เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 59 ไม่มีใครรอด.

Chapter 59 ไม่มีใครรอด.

Chapter 59 ไม่มีใครรอด.


*** วิชาดาบสวรรค์กายเทพสุริยัน.

กระบวนท่า ทลายภูเขาสวรรค์! ==>ฟันตรงลงมาจากบนด้านล่าง

กระบวนท่า ฟันทลายสรรพสิ่ง! ==>เหวี่ยงฟันจากด้านข้าง

ใบหน้าของบรรพชนเฉียนที่กลายเป็นสีม่วงยิ่งขึ้นกว่าเดิม และพิษได้กระจายไปทั่วร่างของเขาแล้ว เขาที่ต้องใช้ปราณแท้เพื่อยับยั้งพิษไว้ ทว่าก็ทำได้แค่เพียงชั่วคราวเท่านั้น เขาพร้อมจะล้มได้ทุกเมื่อหากไม่รีบขจัดพิษออกจากร่างกาย พลังของเขาเวลานี้ก็ลดลงเรื่อย ๆ  แม้ว่าเขาจะอยู่ในระดับสูงสุดของระดับเซียนเทียน ทว่าเมื่อไม่สามารถโคจรแกนแท้ได้อย่างต่อเนื่อง ก็ยากที่จะทำอะไรจงซานได้.

จงซาน ถึงแม้ว่าจะเพิ่มพลังเป็นสองเท่าด้วยทักษะกายาเทพอสูร ก็ยังไม่สามารถจัดการบรรพชนเฉียน.

"ซี ๆ  ๆ "

บรรพชนเฉียนที่ตัดเสื้อผ้าของจงซานออก จงซานถึงกับดวงตาเบิกกว้าง พวกเขาต่อสู้มาระยะเวลาหนึ่งแล้ว ไม่สามารถที่จะปล่อยเวลาให้นานกว่านี้ได้อีกแล้ว.

วิชากายาเทพอสูรระดับสอง.

พลังจงซานเพิ่มเป็นสามเท่า จงซานใช้ดาบยักษ์ฟันออกไป.

กระบวนท่า ฟันทลายสรรพสิ่ง!

พลังที่เปี่ยมไปด้วยจิตสังหาร หนักหน่วงพุ่งออกไป.

"ตูมมมมมมมมม!"

พลังเหวี่ยงที่ทรงพลังกระแทกบรรพชนเฉียน กระเด็นออกไปด้านหลัง เส้นผมที่ร่วงหล่นเนื่องจากพลาดจากศีรษะของเขาเพียงนิดเดียว.

บรรพชนเฉียนที่จ้องมองไปยังจงซานด้วยท่าทางไม่อยากเชื่อ ทำไมจงซานถึงสามารถเพิ่มพลังได้ในพริบตาอย่างงั้นรึ?เป็นไปไม่ได้?ทำไมเขาถึงได้มีพลังเช่นนี้?ไม่ใช่ว่าเขาเพิ่งก้าวผ่านระดับเซียนเทียนเมื่อปีที่แล้วหรอกรึ? ประมุขเฉียนได้กล่าวเอาไว้ว่าพรสวรรค์ของจงซานนั้นต่ำเตี้ย พัฒนาการช้ายิ่งกว่าคนอื่น นี่เรียกว่าช้าอย่างงั้นรึ?

"ย๊าก ๆ  ๆ  ๆ "

กระบวนท่า ทลายภูเขาสวรรค์!

ดาบยักษ์ที่ตวัดฟันจากบนลงล่าง บรรพชนเฉียนที่ใช้กระบี่ของเขาขวางเอาไว้ อย่างไรก็ตามพลังทำลายนั้นเกินกว่าที่เขาคาดการณ์มาก.

พลังทำลายที่กระแทกให้บรรพชนเฉียนถึงกับต้องคุกเข่า ใบหน้าที่กลายเป็นสีม่วงเข็มขึ้นยิ่งกว่าเดิม.

กระบวนท่า ฟันทลายสรรพสิ่ง!

"ซี่ ๆ  ๆ  ๆ "

"อ๊าก ๆ  ๆ  ๆ ."

บรรพชนเฉียนร้องโอดโอย โลหิตพุ่งกระฉูด แขนซ้ายที่ขาดออกด้วยดาบของจงซาน.

