เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 111 ลูกผู้ชายขอตายอย่างภาคภูมิ.

Chapter 111 ลูกผู้ชายขอตายอย่างภาคภูมิ.

Chapter 111 ลูกผู้ชายขอตายอย่างภาคภูมิ.


คนทั้งสิบคนถือหอกยาวกันทั้งหมด จงซานที่คาดเดาความคิดของพวกเขา หนึ่งในนั้นเป็นผู้นำ แน่นอนว่าเขาสามารถปล่อยปราณหอกที่ทรงพลังออกมาได้ ซึ่งเป็นผู้ฝึกตนระดับก่อตั้งวิญญาณ ประมุขสำนักทวนเหล็ก.

"ประมุขสำนักทวนเหล็ก เฉียนอู๋ตี้."เป่ยชิงซือกล่าวออกมาเบา ๆ .

"หืม."จงซานที่ขมวดคิ้วเล็กน้อย จ้องมองไปยังศัตรูของเฉียนอู๋ตี้ ที่พยายามจะทะลวงผ่านค่ายกลมา และยังสังหารคนของสำนักทวนเหล็กไปเป็นจำนวนไม่น้อย.

ศัตรูของพวกเขามีอยู่ด้วยกันสามกลุ่ม.

กลุ่มหนึ่งถือกระบี่กันทั้งหมด กลุ่มหนึ่งถือดาบกันทั้งหมด อีกกลุ่มหนึ่งนั้นค่อนข้างหลากหลาย มีอาวุธด้วยกันหลายชนิด รวม ๆ แล้วทั้งหมด 200 คน.

ทั้งสามกลุ่มเอง ต่างก็มีผู้นำของแต่ล่ะกลุ่มนำมา.

ทว่าที่ตรงกลางของกลุ่มคนทั้งสาม กลับเป็นชายในชุดสีดำ.

"สามกลุ่ม หมู่บ้านกระบี่พิสุทธิ์ หุบเขาเทียนโหยว และสำนักหมื่นปิศาจ และที่เป็นผู้นำด้านหน้า เป็นชายในชุดดำ ดูไม่ชัดเจนนัก."เป่ยชิงซือที่อธิบายต่อจงซาน.

จงซานพยักหน้า ก่อนหน้านี้ที่คฤหาสน์จง เขารับรู้ว่ามีสำนักสามแห่งกำลังจะบุกเข้าปิดล้อมสำนักทวนเหล็ก ไม่คาดคิดเลยว่าจะเป็นวันนี้ ซึ่งสำนักทวนเหล็กเองก็กำลังป้องกันอยู่.

"เฉียนอู๋ตี้ คาดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะกลับมาจากทวีปศักดิ์สิทธิ์แล้ว."ชายชุดดำที่อยู่ห่างออกไปกล่าวออกมาด้วยเสียงที่เคร่งขรึม.

ขณะชายชุดดำเริ่มกล่าว จงซานขมวดคิ้วไปมาทันที เพราะว่าเขารู้จักชายคนนี้ เขาที่จ้องมองไปยังชายชุดดำ ประกายแสงความเย็นชาที่เอ่อล้นออกมา เสียงนี้ เขาจดจำได้ไม่มีวันลืมได้แน่ในชีวิตนี้.

เหล่ยติง ก่อนหน้านี้ ที่หุบเขาบุพผาอสนี กลุ่มของเหล่ยติงที่ได้ต่อสู้กับแมงป่องอสนี ไม่คาดคิดเลยว่าเขาจะมีส่วนในการปิดล้อมครั้งนี้ด้วย?

"ชิ!"เฉียนอู๋ตี้แค่นเสียงอย่างเย็นชาไม่ได้มองไปที่แม่ทัพเหล่ยติง ทว่าจ้องมองไปยังผู้นำหมู่บ้านกระบี่พิสุทธิ์.

