เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 65 ปราณเกราะกระบี่.

Chapter 65 ปราณเกราะกระบี่.

Chapter 65 ปราณเกราะกระบี่.


หยิงหลานทิ้งเครื่องหมายที่จะมีเพียงจงซานรับรู้ได้เอาไว้ที่บ้านของเมียวเซียนเหริน จากนั้นก็พาเทียนหลิงเอ๋อรีบเร่งจากไปในทันที พวกนางไม่มีเวลามากนัก จำต้องเตรียมการทุกอย่างเอาไว้ก่อนที่จะรอคอยเมียวเซียนเหรินที่บาดเจ็บกลับคืนมา.

ไม่ไกลออกไปมากนัก หยิงหลานพบสถานที่เหมาะต่อแผนการเป็นอย่างมาก มันอยู่บนเชิงเขาสูง ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่.

นางตรวจสอบสิ่งที่จงซานส่งเข้ามาในกำลังเก็บของของนาง มีหน้าไม้แปดแรงวัวที่สร้างขึ้นมาเป็นพิเศษและยังมีหอกลูกศรขนาดใหญ่อยู่เป็นจำนวนมาก.

"มันคืออะไรอย่างงั้นรึ?"

"นี่คือเครื่องยิงลูกศรหอกที่พวกเราใช้ต่อสู้ก่อนหน้านี้ที่คฤหาสน์จง."หยิงหลานอธิบาย.

"ลูกศรยักษ์เหล่านี้เพียงพอที่จะจัดการกับผู้ฝึกตนระดับเซียนเทียน ทว่าสำหรับคนที่อยู่ในระดับแกนทอง มันยังไม่เพียงพอ คนที่อยู่ในระดับแกนทองนั้นมีแก่นแท้ที่ทรงพลังมาก พวกเขาสามารถที่จะสร้างปราณเกราะกระบี่ขึ้นมาได้ ลูกศรยักษ์ไม่มีทางแม้แต่ผ่านปราณเกราะของพวกเขาไปได้ "เทียนหลิงเอ๋อที่กล่าวออกมาด้วยความเป็นกังวล.

"ใช้แล้ว เกราะปราณกระบี่นั่นแข็งแกร่งมาก ทว่ากู่เหยี่ยเหยี่ยจะต้องทำให้มันอ่อนแอลงได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ ไม่ใช่ว่าเจี่ยเจียมีหยกอักขระอีกสองชิ้นรึ?"หยิงหลานที่สอบถามออกไป.

"แม้ว่าจะมีหยกอักขระทว่ามันอาจจะใช้จัดการกับเจียงซือได้ ทว่ากับคนชั่วร้ายนั่นไม่ธรรมดาเหมือนกับเจียงซือ บางทีหยกอักขระสองอันอาจจะไม่พอ."เทียนหลิงเอ๋อที่กล่าวออกมาด้วยท่าทางเป็นกังวล.

"ไม่ ๆ  เมื่อเมียวเซียนเหรินกลับมานั้น เขาจะต้องได้รับบาดเจ็บกลับมาแน่ และนั่นก็จะเป็นโอกาสของพวกเรา."หยิงหลานตอบกลับ.

"อืม."เทียนหลิงเอ๋อทำได้แค่เพียงพยักหน้าเห็นด้วย.

หยิงหลานทำการติดตั้งหน้าแม้แปดแรงวัว ด้วยการได้รับการช่วยเหลือจากเทียนหลิงเอ๋อ จึงทำให้สามารถเหนี่ยวสายลูกศรยักษ์เหล่านั้นได้ในที่สุด.

จงซานยืนอยู่บนกระบี่เหินของเมียวเซียนเหรินขณะที่พวกเขามุ่งตรงไปยังทิศทางของเจียงซือ.

เมียวเซียนเหรินนั้นไม่ได้เร่งรีบอะไรนัก ในเมื่อสองสาวนั่นถูกเขาติดตั้งจิตวิญญาณติดตามเอาไว้แล้ว พวกนางไม่มีทางหนีไปใหนได้.

เมียวเซียนเหรินที่ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายจ้องมองไปยังศิษย์น้องด้านหน้าของเขา สมบัติวิเศษเหรอ? เจ้าต่างหากที่เป็นสมบัติวิเศษตั้งแต่เริ่มแล้ว.

