เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 55 การกลับมาของหยิงหลาน.

Chapter 55 การกลับมาของหยิงหลาน.

Chapter 55 การกลับมาของหยิงหลาน.


กู่เหยี่ยเยี่ย? เทียนหลิงเอ๋อรู้สึกราวกับฝันอยู่ กู่เหยี่ยเยี่ย? นางเรียกจงซานว่ากู่เหยี่ยเยี่ย?เรียกเขาว่าเหยี่ยเยี่ยอย่างงั้นรึ?

เทียนหลิงเอ๋อถึงกับยืนเซ่อรู้สึกเป็นปฏิปักษ์อยู่ไม่น้อย ราวกับว่านางกลายเป็นไม่มีตัวตนทันที จากนั้นก็จ้องมองไปยังหญิงสาวผู้นี้.

หยิงหลานยังคงกอดคอของจงซาน พร้อมกับถูร่างไปมา ใบหน้าที่มีความสุข ราวกับว่าต้องการให้จงซานเอาเปรียบ เทียนหลิงเอ๋อรู้สึกไม่ยินดีอย่างไม่มีเหตุผล.

ทำไมไม่รู้เหมือนกัน เทียนหลิงเอ๋อไม่ชอบผู้หญิงคนนี้ขึ้นมา เมื่อเห็นนางใกล้ชิดจงซาน ถึงแม้ว่าจะเป็นหลานของเขาก็ตามที.

"อืม ๆ  กลับมาก็ดีแล้ว."จงซานกล่าวออกมาด้วยท่าทางมีความสุข.

"จงซาน จงซาน "เทียนหลิงเอ๋อที่กล่าวออกมา นางที่ต้องการให้จงซานปล่อยหยิงหลาน อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าจงซานไม่ต้องการปล่อยหยิงหลาน ทว่าเป็นหยิงหลานที่ไม่ปล่อยเขาต่างหาก.

จงซานหลังจากที่ได้ยินเสียงของเทียนหลิงเอ๋อที่ด้านหลังของเขา "เอาล่ะ ๆ  หยิงหลาน ปล่อยได้แล้ว."

"ไม่"หยิงหลานยังคงดื้อรั้น.

คำพูดของหยิงหลานนั้น ทำให้เทียนหลิงเอ๋อหายใจหนัก ไม่รู้ทำไมว่านางจะต้องรู้สึกไม่ดีขนาดนี้กัน.

"จงซาน."เทียนหลิงเอ๋อที่กล่าวออกมาอีกครั้ง.

จงซานเองภายในใจรู้สึกมีความสุข ทว่าเทียนหลิงเอ๋อที่อยู่ด้านหลังที่ร้องเรียกเขา เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะแสดงความสุขของครอบครัวที่ได้พบหน้ากัน.

"เอาล่ะ หยิงหลาน ข้ากำลังจะหายใจไม่ออกแล้ว."จงซานกล่าว.

"เช่นนั้นข้าปล่อยก่อนก็ได้."หยิงหลานตอบ.

จงซานที่เผมยิ้มแบบเก้ ๆ กัง ๆ เหมือนกัน.

"อืม หยิงหลาน เจ้าไปพักก่อน ข้ามีแขกอยู่ที่นี่."จงซานที่ส่ายหน้าไปมา.

"อืม ก็ได้."หยิงหลานไม่อยากปล่อยมือจากจงซานนัก หลังจากที่ปล่อยมือออกมา อย่างไรก็ตาม ทันใดนั้นมือทั้งสองข้าของนางก็ล็อกไปที่คอของเขาอีกครั้ง.

การกระทำของหยิงหลานนั้นทำให้เทียนหลิงเอ๋อรู้สึกหัวร้อนขึ้นมาทันที ทว่านางก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ทำได้แค่ทำตัวให้เป็นปรกติที่สุด และถามออกไปว่า "จงซาน นางเป็นใคร?"

ทุก ๆ คนคงบอกได้ว่าน้ำเสียงของนางในเวลานี้แสดงท่าทาอารมณ์ไม่ดีนัก.

เห็นท่าทางของเทียนหลิงเอ๋อ และท่าทางของหยิงหลานแล้ว ทำให้ใบหน้าของจงซานกลายเป็นห่อเหี่ยว จากตอนแรกที่ดีใจตื่นเต้น "หยิงหลาน เป็นหลานสาวของน้องชายกุยเอ๋อนะ."