"ไม่คาดคิดเลยว่าหมู่บ้านกระบี่พิสุทธิ์ของพวกเจ้า จะปล่อยให้ตัวเองตกต่ำไปแล้วด้วย."เฉียนอู๋ตี้ที่แค่นเสียงเย็นชาออกมา.

ต้องไม่ลืมว่า สำนักทวนเหล็กและหมู่บ้านกระบี่พิสุทธิ์นั้นเป็นพันธมิตรกัน ไม่คาดคิดเลยว่าสำนักทวนเหล็กจะถูกพวกเขาร่วมมือกับอีกสองสำนักปิดล้อมในวันนี้ ซ้ำยังสังหารศิษย์ของสำนักทวนเหล็กไปเป็นจำนวนมากด้วย.

"ปล่อยตัวเองให้ตกต่ำรึ? ฮ่าอ่าฮ่า หมู่บ้านกระบี่พิสุทธิ์ตกต่ำอย่างงั้นรึ?แล้วสำนักทวนเหล็กของเจ้าไม่ใช่ว่ากำลังล่มสลายหรอกรึ? ปิดค่ายกลซะ ต้องการให้สำนักทวนเหล็กตายไปทั้งหมดรึไง?เจ้ากลับมาแล้วอย่างไร ทว่าทุกอย่างมันก็สายไปแล้ว สำนักทวนเหล็กของพวกเจ้าเหลือผู้รอดชีวิตแค่เก้าคนเท่านั้น เพียงแค่เจ้าเฉียนอู๋ตี้คนเดียว คิดว่าจะสามารถปกป้องเหมืองศิลาวิญญาณได้อย่างงั้นรึ?"ผู้นำหมู่บ้านกระบี่พิสุทธิ์แค่นเสียง.

ผู้นำหุบเขาเทียนโหยวและสำนักหมื่นปิศาจเองก็เผยยิ้มอย่างนุ่มนวลออกมาเช่นกัน สามผู้นำร่วมมือกันบุกสำนักทวนเหล็ก นั่นก็เพราะว่าพวกเขามีเหมืองศิลาวิญญาณขนาดใหญ่นั่นเอง.

เฉียนอู๋ตี้ที่ชำเลืองมองไปยังคนเหล่านั้น เขาตรวจสอบคนทั้งสามที่อยู่ด้านหน้า ท้ายที่สุดก็มาจับจ้องมองที่ชายชุดดำ.

"หมู่บ้านกระบี่พิสุทธิ์ หุบเขาเทียนโหยว สำนักหมื่นปิศาจ ข้าไม่เชื่อว่าพวกเจ้าจะร่วมแรงรวมใจกันดี แน่นอนว่าจะต้องมีคนกลางอยู่ แม่ทัพเหล่ยติง การกระทำของราชวงศ์จักรพรรดิหยินเยว่มันจะมากเกินไปแล้ว."เฉียนอู๋ตี้ที่จ้องมองไปยังชายชุดดำ แม่ทัพเหล่ยติงพร้อมกับแค่นเสียงออกมา.

แม่ทัพเหล่ยติงที่ค่อย ๆ ยกหมวกสีดำขึ้น พร้อมกับเผยยิ้มออกมาอย่างมั่นอกมั่นใจ.

"หมู่บ้านกระบี่พิสุทธิ์ หุบเขาเทียนโหยวและสำนักหมื่นปิศาจต่างก็อยู่ในพื้นที่เดียวกัน ทว่าราชวงศ์หยินเยว่ไม่ใช่ว่าอยู่ห่างออกไปยังภาคเหนือ แต่เจ้ายังต้องการที่จะแบ่งปันเหมืองศิลาวิญญาณด้วยอย่างงั้นรึ?"เฉียนอู๋ตี้ที่กล่าวออกมาด้วยความสุขุม.

