าว.

"จำนวนคนไม่พออย่างงั้นรึ?"จงซานที่ขมวดคิ้วไปมา.

"ถูกแล้ว."สุ่ยเทียนหยากล่าว.

"เพียงแค่พันคนไม่เพียงพอ? ทั่วทั้งเมืองมี 72 เขต แต่ละเขตใช้คน 14 คน นี่ยังไม่เพียงพออีกอย่างงั้นรึ?"จงซานที่ชำเลืองมองตาโต.

"แต่ละเขตนั้น มีขนาดใหญ่มาก นอกจากนี้ ร้านอาหารก็มีอยู่มากมาย  14 คนก็พยายามที่จะวิ่งไปมาระหว่างร้านอาหาร ไม่เพียงพอที่จะหยิบยกขึ้นมาพูดถึง."สุ่ยเทียนหยากล่าวออกมาด้วยความเป็นกังวล.

เห็นท่าทางของสุ่ยเทียนหยา จงซานถึงกับหยุดนิ่งถอนหายใจ และแสดงท่าทางจริงจังออกมา.

เห็นท่าทางของจงซาน กงจูเฉียนโหยวที่เผยยิ้มออกมาเล็กน้อย เพราะว่ากงจูเฉียนโหยวรู้ว่ากับท่าทางเช่นนั้น จงซานรู้สึกผิดหวังกับการทำงานของสุ่ยเทียนหยาไม่น้อย.

จงซานที่ไม่ได้แสดงท่าทางโกรธแต่อย่างใด ทว่าก็ยืนขึ้นจ้องมองไปยังสุ่ยเทียนหยาด้วยความจริงจัง "ใต้เท้าสุ่ย เรื่องนี้ ข้าต้องการให้ท่านรับปากมั่นเหมาะ."

"เซียนเซิงเชิญกล่าว."สุ่ยเทียนหยาที่ตอบรับในทันที.

"หลังจากนี้ไม่ต้องหาเสียงที่ร้านอาหารอีกต่อไป มันช้าเกินไป."

"แต่ว่า ร้านอาหารนั้นมีคนเดินทางมาเป็นจำนวนมาก สถานที่ดังกล่าวถือว่าเหมาะที่สุด "สุ่ยเทียนหยากล่าวออกมาด้วยความสงสัย.

"แต่ว่าร้านอาหารมีจำนวนมาก ท่านไม่สามารถไปได้ทุกที่ไม่ใช่รึ?"จงซานที่ขมวดคิ้ว.

"เรื่องนี้?"สุ่ยเทียนหยาที่ขมวดคิ้วไปมา คนเขามีน้อยย่อมไม่สามารถทำได้ทั่วถึงแน่นอน.

"ท่านลองไปดู ว่ามีที่ไหนอีก ที่มีคนอยู่เป็นจำนวนมาก."จงซานกล่าว.

"หืม?"สุ่ยเทียนหยาที่ขมวดคิ้วไปมา.

"ลานจัตุรัส ร้านค้า ร้านกาแฟ สถานที่อื่น ๆ  ที่เป็นทางผ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามถนนหนทางขนาดใหญ่ มีคนสัญจรไปมา สถานที่ดังกล่าวนั่นล่ะที่เหมาะจะหาเสียง "จงซานกล่าว.

"สถานที่เหล่านั้น?มันเป็นอิสรเสรีเกินไป?นอกจากนี้อาจจะเกิดความวุ่นวาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหาเสียง มีคนชื่นชมไม่ลืมหูลืมตาต่อข้า นอกจากคนเหล่านั้นแล้ว ยังมีพวกหัวรุนแรงเมื่อพวกเราไปหาเสียงยังสถานที่แห่งนั้นเพียงแค่ชำเลืองมองพวกเขาก็รู้แล้วว่าพวกเรากำลังพูดเรื่องโกหก."สุ่ยเทียนหยาที่ขมวดคิ้วไปมาด้วยความสงสัย.

"เชื่ออย่างไม่ลืมหัวลืมตารึ? หัวรุนแรงรึ? ใต้เท้าสุ่ยท่านรู้จักคนเหล่านั้นอย่างงั้นรึ? ในเมื่อรู้แล้วมีสิ่งใดต้องกลัว ตราบเท่าที่มีโอกาสเป็นไปได้ นั่นก็สมเหตุสมผลแล้ว ตอนนี้ท่านมีคนเพียงแค่ 1000  จะปล่อยให้เสียโอกาสได้อย่างไร? ให้พวกเขาเป็นตัวช่วย ทำให้ทุกคนได้รับรู้ แยกคนออกเป็นสี่ฝั่งไปยังแต่ละเขต และจัดแบ่งผู้เชี่ยวชาญรับผิดชอบโดยเฉพาะ ส่วนคนอื่น ๆ เพียงแค่ตะโกนสนับสนุนท่านก็เพียงพอแล้ว นอกจากคำพูดแล้วให้ทำแผ่นหาเสียงเป็นจำนวนมาก แจกจ่ายไปยังทุกคนที่ผ่านไปมาให้ทั่ว."จงซานกล่าว.