"ตูมมมมมม"

จงซานกระแทกกระบี่บรรพชนเฉียนลอยออกไปอย่างแรง.

การต่อสู้ได้ปิดฉากแล้ว.

จงซานยกดาบขึ้น เตรียมปลิดชีวิตของบรรพชนเฉียน.

"ช้าก่อน รอก่อน!"บรรพชนเฉียนที่ร้องออกมาด้วยความกลัว ความตายได้มาเยือนเข้าแล้ว เขาเวลานี้ได้อยู่ปากเหวแห่งความตายแล้ว.

ตาย? เขากำลังจะตาย? บรรพชนเฉียนยิ่งมีอายุมาก ก็ยิ่งหวาดกลัวความตาย ชีวิตที่แขวนบนเส้นด้ายกำลังจะขาดแล้ว จงซานไม่คิดจะฟังเขาเลยอย่างงั้นรึ?

"วิ้ง ๆ  ๆ  ๆ !"

ชั่วระยะเวลาสุดท้าย จงซานที่ยั้งดาบฝันร้ายอยู่ด้านหน้าของบรรพชนเฉียน.

เขาจ้องมองไปยังบรรพชนเฉียน ชายที่ได้ก้าวไปถึงจุดสูงสุดของระดับเซียนเทียน เขาถูกพิษ เสียแขนและไร้ซึ่งอาวุธ.

จงซานไม่ได้สังหารเขาในทันที เขาชำเลืองมองไปยังบรรพชนเฉียนที่ไร้การป้องกัน สำหรับจงซานแล้ว ถึงแม้ว่าจะเป็นอุจาระมันก็ยังมีประโยชน์.

"อย่าสังหารข้า ได้โปรดอย่าสังหารข้า."บรรพชนเฉียนที่กล่าวออกมาด้วยเสียงที่สั่นเทา.

"เจ้าคงไม่พยายามที่จะเกลี้ยกล่อมข้าเพราะว่าเจ้าเป็นบรรพชนหรอกนะ ในเมื่อเจ้าเลือกที่จะเป็นศัตรูของข้า เช่นนั้นเจ้ามีแต่ต้องตายเท่านั้น มีสิ่งใดที่จะกล่าวเป็นคำสุดท้ายอย่างงั้นรึ?"จงซานชำเลืองมองไปยังเขา.

บรรพชนเฉียนที่รู้สึกเบาใจที่จงซานยั้งดาบไว้ จงซานไม่สังหารเขา เช่นนั้นคงจะพอต่อรองได้.

"ข้ามีมุกคงหลิง ข้าขอใช้มุกคงหลิงแลกกับชีวิตข้า."บรรพชนเฉียนกล่าวออกมาทันที.

"โอ้ว?"จงซานที่เพ่งพิศไปยังบรรพชนเฉียน.

"ซี่ ๆ  ๆ "

ที่ไกลออกไปนั้น ทวนของจ้าวโส่วเซี่ยงทะลวงไปยังอกด้านขวาของจ้าวตานเฉิน ทะลวงเข้าปอดของเขา จ้าวตานเฉินก็พ่ายแพ้ไปในทันที.

"พรึด ๆ  ๆ  ๆ "

จ้าวโส่วเซียงที่ดึงทวนของเขาออกมา พร้อมกับเล็งไปยังคอหอยของเจ้าตานเฉิน.

"อย่าสังหารข้า ได้โปรดอย่าสังหารข้า."

จ้าวตานเฉินที่หวีดร้องด้วยความหวาดกลัว เขาไม่คาดคิดเลยว่าเพลงทวนของจ้าวโส่วเซียงนั้นจะร้ายกาจขนาดนั้น เขาไม่สามารถต้านทานได้เลยแม้แต่น้อย.

"ครืนนนนนน"

อีกฟากหนึ่งของสวน เกิดเสียงดังสนั่น คลื่นความร้อนที่รุนแรงที่พัดผ่านออกไปรอบ ๆ  ทุกคนที่จ้องมองออกไปก็เห็นเทียนหลิงเอ๋อที่ใช้หยกอักขระ เผาทุกอย่าง กระแทกไปยังบรรพชนตระกูลหลีที่ดำเกรียมไปทั่วร่างทว่าเขาก็ยังมีชีวิตอยู่ เทียนหลิงเอ๋อที่ใช้ผ้าแพรไหมสีแดงพันร่างบรรพชนหลีเอาไว้ รัดแน่นจนเขาไม่สามารถขยับร่างได้เลย.