จงซานที่สามารถสัมผัสได้ว่าเมียวเซียนเหรินที่กำลังจับจ้องมองเขาที่ด้านหลัง ด้วยประสบการหลายปีทำให้เขามีจิตใจที่มั่นคงไม่สะทกสะท้านกับการเผชิญหน้ากับอันตราย.

"ตรงนั่น ศิษย์พี่ พวกเราควรที่จะลงจอดตรงนั้นและเดินเข้าไปเพื่อไม่ให้พวกมันรู้ตัว นอกจากนี้ข้ายังอยู่ในระดับเซียนเทียน ยังต้องปลดปล่อยของเสียออกจากร่างกายสักหน่อย ท่านช่วยรอข้าสักพักได้หรือไม่?."จงซานที่กล่าวออกมาด้วยท่าทางเขินอาย.

รอชั่วครู่?เพื่ออะไร? ไปห้องน้ำอย่างงั้นเหรอ เมียวเซียนเหรินที่เห็นจงซานแสดงท่าทางเขินอายก่อนที่จะพยักหน้าให้และนำกระบี่เหินร่อนลงพื้น.

เป็นป่าขนาดเล็กและเมียวเซียนเหรินเห็นทุกอย่างรอบ ๆ ได้อย่างชัดเจน จงซานที่เร่งรีบวิ่งเข้าป่าไป.

"อายอะไรกัน?เจ้าไม่ใช่ผู้หญิงสักหน่อย."เมียวเซียนเหรินแค่นเสียง.

"ข้ากลัวว่ากลิ่นของข้ามันจะไปแปดเปื้อนศิษย์พี่เข้า."จงซานกล่าวขณะที่วิ่งเข้าป่าไป.

เมียวเซียนเหริ่นที่หรี่ตามองเห็นจงซานที่วิ่งเข้าไปหลบที่หลังต้นไม้ใหญ่ เขาพยายามจะหนีอย่างงั้นรึ?ชิ เขาไม่มีความสามารถพอที่จะหนีแน่นอน.

ด้วยการเงี่ยหูฟัง เขาสามารถได้ยินเสียงน้ำกระฉูดที่หลังต้นไม้ได้.

หลังจากนั้นไม่นาน จงซานก็ออกมาจากหลังต้นไม้ด้วยรอยยิ้ม.

"ศิษย์พี่ พวกเราข้ามภูเขาไปอีกลูกก็จะเห็นแล้ว "จงซานที่กล่าวออกมาต่อเมียวเซียนเหรินที่รออยู่.

เมียวเซียนเหรินพยักหน้า แม้ว่าเขาจะมีท่าทางสงสัยอยู่เล็กน้อย ทว่าในเมื่อจงซานกลับมาแล้ว เขาก็คลายความสงสัยทั้งหมดทิ้งไป.

ด้วยการนำทางของจงซาน เมียวเซียนเหรินก็ถูกนำพาตรงขึ้นไปบนยอดเขา เพียงแค่ไม่นานพวกเขาก็ขึ้นไปบนยอดเขาและหายไปลับตา.

กลับมายังเชิงเขาที่สองคนอยู่ก่อนหน้านี้อยู่ ป่าที่จงซานได้เข้าห้องน้ำก่อนหน้า จงซานอีกร่าง ก็ค่อย ๆ โผล่ออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่.

หากว่าเมียวเซียนเหรินยังอยู่ ดวงตาเขาคงจะเบิกกว้างแทบถลนออกมาด้วยความตื่นตะลึงแน่.

จงซาน ยังมีจงซานอีกคนอย่างงั้นรึ?มันจะเป็นไปได้อย่างไร?

แน่นอนว่านี่คือจงซานอีกร่าง และเป็นร่างหลักที่ซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ใหญ่นั่น ขณะที่ร่างแยกเงานั้นได้พาเมียวเซียนเหรินตรงไปยังหุบเขาที่มีเจียงซืออยู่.