"ฮ่าอ่าฮ่า เรื่องนี้เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลก่อนหน้านี้พวกเราได้ตกลงกันแล้ว ข้าจะไม่แบ่งศิลาวิญญาณแม้แต่นิดเดียว สิ่งที่ข้าต้องการนั้นคือตราประทับตกทอดของสำนักทวนเหล็กของเจ้าต่างหาก เจตจำนงหอก หากว่าเจ้ามอบเจตจำนงหอกให้ข้าตอนนี้ ข้าสามารถที่จะปล่อยศิษย์ของเจ้าไปได้ ข้ารับรองได้เลยว่า จะไม่มีใครขวางทางพวกเขา "เหล่ยติงที่หัวเราะออกมาเสียงดัง.

"อยากสู้ก็เข้ามา!"เฉียนอู๋ตี้ที่ยกหอกยาวของเขาขึ้น พร้อมกับชี้ไปยังผู้นำหมู่บ้านกระบี่พิสุทธิ์.

หอกยาวในมือที่สั่นสะท้าน ปราณหอกที่ยาวกว่าร้อยจ้างพุ่งออกไป ตรงไปยังตำแหน่งของผู้นำกระบี่พิสุทธิ์.

ปราณหอกที่ยาวกว่าร้อยจ้างพุ่งเป็นลำแสงตรงไปยังตำแหน่งของประมุขหมู่บ้านพิสุทธิ์ ปราณหอกที่พุ่งออกไปนั้น รวมตัวกันกลายเป็นรูปลักษณ์เสือดาว เป็นพลังงานรวมตัวกันเหมือนสิ่งมีชีวิตเสือดาวขนาดใหญ่เป็นอย่างมาก พุ่งตรงอย่างรวดเร็วเข้าหาหมู่บ้านกระบี่พิสุทธิ์.

"โฮกกกก!"

กลุ่มก้อนพลังงานเสือดาวที่มีความสูงกว่าร้อยจ้าง พุ่งออกไปด้วยความหิวกระหาย พร้อมฉีกกระชากกลุ่มคนของสำนักกระบี่พิสุทธิ์ เสียงคำรามดังลั่นอยู่ด้านหน้าของผู้นำหมู่บ้านกระบี่พิสุทธิ์ทันที.

"ตูมมมมมม!"

ประมุขของหมู่บ้านกระบี่พิสุทธิ์ที่ตวัดกระบี่ไปมา เพลงกระบี่ร่ายรำสร้างปราณกบี่ร้อยกว่าจ้างออกมา เขากระแทกกับเสือดาวอย่างรุนแรง ประกายแสงสีขาวสว่างจ้า ก่อนที่ใจกลางการปะทะเกิดเกิดเป็นพลิงที่ร้อนแรงไหม้ไปทั่วทุกทิศทางทันที.

ผืนปฐพีสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แม้แต่ภูเขาที่จงซานซ่อนตัวอยู่ไกลออกมายังสั่นไหวไปมา.

ทว่าชั่วระยะเวลานั้นแสงสว่างจ้าเป็นอย่างมาก จงซานก็เห็นผู้นำอีกสองคนพร้อมแม่ทัพเหล่ยติงลงมือด้วยกันในทันที.

"ตูมมมมม!"

เสียงระเบิดอีกครั้ง หลังจากนั้นแสงสว่างที่ก็จ้าไปทั่วบริเวณอีก ทั้งหุบเขาไม่สามารถมองเห็นอะไรได้.

เมื่อประกายแสงหายไป ที่บริเวณด้านล่างหุบเขา เฉียนอู๋ตี้และสามผู้นำตลอดจนแม่ทัพเหล่ยติงก็หายไปในทันที.

"ตูมมม ตูมมม ตูมมม...."

บนท้องฟ้าที่ไกลออกไปนั้น ได้ยินเสียงดังสนั่นออกมาเป็นระลอก ราวกับสายฟ้าคำราม.

จงซานที่เงยหน้าขึ้นไปมอง พบว่าที่กลางอากาศนั้น เกิดเป็นประกายแสงสว่างจ้าเป็นเหมือนกับบอลแสง ที่มีขนาดใหญ่เกิดจากปราณหอกขนาดใหญ่ ปราณกระบี่ และปราณดาบ เข้าปะทะกันไปมาไม่หยุด.

