เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 98 ล้อมเมือง.

Chapter 98 ล้อมเมือง.

Chapter 98 ล้อมเมือง.


กลับคำพูดของซูเหลียนเซียนที่กล่าวออกมานั้น ทุกคนในที่ประชุมเปลี่ยนเป็นเงียบงัน สีหน้าของแต่ละคนนั้นเต็มไปด้วยท่าทางไม่อยากเชื่อ.

หากทุกอย่างเป็นจงซานกระทำจริง ๆ  เขาก็เป็นคนที่น่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว ภายในเวลาไม่กี่วัน เขาสามารถบิดฟ้าดินได้ เปลี่ยนกลับสภาพการณ์ที่ยากลำบากให้กลับกลายเป็นได้เปรียบ.

แทบจะในทันที เหตุการณ์ทุกอย่างก็พลิกข้าง พวกเขาที่ปิดล้อมเมืองเพื่อไม่ให้ด้านในมีอาหาร แต่มันกลับกลายเป็นว่าทหารทั้ง 800,000 คนในเวลานี้กำลังนั่งรอคอยความตายจากความอดอยากแทนอย่างงั้นรึ? ขวัญกำลังใจที่พังทลายหายไป และมันทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย.

แม้แต่บรรพชนตระกูลซูยังไม่อยากเชื่อแม้แต่น้อยกับข้อมูลของทหารสองคนที่นำมา หลายปีมาแล้วที่เขาเข้าสู่เส้นทางผู้ฝึกตน จนเขาได้ลืมเกี่ยวกับความโหดร้ายของสังคมในโลกปุถุชนไปแล้ว.

จงซานในครั้งนี้ เขาสามารถบิดฟ้าดิน พลิกสวรรค์ได้จริง ๆ เหรอ!

กับคำพูดของซูเหลียนเซียนก่อนหน้านี้ดูเหมือนว่าจะเป็นเช่นนั้น ทุกคนได้แต่ถอนหายใจ หากพวกเขารับฟังซูเหลียนเซียนตั้งแต่แรกก็ดีแล้ว.

"ท่านพ่อ"ใบหน้าของซูเจิ้งเต๋อที่มองซูเหลียนเซียนด้วยความละอาย เพราะการตัดสินใจที่พลาดพลั้งของเขา เป็นเหตุให้เหล่าญาติ ๆ แม้แต่ไท่จื่อ สายโลหิตตระกูลซูทั้งหมดถูกทำลาย ไม่มีวิธีอื่นอีกแล้ว เขาในเวลานี้ไม่กล้าที่จะตัดสินใจอะไรเลย.

บรรพชนซูเองก็ถอนหายใจยาวจ้องมองไปยังซูเหลียนเซียนพร้อมกับกล่าวออกมาว่า"เหลียนเซียน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว."

ซูเหลียนเซียนไม่ต้องการที่จะรับหน้าที่นี้เลยแม้แต่น้อย แต่ในเวลานี้ มันกลับอยู่ในวิกฤติเกินกว่าที่เขาจะปฏิเสธได้.

"อืม ขั้นแรกจะต้องปิดกั้นข่าวทั้งสองนี้ก่อน เพื่อป้องกันขวัญกำลังใจของทหาร."ซูเหลียนเซียนกล่าว.

"ท่านพ่อโปรดวางใจเรื่องนั้น."ซูเจิ้งเต๋อที่กล่าวออกมาในทันที.

"จากนั้นให้จัดตั้งกองกำลังห้าหมื่นเคลื่อนที่หน้าไม้แปดแรงวัวมายังที่นี่ ให้นำมายังประตูทิศใต้ทั้งหมด เตรียมเข้าโจมตีจุดเดียวพร้อมกัน.

"นำหน้าไม้แปดแรงวัวมาอยู่ที่เดียวกันอย่างงั้นรึ?"ซูเจิ้งเต๋อที่สอบถามออกมาด้วยความสงสัย.

