เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 140 ร่องรอยของเป่าเอ๋อ.

Chapter 140 ร่องรอยของเป่าเอ๋อ.

Chapter 140 ร่องรอยของเป่าเอ๋อ.


ทั้งคู่ที่ยกแก้วสุราหมื่นเกสรเก้าจิตวิญญาณ พร้อมกับชนแก้วเบา ๆ  ก่อนที่จะดื่มมันลงไป จงซานที่สามารถสัมผัสได้ถึงพลังงานที่แผ่ซานไปทั่วร่าง.

จงซานนั่งสมาธิในทันที ดวงตาปิดแน่นควบคุมลมหายใจบำเพ็ญพลัง พร้อมกับโคจรพลังเพื่อทะลวงจุดชีพจรอย่างรวดเร็ว.

"ปัง" "ปัง."

หลังจากเริ่มโคจรพลัง ก็สามารถทะลวงจุดชีพจรได้ถึงสองจุด จงซานที่ลืมตาขึ้นมาช้า ๆ  จ้องมองไปยังหนานป้าเทียนด้วยท่าทางประหลาดใจ นี่คือสุราหมื่นเกสรเก้าจิตวิญญาณอย่างงั้นรึ?ร้ายกาจมาก?

"เป็นอย่างไรบ้าง?"หนานป้าเทียนเผยยิ้มออกมาอย่างนุ่มนวล.

"ร้ายกาจมาก."จงซานที่พยักหน้าให้.

"เป็นเครื่องดื่มที่ร้ายกาจ ข้าได้มาแค่ไหเดียว."หนานป้าเทียนที่เผยยิ้มออกมา.

หนานป้าเทียนที่รินสุราให้กับเขาอีก ก่อนที่ทั้งคู่จะชนแก้วกันอีกครั้ง ทว่าผลของมันในครั้งหลังนี้ดูเหมือนจะอ่อนลงไป ทว่าก็ช่วยเพิ่มแกนแท้เป็นอย่างมาก สุรานี้ช่วยบำรุงพลังวิญญาณไม่น้อยเลย.

"ป่าเทียน เจ้ารู้จักสำนักไท่ตานหรือไม่?"จงซานที่สอบถามหนานป้าเทียน.

"สำนักไท่ตาน ในเกาะหมาป่าสวรรค์ไม่มีใครไม่รู้จักสำนักใหญ่ทั้งห้า เจ้าไม่รู้อย่างงั้นรึ?"หนานป้าเทียนกล่าวออกมาในทันที.

"อย่างงั้นรึ?"จงซานที่จ้องมองไปยังหนานป้าเทียน.

"สำนักไท่ตานนั้น นับว่าเป็นนิกายใหญ่หนึ่งในห้าที่อ่อนแอที่สุด แต่ก็เป็นหนึ่งในห้าสำนักที่ไม่สามารถล่วงเกินได้ที่สุดเช่นเดียวกัน."หนานป้าเทียนกล่าว.

"ทำไม?"จงซานที่สอบถามออกไปด้วยความสงสัย.

"เพราะว่าสำนักไท่ตานนั้นเป็นสำนักที่เชี่ยวชาญในการปรุงยา พวกเขานับว่าเป็นสำนักที่มีผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้มากที่สุด ถึงสำนักพวกเราจะมีคนปรุงยาได้บ้าง ทว่าด้วยวิชาปรุงยาแล้วยังด้อยกว่าสำนักไทตานไม่น้อย ถึงแม้ว่าพลังฝึกตนของพวกเขาจะมีจำกัด อายุขัยไม่ได้มากมายนัก แต่พวกเขาก็เป็นหนึ่งในสำนักที่เชี่ยวชาญเฉพาะ มีการทำธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องเม็ดยาโดยเฉพาะ โดยทำการแลกเปลี่ยนกับศิลาวิญญาณ."หนานป้าเทียนกล่าว.