เหล่าผู้นำทั้งหมดได้เข้าปะทะกันแล้ว ด้วยด้านหลังของพวกเขานั้น มีศิษย์ของเขาอยู่ เพื่อไม่ให้เหล่าศิษย์ได้ผลกระทบ ดังนั้นจึงได้ย้ายการต่อสู้ขึ้นไปอยุ่บนอากาศ.

การต่อสู้ของผู้ฝึกตนระดับก่อตั้งวิญญาณ ที่สามารถบดขยี้ขุนเขาให้หายไป แข็งแกร่งกว่าเหล่าผู้ฝึกตนระดับแกนทองเป็นอย่างมาก และเหล่าศิษย์ของพวกเขาระดับสูงสุดก็คือขั้นแกนทองเท่านั้น.

มีผู้ฝึกตนราว ๆ ห้าสิบคนจากสามสำนัก ตอนนี้ค่อย ๆ เข้าล้อมกรอบคนกลุ่มหนึ่ง เห็นได้อย่างชัดเจนว่าคนทั้งห้าสิบคนนั้นต่างก็อยู่ในระดับแกนทอง ส่วนคนที่เหลือที่อยู่ด้านหลังพวกอยู่ในระดับเซียนเทียน ซึ่งไม่จำเป็นต้องนำมาใส่ใจแม้แต่อย่างใด.

"ฮ่าฮ่าฮ่า."

จ้าวโส่วเซี่ยงและศิษย์อีกแปดคนของสำนักทวนเหล็ก หอกยาวของพวกเขาที่ชี้ไปด้านหน้า พวกเขาที่พร้อมจะต่อสู้กับศัตรูที่มีด้วยความคลั่งแค้นอย่างลึกล้ำ พวกเขาพร้อมที่จะแลกชีวิตกับฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่เสียดายชีวิต.

"ชิงซือ ศิษย์พี่ใหญ่ ในสำนักทวนเหล็กนั้นมีสหายของข้าอยู่ รบกวนท่านช่วยลงมือได้หรือไม่."จงซานที่เอ่ยปากออกมาทันที.

จงซานมั่นใจในความแข็งแกร่งของเป่ยชิงซือเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงได้ขอร้องนาง ต้องไม่ลืมว่าจ้าวโส่วเซี่ยงนั้นเป็นสหายของเขา นอกจากนี้ยังเคยช่วยเหลือเขาอีกด้วย.

ได้ยินคำพูดของจงซาน เทียนชาที่ขมวดคิ้วไปมา ภายในดวงตาของเขานั้นมีความเย็นชาแผ่ออกมา สหายของเจ้า?เกี่ยวอะไรกับข้ากัน?

"คนใหนรึ?"เป่ยชิงซือที่สอบถามออกมา.

"จ้าวโส่วเซี่ยงในชุดสีขาว เขาอยู่ซีกตะวันออกที่ใต้ตาของเขาปูดบวม."จงซานที่กล่าวออกมา.

"อืม."เป่ยชิงซือที่พยักหน้าให้.

"ไปกันได้แล้ว."เทียนชาที่เอ่ยออกมาทันที เห็นได้ชัดเจนว่าเขารับปากจงซาน ที่จะช่วยคนเหล่านั้น ทว่าความตั้งใจที่แท้จริงนั้นไม่สามารถบอกได้.

จงซานที่ขมวดคิ้วไปมาจ้องมองไปยังเทียนชา และก็พยักหน้าให้ ความต้องการของเทียนชานั้น ดูเหมือนว่าต้องการให้ผู้ฝึกตนเหล่านั้นจัดการเขาสินะ?

"ไปกันเถอะ."จงซานที่พยักหน้า พร้อมกับเหยียบดาบยักษ์ ลอยตรงไปยังด้านหน้า เป่ยชิงซือและเทียนชาก็ตามไป.