"ถูกแล้ว เมืองเสวียนนั้นเต็มไปด้วยคูน้ำ ขณะที่โจมตีเมืองนั้น ที่กำแพงเมืองย่อมมีมือธนูมากมาย และยังมีเหล่าคนทั่วไปที่ขว้างปาก้อนหิน การเข้าโจมตีไม่ง่ายเลย ทว่าพวกเราจะต้องใช้กำลังทั้งหมดทุ่มไปที่จุดเดียว เล็งไปที่ประตูเมือง การก่อสร้างกำแพงเมืองนั้นข้าเคยเห็นมาก่อน แต่หลายปีมานี้จงซานต้องสร้างมันขึ้นมาใหม่ ที่ด้านบนกำแพงมีน้ำมันร้อนที่สามารถเทลงมาหน้าประตูเมือง เป็นเครื่องมือที่ใช้ป้องการการโจมตีประตูเมือง พวกเราไม่สามารถที่จะเข้าไปทะลวงมันตรง ๆ ได้ จำเป็นต้องใช้หน้าไม้แปดแรงวัวอย่างเดียว ใช้หอกธนูขนาดใหญ่ยิงออกไป สักหลายพันลูก ยิงออกไปพร้อม ๆ กัน แน่นอนว่าจะสามารถทะลวงประตูได้อย่างรวดเร็ว."ซูเหลียนเซียนกล่าว.

"ครับ ข้าจะไปเตรียมการในทันที."ซูเจิ้งเต๋อกล่าวออกมาอย่างขึงขัง.

"เตรียมการให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยิ่งพวกเราโจมตีได้เร็วขึ้นก็จะยิ่งได้เปรียบเท่านั้น."ซูหลียนเซียนกล่าว.

"อืม."ซูเจ้งเต๋อที่รับคำสั่งในทันที.

หลังจากผ่านไปหกชั่วโมง ค่ายของเมืองเสวียนทิศใต้ กองกำลังสองแสนก็เปลี่ยนเป็นสามแสนห้าหมื่นในทันที ก่อนหน้านี้พวกเขาที่ได้บำรุงขวัญกำลังใจ พวกเขาด้วยสุราอาหาร ทำให้กองกำลังพวกเขามีความพร้อม ขุนพลอาวุโสที่ได้ทำการจัดทัพตั้งขบวนรอเพียงคำสั่งการเข้าโจมตีเท่านั้น.

ภายในกระโจมส่วนตัว มีคนสองคนที่ยืนอยู่.

ไท่ซ่างหวง ซูเหลียนเซียนและหวงตี้ ซูเจิ้งเต๋อ.

"ท่านพ่อ กองกำลังเตรียมพร้อมแล้ว ท่านต้องการให้ข้าทำอะไรต่ออีกรึ?"ซูเจิ้งเต๋อ ที่สอบถามออกมาด้วยความสงสัย.

เขาจ้องมองไปยังผู้ที่สืบทอดบัลลังก์ของเขาซูเจิ้งเต๋อ ซูเหลียนเซียนที่กล่าวออกมาอย่างจริงจัง "ข้าให้เจ้าเข้ามาหา เพียงแค่พูดคุยไม่ได้รึ?"

ซูเจิ้งเต๋อที่เปลี่ยนเป็นเงียบไปในทันที.

"ก่อนหน้านี้เจ้าไม่ฟังคำพูดของข้าจนทำให้สถานการณ์ออกมาเป็นเช่นนี้ ตอนนี้แม้ว่าพวกเราจะบุกกระหน่ำโจมตีเมืองเสวียน การบุกครั้งนี้ก็ใช่ว่าจะสำเร็จ เจ้าควรจะอยู่ทัพหลัง."ซูเหลียนเซียนที่กล่าวออกมาอย่างจริงจัง.

"ท่านพ่อ เมื่อพวกเราเปิดการโจมตีเต็มกำลัง จะต้องสามารถยึดเมืองเสวียนมาได้แน่ ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ยากลำบากขนาดนั้น ตราบเท่าที่พวกเรายึดเมืองเสวียนได้ ปัญหาทุกอย่างก็ง่ายที่จะจัดการ ดูเหมือนว่าท่านพ่อจะเป็นกังวลมากเกินไปหรือไม่?"ซูเจิ้งเต๋อที่กล่าวออกมาด้วยท่าทางประหลาดใจ.

"อืม ข้ารู้จักจงซานดีจนเกินไป เขาคืออัจฉริยะที่ยากจะมีคู่เปรียบ หลายปีมานี้ ข้าพยายามที่จะเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เขาเป็นคนที่ไม่สามารถดูแคลนได้ จงซานนั้นมีไพ่ในมือมากมาย พวกเราไม่สามารถแพ้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้า บางที ตระกูลซูของพวกเรามีเพียงแค่เจ้าเท่านั้น."ซูเหลียนเซียนที่จ้องมองไปยังซูเจิ้งเต๋อ.