"แล้วทำไมถึงไม่สามารถล่วงเกินได้ล่ะ?"จงซานพยักหน้า.

"คนของสำนักไท่ตานนั้น เกือบทุกคนเชี่ยวชาญในการปรุงยา พวกเขาทุกคนสามารถปรุงยาได้ทั้งหมด แน่นอนว่ามีคนมากมายที่ต้องการผลผลิตที่พวกเขาปรุงขึ้นมาได้ สำนักไท่ตานถึงแม้ว่าจะไม่ได้แข็งแกร่ง แต่ด้วยการสกัดกลั่นยาเป็นหลัก ทำให้พวกเขามีพันธมิตรมากมาย ทำให้ด้วยเหตุหนี้ จึงเป็นสำนักที่ไม่สามารถที่จะล่วงเกินได้นั่นเอง."หนานป้าเทียนกล่าวตอบ.

"อืม."จงซานพยักหน้า.

"จงซาน เรื่องของหลิงเอ๋อ ข้าเองก็ได้ยินมา ไม่ว่าอย่างไร ข้าและหลิงเอ๋อก็เติบโตมาพร้อม ๆ กัน หลิงเอ๋อเลือกเจ้า ข้าก็รู้สึกวางใจ."หนานป้าเทียนที่กล่าวออกมาอย่างจริงจัง.

"ขอบคุณ."จงซานที่พยักหน้าให้พร้อมกับมองไปที่หนานป้าเทียน.

"อืม แม้ว่าหลิงเอ๋อจะเรียกข้าว่า เสี่ยวหนานจื่อ ทว่าข้ากับนางก็เหมือนกับพี่น้องกัน หลิงเอ๋อเลือกเจ้า ข้ารู้สึกดีกว่าที่นางเลือกศิษย์พี่ใหญ่."หนานป้าเทียนที่กล่าวออกมาอย่างจริงจัง.

"ศิษย์พี่ใหญ่อย่างงั้นรึ?"จงซานที่ขมวดคิ้วไปมา.

"ถูกแล้ว ศิษย์พี่ใหญ่นั้นถึงแม้ว่าจะดูน่าดึงดูดอย่างที่สุด เป็นคนที่มีพรสวรรค์หายาก ทว่าข้ารู้เขาเป็นคนที่ทระนงตัวสูงมาก หากว่านางเลือกเขา หลิงเอ๋อจะต้องเสียใจเป็นแน่ เป็นเรื่องที่ดีแล้วที่นางไม่ได้เลือกเขาในที่สุด."หนานป้าเทียนที่กล่าวพร้อมกับยกสุราขึ้นดื่ม.

จงซานที่จ้องมองไปยังหนานป้าเทียน พร้อมกับพยักหน้าให้ เทียนชานั้นภายนอกนับว่าดูสมบูรณ์แบบ หล่อเหล่า มีพรสวรรค์ที่หายากมาก ๆ  แต่เขาก็หยิ่งผยองเกินไป พร้อมที่จะทำร้ายความรู้สึกของคนอื่นได้ทุกเมื่อ.

"จงซานก่อนหน้าเจ้าช่วยข้าให้สัมผัสได้ถึงแรงกดดัน จนทำให้ข้าสามารถเลื่อนระดับได้ ข้าต้องขอขอบคุณ จากนี้หนึ่งปี ข้าจะช่วยเจ้าฝึกฝน ทุก ๆ สามวันที่สนามประลอง ข้าจะช่วยเจ้าฝึกกระตุ้นพลังของเจ้าให้."หนานป้าเทียนที่กล่าวออกมาในทันที.

ได้ยินคำพูดของหนานป้าเทียน ทำให้จงซานชำเลืองมองออกไปด้วยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความขอบคุณ ความซาบซึ้งของบุรุษไม่จำเป็นต้องเอ่ยวาจา ก็สามารถรับรู้ได้ด้วยใจ.