"ฮึ."เทียนหลิงเอ๋อแค่นเสียง แสดงท่าทางดีใจ.

ผู้บุกรุกทั้งสามพ่ายแพ้และถูกจับเอาไว้.

"ข้ามีมุกคงหลิง ข้าขอแลกกับชีวิตของข้า."บรรพชนเฉียนที่กล่าวย้ำอีกครั้ง.

จงซานจะยอมรับอย่างงั้นรึ? แม้แต่เจ้าตานเฉินและบรรพชนหลีเองก็ไม่อยากเชื่อเช่นกัน ที่เขาจะยอมรับ.

อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องที่ประหลาดมาก จงซานพยักหน้า.

บรรพชนหลีและเจ้าตานเฉินจ้องมองดูอย่างเย็นชา พวกเขาคาดการณ์ว่าจงซานได้มุกคงหลิงแล้ว เขาจะต้องกลับมาสังหารบรรพชนเฉียนอย่างแน่นอน.

เพียงแค่สะบัดมือหนึ่งครั้ง บรรพชนเฉียนก็นำมุกคงหลิงออกมา ก่อนที่จะโยนไปยังจงซาน สำหรับบรรพชนเฉียนแล้ว นี่คือโอกาสที่เหลืออยู่.

เป็นเรื่องที่เกินกว่าจะเข้าใจได้ คนอื่น ๆ ที่กำลังจงมอง จงซานที่รับมุกคงหลิงและชักดาบกลับมา พร้อมทั้งถอยออกมาด้วย.

สร้างความตื่นตะลึงให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก จงซานปล่อยบรรพชนเฉียนไปอย่างงั้นรึ?แม้แต่บรรพชนเฉียนเองก็ไม่อยากเชื่อเช่นกัน เขาที่เข้าไปเก็บแขนที่ขาดออกบนพื้น ชำเลืองมองจงซานอีกครั้ง ก่อนที่จะกระโดดขึ้นหลังคา เขาจ้องมองลงมาด้านล่างอีกครั้งราวกับไม่อยากเชื่อว่าจะถูกปล่อยตัวไป เขาจ้องมองไปยังจงซาน มีสายตาที่โกรธเกลียดมากมาย จากนั้นก็หันหน้ากลับและวิ่งหนีอย่างรวดเร็ว.

บรรพชนตระกูลหลีที่ตะโกนออกไปทันทีหลังจากที่เขาเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น.

"ข้ามีมุกคงหลงด้วยเหมือนกัน ข้าขอแลกกับชีวิตของข้า."บรรพชนหลีตะโกน.

ท่าทางไม่แยแสก่อนหน้านี้ดูราวกับว่ามีความหวัง เมื่อเห็นบรรพชนเฉียนถูกปล่อยตัว เขาเองก็ต้องการจะแลกกับอิสระเช่นกัน.

"หลิงเอ๋อ."จงซานที่กล่าวกับนาง.

"อืม."เทียนหลิงเอ๋อที่คลายผ้าแพรแดงของนางออกไป.

บรรพชนหลีที่นำมุกคงหลิงออกมาก่อนที่จะเร่งรีบโยนมันออกไปให้จงซาน เขากระโดดขึ้นหลังคา ร่างกายของเขาที่ได้บาดเจ็บไม่น้อยและเร่งรีบวิ่งหนีเพื่ออกจากคฤหาสน์จงให้เร็วที่สุด.

หลังจากที่ได้มุกคงหลิงมาสองอันแล้ว จงซานที่หันมายังจ้าวตานเฉินที่ยังคงเหลืออยู่.

จ้าวโส่วเซียงจ้องมองมายังจงซานด้วยความสงสัย ทำไมจงซานปล่อยศัตรูไปเพียงแค่มุกคงหลิงอย่างงั้นรึ?นี่ไม่เท่ากับปล่อยเสือเข้าป่าหรอกรึ?

