เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 วันธรรมดาๆ วันหนึ่ง

บทที่ 29 วันธรรมดาๆ วันหนึ่ง

บทที่ 29 วันธรรมดาๆ วันหนึ่ง


บทที่ 29 วันธรรมดาๆ วันหนึ่ง

ถึงแม้กู้เหยียนจะไม่ใช่คนที่มีอาการรักความสะอาดทางศีลธรรม แต่การถูกผู้หญิงเจ้าเล่ห์หลอกใช้เป็นเครื่องมือก็ทำให้เขารู้สึกไม่สบอารมณ์เอาเสียเลย

เขาเงยหน้าขึ้นและกวาดสายตาไปรอบๆ โรงอาหาร

เขาเห็นหลิวผิงและคนอื่นๆ นั่งอยู่ใกล้กรอบหน้าต่าง ส่วนเฉินเซวียนที่กำลังถือตะเกียบก็ยังคงออกท่าทางและพูดจาฉะฉาน ดูจากสีหน้าแล้ว ถ้าไม่อวดเรื่องบ้านสี่หลัง ก็คงอวดเรื่องหลินอวิ๋นจูแฟนสาวของเขานั่นแหละ

กู้เหยียนไม่เคยคิดเลยว่าหลินอวิ๋นจูที่ดูอ่อนโยนและสวยงามภายนอก จะเสแสร้งแกล้งทำดีกับเฉินเซวียนได้ขนาดนี้

"สุดหล่อกู้ คิดอะไรอยู่เหรอ หน้าเครียดเชียว"

จ้าวซิน กุนซือของเจียงโหรว โบกตะเกียบไปมาตรงหน้ากู้เหยียนสองที "ไม่ได้แอบมองสาวสวยคนไหนอยู่ใช่ไหม? แถวนี้ไม่มีใครสวยสู้โหรวโหรวของฉันได้หรอกนะ"

"เธอคิดมากไปแล้ว ฉันแค่มองหาเพื่อนร่วมห้องว่านั่งกินข้าวกันตรงไหน จะได้กลับหอพร้อมกันตอนกินเสร็จน่ะ"

เมื่อได้ยินคำพูดของกู้เหยียน เจียงโหรวก็รู้สึกประหม่าขึ้นมาทันที เธอคีบเนื้อหมูชิ้นบางใส่จานของเด็กหนุ่มอีกชิ้น

"กู้เหยียน นายห้ามเอาเรื่องที่ฉันเพิ่งเล่าไปบอกเฉินเซวียนเด็ดขาดเลยนะ เฉินเซวียนชอบหลินอวิ๋นจูมาก ถ้ารู้ว่าหลินอวิ๋นจูเอาเรื่องพวกนี้มาเล่าให้ฉันฟังทันที พวกเขาต้องทะเลาะกันแน่ๆ แล้วมันจะทำให้มิตรภาพระหว่างพวกนายในหอพักแย่ลงไปด้วย"

เจียงโหรวเองก็ไม่ใช่ย่อย เธอพอจะรู้จุดประสงค์แอบแฝงของหลินอวิ๋นจูที่เอาเรื่องพวกนั้นมาเล่าให้เธอฟัง ทว่าสิ่งที่หลินอวิ๋นจูคาดไม่ถึงก็คือ เจียงโหรวจะฉวยโอกาสนี้ทำลายภาพลักษณ์ที่หลินอวิ๋นจูอุตส่าห์สร้างไว้ต่อหน้ากู้เหยียนจนป่นปี้ไม่มีชิ้นดี

นี่แหละคือการต่อสู้อันแยบยลระหว่างผู้หญิง เพียงแต่ของเจียงโหรวนั้นแนบเนียนกว่าก็เท่านั้นเอง

กู้เหยียนยิ้มให้เธอและค่อยๆ กินข้าวช้าลง หลังจากหลิวผิง ฉินมู่ และคนอื่นๆ กินเสร็จ ทั้งสองกลุ่มก็มารวมตัวกันและเดินออกจากโรงอาหารไปพร้อมกัน

พอกลับมาถึงหอพัก พวกที่กะจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นเกมก็ถูกฉินมู่ซึ่งเดินไปปิดประตูห้ามไว้เสียก่อน

"วางโทรศัพท์ลงก่อนเลย ในเมื่อพวกเราลงแข่งบาสเกตบอลแล้ว จะเล่นไม่เป็นได้ยังไง? ถ้าขืนไปทำตัวเปิ่นๆ บนสนาม อย่าว่าแต่สาวๆ เลย ขนาดป้าแม่บ้านที่กวาดสนามบาสยังไม่อยากจะมองหน้าพวกนายเลย"

