เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 158 เมืองอู๋ซวัง(เมืองนักรบ)

Chapter 158 เมืองอู๋ซวัง(เมืองนักรบ)

Chapter 158 เมืองอู๋ซวัง(เมืองนักรบ)


"พวกเราไม่ได้ตั้งใจที่จะเข้ามารบกวนค่ายทหารแห่งนี้แต่อย่างใด!"อาวุโสจื่อซวินที่กล่าวออกมาในทันที.

แม่ทัพเถี่ยเสวี๋ยชำเลืองมองไปยังอาวุโสจื่อซวิน ไม่ได้สงสัยในอาวุโสจื่อซวินที่งดงามผู้นี้ บางทีจากการวิเคราะห์เรื่องทั้งหมดแล้วคงเป็นเช่นนั้น.

"ศาลาเจ็ดดาว? จื่อซวิน ข้าได้ยินเรื่องเกี่ยวกับท่านมาไม่น้อย ในเมื่อวันนี้เป็นเพียงแค่การเข้าใจผิด เช่นนั้น พวกท่านก็ไปเถอะ."เถี่ยเสวี๋ยคิดครู่หนึ่งพร้อมกล่าวออกมา.

ได้ยินคำพูดของแม่ทัพเถี่ยเสวี๋ยแล้วจงซานถึงกับขมวดคิ้วไปมา ไม่เพียงจงซาน สุ่ยอู๋เหินและหนานป้าเทียน อาวุโสอีกสองคน หรือแม้แต่อาวุโสจื่อซวินก็ต้องขมวดคิ้วไปมาทันที.

ไม่สมเหตุสมผล! ก่อนหน้านี้สุ่ยอู๋เหินได้กล่าวไว้ว่าราชวงศ์ราชันย์ต้ายวีและราชวงศ์สวรรค์ต้าโหลวต่อสู้ห้ำหั่นกันมาหลายปี เรื่องเช่นนี้ยากที่พวกเขาจะปล่อยฝ่ายตรงข้ามไปง่าย ๆ .

จงซานที่เต็มไปด้วยความสงสัย สับสนเป็นอย่างมาก ไม่เข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ของสองราชวงศ์นี้เลยแม้แต่น้อย เพียงแค่คำพูดที่ได้รับจากสุ่ยอู๋เหินเกี่ยวกับสองฝ่าย ย่อมไม่สามารถอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นของสองราชวงศ์อย่างแน่นอน.

ที่จริงแม้แต่สุ่ยอู๋เหินเวลานี้ก็ดวงตาเบิกกว้างกลมโต ไม่สมเหตุสมผล ไม่สมเหตุผลเลย.

"ขอบคุณ!"จื่อซวินพยักหน้าเล็กน้อย.

ด้วยการก้าวขึ้นไปบนก้อนเมฆ อาวุโสทั้งสามก็พา จงซานกับคนอื่น ๆ จากไปอย่างรวดเร็ว.

เถี่ยเสวี๋ยในชุดสีแดงโลหิตลอยอยู่บนอากาศ ดวงตาที่หรี่เล็กจ้องมองไปยังอาวุโสจื่อซวินที่นำคนของนางจากไป พร้อมกับขมวดคิ้วไปมา.

"ท่านแม่ทัพ ทำไมปล่อยพวกเขาไปล่ะ?"ขุนพลข้างกายเขาที่เอ่ยถามไปในทันที.

"การเจรจาระหว่างขุนเขาใกล้เข้ามาแล้ว ไม่เหมาะที่จะสร้างปัญหา."แม่ทัพเถี่ยเสวี๋ยที่จ้องมองออกไปด้านหน้า.

"ครับ."ขุนพลที่ตอบรับในทันที.

....

ระหว่างเดินทางบนทวีปศักดิ์สิทธิ์นี้ จงซานที่เงียบโดยตลอด ไม่ได้กล่าวอะไรมากนัก ทวีปศักดิ์สิทธิ์ที่กว้างขวาง เต็มไปด้วยพยัคฆ์ซ่อนมังกรหลับ มีผู้เยี่ยมยุทธ์มากมาย หลังจากนี้เขาจำเป็นต้องศึกษาให้มากยิ่งกว่านี้.

ผ่านจากวันนั้นจนถึงวันนี้ ก็ล่วงเลยมาสามวันแล้ว เมฆสีขาวท้ายที่สุดก็มาหยุดในสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งก็หมายความว่า พวกเขาได้มาถึงที่หมายแล้ว.

เมฆสีขาวที่ค่อย ๆ ร่อนลงจากบนอากาศช้า ๆ  ทว่าจงซานเวลานี้ ชำเลืองมองตากลมโตกับภาพฉากที่ได้เห็น.