หลังจากวันนั้นมา จงซานที่ฝึกฝนบำเพ็ญพลัง เพื่อทะลวงชีพจรอย่างขะมักเขม้น พร้อมกับใช้วิชากายาเทพอสูรอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นในการเปิดจุดชีพจร และทุก ๆ สามวันจงซานก็เข้าต่อสู้จริงกับหนานป้าเทียน เป็นประจำ ทำให้พลังฝึกตนของจงซานก้าวหน้ามากกว่าเมื่อก่อน.

ในเวลาเดียวกัน อาณาจักรต้าเจิ้งหลังจากที่ได้รับการสนับสนุนจากเผ่าหมาป่า กับชื่อเสียงและพลังของพวกเขาทำให้ประชาชนทั่วไปให้กับสนับสนุนเป็นอย่างมาก และกองกำลังหมาป่าเองก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นและก็มากขึ้น ทว่าพลังฝึกตนของนักรบกองกำลังหมาป่าเองยังไม่สูงมากนัก.

ราชวงศ์ต้าเจิ้งเวลานี้ หยิงหลาน จงเจิ้งและหลินเซียวได้ก้าวไปถึงระดับเซียนเทียนแล้ว จงซานที่ทำการเลือกเคล็ดวิชาบำเพ็ญจากหอตำราสำนักไคหยาง เพื่อเพิ่มพลังฝึกตนของพวกเขา ทำให้พลังฝึกตนของพวกเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว.

ทุกคนต่างก็รับรู้เป้าหมายของจงซานดี รู้ว่าเป้าหมายของเหนือหัวจะต้องก้าวเข้าไปในทวีปศักดิ์สิทธิ์ เป็นการบุกเบิกดินแดน เปิดโลกใบใหม่เพื่อสร้างราชวงศ์สวรรค์ขึ้นมา.

ร่างหลังของจงซานที่ได้อาศัยอยู่ในสำนักไคหยางรวมเป็นเวลาเกือบสามปีเต็มแล้ว ความแข็งแกร่งของอาณาจักรต้าเจิ้งเองก็ก้าวหน้าไปด้านหน้าอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน พวกเขาที่ทำการเปิดสงคราม กับสามรัฐที่เหลือที่ร่วมมือกัน ทว่าด้วยความแข็งแกร่งนักรบหมาป่าที่ทรงพลัง ฝ่ายตรงข้ามที่มีเพียงนักรบอาชาทั่วไป จึงไร้ซึ่งพลังต้านทาน พันธมิตรของรัฐทั้งสามก็พ่ายแพ้ไปในที่สุด.

ด้วยการใช้เวลาเพียงแค่สามปีเท่านั้น รัฐทั้งสาม ก็พ่ายแพ้ ตระกูลราชวงศ์ยอมแพ้ ยอมตกอยู่ในอำนาจของต้าเจิ้ง.

ความแข็งแกร่งของอาณาจักรต้าเจิ้งนั้น พวกเขายากที่จะต้านทาน ถูกกำราบลงอย่างรวดเร็ว.

ตำหนักเฉิงซ่าง.

"องค์เหนือหัว หกรัฐรวมเป็นหนึ่ง ประชาชนทั่วไปต่างก็ให้การยอมรับ."หยิงหลานที่กล่าวอกมาด้วยความตื่นเต้นจ้องมองไปยังจงซานที่นั่งอยู่บนบัลลัง.

เหล่าข้าราชบริพารในท้องพระโรงต่างก็สรรเสริญออกมาเช่นเดียวกัน.

"ทรงพระเจริญหมื่นปีหมื่น ๆ ปี."

จงซานที่สามารถรวมหนึ่งเดียวของดินแดนแห่งนี้ได้ ก้าวแรกถือว่าประสบความสำเร็จ แม้ว่าจะช้าอยู่ก็ตาม.

"จงเอ๋อ."จงซานที่กล่าวออกมาทันที.

"บุตรอยู่นี่แล้ว."จงเจิ้งที่ตอบรับในทันที.