เห็นใบที่เปลี่ยนไปของเขา หยิงหลานสัมผัสได้ถึงความเศร้าใจของจงซานได้ ทันใดนั้นก็เปลี่ยนมาคล้องแขนกัดแกว่งมือซ้ายของจงซาน.

กุยเอ๋อ? ภรรยาของจงซานนะรึ? หลานสาวของน้องชายกุยเอ๋อเหรอ?เทียนหลิงเอ๋อจ้องมองไปยังหยิงหลานด้วยความประหลาดใจ นางที่หยุดถามคำถามไว้ทันทีที่เห็นท่าทางของจงซานที่ดูเศร้าสร้อยขึ้นมา.

"กู่เหยี่ยเยี่ย กู่ไหนไหนจากไปแล้ว อย่าได้โศกเศร้าไปเลย พวกเราจะแก้แค้นให้กับนางในวันข้างหน้า."หยิงหลานที่คล้องแขนของจงซานเอาไว้.

姑奶奶Gūnǎinai  เป็นคำที่บุคคลในครอบครัวของแม่ใช้เรียกลูกสาวที่แต่งงานออกไปแล้ว

จงซานที่หันหน้าไปหาหยิงหลานและพยักหน้าให้ด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน เขายกมือขวาขึ้นลูบศีรษะของหยิงหลานด้วยความเอ็นดู.

หยิงหลานที่มีความสุขเป็นอย่างมาก ที่จงซานแสดงท่าทางเอ็นดูนาง บนใบหน้าของจงซานนั้นดูอ่อนโยนเป็นอย่างมาก ทว่าอีกฝั่งเทียนหลิงเอ๋อกลับดูไม่ดีนัก นางที่จ้องมองมายังหยิงหลาน สายตาของนางรู้สึกขุ่นเคืองใจไม่น้อย ปากของนางที่เม้มแน่น พ่นลมออกจมูกฮึดฮัด.

"กู่เหยี่ยเยี่ย กู่ไหนไหนเป่าเอ๋อนางกลับมารึยัง?"หยิงหลานที่สอบถามออกไปอีกคำ.

"เจ้ายังจำเป่าเอ๋อได้อย่างงั้นรึ?"จงซานที่จ้องมองนางด้วยความสงสัย.

"เมื่อครั้งที่นางจากไปนั้นแม้ข้ายังเด็ก ทว่าข้าก็จำได้ นอกจากนี้ เมื่อข้าจากบ้านตอนอายุสิบสอง ท่านยังเคยเอ่ยถึงกู่ไหนไหนเป่าเอ๋ออยู่เลย ข้าต้องจำได้แน่นอน."

"บางทีนะ นางคงจะกลับมาเร็ว ๆ นี้."จงซานที่เผยยิ้มอย่างขมขื่นออกมา.

หยิงหลานเข้าใจดีนางที่หยุดถามอีกหลังจากที่เห็นท่าทางของจงซาน นางหันหน้ามามองเทียนหลิงเอ๋อที่กำลังหัวร้อนอยู่ข้าง ๆ .

"กู่เหยี่ยเยี่ย นางคือภรรยาใหม่ของท่านอย่างงั้นรึ?"หยิงหลานลองถามหยั่งเชิง.

"ข้า ข้าไม่ "เทียนหลิงเอ๋อที่โพลงออกมาทันที บนใบหน้าแสดงท่าทางโกรธต่อหยิงหลาน.

จงซานที่จ้องมองไปยังเทียนหลิงเอ๋อ ก่อนที่จะส่ายหน้าไปมาพร้อมกับรอยยิ้ม "ไม่ใช่หรอก."

ได้ยินคำพูดว่าไม่ จากจงซาน ทำไมไม่รู้ภายในใจของเทียนหลิงเอ๋อรู้สึกรัดแน่น ตลอดจนสายตาของหยิงหลานที่เป็นประกายฉายแสง รอยยิ้มที่เฉิดฉายที่ได้คำตอบนั่น ราวกับเป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยชัยชนะของนาง ทำให้เทียนหลิงเอ๋อต้องกัดฟันแน่นทีเดียว.

"ไปจัดเตรียมงานเลี้ยงมังกรทอง คฤหาสน์จงจะทำการเฉลิมฉลองและมอบรางวัลให้กับทุกคน."จงซานที่กล่าวออกไปสั่งการบ่าวไพรที่อยู่บริเวณทางเดิน.

"ครับนายท่าน "ชายคนหนึ่งที่ตอบรับและเร่งรีบจากไปในทันที.