เมืองด้านหน้า น่าจะเรียกมหานคร เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่โตเป็นอย่างมาก แม้ว่าเขาจะเคยเห็นเมืองมากมายที่ใหญ่โต ในชีวิตที่แล้ว แต่เมื่อมายังโลกนี้ นี่นับเป็นครั้งแรกที่เขาเพิ่งเคยเห็นเมืองที่ใหญ่ขนาดนี้ จะไม่ทำให้เขาตื่นตะลึงได้อย่างไร.

เมืองอู๋ซวัง!

ชื่อเมือง "อู๋ซวัง" ด้วยการมองเห็นในระดับแกนทอง ทว่ากำแพงเมืองนั้นคาดไม่ถึงเลยแม้แต่น้อย มันจะยาว ยาวมากจนไม่เห็นทั้งหมด.

กำแพงเมืองที่เป็นสีขาวบริสุทธิ์ ภายในสีขาวสว่างนั่น ด้านในมีอักขระค่ายกล สลักอยู่รอบ ๆ  นี่อาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่โตนัก ที่เป็นที่น่าสนใจก็คือกำแพงนี้ มีความสูง 1200 เมตรเป็นกำแพงวิเศษที่ราวกับว่าสามารถป้องกันทุกอย่างได้ทั้งหมด.

เป็นเมืองที่ใหญ่โตขนาดนี้เลยรึ? ที่จริงกล่าวว่า 1200 เมตรก็ดูจะเกินจริง ๆ ไปหน่อย ตัวอาคารนั้นมีความสูงราว ๆ  400 เมตร ใช่แล้ว นั่นแค่เพียงกำแพงเมืองอย่างงั้นรึ?

เหนือขึ้นไปบนกำแพงเมืองนั้นไม่สามารถมองเห็นยอดได้เลย ดูเหมือนว่าจะมีอะไรปกคลุมอยู่ ดูแล้วเป็นเหมือนกับหมอกหนาที่ปกปิดพื้นที่ภายในเมืองเอาไว้.

มีกำแพงอากาศอีกชั้นอย่างแน่นอน.

ที่ด้านหน้าจงซาน เป็นประตูเมืองทิศใต้ สูงขึ้นไปด้านบนมีอักขระส่องประกายสามตัวดูเด่นเป็นสง่า.

"เมืองอู๋ซวัง."

เมืองราชวงศ์สวรรค์ นี่เป็นเพียงแค่เมืองรอบนอกของราชวงศ์สวรรค์อย่างงั้นรึ? เมื่อคิดถึงราชวงศ์กษัตริย์ต้าเจิ้งของตัวเองแล้ว จงซานถึงกับสูดหายใจลึก รู้สึกมันช่างเป็นภาระที่หนักหน่วงหาใดเปรียบในวันข้างหน้าจริง ๆ .

ภายใต้กำแพงของเมืองอู๋ซ มีลมโกรกผ่านเข้ามาเป็นระยะ ๆ ทว่าที่ภายในเมืองนั้นไม่มีใครบินไปมา ทุกคนจะต้องลงจากกระบี่เหินหรือเมฆเหิน เพื่อที่จะสามารถเข้าไปในประตูเมืองได้.

ที่ประตูเมืองนั้น เป็นประตูหยกบานคู่ที่มีความยาวเป็นอย่างมาก แต่ละประตูนั้นมีความกว้างหลายร้อยเมตรและมีความสูงห้าร้อยเมตร ที่ด้านหน้าประตูมีทหารสวมหมวกเหล็กอยู่มากมาย คอยตรวจตราคนเข้าเมือง ทว่าคนที่เข้าเมืองต่างก็ให้ความร่วมมือเหมือนว่านี่จะเป็นเรื่องปรกติ มีเพียงแค่คนบางกลุ่มเท่านั้นที่ไม่จำเป็นต้องถูกตรวจ บางทีคงจะเป็นกลุ่มคนที่มีชื่อเสียง ดั้งนั้นจึงสามารเดินทางเข้าไปข้างในได้เลย.

"ถึงแล้ว ที่นี่คือเมือง อู่ซวัง!"สุ่ยอู๋เหินที่กล่าวต่อจงซานและหนานป้าเทียน.

อาวุโสจื่อซวินที่ก้าวลงมาบนพื้นก้าวตรงไปยังประตูหยก ก้าวตรงไปยังด้านหน้าเพื่อเข้าไปในเมือง อาวุโสสองคนเองก็ก้าวตามไปติด ๆ ทว่าจงซาน หนานป้าเทียนและสุ่ยอู๋เฉิน ย่อมต้องรักษาระยะห่างแต่พองาม.