ร่างจริงของจงซานที่ชำเลืองมองไปยังทิศทางที่เมียวเซียนเหรินจากไปพร้อมกับร่างเงา จากนั้นเขาก็เร่งรีบกลับไปยังทิศก่อนหน้าในทันที.

ร่างเงานั้นมีทักษะพิเศษมากมายหลายอย่างสามารถหลีกหนีจากอันตรายได้ดีกว่าร่างต้น.

ร่างแยกเงาที่ไปหยุดอยู่ที่ด้านนอกหุบเขาและชี้ไปยังใจกลางบอกเมียวเซียนเหริน.

ชายในชุดดำที่ยังคงถือหัวใจในมือและบริกรรมคาถาบางอย่างอยู่เหมือนเดิม มีเจียงซือทองแดงจำนวน 24 ตนอยู่รอบ ๆ ร่างกายของเขา.

อักษรรูนมากมายที่กำลังหมุนวนพลุ้งพล่านสว่างจ้า กระจายตัวไปรอบ ๆ  ดูแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก.

เมียวเซียนเหรินที่จ้องมองจากที่ไกลออกไปดวงตาเบิกกว้างเป็นประกาย จับจ้องมองไปยังหัวใจดังกล่าวนั่น.

เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไรเช่นกัน ทว่าเขาสามารถสัมผัสได้ถึงพลังปิศาจที่มากมายแม้ว่าจะอยู่ไกลออกมาขนาดนี้ เมียวเซียนเหรินเกิดความต้องการจะเอาหัวใจนั่นมาเป็นของตนให้ได้.

แต่ถึงกระนั้นแม้ว่าจะโลภอยากได้เป็นอย่างมาก ทว่าเมียวเซียนเหรินก็ไม่วู่วาม เขายังคงวิเคราะห์สถานการณ์อย่างละเอียด คนผู้นี้เป็นใคร? ทำไมถึงมีของวิเศษนั่นในมือ? เขามีพลังฝึกตนระดับใด? เขาจะสามารถแย่งชิงมาได้หรือไม่?

เขาที่คิดใคร่ครวญอยู่ชั่วขณะ ก่อนที่จะหันไปหาจงซาน ราวกับว่าเขาต้องการที่จะสอบถามเกี่ยวกับความแข็งแกร่งคนผู้นี้กับจงซาน.

จงซานที่รอคอยอยู่ชั่วขณะ ทันใดนั้นเขาก็สอบถามออกมาในทันที "ศิษย์พี่ ท่านคิดว่า เจียงซือทองแดงนี้แข็งแกร่งหรือไม่?"

"เจียงซือทองแดง?"เมียวเซียนเหรินที่จ้องมองไปยังเจียงซือทั้ง 24 ตนก่อนที่จะขมวดคิ้วไปมา.

"ใช่แล้ว ศิษย์พี่สามารถที่จะจัดการเจียงซือเหล่านั้นได้หรือไม่?"จงซานกล่าว.

"ไร้สาระ เจียงซือกระจอก ๆ  ถึงพวกมันจะมีผิวหนังและกระดูกเป็นทองแดง แต่ก็ไม่มีอะไรสำหรับข้า สิ่งที่ข้าต้องการรู้คือความแข็งแกรงของชายชุดดำนั่น เจ้าเคยเห็นเขาโจมตีออกมาหรือไม่?"เมียวเซียนเหรินที่สอบถามออกมาด้วยเสียงที่จริงจัง.

"ข้าไม่รู้ความแข็งแกร่งของชายชุดดำ อย่างไรก็ตามข้าได้สังเกตและวิเคราะห์ชายคนนี้มาสักพักแล้ว."จงซานที่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม.

"โอ้ว?"

"ข้ามั่นใจว่าชายคนนั้นกำลังฝึกฝนวิชาหรือทำพิธีกรรมบางอย่างที่เฉพาะเป็นอย่างมาก เขาไม่สามารถออกไปจากแท่นบูชานั่นได้ ผ่านมาหลายชั่วโมงจนข้ากลับมา เขาก็ยังนั่งอยู่ที่เดิมไม่ไปใหน หรือจะบอกได้ว่า ในเวลานี้เขาอยู่ในสภาวะอ่อนแอไม่สามารถขยับได้นั่นเอง."จงซานกล่าว.