ทันใดนั้นที่หุบเขาด้านล่าง ร่างสามร่างที่ไม่แน่ชัด อยู่บนกระบี่และดาบพุ่งตรงไป.

"จ้าวโส่วเซี่ยง!"จงซานที่ตะโกนออกมาเสียงดัง.

กับคำพูดของจงซาน ทุกคนต่างก็จ้องมองมายังคนทั้งสามอย่างเงียบ ๆ .

จ้าวโส่วเซี่ยงเวลานี้กำลังอยู่ในสภาวะตึงเครียด เป็นเวลาหลายวันมาแล้วที่เขาต่อสู้ไม่หยุดจนแทบจะหมดแรงแล้ว ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียง ๆ หนึ่งที่เรียกเขา จ้าวโส่วเซี่ยง ที่ตื่นตะลึง หันหน้าไปมองทิศทางดังกล่าว.

จงซาน?

"สำนักไคหยาง?เทียนชา?"ผู้ฝึกตนระดับแกนทองผู้หนึ่งอุทานออกมา.

เหล่าผู้ฝึกตนแกนทองคนอื่น ๆ ที่หยุดนิ่ง ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจจ้องมองไปยังคนทั้งสาม เทียนชา เทียนชาคือคนที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ศิษย์พี่ใหญ่ของสำนักไคหยาง เขาทำอะไร? ต้องการเข้ามายุ่งเรื่องของพวกเขาอย่างงั้นรึ?

"เจ้าต้องการทำอะไร?"ชายผู้หนึ่งที่ถือกระบี่โชกไปด้วยโลหิตตะโกนออกมาชี้ไปยังจงซานในทันที.

"จ้าวโส่วเซี่ยง ตามพวกเรามา."จงซานที่เอ่ยออกมาในทันที.

เพียงคำพูดไม่กี่คำ ทุกคนก็เข้าใจความตั้งใจของการมาของคนทั้งสามได้ในทันที พวกเขาต้องการช่วยจ้าวโส่วเซี่ยงอย่างงั้นรึ? และจ้าวโส่วเซี่ยงที่มีคนมาช่วยยังไม่ก้าวไปถึงระดับแกนทองไม่ใช่รึ?

หากจ้าวโส่วเซี่ยงถูกช่วยไป แล้วอีกแปดคนของสำนักทวนเหล็กที่ไปถึงระดับแกนทองล่ะ.

ผู้ฝึกตนอีกแปดคนของสำนักทวนเหล็กที่ได้ยินคำพูดของจงซาน ก็เข้าใจเหตุผลทันที สำนักไคหยางและสำนักทวนเหล็กนั้นไม่ได้มีความสัมพันธ์กัน คนทั้งสามที่มานั้น พวกเขามาช่วยจ้าวโส่วเซี่ยง.

"จ้าวโส่วเซี่ยง ตามพวกเขาไป."ชายคนหนึ่งที่ถือทวนเล่มใหญ่เอ่ยออกมา.

"ไปซะ!"อีกคนที่ถือหอกต่างก็เอ่ยออกมาเช่นกัน.

"ไม่ สำนักทวนเหล็กคือรากฐานของข้า ลูกผู้ชายขอตายอย่างภาคภูมิ โส่วเซี่ยงเต็มใจที่จะตายไปพร้อมกับอาจารย์อาในการต่อสู้ครั้งนี้ ไม่หวังที่จะรอดชีวิตไปคนเดียวท่ามกลางศัตรู"จ้าวโส่วเซี่ยงเอ่ยออกมาด้วยคำพูดที่กล้าหาญ.

ได้ยินคำพูดของจ้าวโส่วเซี่ยง ทุกคนได้แต่พยักหน้าให้ อาจารย์อาทั้งแปดที่ภายใจนั้นรู้สึกโลหิตพลุ้งพล่าน ศิษย์หลาน เขาคือศิษย์หลานที่มีจิตใจที่อหังการ เป็นลูกผู้ชายที่แท้จริงไม่หวาดกลัวต่อความตาย ใช้แล้ว หากต้องตายก็ต้องตายอย่างภาคภูมิใจ.