"ท่านพ่อ พวกเราจะแพ้อย่างงั้นรึ?"ใบหน้าของซูเจิ้งเต๋อที่ไม่อยากเชื่อ.

"จงซานได้ทำลายสายโลหิตของพวกเราไปหมด ตอนนี้มีเพียงแค่พวกเรา ข้าตายได้ บรรพชนตายได้ ทว่าเจ้าตายไม่ได้ เพราะว่าเจ้าเป็นเพียงแค่คนเดียวที่เหลืออยู่ ที่พอจะสืบสายโลหิตของตระกูลซู เจ้าคือความหวังของพวกเรา หากครั้งนี้โชคร้าย ตราบเท่าที่เจ้าอยู่รอด แม้พวกเราถูกจงซานยึดอำนาจไปในครั้งนี้ก็ตาม ถึงแม้ว่าเขาจะมีบารมีมากกว่า แต่อาณาจักรต้าคุน เป็นของตระกูลซู เจ้าคือหวงตี้ ตราบเท่าที่เจ้ามีชีวิต ก็ยังมีโอกาสยึดครองมันกลับคืนมาได้ ทว่าอายุขัยของข้ามันไม่เพียงพอ บรรพชนเองก็มีอายุ 160 ปีแล้ว การจะทะลวงผ่านไปยังขั้นแกนทองแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย สำหรับตระกูลซูจึงมีเพียงเจ้าแล้ว."ซูเหลียนเซียนที่จ้องมองไปยังเขา.

ได้ยินคำพูดของซูเหลียนเซียนแล้ว หัวใจของซูเจิ้งเต๋อถึงกับบีบรัดแน่น ที่จริงท่านพ่อก็ไม่มั่นใจเลยทว่าก็ซ่อนความจริงดังกล่าวนี้จากบรรพชน.

"สงครามในครั้งนี้เพียงแค่ข้าและบรรพชนกับผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ ก็เพียงพอ ไม่มีเหตุผลให้เจ้าต้องเข้าร่วมศึกในครั้งนี้ ข้าที่หาเหตุผลเพื่อที่จะให้เจ้าออกมาจากสนามรบ ในเวลาเดียวกันก็สั่งให้เหว่ยเทียนจงคอยคุ้มครองเจ้า เขาที่ดูแลตำหนักมาหลายสิบปี เลี้ยงดูเจ้าตั้งแต่ยังเด็ก จะต้องคุ้มครองเจ้าได้แน่ จำเอาไว้ ต้องมีชีวิต เจ้าคือสายโลหิตสุดท้ายของตระกูลซูแล้ว."ซูเหลียนเซียนกล่าว.

"ครับ ท่านพ่อ."ดวงตาของซูเจิ้งเต๋อที่แดงระเรื่อ.

"เอาล่ะ บางทีมันอาจจะไม่แย่ขนาดนั้นก็ได้ สงครามครั้งนี้พวกเราอาจจะชนะและสังหารจงซานได้."ซูเหลียนเซียนที่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม.

"ครับ ท่านพ่อ บุตร ในเมื่อเป็นหวงตี้ ก็จะแสดงความภาคภูมิใจ ไม่ทำให้ท่านพ่อผิดหวังอย่างเด็ดขาด."

ซูเหลียนเซียนที่เผยยิ้มออกมาพร้อมกับตบเบา ๆ ไปที่ไหล่ของเขา การเตรียมการของเขาแค่นี้คงจะพอแล้ว.

ที่ด้านนอกกระโจม ขันทีเหว่ยที่แสดงความเคารพขณะที่เขาเดินออกมา.

"ไท่จง ถึงข้าได้สละบัลลังก์ไปแล้ว แต่เจ้าก็ยังอยู่รับใช้ตำหนัก ข้าเชื่อใจเจ้า เจิ้งเต๋อประมาทจนเกินไป หากมีอะไรเกิดขึ้นในวันนี้ หลังจากนี้ข้าต้องฝากฝั่งเจ้าแล้ว "ซูเหลียนเซียนที่เอ่ยปากกล่าวออกมา.

เห็นท่าทางของซูเหลียนเซียนแล้ว เหว่ยไท่จงพยักหน้ารับคำ."รับด้วยเกล้า."

ได้รับการฝากฝังจากซูเหลียนเซียนก่อนที่จะนำทัพออกศึก ทว่าหลังจากที่ซูเหลียนเซียนจากไปแล้ว ที่มุมปากของขันทีเหว่ยไท่จงนั้นยกขึ้นมาที่มุมปากด้วยท่าทางเหยียดหยัน.