งานเลี้ยงมังกรทองคืองานเลี้ยงระดับสูงสุดของคฤหาสน์จง เป็นการเฉลิมฉลองที่หยิงหลานกลับมา.

ในวันนั้นภายในคฤหาสน์จงทุกคนต่างก็มีความสุข จงซานที่ให้รางวัลกับบ่าวไพร่ทุกคนพร้อมกับอาหารที่ยอดเยี่ยมในงานเลี้ยงมังกรทอง.

ภายในห้องโถงคฤหาสน์ขนาดใหญ่ตระกูลจงนั้น บนโต๊ะแปดโต๊ะ บนโต๊ะนั้นมีอาหารหลากหลาย ทว่ามีเพียงแค่จงซาน หยิงหลานและเทียนหลิงเอ๋อเท่านั้นภายในห้องโถงแห่งนี้ หยิงหลานที่ถืออาหารต่าง ๆ ในมือ พร้อมกับเลือกอาหารต่าง ๆ จากโต๊ะทั้งหมดที่นางชอบเท่านั้น เทียนหลิงเอ๋อเองนี่เป็นครั้งแรกที่จ้องมองตาโต มีอาหารมากมายนับไม่ถ้วน กินเพียงแค่สามคนเองเหรอ?

หยิงหลานเป็นคนที่ร่าเริงเป็นอย่างมาก นางที่เลือกอาหารมากมาย ก่อนที่จะนำมาส่งให้จงซาน ก่อนที่จะพูดคุยเป็นระยะ คอยเอาอกเอาใจจงซานไม่ห่าง.

จงซานเองก็รู้สึกมีความสุข ราวกับว่าสมาชิกในครอบครัวได้กลับมาพร้อมหน้า ส่วนเทียนหลิงเอ๋อที่เห็นหยิงหลานคลอเคลียจงซานไม่ห่าง ภายในใจรู้สึกขุ่นเคืองไม่จางหาย ทว่าก็ไม่ได้แสดงมันออกมา.

....

ที่ลานพักของเหล่าผู้ฝึกตนจากสี่ตระกูลใหญ่ที่ได้เข้ามาปรึกษาหารือกันอีกครั้ง.

"ตามที่สายสืบพวกเรารายงานมา มีงานเลี้ยงใหญ่เกิดขึ้นที่คฤหาสน์จง ทุกคนรู้ไหมว่าเขากำลังทำอะไรกัน?"ประมุขจ้าวที่ขมวดคิ้วกล่าวออกมา.

"ยากที่จะอธิบายความคิดของจงซานได้ ทำไมเขามาจัดงานเลี้ยงในเวลานี้กัน?ไม่รู้เหรอว่าพวกเรารวมตัวกันอยู่ที่นี่?"ประมุขตระกูลเฉียนที่ขมวดคิ้ว.

"ด้วยความสามารถของเขาแล้ว ต้องรู้อยู่แล้ว่าพวกเราอยู่ที่เมืองเสวียนแล้ว."ประมุขตระกูลจ้าวกล่าว.

"เขาได้เชิญคนอื่นมาช่วยเขาสู้อย่างงั้นรึ?"ประมุขตระกูลเฉียนออกความเห็น.

"ช่วยเขาสู้อย่างงั้นรึ?ใครกันที่เขาสามารถเชิญมาได้?นอกจากนี้ที่การแข่งขันชุมนุมประตูมังกร เขาเหลือเพียงแค่บุตรบุญธรรมคนเดียว จงเทียนเท่านั้น ที่เข้าไปในสำนักเซียน ส่วนพวกเรานั้นมีกันตั้งสี่คนและยังมีบรรพชนทั้งสี่อีก เขาจะไปหาใครได้."ประมุขตระกูลจ้าวกล่าว.

"จะอย่างไรการจะจัดการจงซานนั้น พวกเราจะประมาทไม่ได้."ประมุขเฉียนกล่าว.

"ถูกแล้ว."ประมุขตระกูลจ้าวพยักหน้า.

...

หลังจากงานเลี้ยงจบแล้ว ภายในห้องส่วนตัวที่คฤหาสน์จง.

มีคนเพียงสองคนภายในห้อง หนึ่งคือจงซานอีกคนก็คือหยิงหลาน ที่ด้านหน้าบนโต๊ะนั่งซึ่งมีกาน้ำชาและแก้วชาสองใบวางอยู่บนโต๊ะ.

หยิงหลานที่ทำกำลังรินน้ำชาอยู่.