ในที่สุดก็หาโอกาสข่มกู้เหยียนได้ ฉินมู่มีหรือจะยอมปล่อยไปง่ายๆ เขาจัดการลากหลิวผิง เฉินชิง และจ้าวเจิ้นไปอีกมุมหนึ่ง แล้วเริ่มอธิบายกฎกติกาการแข่งขัน รวมถึงเทคนิคการเลี้ยงลูกและการขยับเท้าให้สอดคล้องกัน

"กู้เหยียน นายไม่มาฟังด้วยล่ะ?"

ฉินมู่ฉวยโอกาสตะโกนเรียกกู้เหยียนที่กำลังจัดระเบียบสมุดจดวิชาเรียนช่วงเช้า "ไม่งั้นตอนลงสนาม นายจะประกบคู่แข่งไม่เป็นเอานะ"

"ฉันฟังอยู่ นายพูดต่อเลย"

กู้เหยียนไม่ได้ปัดความหวังดีของเขา แสดงให้เห็นว่าเขาตั้งใจฟังอยู่จริงๆ อีกฝ่ายถึงได้ยิ้มอย่างพึงพอใจและพูดต่อ

"ห้องเราไม่ค่อยมีคนเล่นบาสเป็นเท่าไหร่ แล้วพวกนายสี่คนก็เล่นไม่ค่อยเก่งด้วย ตัวสำรองอีกสองคนก็คงฝีมือพอๆ กัน ถ้าอยากชนะล่ะก็ ตอนได้บอล ส่งมาให้ฉันเลยนะ!"

"ทำไมต้องส่งให้ด้วยล่ะ!"

เดิมทีจ้าวเจิ้น หลิวผิง และเฉินชิงลงแข่งบาสเกตบอลก็เพราะหวังจะได้สิทธิพิเศษในการเลือกคู่หูในมหาวิทยาลัย ถ้าเกิดความดีความชอบไปตกอยู่ที่ฉินมู่คนเดียว แล้วพวกเขาจะได้อะไรล่ะ? พอได้ยินข้อเสนอนี้ พวกเขาก็ปฏิเสธทันควัน

"แล้วพวกนายชูตเป็นหรือไง?"

"ก็แค่ใช้มือชูตไม่ใช่เหรอไง?" เฉินชิง หนุ่มตัวใหญ่ผิวเข้ม ทำท่าชูตลมโชว์

ฉินมู่ถึงกับเอามือตบหน้าผากตัวเอง

"บ่ายนี้ฉันคงต้องไปถามคนอื่นๆ ในห้องดูแล้วล่ะ"

เฉินเซวียนที่กำลังแชทอยู่บนเตียง รอแล้วรอเล่าหลินอวิ๋นจูก็ไม่ตอบกลับมาสักที เขาเลยโพล่งขึ้นมาว่า "งั้นฉันเอาด้วย..."

เขายังพูดไม่ทันจบ หลิวผิงก็พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน

"ส่งบอลให้นายก็ได้ แต่จะเอาหน้าไปคนเดียวไม่ได้นะเว้ย ถ้าคะแนนห่างเมื่อไหร่ พวกเราสามคนก็ต้องได้ชูตบ้าง!"

"ตกลงตามนี้!"

ทั้งกลุ่มตกลงกันได้อย่างรวดเร็ว

"เดี๋ยวก่อน ดีแต่พูดก็ไม่มีประโยชน์ เลิกเรียนบ่ายนี้ พวกเราไปซ้อมที่สนามเพื่อปรับจังหวะให้เข้ากันดีกว่า"

ข้อเสนอของเฉินชิงได้รับความเห็นชอบจากฉินมู่

กู้เหยียนก็พยักหน้าเห็นด้วย เขาเองก็อยากชนะการแข่งขันและหวังว่าทีมที่รวมตัวกันเฉพาะกิจนี้จะคว้าแชมป์ของมหาวิทยาลัยมาครองได้

เผลอแป๊บเดียว คาบเรียนช่วงบ่ายก็จบลง นอกจากเฉินเซวียนที่ปลีกตัวไปหาแฟนสาวแล้ว ทั้งห้าคนบวกกับเพื่อนร่วมชั้นชายอีกสองคน รวมเป็นเจ็ดคน ก็รีบมุ่งหน้าไปที่สนามบาสเกตบอลทันที