ที่ด้านหน้ากองทัพนั้น บรรพชนซูได้นำเหล่าผู้ฝึกตนจากสี่ตระกูลใหญ่ ขี่ม้าศึกพร้อมออกรบแล้ว พวกเขาเพียงแค่รอซูเหลียนเซียนเท่านั้น.

ซูเหลียนเซียนที่ขี่ม้าศึกออกมาช้า ๆ .

บรรพชนซูที่ขมวดคิ้วไปมาและกล่าวว่า"เจิ้งเต๋อและขันทีเหว่ยล่ะ?"

"บรรพชน สงครามในครั้งนี้แค่ข้าและคนอื่นก็เพียงพอที่จะชนะแล้ว ข้าได้ให้เจิ้งเต๋อนำทหารหนึ่งแสนนาย ประจำการอยู่ที่นี่ เพื่อป้องกันพวกศัตรูหลบหนีมา และคอยเฝ้ามองภาพรวมของสงครามด้วย การที่เขาอยู่ที่นี่นับว่าเป็นเรื่องดีแล้ว ต้องไม่ลืมว่าเขาคือหวงตี้ของอาณาจักรต้าคุน จำเป็นต้องอยู่บำรุงขวัญกองทัพ."ซูเจิ้งเต๋อกล่าว.

คำตอบของเขาดูไม่สมเหตุสมผลนัก ทว่าบรรพชนตระกูลซูเองก็ไม่ได้ซักถามอะไรออกไป จากนั้นก็พยักหน้าให้.

"เคลื่อนทัพ."ซูเหลียนเซียนที่คำรามเสียงดัง.

"ครืน ๆ  ๆ ."

กองกำลัง 250,000 คำรามเสียงดัง พร้อมกับเคลื่อนทัพตรงไปยังเมืองเสวียน นำโดยผู้ฝึกตนเซียนเทียนสิบคน พวกเขาที่ควบม้าศึกไปด้านหน้า วันนี้จะต้องยึดเมืองเสวียนให้ได้.

กองกำลังหลักนั้นได้พุ่งตรงไปยังประตูเมืองทิศใต้เมืองเสวียน ทว่าในเวลานี้ ซูเจิ้งเต๋อที่อยู่ศูนย์บัญชาการ พร้อมกับอยู่ลั่นกลองรบด้วยตัวเองเพื่อส่งกองทัพที่กำลังออกรบ.

ภายใต้การกระทำของเขา ขันทีเหว่ยจ้องมองอย่างเย็นชา ที่มุมข้าง ๆ ของศูนย์บัญชาการ.

เมืองเสวียน จงซานที่อยู่บนหอคอย ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจจดจ้องมองไปยังกองกำลังมากมายที่กำลังรวมตัวอยู่ที่ด้านหน้าประตูทิศใต้.

ในเมืองนั้นได้มีการเตรียมการมากมายเอาไว้แล้ว สงครามในครั้งนี้จงซานมั่นใจว่าจะต้องได้รับชัยชนะ ถึงแม้ว่าเขาจะมีนักรบ 30,000 และทหารอีก 8 พัน แต่จงซานก็มั่นใจว่าเพียงแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ทั่วเมืองเสวียนนั้น หลายสิบปี ได้ทำการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมากมาย แตกต่างจากเมืองธรรมดาทั่วไปเป็นอย่างมาก.

กองกำลังที่เคลื่อนทัพมานั้น ตอนนี้ได้ประจำการอยู่ด้านนอกคูน้ำแล้ว.

สิบผู้ฝึกตนระดับเซียนเทียน ที่ควบม้าศึกมาหยุดในทันที ซึ่งห่างออกไป 40 เมตรจากคูน้ำ คูน้ำนั้นมีความสูงราว ๆ ห้าเมตรห่างออกไปจากกำแพงเมือง และที่บนกำแพงเมืองนั้นมีธนูไฟที่พร้อมยิงออกมา หากพวกเขาเข้าใกล้คูน้ำ จะต้องถูกยิงด้วยธนูไฟอย่างแน่นอน และบนกำแพงเมืองยังมือมือธนูอีกมากมายประจำการอยู่ ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ทว่าหากเข้าใกล้กำแพงเมืองก็สามารถสร้างความเสียหายได้ไม่น้อยเลย.