"กู่เหยี่ยเยี่ย มันเป็นเรื่องที่แปลกจริง ๆ  สถานที่รถไฟของท่านผ่านไปนั้นได้พาข้าไปยังอีกโลกหนึ่งอย่างงั้นรึ?ที่นี่มีอยู่ด้วยกันเพียงแค่หกประเทศรวมอาณาจักรต้าคุนแล้ว ทว่าที่นั้นก็มีอยู่ด้วยกันห้าประเทศเช่นกันและพวกเขาก็ต่อสู้กันไม่หยุดหย่อน."หยิงหลานที่ครุ่นคิดขมวดคิ้วไปมาก่อนที่จะยื่นแก้วน้ำชาไปให้กับจงซาน.

"มันไม่ใช่โลกอื่น เป็นเพียงดินแดนปุถุชนอีกแห่งที่อยู่แยกออกไปจากแนวเขาสูงที่กั้นที่นี่เอาไว้ ยกเว้นสำนักเซียนและพวกเราเท่านั้น คนปรกติทั่วไปนั้นไม่สามารถผ่านแนวเขาที่ใหญ่โตนั่นไปได้."จงซานตอบและรับแก้วน้ำชามา.

"กู่เหยี่ยเยี่ย ท่านช่างน่าอัศจรรย์ใจจริง ๆ ."หยิงหลานที่จ้องมองจงซานด้วยความชื่นชม.

จงซานที่เผยยิ้มออกมา "เจ้าที่ถูกส่งไปอยู่ท่ามกลางสงคราม เป็นสงครามที่ได้จัดเตรียมไว้ให้เจ้าฝึกฝน ที่นั่น เจ้าจัดการอะไรไปบ้าง?"

"กู่เหยี่ยเยี่ย เป็นเพราะว่าท่านอยู่ที่นั่น รัฐเหลียวถึงสามารถกลายเป็นศูนย์กลางของทั้งห้ารัฐได้ ทว่าหลังจากที่ท่านจากไปนั้น อาณาจักรก็ตกต่ำลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับล่มสลายภายในเวลาไม่กี่ปี วันนั้น เมื่อข้ามีอายุสิบหกปี ข้าได้ใช้ป้ายหยกที่ท่านให้มา เดินทางไปยังคฤหาสน์ที่ท่านเคยอยู่ หลังจากนั้นก็มีคนไปแจ้งหวงตี้(ฮ่องเต้) เขาเร่งรีบวิ่งมาหาข้าแม้แต่รองเท้ายังไม่ใส่ หวงตี้ชรายังได้ขอร้องข้าให้เป็นคนนำทัพ จากนั้นข้าก็ได้กลายเป็นแม่ทัพใหญ่."หยิงหลานที่อธิบายเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น.

จงซานที่เผยยิ้มให้กับนางและยกแก้วชาขึ้นจิบ.

"คนที่อยู่ในรัฐเหลียวนั้น ดูเหมือนว่าจะเห็นกู่เหยี่ยเยี่ยเป็นดั่งวีรบุรุษ พวกเขาไม่สนใจด้วยซ้ำว่าข้ามีอายุเพียงแค่สิบหกปี แม้แต่แม่ทัพใหญ่ยังเชื่อฟังข้า ข้าที่ได้รับอำนาจทางทหารและนำกองทัพเข้าต่อสู้ในสงคราม."

"เจ้าเป็นหญิงสาวนำทัพออกรบ คนอื่นว่าอย่างไรบ้าง?"จงซานกล่าว.

"แน่นอน แม้ว่าเหล่าแม่ทัพนั้นจะเชื่อฟังข้า ทว่าก็ยังมีทหารหลายคนที่ไม่ยอมรับ ทว่าไม่ว่าอย่างไร เพียงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น พวกเขาก็จำต้องเชื่อฟังข้า รัฐเหลียวนั้นต้องต่อสู้กับรัฐอื่น ๆ อีกสี่รัฐและอยู่ในภาวะเพลี่ยงพล้ำ ทว่าหลังจากที่ข้าได้รับชัยในสงครามเพียงไม่กี่ครั้ง จากนั้นก็ไม่มีใครกล้าบ่นอะไรอีกเลย."หยิงหลานที่กล่าวอย่างภาคภูมิ.

"จริง ๆ รึ?"จงซานที่เผยยิ้มอย่างนุ่มนวล.