"ข้ามีมุกคงหลิงด้วย ปล่อยข้าไป."เห็นสองคนที่เป็นอิสระ จ้าวตานเฉินก็กระทำตามเช่นกัน.

ด้วยการสะบัดมือ จ้าวตานเฉินก็โยนมุกคงหลิงไปให้จงซาน ด้วยหวังว่าตัวเองจะปลอดภัย อย่างไรก็ตามทวนของจ้าวโส่วเซียงก็ยังชี้ไปที่คอของเขา.

"ข้าตกลงที่จะปล่อยเจ้า ทว่าเขาไม่."จงซานที่รับมุกคงหลิงลูกที่สามมาและเผยยิ้มออกมาอย่างนุ่มนวล.

จ้าวตานเฉินถึงกับผวา นี่เขาเร่งรีบมอบมุกคงหลิงออกไปอย่างงั้นรึ?

"ข้ายังมีสิ่งอื่น สมบัติวิเศษ ตราบเท่าที่เจ้าปล่อยข้า พวกมันเป็นของเจ้า "จ้าวตานเฉินที่ยังคงกล่าวออกมาพร้อมกับกุมหน้าอกตัวเองด้วยความเจ็บปวด.

"เจ้าสังหารอาสองของข้า ความแค้นในครั้งนี้ไม่สามารถนำสมบัติวิเศษใด ๆ มาแทนได้."จ้าวโส่วเซียงหรี่ตามอง แค่นเสียงอย่างเย็นชา เห็นได้ชัดเจนว่าเขาเต็มไปด้วยความเกลียดชังจ้าวตานเฉินไม่สามารถที่จะยอมปล่อยเขาไปง่าย ๆ .

"ไม่ ไม่ ข้ายังมีข้อมูลสำคัญ มันเพียงพอที่จะแลกกับชีวิตของข้าได้."จ้าวตานเฉินที่กล่าวออมมาในทันที.

จ้าวโส่วเซียงเผยยิ้มอย่างเย็นชา."ข้อมูล? ก็ได้ ลองบอกมา ดูซิว่ามันจะล้ำค่าเพียงพอที่จะซื้อความเกลียดชังของข้าได้รึไม่?"

"ได้ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ประมุขของเจ้าได้เดินทางออกมาจากสำนักทวนเหล็กใช่หรือไม่?"จ้าวตานเฉินกล่าวออกมาในทันที.

จ้าวโส่วเซียงที่ขมวดคิ้วไปมา เพ่งพิศไปยังจ้าวตานเฉิน ด้วยรังสีฆ่าฟันที่รุนแรง.

"ในวันข้างหน้านั้น หมู่บ้านกระบี่พิสุทธิ์ สำนักหมื่นอสูร และสำนักหุบเขาเทียนโหยว พวกเขากำลังจะร่วมมือกันบุกสำนักทวนเหล็กเพื่อที่จะปล้นเหมืองศิลาวิญญาณ."จ้าวตานเฉินกล่าวออกมาอย่างรีบเร่ง.

"หืม หมู่บ้านกระบี่พิสุทธิ์เป็นพันธมิตรกับพวกเรา ทำไมพวกเขาต้องร่วมมือกับฝั่งมารด้วย?"จ้าวโส่วเซียงที่จ้องมองด้วยความโกรธไปยังเขา.

"ทุก ๆ คนพูดของข้าเป็นความจริง ข้ามาจากสำนักหมื่นอสูรและนี่คือความลับที่อาจารย์ของข้าบอกข้ามา เขาบอกข้าว่าจะทำการบุกสำนักทวนเหล็กภายในยี่สิบวันนี้."จ้าวตานเฉินที่เร่งรีบโยนกระดาษคำสั่งสีทองไปให้กับจ้าวโส่วเซียง.

จ้าวโส่วเซียงที่เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งก่อนที่จะนำกระดาษสีทองนั้นมาอ่านอย่างระเอียด เป็นความจริงเหมือนดังจ้าวตานเฉินกล่าว.

จ้าวโส่วเซียงที่ขมวดคิ้วไปมา.

"ว่าอย่างไร มันแลกกับชีวิตข้าได้หรือไม่?"จ้าวตานเฉินกล่าวออกมา.