"การก่อสร้างศิลามังกรเก้าร้อยจั้งเป็นอย่างไรบ้าง?"จงซานที่เอ่ยปากสอบถาม.

"เรียนฟู่หวง การก่อสร้างแล้วเสร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว อีกครึ่งหนึ่งนั้นราว ๆ หนึ่งเดือนก็จะเสร็จสิ้น."จงเจิ้งตอบ.

"อืม เมื่อใดที่ศิลามังกรแล้วเสร็จ สองเดือนหลังจากนั้น ให้รวบรวมคนงานแบ่งออกเป็นสองส่วน บุกเบิกเจาะหิน สร้างเส้นทางขนาดใหญ่ให้สามารถเปิดเส้นทางไปยังดินแดนทั้งสองให้ได้."จงซานที่สั่งการ.

"รับด้วยเกล้า."จงเจิ้งที่ตอบหลับในทันที.

"หลินเซียว."จงซานที่กล่าวขึ้นมาอีกครั้ง.

"เหนือหัว."หลินเซียวที่ตอบรับในทันที.

"เจ้าฝึกฝนกองกำลังให้หนัก หนึ่งปีหลังจากนี้ เจ้าจะต้องนำกองกำลังที่หนึ่ง บุกดินแดนตะวันออกของภาคใต้ซึ่งมีดินแดนอยู่ด้วยกันเจ็ดรัฐ"จงซานที่กล่าวออกมาอย่างขึงขัง.

"รับบัญชาฝ่าบาท."หลินเซียวที่ตอบรับในทันทีเช่นกัน.

"หยิงหลาน."จงซานที่กล่าวออกมาอีกครั้ง.

"เหนือหัว."หยิงหลานที่ตอบรับในทันที.

"ฝึกฝนกองกำลังเจ้าให้ดี หนึ่งปีหลังจากนี้ เจ้าจะต้องนำกองกำลังที่สองของต้าเจิ้ง เข้ายึดครองดินแดนตะวันตกของภาคใต้ รวบรวมรัฐทั้งห้า."จงซานที่กล่าวออกมาอย่างจริงจัง.

"รับด้วยเกล้า."หยิงหลานที่ตอบรับด้วยความดีใจ.

...

จงซานที่ทำการออกคำสั่งออกไปนับไม่ถ้วน ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องธรรมดาแล้ว ดูราบรื่นเป็นอย่างมาก ทำให้ราชวงศ์ต้าเจิ้งน่าเกรงขามขึ้นทุกวัน พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ .

ในเวลาเดียวกันนี้ ที่ด้านหน้าของจงซานนั้น มีตราลัญจกรหยกครรลองเก้ามังกรสวรรค์ที่ส่องประกายแสงอร่ามแวววับ ไม่เพียงแต่มันเชื่อมต่อกับจงซานอย่างลึกล้ำ มันยังเก็บรวบรวมวาสนาของอาณาจักรต้าเจิ้งอย่างรวดเร็ว วาสนาฟ้าดิน เพิ่มเกียรติยศชื่อเสียง.

......

มีที่อยู่อาศัยแห่งหนึ่ง ข้ามผ่านไปยังทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะหมาป่าสวรรค์ เหนือขึ้นไปบนทวีปศักดิ์สิทธิ์ ลึกเข้าไปในหุบเขาแห่งหนึ่ง.

หุบเขาแห่งนี้มีลมพัดผ่าน และยังมีน้ำพุขนาดใหญ่ ดูเหมือนกับหม้อปรุงยาขนาดสิบจั้ง และมีกระท่อมมุงจากขนาดเล็กอยู่ด้านใน.

กระท่อมแห่งนี้มีประกายแสงสีแดงโอบอุ้ม ดูเหมือนว่าเป็นค่ายกลขนาดเล็กที่ตัดด้านในและด้านนอกออกจากกันอย่างสิ้นเชิง.