"อืม."เมียวเซียนเหรินพยักหน้า.

"นอกจากนี้ เขามีเพียงแค่ 24 เจียงซือที่เขาสามารถควบคุมได้ เช่นนั้นความแข็งแกร่งของเขา..."จงซานที่แสดงเหตุผลและหยุด.

"เช่นนั้นความแข็งแกร่งของเขาน่าจะเหนือกว่าเจียงซือทองแดงเล็กน้อย."เมียวเซียนเหรินที่กล่าวออกมากับความคิดเห็นที่จงซานไม่ได้กล่าว.

"ศิษย์พี่ช่างเปี่ยมด้วยปัญญา ความแข็งแกร่งของเขานั้นจะต้องน้อยกว่าศิษย์พี่ นอกจากนี้ เขายังขยับไปใหนไม่ได้ ศิษย์พี่ พวกเราควรจะเอาหัวใจปิศาจนั่นมาหรือไม่?"จงซานที่กล่าวออกมาด้วยความกระตือรือร้น.

เมียวเซียนเหรินที่กลืนน้ำลายช้า ๆ จ้องมองไปยังชายชุดดำ เขายังคงไม่สามารถตัดสินใจ เขาเชื่อว่าถึงแม้ว่าเขาจะยังไปไม่ถึงระดับสูงสุดของขั้นแกนทอง ทว่าเขาก็ยังทรงพลังกว่าทุกคนที่อยู่ในระดับต่ำกว่าขั้นก่อตั้งวิญญาณเพราะว่าเขารู้วิชาหงหลวน อย่างไรก็ตาม การต้องเผชิญหน้ากับคนที่ไม่รู้จักนั้น เขาจึงจำเป็นต้องระวังตัวเอาไว้ให้มาก.

จงซานที่เฝ้ามองอยู่ด้านข้าง เขาขมวดคิ้วไปมา คาดไม่ถึงเลยว่าเมียวเซียนเหรินจะระวังตัวขนาดนี้ ดูเหมือนว่าเขาจะต้องเพิ่มโอกาสให้กับเขาสักหน่อย.

"ศิษย์พี่ แม้ว่าข้าจะไม่แข็งแกร่งเท่ากับท่าน ทว่าข้ายินดีที่จะออกไปหยั่งเชิงพวกมันเพื่อท่าน."จงซานที่เสนอความคิดออกมาทันที.

"เจ้านะรึ?"เมียวเซียนเหรินจ้องมองไปยังจงซานด้วยท่าทางประหลาดใจ.

เมียวเซียนเหรินนั้นสามารถบอกถึงความแข็งแกร่งของจงซานได้ เขายังก้าวไปไม่ถึงระดับเซียนเทียนขั้นสุดท้ายด้วยซ้ำ เขาต้องการออกไปจริง ๆ รึ? มันก็ไม่ต่างจากการที่เขาขอออกไปโดนสังหาร? กับสิ่งที่จงซานเสนอตัวเช่นนี้สร้างความงงงวยต่อเมียวเซียนเหรินเป็นอย่างมาก.

เมียวเซียนเหรินที่จ้องมองอย่างสงสัย จงซานที่เติมเต็มความปรารถนาของเขา เขาที่ก้าวผ่านตรงเข้าไปในหุบเขา.

เพียงแค่เขาก้าวเข้าไปเพียงแค่สองก้าวเท่านั้น ชายที่ถือหัวใจอยู่ก็ลืมตาขึ้นมาในทันที จิตสังหารที่หนักหน่วงกำลังแผ่ออกมาจากดวงตาของเขา.

ชายคนดังกล่าวนี้จดจำจงซานได้ในทันที รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก เจียงซือไม่ได้สังหารเขาไปอย่างงั้นรึ?

จงซานสามารถมองเห็นประกายแสงสีเขียวของปิศาจที่กระพริบไปมาจากระยะไกล เขากำลังพยายามจะทำอะไรกัน?

ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม จงซานก็ไม่มีทางเลือกแล้วมีแต่ต้องมุ่งตรงไปยังด้านหน้าเท่านั้น.