จ้าวโส่วเซียงขมวดคิ้วไปมาก่อนที่จะชักทวนของเขากลับมา.

จ้าวตานเฉินลุกขึ้น จ้องมองไปยังจงซาน จ้าวโส่วเซียงและเทียนหลิงเอ๋ออีกครั้ง ตอนนี้เขาไม่รอช้า ขณะที่เขากระโดดขึ้นไปบนหลังค้านั้น.

"ฟิ้ว!"

เสียงแหลมเล็กที่ฉีกอากาศดังออกมาจากสวนที่ไกลออกไป.

ได้ยินเสียงดังกล่าวแล้ว แม้ว่าจะไม่ดังมากแต่ก็ทำให้ขนทั่วร่างของจ้าวตานเฉินลุกชันทั่วร่าง ราวกับว่าความตายกำลังมาเยือนเขาแล้ว.

"ปัง ปัง....."

หอกธนูสี่สิบคันที่พุ่งออกมา แปดคันที่ทะลวงมายังร่างจ้าวตานเฉิน.

แม้แต่บรรพชนตระกูลซุนขณะมีพลังเต็มเปี่ยมยังถูกปักติดกำแพง จ้าวตานเฉินเวลานี้ได้รับบาดเจ็บไม่น้อย ไม่สามารถที่จะหลีกหนีจากชะตากรรมนี้ได้เลย.

"ปังงงงง!"

จ้าวตานเฉินถูกยิงปักกำแพงไปอีกคน.

ส่วนสองคนที่หนีไปก่อนหน้านี้ บรรพชนหลี ถูกเผาไปทั่วร่างด้วยหยกอักขระของเทียนหลิงเอ๋อ เพียงแค่พริบตาเดียวเท่านั้นกระบี่สีม่วงก็พุ่งมา เขาไม่สามารถสังเกตเห็นได้เลย ด้วยอาการบาดเจ็บหนักและกำลังดีใจจนประมาทที่ถูกปล่อยตัวมา.

กว่าจะตระหนักได้ แขนของเขาก็ถูกตัดขาดไปข้างหนึ่งแล้ว เขาที่หันหน้าจ้องมองเห็นชายในชุดดำ ถือกระบี่สีม่วง.

บรรพชนหลีนับว่าเป็นคนที่ร้ายกาจมาก เขาที่ได้รับบาดเจ็บทว่ายังสามารถรอดได้จากการลอบโจมตีของอันหวง ทว่าการโจมตีดังกล่าวนั้นได้ถูกดึงดูดจากป้อมปราการไม่ไกลจากคฤหาสน์จง.

ภายใต้การสั่งการจากใครบางคนที่คฤหาสน์จง เหล่าผู้คุ้มกันก็ยิงหน้าไม้ออกมาในทันที.

"ปัง ปัง ปัง....."

อันหวงที่ขวางเส้นทางการหลบหนีของบรรพชนหลี ทำให้เขากลายเป็นเป้าถูกยิงไปทั่วร่าง ตายไปในทันที.

อันหวงเองก็หายไปในความมืดทันทีเช่นกัน.

ส่วนอีกสถานที่หนึ่ง บรรพชนเฉียนที่วิ่งไปจนถึงกำแพงเมือง เขาที่หายใจหอบ ๆ อย่างเบาใจซึ่งเขาไม่ได้ตรวจสอบเลยว่ามีใครตามมาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ขณะที่เขากำลังพักหายใจอยู่นั้น ชั่วระยะเวลานั้นกระบี่ยาวก็พุ่งตรงมา ซึ่งมันปรากฏออกมาจากเงาของเขา

"พรึด ๆ  ๆ !"

กระบี่ที่น่าหวาดกลัวนั่นทะลวงเข้าไปยังหัวใจของบรรพชนเฉียน ก่อนที่เขาจะตาย เขาคิดแต่เพียงว่าเขาได้วิ่งเข้ามาพบเจอกับปิศาจตนหนึ่ง.

เงาสีดำที่ทะลวงร่างของบรรพชนเฉียน ก่อนที่จะฉกกำไลเก็บของและเคลื่อนที่หายไป ยังคฤหาสน์จงราวกับภูติผี.

จบบทที่ Chapter 59 ไม่มีใครรอด.

คัดลอกลิงก์แล้ว