นอกจากนี้ที่ด้านหน้าประตูเมืองนั้นเดิมทีมีสะพานพาด ตอนนี้ถูกชักขึ้นด้วยคำสั่งของจงซาน แล้วพวกเขาจะผ่านเข้าไปอย่างไร?

หน้าไม้แปดแรงวัวที่มีติดตั้งที่ฝั่งตรงข้าม สามารถใช้งานได้ทุกเมื่อ.

เหล่าผู้ฝึกตนระดับเซียนเทียนเมื่อจ้องมองภาพเหตุการณ์ที่อยู่ด้านหน้า ภายในหัวใจรู้สึกโกรธเกลียดขึ้นมาทันที คาดไม่ถึงเลยว่าการป้องกันเมืองเสวียนนั้นจะหนาแน่นแข็งแกร่งขนาดนี้.

"ซูเหลียนเซียน ในที่สุดก็ตัดสินใจได้แล้วซินะว่าจะเข้าตีเมือง?"ที่บนหอคอยประตูเมืองนั้น จงซานที่แค่นเสียงกล่าวออกมาอย่างเย็นชา.

เหล่าผู้ฝึกตนระดับเซียนเทียนทั้งหมดต่างก็จ้องมองไปยังซูเหลียนเซียน เพราะว่าผู้บัญชาการทัพทั้งหมดคือซูเหลียนเซียนแล้ว ก่อนหน้านี้เขาก็เคยนำทัพสู่สนามรบด้วยตัวเองอยู่เป็นประจำ.

ซูเหลียนเซียนไม่ได้สนใจคำพูดของจงซาน ทว่าจ้องมองไปยังประตูเมืองที่มีขนาดใหญ่ด้านหน้า.

"สร้างสะพาน!"

ซูเหลียนเซียนที่คำรามออกมาเสียงดัง ในเวลานี้ เขาไม่ลังเลเลยที่จะใช้ทุกอย่างที่มี.

เหล่าทหารมากมายที่ลงมือตามคำสั่งของซูเหลียนเซียน.

"เฮ้!"

เสียงเฮโลของคนจำนวนมาก กองกำลังกลุ่มแรกที่ยกท่อนไม้ออกมาสร้างแพบนคูน้ำ พวกเขาทำงานอย่างรวดเร็ว ทหารกลุ่มสองก็เร่งรีบโยนแพน้ำต่อไปอย่างรวดเร็ว สร้างเป็นที่เหยียบเชื่อมต่อคูน้ำเพื่อให้กองกำลังพวกเขาเคลื่อนที่ไปได้.

"สหายเหลียนเซียนเจ้าร้ายกาจจริง ๆ  ก่อนหน้านี้ข้าก็สงสัยอยู่ว่านำแพไม้มาทำไม ไม่รู้เลยว่านำมาใช้เช่นนี้ ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้ว."ผู้ฝึกตนระดับเซียนเทียนคนหนึ่งที่เอ่ยออกมาด้วยความตื่นเต้น.

ด้วยแพไม้มากมาย ทำให้ทุกคนตื่นเต้น ตราบเท่าที่ติดตั้งแพไม้บนคู่น้ำเสร็จ สิ่งกีดขวางเช่นนี้ก็จะไร้ความหมาย.

"เพื่อใช้งานในวันนี้ แพไม้เหล่านี้ข้าได้เตรียมการมา 20 ปีแล้ว "ซูเหลียนเซียนที่กล่าวออกมาอย่างขึงขัง ใบหน้าท่าทางที่ยังไม่พอใจนัก แทนที่จะเป็นการกระทำที่ดูยอดเยี่ยม.

20 ปี เตรียมการที่จะบุกเมืองเสวียนมายี่สิบปีแล้วรึ? นอกจากนี้ยังได้ทำการสร้างอุปกรณ์ต่าง ๆ เอาไว้ล่วงหน้าแล้ว?

แม้ว่าเหล่าผู้ฝึกตนระดับเซียนเทียนจะรู้สึกพึงพอใจ ทว่าที่ไกลออกไป จงซานที่อยู่บนกำแพงเมือง กลับดูเหมือนว่าทั้งหมดเขาได้คาดการณ์เอาไว้แล้ว ที่มุมปากของเขาเผยยิ้มออกมาเล็กน้อยจนยากที่ใครจะสามารถมองเห็นได้.

จบบทที่ Chapter 98 ล้อมเมือง.

คัดลอกลิงก์แล้ว