ทว่ามีคนมาเล่นบาสกันเยอะมาก ทำให้พวกเขาเหลือพื้นที่ซ้อมแค่ครึ่งสนามเท่านั้น

ฉินมู่เรียกรวมพลแล้วสาธิตท่าทางต่างๆ ที่อธิบายไว้ตอนอยู่หอพัก ท่วงท่าของเขาลื่นไหลและรวดเร็ว และอาจเป็นเพราะมีสาวๆ มายืนดูอยู่ใกล้ๆ หลายคน บางครั้งเขาก็เลยโชว์ลีลาเลี้ยงลูกผาดโผน เรียกร้องความสนใจจากสาวๆ ได้ไม่น้อย

กู้เหยียนยอมรับในทักษะพื้นฐานบาสเกตบอลของฉินมู่ เขาเก่งพอที่จะสอนมือใหม่อย่างหลิวผิงและคนอื่นๆ ได้จริงๆ

"กู้เหยียน อยากลองดูไหม?" ฉินมู่เลี้ยงลูกแล้วชูตลงห่วง จากนั้นก็ตบลูกบาสสองสามทีแล้วถือไว้ในมือ

"พวกนายซ้อมกันไปก่อนเถอะ ฉัน..."

กู้เหยียนพยายามปฏิเสธ โดยอ้างว่าวันนี้ใส่กางเกงยีนส์มา ไม่สะดวกที่จะขยับตัวเยอะ ขณะที่เขากำลังปฏิเสธอย่างสุภาพ เขาก็เหลือบไปเห็นต้วนอวี้จู รุ่นพี่ปีสามในชุดบาสเกตบอลชุ่มเหงื่อกำลังเดินตรงเข้ามา

"รุ่นน้องกู้ บังเอิญจังนะ?"

เขาชี้ไปที่กลุ่มคนที่กำลังซ้อมอยู่ตรงนั้น "เด็กห้องนายเหรอ?"

"ครับ พวกเราลงแข่งระดับชั้นปีน่ะ"

"ฉันชวนนายเข้าชมรมบาส นายก็ไม่เข้า แต่ดันมาสนุกกับการแข่งของชั้นปีซะงั้น" ต้วนอวี้จูกระดกน้ำแร่ไปอึกใหญ่แล้วมายืนเคียงข้างกู้เหยียน มองดูหลิวผิงกับคนอื่นๆ ซ้อม "พวกเขามือใหม่กันทั้งนั้น ฝีมือแย่ยิ่งกว่ามือสมัครเล่นซะอีก นายไม่กลัวว่าเล่นกับพวกเขาแล้วจะทำให้ฟอร์มตกหรือไง?"

"ผมก็เล่นไม่เก่งเหมือนกันแหละครับ"

"แกล้งทำเป็นหมูหลอกกินเสือล่ะสิ ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นนาย สัญชาตญาณฉันก็บอกเลยว่านายเล่นบาสเป็นแน่ๆ แถมยังเล่นเก่งด้วย"

แค่คิดต้วนอวี้จูก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาแล้ว

"ฉันตั้งตารอดูการแข่งของนายวันศุกร์นี้เลยนะ อย่าทำให้ฉันผิดหวังล่ะ!"

พูดพลางชูหมัดขึ้นมา เมื่อเห็นดังนั้น กู้เหยียนก็ปัดหมัดของเขาออกไปเบาๆ

"พวกเรายังไม่ได้เป็นเพื่อนร่วมทีมกันซะหน่อย ข้ามเรื่องนั้นไปเถอะ"

หลังจากนั้น กู้เหยียนก็ลงสนามไปลองชูตวงในดูสองสามลูก ปรากฏว่าชูตลงไปสามลูกและชนห่วงไปสองลูก เมื่อเทียบกับหลิวผิงและคนอื่นๆ แล้ว อัตราความแม่นยำของเขาถือว่าสูงมากทีเดียว กู้เหยียนรู้ดีว่าการทำผลงานได้ขนาดนี้โดยที่ยังไม่ได้ใช้ทักษะ 'ผู้เชี่ยวชาญบาสเกตบอล' ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว

พอถึงวันพฤหัสบดี กู้เหยียนก็เริ่มชินกับการวิ่งจ๊อกกิ้งยามเช้าแล้ว ทันทีที่เขาตื่น ฉินมู่และคนอื่นๆ ก็ลุกตาม การแข่งขันจะมีขึ้นในวันศุกร์ เรื่องความฟิตของร่างกายก็ละเลยไม่ได้ พวกเขาจึงลากหลิวผิงกับคนอื่นๆ ไปวิ่งที่ลู่วิ่งอย่างบ้าคลั่ง ราวกับเป็นการติวเข้มโค้งสุดท้าย