จื่อซวินที่เดินตรงเข้าไปโดยไม่แยแส ซึ่งเหล่าทหารคุ้มกันเองก็ไม่ได้ใส่ใจ ปล่อยพวกเขาก้าวเข้าไปด้านในโดยไม่ต้องตรวจค้น.

ทว่าผู้คุ้มกันประตูสองคนที่เดินตรงมาอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนว่าพวกเขาต้องการที่จะขวางทางจงซานเอาไว้.

ในเวลาเดียวกัน อาวุโสจื่อซวิน ก็ล้วงป้ายสัญลักษณ์ออกมา ทำให้ผู้คุ้มกันเหล่านั้นเปลี่ยนมาเป็นโค้งคำนับและเร่งรีบถอยไปทันที.

จื่อซวินที่เดินนำหน้า พาทุกคนก้าวผ่านประตูที่มีความกว้าง 800 เมตร เมื่อก้าวผ่านเข้ามาด้านในแล้วสุดท้าย พวกเขาก็เข้ามาในเมืองอู๋ซวังได้ในที่สุด.

จงซานทันทีที่ย่างก้าวเข้ามาในเมือง ก็สัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณที่มากมาย เพียงแค่เมืองทั่วไปก็ดูเทียบเท่ากับสำนักไคหยางแล้ว ที่แห่งนี้เหล่าผู้ฝึกตนคงจะมีพลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นอย่างมากแน่.

ทันทีที่จงซานกวาดตาไปรอบ ๆ  ก็พบว่าภายในเมืองอู๋ซวังนั้น มีเกาะลอยฟ้าอยู่มากมายบนท้องฟ้า มีทั้งภูเขาขนาดใหญ่ ลำธารที่ใหญ่โต ทะเลสาบที่สวยงามบนเกาะที่แปลกตา เป็นบรรยากาศที่งดงามเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีฉากสีน้ำเงินและฉากสีแดงแยกพื้นที่บนท้องฟ้ากระจายแยกพื้นที่กั้นเป็นสัดส่วน

ทันทีที่เห็นจงซานและหนานป้าเทียนเห็นก็ ดวงตาเบิกกว้าง สุ่ยอู๋เหินก็สะบัดพัดไปมา เผยยิ้มกล่าวออกมาอย่างนุ่มนวล."ที่นี่คือเมืองอู๋ซวัง ซึ่งพื้นที่ในเมืองแห่งนี้ถูกแบ่งออกเป็นสองอย่าง ม่านสีแดง ที่แห่งนี้เป็นพื้นที่หวงห้าม ผ่านไปได้เฉพาะคนที่เกี่ยวข้อง คนทั่วไปแล้วเข้าไปไม่ได้ ส่วนมากเป็นพื้นที่ทางการทหาร ส่วนม่านสีน้ำเงิน สถานที่แห่งนี้เป็นพื้นที่สาธารณะพิเศษทุกคนสามารถเข้าไปได้แต่ห้ามบินในเขตพื้นที่แห่งนั้น จะต้องเดินเข้าไปเท่านั้น."

"อืม."จงซานที่พยักหน้าจดจำข้อมูลนี้เอาไว้.

"ส่วนพื้นที่อื่น ๆ  สามารถบินได้ ทว่าไม่สามารถบินข้ามกำแพงเมืองได้."สุ่ยอู๋เหินกล่าว.

"โอ้ว?"จงซานที่ค่อนข้างสงสัย เพราะจงซานพบว่าแม้ว่าจะมีเกาะลอยฟ้าอยู่มากมายกระจายไปทั่วสารทิศ และยังมีพื้นที่มีม่านแสงปกคลุมอยู่ และยังมีหอคอยที่สูงขึ้นไปเป็นเหมือนกับบันไดขึ้นไปยังบนเกาะลอยฟ้านั่นด้วย.

"เฮ้เฮ้ เพราะว่ามันอยู่ในเมือง พื้นที่บนท้องฟ้า จึงมีค่ายกลใหญ่สายฟ้าสวรรค์สังหารอยู่ หากมีใครบางคนบินเลยขึ้นไปบนเขตหวงห้ามล่ะก็ จะถูกสายฟ้าสังหารในทันที."สุ่ยอู๋เหินเผยยิ้มออกมาอย่างนุ่มนวล.

ค่ายกลสายฟ้าสวรรค์สังหารอยู่อย่างงั้นรึ?ที่บนอากาศที่สูงไปนั้นมีหมอกที่กระจายอยู่รอบ ๆ  ตัดกับแสงตะวันดูงดงามเป็นอย่างมาก ทว่าก็ไม่สามารถที่จะมองเห็นพื้นที่ดังกล่าวได้ชัดเจน.

อย่างไรก็ตามจงซานเลือกที่จะเชื่อสุ่ยอู๋เหิน เพราะว่าจากเท่าที่ดูแล้ว ก็ไม่มีใครกล้าบินสูงขึ้นไป อีกอย่างยังเป็นความสูงที่มากกว่า 1200 เมตรอีกด้วย.

"แล้วหมายความว่าอย่างไรเกี่ยวกับม่านแสง?ทำไมมีเพียงม่านแสงสีน้ำเงิน ถึงไม่สามารถบินได้ล่ะ?"หนานป้าเทียนสอบถามออกมาด้วยความสงสัย.

"ฮ่าฮ่า เกี่ยวกับม่านแสงนั้น ที่จริงมันมีไว้เฉพาะเหล่าเกาะลอยฟ้า เพราะว่าเหตุผลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว ดังนั้นมันจึงมีค่ายกลลวงตาปกคลุม สีแดงก็คือค่ายกลลวงตาของพื้นที่หวงห้าม ส่วนสีน้ำเงินแน่นอนว่าเป็นพื้นที่สาธารณะ จึงมีคนเป็นจำนวนมากเพื่อป้องกันความวุ่นวายจึงได้ห้ามบินยังไงล่ะ"สุ่ยอู๋เหินที่อธิบาย.

"อืม."หนานป้าเทียนพยักหน้า.

สุยอู๋เหินยังคงแนะนำเรื่องต่าง ๆ ให้กับจงซาน จากนั้นอาวุโสที่ทำการโบกสะบัดมือ สร้างเมฆขาวขึ้น ก่อนที่จะพาทุกคนลอยตรงไปยังพื้นที่แห่งหนึ่ง ซึ่งเมืองอู๋ซวังนั้นนับว่าใหญ่โตมาก ๆ .

แม้ว่าจะเป็นผู้ฝึกตน จำเป็นต้องลอยตรงไปกว่าครึ่งชั่วโมง พวกเขาที่ไปหยุดที่ด้านหน้าของม่านแสงสีแดงขนาดใหญ่ สถานที่แห่งนี้เป็นเขตหวงห้าม ไม่ได้อนุญาตให้ทุกคนเข้าไป หรืออาจจะกล่าวได้ว่า พื้นที่หวงห้ามนี้ เป็นพื้นที่ทางการทหารนั่นเอง.

ทันทีที่ทุกคนบินเข้ามาใกล้ เหล่าทหารมากมายก็เข้ามาล้อมทันที ทว่าหลังจากที่อาวุโสยื่นป้ายหยกออกมาแล้ว เหล่าทหารทุกคนก็เผยสีหน้าท่าทางเคารพออกมาในทันที ก่อนที่จะถอยออกไป.

คนทั้งหก ที่ลอยเข้าไปด้านใน.

ม่านแสงดังกล่าวดูเหมือนว่าจะเป็นม่านพลังป้องกันและปกปิดภาพของพื้นที่ด้านในเอาไว้ เมื่อเข้ามาด้านในแล้วก็มองไม่เห็นม่านแสงสีแดงอีกต่อไป ลึกเข้ามาด้านในอีกมีภูเขาขนาดใหญ่หลายลูก ภูเขาแต่ละลูกจะมีน้ำตกที่ไหลเอื่อย ๆ  ดูเป็นภาพฉากที่งดงาม ภูเขาแต่ละลูกเองก็มีพื้นที่หลายแห่ง มีหมู่บ้านขนาดเล็ก ๆ อยู่ เว้นแต่เพียงที่ใจกลางเป็นหุบเขาที่มีภูเขาล้อมรอบ มองดูแล้วเป็นพื้นที่ซับซ้อน และมีสิ่งก่อสร้างที่โอ่อ่าอยู่ใจกลางพื้นที่ดังกล่าวด้วย.

อาวุโสพาพวกเขา ลอยไปบนเมฆสีขาวตรงไปยังพื้นที่ใจกลางที่มีสิ่งก่อสร้างที่ซับซ้อนนั่นเอง.

ที่ห้องโถงขนาดใหญ่มีศิลาจารึกถูกสลักเอาไว้ว่า ทิศใต้ เป็นอักขระสองตัว.