ที่ด้านนอกนั้นมีกลุ่มชายชราสามคน สองบุรุษหนึ่งสตรี ผมที่ค่อนข้างขาวโพลน ใบหน้าที่เหี่ยวย่น กลุ่มคนชราที่จ้องมองเข้าไปด้านในกระท่อม พร้อมกับขมวดคิ้วไปมาพร้อมกับทอดถอนใจ สายตาของพวกเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความเป็นกังวล.

ภายในกระท่อม บนเตียงในเวลานี้ มีหญิงชราคนหนึ่ง เป็นหญิงชราที่มีใบหน้าซีดเซียวผอมแห้ง จ้องมองออกมา หายใจแฮก ๆ ซึ่งที่ขอบเตียงมีหญิงสาวผู้หนึ่งกำลังคุกเขาอยู่.

หญิงสาวที่งดงามคุกเข่าอยู่ต่อหน้าหญิงชรา เส้นผมที่ม้วนเข้าหากัน รวบเข้าเป็นมวยผมพร้อมกับปักปิ่นปักผมไว้ แม้ว่าจะสวมชุดธรรมดา แต่ก็ยากที่จะปิดบังความงามของนางเอาไว้ได้ ดวงตาของนางนั้นดูสดใส แม้ว่าจะมีแววตาเศร้าจะแฝงเอาไว้อยู่ ทำให้คนที่เห็นรู้สึกเศร้าไปด้วย.

"อาจารย์."หญิงสาว ที่จ้องมองด้วยความเป็นกังวลจับจ้องมองไปยังหญิงชรา.

"เป่าเอ๋อ หลายปีมานี้ข้าไม่เคยให้เจ้าออกไปใหน เจ้าคงคิดว่ามีอาจารย์ที่แปลกประหลาด."หญิงชราที่กล่าวออกมาด้วยความลำบาก.

"ศิษย์ไม่กล้า."เป่าเอ๋อที่ส่ายหน้าไปมาในทันที.

"เจ้าไม่จำเป็นต้องหลอกข้า หลายปีมานี้ เจ้ายังรวบผมพร้อมกับปักปิ่นปักผมอันเดิม ตลอดเวลาในฝันเจ้าละเมอคำว่า"เหล่าเย"ในทุก ๆ วัน ข้ารู้ว่าเจ้าไม่เคยลืมเขา หลังจากนี้ไปอาจารย์ไม่สามารถควบคุมเจ้าได้อีกแล้ว."หญิงชราที่พูดออกมาด้วยความยากลำบาก.

老爷 (lǎo yé)เจ้านาย นาย คุณตา

"อาจารย์ ท่านต้องหายดี อย่าได้กล่าวอะไรเลย สำนักของพวกเรามี "เตาเผาจักรวาล. หากว่าพวกเราสามารถปรุงยาเทวะต้นกำเนิดสวรรค์ได้ล่ะก็ อาจารย์จะต้องก้าวขึ้นไปสู่อาณาจักรหลอมกายธาตุ.ตราบเท่าที่ปรุงมันขึ้นมาได้ อาจารย์จะต้องทะลวงผ่านระดับได้แน่นอน เมื่อนั้นอายุขัยของอาจารย์ก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 800 ปี."เป่าเอ๋อที่กล่าวออกมาในทันที.

"เด็กโง่ เจ้าไม่รู้หรือไงว่าอาจารย์ควรจะตายไปเมื่อร้อยปีที่แล้ว ด้วยการใช้ เม็ดยาผนึกวิญญาณ ทำให้ยับยั้งการตายเอาไว้ได้ การอยู่มาถึงตอนนี้ก็ถือว่าปาฏิหาริย์ แล้วเม็ดยาเทวะต้นกำเนิดสวรรค์จะมีประโยชน์อะไร? ร้อยปี ร้อยปีที่ข้าคงอยู่ ข้าได้ทำงานลุล่วงแล้ว เจ้าได้รับสืบทอดทุกอย่างของข้าไป ข้าตายตาหลับแล้ว."หญิงชราที่กล่าวออกมาอย่างขึงขัง.