ชายชุดดำที่บริกรรมคาถาอะไรบางอย่าง ทันใดนั้นเจียงซือทองแดงห้าตนเร่งรีบพุ่งตรงไปหาจงซานทันที ก่อนที่ชายชุดดำจะหันหน้ามามองเมียวเซียนเหริน.

เมื่อเขาเห็นเมียวเซียนเหริน ชายชุดดำที่ขมวดคิ้วแสดงท่าทางโกรธเกรี้ยวขึ้นมาในทันที.

เมียวเซียนเหรินคาดไม่ถึงเลยว่าจงซานจะพุ่งออกไปเช่นนั้น เขาคิดว่าจงซานกำลังจะฆ่าตัวตายชัด ๆ  อย่างไรก็ตามเขาจะปล่อยให้จงซานตายไปอย่างงั้นรึ?เป็นไปไม่ได้.

เมียวเซียนเหรินที่ไม่สามารถมองเห็นจงซานตายได้ ในชั่วพริบตา ที่ห้าเจียงซือพุ่งเข้ามาหาจงซาน.

แขนสิบข้างของพวกมันพร้อมจะฉีกจงซานไปนั้น.

"ฟิ้ว ฟิ้ว..."

แทบจะในเวลาเดียวกัน ปราณกระบี่นับร้อยก็พุ่งออกไปยังเจียงซือทั้งห้าตนที่กระโดดมายังจงซาน.

"ตูมมม ตูมมม ตูมมมม....."

ปราณกระบี่ที่กระแทกเข้าไปยังร่างของเจียงซือทำให้พวกมันชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่พวกมันจะเปลี่ยนทิศทางตรงไปยังทิศของเมียวเซียนเหริน.

จงซานที่ขยับและหลบเลี่ยงอย่างรวดเร็ว.

ห้าเจียงซือที่พุ่งตรงมายังเมียวเซียนเหริน เมียวเซียนเหรินเวลานี้ได้ปล่อยปราณกระบี่สีชมพู ซึ่งเป็นปราณกระบี่แผ่กระจายออกไปรอบ ๆ  ก่อนที่จะรวมตัวเป็นกระบี่ที่มีความยาวมากกว่าสิบจ้าง.

มีความยาวสิบจั้งเลยรึ? จงซานที่จ้องมองอยู่ข้าง ๆ  ไม่ ๆ  นั่นไม่ใช่กระบี่ แต่เป็นพลังปราณที่มีรูปร่างเหมือนกับกระบี่ยาว ปราณเกราะกระบี่!

จงซานที่เข้าใจได้อย่างแจ่มแจ้ง เขาเองก็เป็นผู้ใช้ทักษะดาบเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นดาบหรือกระบี่ เมื่อผสานปราณแท้ลงไปในอาวุธ จะสามารถสร้างปราณพลังงานออกมาได้ อาจจะเรียกได้ว่าภูติกระบี่ก็ได้ ซึ่งในระดับโหวเทียนนั้นไม่สามารถทำได้ จะทำได้เมื่อก้าวไปถึงระดับเซียนเทียน เมื่อสามารถสร้างปราณแท้ขึ้นมาเท่านั้น ทว่าการจะสร้างมันขึ้นมาเป็นรูปเป็นร่างจนแยกออกมาได้นั้น ต้องหลังจากที่สามารถสร้างแกนแท้ได้ ปราณกระบี่ถึงจะสามารถแยกออกมาเป็นภูติกระบี่ได้ หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งก็คือการสร้างรูปลักษณ์ของปราณกระบี่จำเป็นต้องมีแกนแท้นั่นเอง.

ทว่าสำหรับระดับแกนทองแล้ว นอกจากจะสร้างปราณเกราะกระบี่ขึ้นมาได้ ยังสามารถปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ของมัน หนำซ้ำยังเป็นพลังงานที่บริสุทธิ์เป็นอย่างมาก เป็นพลังที่แข็งแกร่งทรงพลัง และยิ่งสำหรับผู้ฝึกตนที่ทรงพลังมาก ๆ แล้วนั้นสามารถสร้างปราณเกราะกระบี่ได้ถึงร้อยจ้างได้เลย.

จบบทที่ Chapter 65 ปราณเกราะกระบี่.

คัดลอกลิงก์แล้ว