ในเวลานี้ คนทั้งแปดไม่ได้ปฏิบัติกับเขาเหมือนกับศิษย์หลาน แต่เป็นเหมือนกับระดับขั้นเดียวกันเป็นศิษย์น้องของเขา แม้ว่าพลังฝึกตนของจ้าวโส่วเซี่ยงนั้นจะต่ำสุด เมื่อเข้าต่อกรกับศัตรูด้านหน้า จ้าวโส่วเซี่ยงก็ไม่เคยหวาดกลัว ใช้กำลังทั้งหมดที่มีปกป้องสำนัก จวบจนถึงตอนนี้เขาได้แบ่งปันทุกข์และสุขร่วมกันกับทุกคน.

ฝ่ายตรงข้ามที่ล้อมกรอบเองก็ขมวดคิ้วไปมา กับตัวตนของจ้าวโส่วเซี่ยงแม้ว่าจะมีพลังฝึกตนต่ำสุดก็นับว่ากล้าหาญเป็นอย่างมาก.

เทียนชาที่อยู่ไม่ไกลออกไป ที่จริงก็ทำให้เขาขมวดคิ้วไปมา สายตาที่ค่อนข้างจริงจัง ไม่คิดคิดว่าสหายของจงซาน จะมีความกล้าหาญเช่นนี้ ทว่าเป่ยชิงซือนั้นก็ยังคงสงบเงียบเหมือนเดิม นางที่พร้อมช่วยจ้าวโส่วเซี่ยงตามที่จงซานต้องการ.

จงซานที่ลอยอยู่บนอากาศจ้องมองไปยังจ้าวโส่วเซี่ยง จ้าวโส่วเซี่ยงเป็นคนเช่นนี้นั่นเอง เหมือนดั่งที่จงซานคาดหวัง จงซานรู้ดีว่าเขาเป็นคนที่ตรงไปตรงมา มีเกียรติและศักดิศรี นิสัยที่เที่ยงธรรมของเขา หากเขาเลือกที่จะจากมาตอนนี้ จงซานก็คงเป็นคนที่ดูเขาผิดไปเช่นกัน.

"จงซาน ขอบคุณในความปรารถนาดีของเจ้า ปัญหาเรื่องนี้มันซับซ้อนจนเกินไป เจ้ารีบจากไปเถอะ."จ้าวโส่วเซี่ยงส่ายหน้าไปมาในทันที.

"ดี งั้นพวกเจ้าทั้งหมดตามข้ามา!"จงซานที่เอ่ยปากออกมาอีกครั้ง.

กับคำพูดของจงซาน ทุกคนถึงกับแข็งค้าง เขามั่นใจว่าจะสามารถช่วยคนทั้งเก้าได้หมดอย่างงั้นรึ?

จ้าวโส่วเซี่ยงที่จ้องมองไปยังคนสำนักไคหยาง ฝ่ายตรงข้ามในระดับแกนทองเองก็เช่นกัน คนเหล่านี้ต้องการที่จะช่วยศิษย์ของสำนักทวนเหล็กอย่างงั้นรึ?ได้อย่างไร? ทั้งศิษย์พี่ศิษย์น้องของพวกเขาต่างก็ถูกคนเหล่านี้สังหาร พวกเขาจะปล่อยให้คนกลุ่มนี้หนีไปได้อย่างไร? ทุกคนในเวลานี้ต่างก็กุมอาวุธแน่น ดูเหมือนว่าก่อนที่คนเหล่านี้จะเคลื่อนไหว พวกเขาก็จะเข้าจัดการก่อนทันที.

จบบทที่ Chapter 111 ลูกผู้ชายขอตายอย่างภาคภูมิ.

คัดลอกลิงก์แล้ว