"อาจารย์."ดวงตาของเป่าเอ๋อที่เต็มไปด้วยน้ำตา.

หญิงชราที่ยื่นมือออกมาเช็ดน้ำตาให้กับเป่าเอ๋อ.

"ที่ข้ารับเจ้าเป็นศิษย์นั้น เจ้ารู้หรือไม่ เจ้าเป็นหญิงสาวที่หาได้ยาก หนึ่งในร่างสถิตทั้งเก้า เจ้ามีร่างสถิตกายกลาง ทำให้เจ้าสามารถรับสิ่งตกทอดจากข้าได้ ยกเว้นข้าแล้ว ไม่มีใครรู้เรื่องนี้."หญิงชราที่กล่าวออกมาต่อหญิงสาว.

"ฮือ ๆ  ๆ ."เป่าเอ๋อที่ครวญครางน้ำตาไหลริน.

"ด้านนอกมีอาวุโสสามคน พลังฝึกตนของพวกเขาล้วนแล้วแต่ใกล้บรรลุไปยังระดับหลอมกายธาตุ เจ้าควรจะใช้ประโยชน์จากจุดนี้ ข้าจะทำการส่งตำแหน่งประมุขให้กับเจ้า."หญิงชราที่จ้องมองไปยังเป่าเอ๋อด้วยความรัก.

"ค่ะ."เป่าเอ๋อที่เช็ดน้ำตา.

"ยื่นกำไลเก็บของเจ้ามา ข้าจะมอบสิ่งของ ๆ ข้า ส่งต่อให้เจ้าทั้งหมด."หญิงชรากล่าว.

"อาจารย์."น้ำตาของเป่าเอ๋อที่ไหลย้อนออกมา หัวใจของนางเต็มไปด้วยความเศร้า.

"เร็วเข้า."หญิงชรากล่าวออกมาอีกครั้ง.

"ค่ะ."เป่าเอ๋อที่ยืนแขนที่เรียวขาวของนางออกไป.

หญิงชราที่เผยยิ้มออกมาอย่างนุ่มนวล ก่อนที่จะนำกำไลเก็บของนาง แตะส่งผ่านสิ่งของทุกอย่างเข้าไปในกำไลเก็บของของเป่าเอ๋อ.

หญิงชราจ้องมองเป่าเอ๋อด้วยความพอใจ เผยยิ้มอย่างอ่อนโยน "ประมุขสำนักไท่ตาน ข้ามอบให้เจ้า สิ่งของเหล่านี้มีเพียงประมุขที่รับรู้ เจ้าจะต้องฟื้นฟูความรุ่งโรจของสำนัก ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว ข้าไม่ต้องการอะไร ขอแค่เพียงสำนักไท่ตานรุ่งโรจน์ก็เพียงพอ."

"อาจารย์ ท่านอย่าเพิ่งจากไป."เป่าเอ๋อที่กุมแขนของนางเอาไว้ น้ำตาที่ไหลอาบเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์.

"หึหึ เด็กไง่ ถึงเจ้าไม่อยากให้อาจารย์จากไป แต่ก็ไม่สามารถที่จะห้ามลิขิตสวรรค์ได้ เจ้าไปเรียกอาวุโสทั้งสามเข้ามา ข้าต้องการที่จะฝากฝั่งเจ้าอีกครั้ง."หญิงชราที่ลูบไปมาที่ศีรษะของเป่าเอ๋อขณะพูด.

"ค่ะ."น้ำตาของเป่าเอ๋อที่ไหลไม่หยุด นางที่สูดหายใจเข้าอย่างแรงเพื่อตอบรับคำหญิงชรา.

จบบทที่ Chapter 140 ร่องรอยของเป่าเอ๋อ.

คัดลอกลิงก์แล้ว