ฉินมู่มักจะคิดเสมอว่าความฟิตของเขานั้นเหนือกว่ากู้เหยียนอย่างแน่นอน แต่ครั้งนี้ เมื่อเห็นกู้เหยียนสปรินต์รอบลู่วิ่ง เขาก็ถึงกับอึ้งไปเลย เขาถึงขั้นคิดว่าตัวเองยังตื่นไม่เต็มตาจนตาฝาดไปเองด้วยซ้ำ

ท้ายที่สุด เมื่อได้ยินเสียงอุทานของหลิวผิงและคนอื่นๆ ที่อยู่ข้างๆ เขาถึงได้ตระหนักว่ากู้เหยียนนั้นคือสัตว์ประหลาดด้านความฟิตชัดๆ

"ให้ตายเถอะ ในที่สุดฉันก็รู้แล้วว่าเหล่ากู้ได้กล้ามอกกับซิกซ์แพ็กมายังไง ตอนนี้ฉันไม่อิจฉาเขาเลยสักนิด"

"ความเร็วนั้น วิ่งรวดเดียวสี่รอบ ไม่กลัวปอดแหกหรือไงวะ!"

ขณะที่พวกเขากำลังคุยกัน ฉินมู่ก็ต้อนพวกเขาลงไปบนลู่วิ่งยางสังเคราะห์ราวกับต้อนเป็ด บังคับให้พวกเขาวิ่งเหยาะๆ เพื่อปรับตัว พลางมองดูกู้เหยียนวิ่งแซงหน้าพวกเขาไป จากนั้นก็หายลับไปข้างหน้า แล้วก็โผล่มาวิ่งแซงจากข้างหลังอีกครั้ง

กว่าพวกเขาทั้งสี่คนจะวิ่งครบสองรอบ ก็ลงไปนอนแผ่หราหอบแฮกๆ เป็นหมาหอบแดดอยู่บนพื้น ส่วนกู้เหยียนนั้นวิดพื้นและซิทอัพครบหนึ่งร้อยครั้งเรียบร้อยแล้ว

"เหล่ากู้ ฉันสงสัยว่าหมอนี่น่าจะเป็นนักกีฬาโควตากีฬาแหงๆ..."

จ้าวเจิ้นทนไม่ไหวอีกต่อไป ทิ้งตัวลงนอนบนผืนหญ้า หอบหายใจเข้าออกอย่างหนักหน่วง

เวลาล่วงเลยมาถึงวันศุกร์อย่างรวดเร็ว อากาศในช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วงยังคงร้อนอบอ้าว แต่แดดยามเช้าไม่แผดเผาจนน่าอึดอัดเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แสงแดดสีทองยามเช้าสาดส่องลงมาบนสนามกีฬา ผู้คนจากหลายๆ ห้องเริ่มทยอยมารวมตัวกันแล้ว

อาจารย์ที่ปรึกษาของแต่ละห้องก็เริ่มส่งเสียงเชียร์นักศึกษาที่ลงสมัครเข้าแข่งขัน

สัดส่วนชายหญิงของมหาวิทยาลัยหนานจิงค่อนข้างสมดุล มองไปทางไหนก็เห็นทั้งชายและหญิงปะปนกันไป ไม่ได้มีฝั่งไหนมากกว่ากันจนเกินไป การแข่งขันบาสเกตบอลจะเริ่มในช่วงบ่าย ดังนั้นกู้เหยียนและเพื่อนๆ จึงไปหาที่นั่งใต้ร่มไม้หรือที่นั่งใกล้ๆ ลู่วิ่งเหมือนกับเด็กผู้ชายคนอื่นๆ เพื่อรอส่องเรียวขาขาวๆ ยาวๆ ของสาวๆ ที่จะวิ่งผ่านไปมาในอีกไม่ช้า

แน่นอนว่าหลายคนในนั้นคือนักศึกษาใหม่

ก็แน่ล่ะ เพิ่งจบมัธยมปลายมาหมาดๆ หลายคนก็ยังเชื่อฟังคำสั่งครูบาอาจารย์กันอยู่นี่นา

จบบทที่ บทที่ 29 วันธรรมดาๆ วันหนึ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว