เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 81 ไท่ซูจื่อ.

Chapter 81 ไท่ซูจื่อ.

Chapter 81 ไท่ซูจื่อ.


"ทุก ๆ ท่าน เชิญได้เลย."กงจูเฉียนโหยวที่เผยยิ้มออกมาอย่างนุ่มนวล.

กู่หลิน ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ  กำลังรู้สึกกระวนกระวายใจ นางกำลังทำอะไรกัน? ทำไมถึงได้เชิญชวนให้คนอื่นมาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์?

ดวงตาของจงซานถึงกับเป็นประกาย หญิงสาวคนนี้เป็นคนที่ฉลาดมาก!

"จงซาน พวกเราก็ลงไปหาจิตวิญญาณค่ายกลกันเถอะ."เทียนหลิงเอ๋อกล่าว.

"อืม."จงซานพยักหน้าให้กับเทียนหลิงเอ๋อ จากนั้นก็หันหน้าไปยังหยิงหลาน หยิงหลานที่ราวกับว่าเข้าใจอะไรบางอย่างกับสัญญาณที่จงซานส่งให้.

จงซานพบว่าเป่ยชิงซือกำลังเพ่งพิศคิดอะไรบางอย่างราวกับว่านางได้คำนวณอะไรอยู่ในใจ มีทั้งความดีใจและเป็นกังวลพร้อม ๆ กัน.

สองวันก่อนหน้านั้น จงซานที่ได้รับรู้บางสิ่งมา หลังจากที่เขาได้พูดคุยกับเป่ยชิงซือ กับสิ่งที่เป่ยชิงซือรู้ นางยังไม่ได้หลักฐานอะไรเลย ทว่าเป่ยชิงซือก็ยังต้องการหลักฐานเพื่อไปพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของบิดา ซึ่งจำเป็นต้องทะลวงค่ายกลแห่งนี้เข้าไปให้ได้ ซึ่งตามข้อมูลแล้วหลักฐานชิ้นแรกนั้นอยู่กับผู้ควบคุมค่ายกล ไท่ซูจื่อนั่นเอง.

นอกจากนี้ จากสายตาของเป่ยชิงซือแล้ว จงซานเชื่อว่านางสามารถค้นหาประตูที่ตั้งของไทซูจื่อได้.

"พวกเจ้าไม่ไปอย่างงั้นรึ?"กงจู่เฉียนโหยวที่จ้องมองไปยังกลุ่มของจงซาน.

จงซานที่กล่าวออกมาในทันที "อืม ชิงซือ พาพวกเราไปตรงนั้นที."

เป่ยชิงซือที่จ้องมองมายังจงซาน สายตาของนางที่แสดงท่าทางขอบคุณ ทว่าใบหน้าของนางยังคงสุขุมอยู่.

"อืม."เป่ยชิงซือพยักหน้า.

นางที่นำกระบี่เหินสีขาวออกมา จงซานที่นำหยิงหลานก้าวขึ้นไปบนกระบี่เหิน เทียนหลิงเอ๋อที่ขึ้นผ้าแพรไหมแดงของนางตามจงซานไป.

หุบเขาแห่งนี้มีพื้นที่กว้างเป็นอย่างมาก คนหลายร้อยคนก่อนหน้านี้ที่ลงไปด้านล่างได้เลือกเข้าไปยังประตูต่าง ๆ แล้ว.

จงซานที่อยู่บนกระบี่เหิน สังเกตเห็นปรากฏการณ์ที่แปลกประหลาด หลาย ๆ คนที่เข้าในประตู จากนั้นชั่วขณะหนึ่ง พวกเขาก็โผล่ออกมาอีกประตูหนึ่ง ทั้ง 80,000 ประตูนั้นดูเหมือนว่าจะมีการเชื่อมต่อกันอยู่อย่างแปลกประหลาด ดูเหมือนว่าเมื่อเข้าไปข้างใน พวกเขาก็จะโผล่ออกมายังอีกประตูหนึ่งได้.

จงซานรู้สึกประหลาดใจไม่น้อยที่เห็นเหตุการณ์ประหลาดด้านล่าง.

อย่างไรก็ตาม จงซานก็ไม่ได้ตื่นตระหนกแต่อย่างใด เขาที่ให้เป่ยชิงซือพุ่งตรงไปยังทิศทางหนึ่ง จงซานเชื่อว่าไม่ว่าอย่างไรเป่ยชิงซือย่อมพาเขาไปยังทิศที่ไท่ซูจื่ออยู่ได้อย่างแน่นอน.

ขณะที่พวกเขาลอยอยู่บนอากาศ มีสายตาสามคู่ที่จับจ้องมองมายังจงซาน.

คนแรกเป็น กงจูเฉียนโหยว นางค่อนข้างชื่นชมกับความสามารถของจงซาน แม้ว่าเขาจะยังอยู่ในขั้นแรกของการฝึกฝน แต่ก็มีความสามารถมากมาย นางต้องการที่จะรับจงซานมาทำงานให้กับนางอยู่ด้วยเหมือนกัน.

ส่วนอีกฝั่ง ชายในชุดสีขาวสองคน คนหนึ่งเป็นผู้เยาว์และชายวัยกลางคนอีกผู้หนึ่ง.

"ฉู่จิว เจ้าคิดว่าพวกเราสามารถหาจิตวิญญาณค่ายกลได้อย่างงั้นรึ?"ชายหนุ่มหัวเราะออกมา.

"เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับ กงจื่อแล้ว."ชายวันกลางคนกล่าว.

"เจ้าน่าจะเห็น คนผู้นั้นจัดการทหารต้นหญ้าได้อย่างง่ายดาย เขามีความข้าใจที่ยอดเยี่ยมในเพลงกระบี่ และความแข็งแกร่งของเขาก็อยู่ในระดับเดียวกับข้า เช่นนั้นข้าต้องการประลองกับเขา เจ้าไปหาประตูสักบานและปกป้องพื้นที่นั้นเอาไว้ ข้าจะประลองกับเขา."ชายหนุ่มที่กล่าวอย่างขึงขังราวกับว่าเขามีความสุขที่สุดหากว่าได้ต่อสู้กับคนที่แข็งแกร่ง.

"รับทราบ."ชายวัยกลางคนที่ตอบรับในทันที.

ที่บนยอดเขานั้น กู่หลินรู้สึกร้อนรนที่เห็นคนอื่น ๆ กำลังเริ่มค้นหาสำรวจประตูต่าง ๆ .

"เฉียนโยว พวกเราไม่ไปอย่างงั้นรึ?ไม่ใช่ว่าเจ้าต้องการจิตวิญญาณค่ายกลหรอกเหรอ?พวกเราต้องลงทุนลงแรงไปเท่าไหร่ก่อนหน้านี้?"กู่หลินที่สอบถามออกมาด้วยท่าทางกระวนกระวาย.

กงจูเฉียนโหยวที่ชำเลืองมองไปยังกู่หลินและทอดถอนใจ."มันจำเป็นต้องใช้เวลาสักพักในการผสานร่างเข้ากับจิตวิญญาณค่ายกล นอกจากนี้อาเอ้อได้ทำการบันทึกความทรงจำทุกอย่าง ที่เขาเห็นอยู่ คนเหล่านี้เข้าไปประตูหนึ่งแล้วออกไปประตูหนึ่ง พวกเราจำเป็นต้องตัดประตูที่ไม่ใช่ออกไป หากว่ามีประตูที่แท้จริงเมื่อพวกเขาไม่ทะลวงผ่านไปยังประตูอื่นขึ้นมาล่ะก็ เช่นนั้นก็จะพบไทซูจื่อที่แห่งนั้นได้.”

"เช่นนั้นพวกเราก็จะรีบไปยังประตูดังกล่าวเลยอย่างงั้นรึ?"กู่หลินที่อุทานออกมาท้ายที่สุดเขาก็เข้าใจ.

กงจูเฉียนโหยวที่ตอบกลับออกมาด้วยท่าทางรำคาญ."อืม."

"จงซาน พวกเราจะเข้าไปประตูบานใหนอย่างงั้นรึ?"เทียนหลิงเอ๋อที่บินตามเป่ยชิงซือและสอบถาม.

จงซานที่จ้องมองไปยังเป่ยชิงซือและตอบกลับมาว่า."พวกเราแค่ตามอาจารย์อาไป ก็จะพบไทซูจื่อได้."

"หืม?"เทียนหลิงเอ๋อที่ไม่อยากเชื่อเท่าใดนัก.

เป่ยชิงซือที่จ้องมองไปยังจงซานอย่างไม่ได้ตั้งใจ มีประกายแสงที่ไม่อยากเชื่อปรากฏขึ้นภายในดวงตาของนาง มีความประหลาดใจมากมายที่เกิดขึ้นในใจนาง.

ไม่นานหลังจากนั้นคนทั้งสี่ก็ร่อนลงไปยังหุบเขา ที่ด้านหน้านั้นมีประตูบานหนึ่ง.

"ไปกันเถอะ."เป่ยชิงซือกล่าว.

"อืม "จงซานพยักหน้าและนำหยิงหลาน เทียนหลิงเอ๋อตามนางไป และเวลาเดียวกันร่างแยกเงาของเขาก็กลับมาถึงร่างต้นพร้อมกับผสานเข้าเป็นหนึ่ง ก่อนที่จะเข้าไป.

คนทั้งสี่ที่ก้าวเข้าไปในประตูบานหนึ่ง.

ทันใดนั้นพื้นที่รอบ ๆ ก็เปลี่ยนไปอย่างแปลกประหลาด.

พื้นเหยียบที่โปร่งใส ด้านล่างเป็นเหวลึกสุดหยั่ง ทว่าพวกเขาไม่หล่นลงไปด้านล่าง บรรยากาศรอบ ๆ ที่ดูแปลกประหลาดมีจอภาพปรากฏอยู่เต็มไปหมดที่นี่คือศูนย์กลางของค่ายกลแปดประตูกุญแจทองอย่างงั้นรึ? ดูเหมือนว่าจะสามารถมองเห็นภาพทุกพื้นที่ราวกับว่าสามารถมองเห็นทุกอย่างที่อยู่ในค่ายกลได้เลย.

มีภาพที่ปรากฏเป็นคนมากมายที่เข้าไปในประตูที่แตกต่างกัน เหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในค่ายกล เทียนชาและสุ่ยจิงยังมีภาพของพวกเขาด้วย.

ที่แห่งนี้คือใจกลางของค่ายกล ดวงตามังกร.

ที่ใจกลางของพื้นที่นั้น มีชายชราที่กำลังนั่งสมาธิอยู่.

ชายชราในชุดสีเหลือง ทว่ารอบ ๆ ร่างกายของเขานั้นเต็มไปด้วยฝุ่น ผมของเขาเองก็เปรอะเปื้อนด้วยเช่นกัน ตำแหน่งตรงรักแร้เองก็เต็มไปด้วยเหงื่อที่เปียกโชก.

ชายชราที่เผยยิ้มออกมาให้กับกลุ่มของพวกเขา เป่ยชิงซือที่เดินตรงไปอย่างช้า ๆ  จงซานที่นำสองสาวเดินตาไปด้วยเช่นกัน.

"เหม็นจัง."เทียนหลิงเอ๋อที่โพล่งออกมาพร้อมกับเอามือบีบจมูก.

"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า."ชายชราที่หัวเราะออกเสียงดังในทันที.

"หลิงเอ๋อ "จงซานที่ขมวดคิ้วและกล่าวออกมา.

เห็นจงซานขมวดคิ้วไปมา เทียนหลิงเอ๋อที่แลบลิ้นเล็ก ๆ ด้วยท่าทางทะเล้น.

"สาวน้อยนั่น กล่าวความจริง เหม็นจริง ๆ  ข้าเองก็เหม็นมากด้วยเช่นกัน."

"อาวุโส หลิงเอ๋อยังเด็กและกล่าวออกไปอย่างไม่คิด ข้าหวังว่าท่านจะให้อภัย."จงซานที่กล่าวขอโทษแทนนาง จากข้อมูลที่ได้รวบรวมมาก่อนหน้านี้สองวัน จงซานรู้ได้ว่าไท่ซูจื่อนั้นกำลังจะตาย นี่คือสัญญาณของผู้ฝึกตนที่กำลังจะตายนั่นเอง อย่างไรก็ตาม คนที่กำลังจะตายนั้นอารมณ์จะรุนแรง บางคนอาจจะดูสุขุม บางคนก็โมโหร้าย จงซานไม่สามารถบอกได้เลยว่าไท่ซูจื่อผู้นี้เป็นคนเช่นใด ดังนั้นการอ่อนน้อมจึงนับว่าจะทำให้พวกเขาปลอดภัย.

"ข้าหาได้ใสใจ ข้ารู้สึกประหลาดใจที่เห็นพวกเจ้ามายังที่แห่งนี้ อย่าได้กังวล ข้าเองก็ต้องการจะหาใครบางคนเพื่อส่งต่อจิตวิญญาณค่ายกลและพวกเจ้าจะสามารถช่วยข้าบรรลุความต้องการได้ จิตวิญญาณค่ายกลนั้นจะต้องถูกส่งต่อไปยังรุ่นต่อไป .หนึ่งในพวกเจ้าทั้งสี่ใครต้องการจิตวิญญาณค่ายกลอย่างงั้นรึ?"ชายชราจ้องมองไปยังคนทั้งสี่ด้วยรอยยิ้ม.

จงซานยังคงเงียบ.

"อาวุโส ข้ามาที่นี่ไม่ได้ต้องการจิตวิญญาณค่ายกล ข้ามาที่นี่เพื่อหาของบางอย่างที่มีอยู่กับท่าน."เป่ยชิงซือกล่าวออกมาทันที.

"โอ้ว?"ชายชราที่หันหน้าจ้องมองไปยังเป่ยชิงซือด้วยท่าทางประหลาดใจ.

"ข้ามีนามว่าเป่ยชิงซือ บิดาของข้าคือเป่ยชิงเฟิง ถูกคนชั่วร้ายใส่ร้าย เขาได้นำสิ่งของบางอย่างฝากไว้กับท่าน โปรดช่วย มอบสิ่งของดังกล่าวเพื่อนำมาใช้กู้ชื่อเสียงของบิดาข้าด้วยเถอะ."เป่ยชิงซือกล่าว.

"เจ้าคือบุตรสาวของเป่ยชิงเฟิงอย่างงั้นรึ?ใช่ ถูกแล้ว ผมสีขาว คิ้วสีขาวนั่น ไม่คิดเลยว่าสายโลหิตตระกูลเป่ยยังคงมีชีวิตเหลืออยู่อีก ช่างน่าเศร้าแทนบิดาเจ้านัก โอ้ว เขาได้จากไปก่อนข้าซะแล้ว."ชายชราที่ค่อนข้างตื่นเต้นและเสียใจไปพร้อม ๆ กันขณะพูด.

เขาสะบัดฝ่ามือหนึ่งครั้ง ปรากฏตำราสีม่วงอยู่ในมือของเขา.

"ข้าเองก็ต้องการหาคนนำบันทึกนี้ไปให้กับเจ้าเช่นกัน ตอนนี้เจ้ามาที่นี่ด้วยตัวเอง เจ้ารับมันไปเถอะ ข้ายังจำได้ดีวันที่ข้าและชิงเฟิงต่างก็เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงเหมือนกัน มันเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำยิ่งนัก อย่างไรก็ตามข้าช่างไร้วาสนาที่ไม่ได้มีทายาทเช่นเขา."ไท่ซูจื่อที่ยืนตำราดังกล่าวออกมาพลางทอดถอนใจ.

เป่ยชิงซือที่จ้องมองไปยังบันทึกสีม่วง น้ำตาที่ไหลรินลงมาพร้อม ๆ กัน.

"ขอบคุณอาวุโสยิ่งนัก."เป่ยชิงซือที่จ้องมองไปยังบันทึกดังกล่าวและกล่าวออกมาด้วยความอัดอั้น เสียงสั่นเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกมากมาย.

"บิดาของเจ้าและข้าก็เหมือนกับพี่น้องกัน เจ้าเรียกข้าว่าต้าโป๋ได้."ไท่ซูจื่อที่จ้องมองไปยังเป่ยชิงซือ.

"ต้าโป๋."เป่ยชิงซือเรียกเขา.

大伯 Dàbó ลุง

"ดี ดีมาก ยอดเยี่ยม ก่อนที่ข้าจะตาย ยังได้พบกับหลานสาว สวรรค์ยังคงเมตตาข้าอยู่."ไท่ซือจู่ที่แสดงท่าทางตื่นเต้น.

"อ๋า?"เทียนหลิงเอ๋อที่เอ่ยออกมาด้วยความประหลาดใจ.

จงซานที่หันหน้ากลับไปเห็นนางที่ชี้ไปยังภาพ ๆ หนึ่งด้วยความตื่นเต้น ภาพดังกล่าวนั้นเป็นพื้นที่ด้านนอกของค่ายกล.

"มีอะไรอย่างงั้นรึ?"จงซานที่เอ่ยถามด้วยเสียงเบา ๆ .

"ข้าจำสถานะที่แห่งนั้นได้."เทียนหลิงเอ๋อที่กระซิบบอกเขา.

ส่วนอีกด้านหนึ่ง.

"ตอนแรกข้าต้องการหาใครสักคนเพื่อส่งมอบจิตวิญญาณค่ายกล ตอนนี้ในเมื่อหลานสาวข้าอยู่ที่นี่แล้ว จิตวิญญาณค่ายกลก็เป็นของเจ้า."ไท่ซูจื่อกล่าว.

"ไม่ ต้าโป๋ ข้าไม่ต้องการใช้จิตวิญญาณค่ายกลแต่อย่างใด มอบมันให้กับจงซานเถอะ."เป่ยชิงซือที่เก็บบันทึกและส่ายหน้าไปมา.

"จงซาน?"ไทซูจื่อหันหน้ากลับไปมองจงซาน.

เห็นชัดเจนว่าเป็นชื่อบุรุษ ดังนั้นจึงไม่ยากที่จะบอกว่าเป็นใคร.

ไท่ซูจื่อที่จ้องมองไปยังจงซานด้วยท่าทางประหลาดใจ หลังจากเพ่งพิศอยู่ชั่วขณะก็กล่าวออกมาว่า"เขามีพรสวรรค์ทางร่างกายที่แย่มาก เซียนเทียนระดับสี่เองอย่างงั้นรึ? แปลกมาก แปลกจริง ๆ ."

จงซานที่รู้ว่าพรสวรรค์ของเขานั้นแย่มาก ทว่าเขาก็ไม่จำเป็นที่จะกล่าวแย้งอะไรออกมา.

"จื๋อนวี่ เจ้ามั่นใจนะว่าต้องการมอบให้กับเขา?"ไท่ซูจื่อที่หันหน้ามามองเป่ยชิงซือด้วยสายตาที่ประหลาดใจ.

侄女(zhínǚ/จื๋อนวี่)หลานสาว(ลูกของพี่ชายหรือน้องชาย)

ทันใดนั้นใบหน้าของเป่ยชิงซือเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อนับว่าเป็นครั้งแรกของนางเลยก็ว่าได้.

"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า."ไท่ซูจื่อราวกับว่าเข้าใจได้ในทันทีก่อนที่จะหัวเราะเสียงดัง จากนั้นก็หันหน้าไปมองจงซานอีกครั้ง.

"ได้ เสี่ยวจื่อ ข้าจะมอบจิตวิญญาณค่ายกลนี้ให้กับเจ้า หวังว่าเจ้าจะไม่ทรยศหลานสาวของข้า."ไท่ซูจื่อกล่าว.

小子Xiǎozi ไอ้หนู  เด็กน้อย.หนุ่มน้อย.

"หืม?"จงซานที่สีไปที่จมูกตัวเองไปมา.

"ต้าโป๋ ท่านกล่าวกล่าวเช่นนั้นได้อย่างไร ท่านเข้าใจผิดแล้ว จงซานนั้นเป็นคนส่งข่าวที่ทำให้ข้ามาที่นี่ได้ ข้าติดหนี้เขา นอกจากนี้ข้าเองก็ไม่สนใจเกี่ยวกับการสงครามแต่อย่างใด ข้าเองไม่มีความจำเป็นที่ต้องใช้มันเลย."เป่ยชิงซือเร่งรีบอธิบายออกมาทันที.

"หืม? ดี."ไท่ซูจื่อที่พยักหน้าไปมา.

"อาวุโส."จงซานที่เอ่ยต่อไท่ซูจื่อทันที.

หลังจากที่แก้ไขความเข้าใจผิด ไท่ซูจื่อก็จ้องมองจงซานอีกครั้ง.

"จะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะส่งมอบให้กับนาง?"จงซานที่ชี้ไปยังหยิงหลาน.

จบบทที่ Chapter 81 ไท่ซูจื่อ.

คัดลอกลิงก์แล้ว