ได้ยินคำพูดของจงซานแล้ว สุ่ยเทียนหยาถึงกับต้องกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ อ้าปากแต่ไม่มีเสียงกล่าวออกมา.

"ใต้เท้าสุ่ย ท่านควรจะรู้ว่าการหาเสียงนี้ ก็เหมือนกับทำสงคราม ท่านควรที่จะทำทุกอย่างเพื่อชัยชนะ หากคิดว่าจะแพ้ท่านก็จะแพ้ น่าจะรู้นะว่าชนะเป็นราชา พ่ายแพ้คือโจร ไม่ว่าจะใช้วิธีใหน คนส่วนมากก็คือประชาชนธรรมดา ในเมื่อคนส่วนใหญ่คือคนธรรมดา ท่านไม่จำเป็นต้องใส่ใจใคร เมื่อท่านเป็นเจ้าเมือง มันก็เพียงพอที่จะรับประกันชีวิตและพลังของท่านได้ ท่านจะต้องชักจูงพวกเขา รับประกันความปลอดภัยให้กับพวกเขา หากสงครามเกิดขึ้น ท่านจะต้องสามารถรับประกันชีวิตของพวกเขาได้."จงซานที่กล่าวตอบ.

"เทียนหยาเข้าใจถึงเหตุผลแล้ว ขอบคุณเซียนเซิง "สุ่ยเทียนหยายกมือขึ้นคารวะจงซานด้วยความเคารพ.

"อืม ท่านเตรียมการหาเสียงต่อไปเถอะ."จงซานกล่าว.

"ครับ."สุ่ยเทียนหยาที่พยักหน้าในทันที จากนั้นก็ลากงจูเฉียนโหยวและจากไปในทันที.

เมื่อสุ่ยเทียนหยาจากไป กงจูเฉียนโหยวยกน้ำชาขึ้นจิบด้วยรอยยิ้ม "ความคิดของเซียนเซิงช่างทรงพลัง และไม่มีขีดจำกัดจริง ๆ .เฉียนโหยวรู้สึกชื่นชม."

"กงจูชื่นชมเกินไปแล้ว."จงซานส่ายหน้าไปมาขณะพูด.

"เฉียนโหยวไม่ได้ชมเกินไป แต่ความคิดของเซียนเซิงนั้น ได้ทำให้เฉียนโหยวได้เปิดหูเปิดตา."กงจูเฉียนโหยวที่เผยออกมาด้วยรอยยิ้ม.

"เฮ้ เฮ้ นี่คืออุบายห่วงสัมพันธ์ (เหลียนหวนจี้ 连环计)."จงซานกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม.

"อะไรคืออุบายห่วงสัมพันธ์ โปรดชี้แนะ."กงจูเฉียนโหยวกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม.

"เฮ้ เฮ้ กงจูเองก็น่าจะรู้ แน่นอน จงซานจะกล้าอวดอ้างเช่นไร แผนการเหล่านี้ก็แค่เพียงแค่ผิวเผินเท่านั้น แผนการใหญ่นั้นได้เตรียมไว้แล้ว จะต้องสามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างแน่นอน."จงซานที่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม.

*********************

กลยุทธ์ลูกโซ่ หรือ เหลียนหวนจี้ (อังกฤษ: Chain stratagems; จีนตัวย่อ: 连环计; จีนตัวเต็ม: 連環計; พินอิน: Lián huán jì) เป็นหนึ่งในกลศึกสามก๊ก กลยุทธ์ที่มีความหมายถึงเมื่อกองกำลังศัตรูมีพละกำลังที่เข้มแข็งกว่าหลายเท่า จักปะทะด้วยกำลังมิได้โดยเด็ดขาด พึงใช้กลอุบายนานาให้ศัตรูต่างถ่วงรั้งซึ่งกันและกัน ทำลายความแข็งแกร่งของศัตรูหรือร่วมมือกับพลังต่าง  ๆ  ร่วมโจมตีเพื่อขจัดความฮึกเหิมของศัตรูให้หมดสิ้นไป

คัมภีร์อี้จิงกล่าวว่า "แม่ทัพผู้ปรีชา จักได้ฟ้าอนุเคราะห์" ซึ่งหมายความว่าแม่ทัพผู้ปรีชาสามารถในการศึก ย่อมสามารถจะบัญชาการศึกสงครามได้อย่างคล่องแคล่วดุจดั่งตามคำ "ความประสงค์ของฟ้า" จักต้องได้รับชัยชนะในการศึกสงครามเป็นมั่นคง ตัวอย่างการนำเอากลยุทธ์ลูกโซ่ไปใช้ได้แก่โจโฉวางกลอุบายลอบโจมตีอ้วนเสี้ยวด้วยการตัดกำลังเสบียงของอ้วนเสี้ยวจนแตกพ่าย[1]

ที่มา. https://www.wikiwand.com/th/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%8C%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B9%82%E0%B8%8B%E0%B9%88

จบบทที่ Chapter 173 ลั่นปาก

คัดลอกลิงก์แล้ว