"มันแน่นอนอยู่แล้ว ข้าเรียนรู้ทุกอย่างจากท่าน แม้พวกเขาไม่เชื่อข้า ทว่าก็เชื่อท่านอย่างสุดหัวใจ หลายปีมานี้ ข้าได้พารัฐเหลียวก้าวไกล กว่าในอดีตหลายสิบปี เหล่ารัฐทั้งสี่เองก็ถูกตีโต้ถอยกลับไป ตอนนี้รัฐเหลียวทรงพลังเป็นอย่างมาก หากว่าข้ายังอยู่ที่นั่น ตอนนี้คงจะสามารถทำลายล้างกองกำลังของทั้งสี่รัฐพลังทลายไปหมดแล้ว ทว่าตอนนี้ข้าหนีมา รัฐเหลียวคงจะเกิดปัญหาใหญ่แล้ว แต่ว่าพวกเขาสมควรรับกรรมนั่นแล้ว."หยิงหลานที่กล่าวออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว.

"โอ้ว หวงตี้เหลียวได้ทำอะไรให้เสี่ยวกงจู่ระคายเคืองอย่างงั้นรึ?"จงซานที่กล่าวหยอกล้อ.

小公主Xiǎo gōngzhǔ  องค์หญิงเล็ก.

"เสี่ยวกงจู่อะไรกัน ข้าไม่เห็นต้องการตำแหน่งนั่นเลย."หยิงหลานที่กล่าวออกมาด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ.

"ฮ่าฮ่าฮ่า เอาล่ะ ข้าจะไม่เรียกเช่นนั้นก็ได้ บอกข้าสิ เกิดอะไรขึ้นอย่างงั้นรึ?ข้ารู้ดีว่าหวงตี้ชรานั่น ถึงแม้ว่าจะโง่ แต่ไม่มีทางที่จะล่วงเกินเจ้า คงมีเพียงแค่หวงตี้นั่นตายไปแล้วเท่านั้น บุตรชายทั้งสามของเขาเลยแก่งแย่งชิงบัลลังก์กัน."จงซานที่เผยยิ้มออกมา.

"กู่เหยี่ยเยี่ย ท่านอยู่ที่นั่นอย่างงั้นรึ?ท่านรู้ได้อย่างไรว่าหวงตี้ชรานั้นตายไปและบุตรชายทั้งสามแย่งชิงบัลลังก์กัน?"หยิงหลานที่กล่าวออกมาอย่างประหลาดใจ.

"หวงตี้ชรานั้นมีบุตรชายสี่คน บุตรคนโตสุดนั้นเป็นคนสุขุม ทว่ากลับมีเล่ห์เหลี่ยมยังไม่เพียงพอ ก่อนหน้านี้หวงโห่ว(ฮองเฮา)มารดาของเขาก็ได้ตายไปก่อนแล้ว จึงไร้ซึ่งเสาหลัก แม้ว่าจะเป็นไท่จื่อ(รัชทายาท) ทว่าก็ยังมีบารมีไม่พอที่จะกลายเป็นผู้สืบทอดที่แท้จริง โอรสคนที่สองนั้นมีนิสัยที่แปลกประหลาด ภายในหัวมีแต่กิเลสราคะฝังอยู่ ขี้ขลาดดุจดังหนู(ใจปลาซิว) เขาที่ทำความผิดบางอย่างจนถูกลดบรรดาศักดิ์ลง อย่างไรก็ตามหากจะพูดไปแล้ว โอรสทั้งสี่ของเขานั้นเป็นพวกขี้ขลาดตาขาวอยู่แล้ว ไม่ว่าใครครองราชย์ก็ไม่ต่างจากรูปปั้น แม้โอรสสามจะพอมีเชาว์ปัญญาอยู่บ้าง ทว่ามันก็ยังไม่เพียงพอ เขายังต้องมีคนคอยชี้แนะ ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีใครสักคนที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาคอยบงการพวกเขาอยู่ ที่คอยชักใยพวกเขา ทำให้คนเหล่านั้นมีความคิดโง่ ๆ  สร้างปัญหาให้กับเจ้าทำให้เจ้าต้องจากมา."จงซานที่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม.

ดวงตาของหยิงหลานที่เบิกกว้างหลังจากที่ได้ยินการวิเคราะห์ของจงซาน นางไม่เคยสงสัยในตัวจงซานเลย แม้ว่าจงซานจะจากรัฐเหลียวมาหลายปีแล้วกลับสามารถคาดการณ์ได้อย่างกับตาเห็น เวลานี้ทำให้หยิงหลานเต็มไปด้วยความชื่นชมในตัวของจงซานมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม.

จบบทที่ Chapter 55 การกลับมาของหยิงหลาน.

คัดลอกลิงก์แล้ว