คนทั้งหกที่ก้าวลงจากเมฆสีขาว เดินตรงเข้าไปด้านในทันที ที่ด้านในนั้นมีคนในชุดขุนนาง ทว่าหนึ่งคนในนั้นดูน่าเกรงขาม ดูเหมือนจะเป็นผู้นำขุนนางเหล่านี้.

"ท่านพ่อ."สุ่ยอู๋เหินที่เอ่ยปากออกมาทันที.

ขุนนางที่อยู่ด้านหน้านั้น ทันทีที่เห็นคนกลุ่มหนึ่งเข้ามา คนที่สุ่ยอู่เหินเรียกว่าบิดานั้น ดวงตาเปล่งประกาย ทันใดนั้นก็หันหน้าไปยังอาวุโสทั้งสาม ก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยความเคารพ."ขอบคุณอาวุโสทั้งสาม.

"อืม หนานเฉิงตง. คนเหล่านี้คือคนที่พวกเราเลือกมา เจ้ารู้ว่าควรทำอย่างไร "อาวุโสจื่อซวินที่กล่าวออกมาในทันที.

南城同Nánchéng tóng  ขุนนางเมืองทิศใต้

"ครับ อาวุโสโปรดวางใจ ในเมื่อเป็นคนของสำนักไคหยาง แน่นอนว่าข้าจะดำเนินการทุกอย่างให้ในทันที."ชายคนดังกล่าวเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้ม.

จงซานที่ชำเลืองมองคนผู้นี้ ดูเหมือนว่าสุ่ยอู๋เหินเรียกเขาว่าบิดา นั่นก็หมายความว่าเขามีสกุลว่า สุย ทว่าอาวุโสจื่อซวิน เรียกเขาว่า หนานเฉิงตง นั่นก็หมายความว่า "หนานเฉิงตง"ก็คือตำแหน่งอย่างเป็นทางการนั่นเอง.

"อืม."อาวุโสจื่อซวินพยักหน้าให้.

หลังจากนั้น อาวุโสจื่อซวิน ก็จับจ้องมองมายังจงซานในทันที.

หลังจากที่นางจัดการเทียนชา อาวุโสจื่อซินไม่เคยจ้องมองไปยังจงซานอีกเลย ท้ายที่สุดในเวลานี้ นางก็หันหน้ามามองจงซานอีกครั้ง.

เห็นสายตาที่เย็นชาจ้องมองมายังเขา จงซานที่ขมวดคิ้วเล็กน้อยและกล่าวออกมาว่า"อาวุโสจื่อซวิน."

ได้ยินคำพูดของจงซาน จื่อซวินที่กำหมัดของนางเบา ๆ  ดูเหมือนว่านางจะรู้สึกตึงเครียดอยู่เล็กน้อย ทว่าใบหน้าของนางยังคงเย็นชาอยู่ "เจ้าเป็นคนที่ข้าเลือก ข้าจะมอบสิ่งนี้ให้เจ้า เพื่อใช้รับรอง."

จากนั้นนางได้มอบเหรียญตราทรงกลมให้กับจงซาน ที่ด้านบนมีอักขระ"ศาลาเจ็ดดาว."และที่ด้านหลังมีอักขระ"จื่อซวิน."

"ครับ."จงซานพยักหน้าและรับมา.

สุ่ยอู๋เหินและหนานป้าเทียนเอง ยังแสดงท่าทางเคารพตราดังกล่าวด้วยเช่นกัน.

อาวุโสจื่อซวินหลังจากมอบเหรียญตาให้จงซานแล้ว นางก็ไม่หันมามองที่เขาอีกต่อไป จากนั้นก็หันหน้าไปคุยกับขุนนางเมืองทิศใต้ "คนทั้งสามฝากเจ้าจัดการ."

"ครับ เป็นงานของข้าเอง."หนานเฉิงตงที่พยักหน้ารับในทันที.

จากนั้น อาวุโสจื่อซวินก็ขึ้นไปบนเมฆสีขาวพร้อมกับอาวุโสสองคนที่ตามนางไป.

จงซานที่รับเหรียญตรามาแล้ว จ้องมองไปยังอาวุโสจื่อซวินที่ลอยห่างออกไป พร้อมกับสูดหายใจลึก ใบหน้าสายตาที่เย็นยะเยือบของจื่อซวิน จงซานสามารถสัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่ซับซ้อนอยู่ด้านใน อย่างไรก็ตาม ในเมื่อนางเป็นหญิงสาว การพบเจอหน้ากับจงซานเช่นนี้ นางยังจะสามารถสงบใจได้อย่างงั้นรึ?

จบบทที่ Chapter 158 เมืองอู๋ซวัง(เมืองนักรบ)

คัดลอกลิงก์แล้ว