เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 45 ไท่จื่อเห่าซาน.

Chapter 45 ไท่จื่อเห่าซาน.

Chapter 45 ไท่จื่อเห่าซาน.


จงซานในเวลานี้ ไม่มีทางที่จะมีความสุขเกี่ยวกับการแนบชิดนี้ได้ แขนของเขาที่เกาะศิลาเอาไว้แน่นพร้อมกับกดเทียนหลิงเอ๋อเอาไว้.

ด้านล่างของแผ่นศิลานั้นมีลักษณะเป็นรูปทรงโค้งเว้า นั่นก็เพื่อที่จะลดความต้านทานของแรงกดอากาศที่รุนแรงนั่นเอง นับว่าประสบความสำเร็จแต่โดยดี ดูเหมือนว่ามันจะไม่มีรอยร้าวขณะที่ถูกแรงกดไอน้ำ.

ความเร็วของแผ่นศิลายักษ์ที่นำพาทั้งคู่พุ่งขึ้นมาด้านบนนั้นมันเร็วขึ้นและก็เร็วขึ้น.

เทียนหลิงเอ๋อที่ถูกจงซานกดเอาไว้ ใบหน้าของนางที่แดงไปหมด ดวงตาของนางที่ปิดแน่นที่สุดเท่าที่นางจะทำได้.

และแล้ว แรงกดดันที่เวลานี้ค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ .

"จงซาน ตอนนี้เจ้าปล่อยข้าได้ยัง."เทียนหลิงเอ๋อที่กล่าวออกมาเบา ๆ .

จงซานที่ไม่สนใจคำพูดของนาง เขารู้ดีว่าอันตรายนั้นจะเกิดขึ้นเวลาใหนก็ได้ เมื่อความเร็วกำลังลดลงเช่นนี้ พวกเขาอาจจะถูกดีดออกจากแผ่นศิลาและลอยออกไปเองเวลาใหนก็ได้.

เช่นนั้นพวกเขาควรที่จะเกาะแผ่นศิลานี้เอาไว้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้.

จงซานยังคงกดเทียนหลิงเอ๋อเอาไว้บนแผ่นศิลา.

นางที่เห็นจงซานไม่ใส่ใจคำพูดของนาง ทำให้นางรู้สึกหงุดหงิดเหมือนกัน ทว่าตอนนี้นางก็ยังคงหน้าแดง อย่างไรก็ตามไม่รู้ว่าเพราะเหตุผลใด นางก็ไม่ได้รู้สึกแย่นักกับการที่ต้องใกล้ชิดกับจงซาน.

ท้ายที่สุดแรงผลักด้านล่างของแผ่นศิลาได้หายไป ร่างของทั้งสองที่ดูเหมือนว่าจะแยกออกจากแผ่นศิลา ทว่ามันก็ยังคงพุ่งขึ้นไปด้นบนอยู่.

เทียนหลิงเอ๋อที่รู้สึกตื่นตะลึงขึ้นมาในทันที ในตอนแรกเหมือนว่าจงซานเป็นคนกดนางลงกับแผ่นหิน เวลานี้ดูเหมือนว่าจะเป็นร่างของนางที่กำลังผลักจงซานออกไปเอง.

ในเวลานี้ เทียนหลิงเอ๋อ เริ่มเข้าใจแล้ว่าทำไมจงซานไม่ปล่อยนาง นางที่จ้องมองไปที่จงซานด้วยท่าทางเกรงขาม ดูเหมือนว่าในโลกนี้จะไม่มีอะไรที่จะสามารถหยุดจงซานได้ เขาช่างเป็นคนที่น่าประทับใจมาก ราวกับว่าเขาเป็นของวิเศษ.

"ฟิ้ว!"

แผ่นศิลาขนาดยักษ์ที่อยู่ท่ามกลางไอน้ำจำนวนมาก มันได้พ่นพวกเขาสูงขึ้นมาสามพันเมตร ออกมาจากปล่องภูเขาไฟ.

พวกเขาออกมาแล้ว ออกมาได้แล้ว พวกเขาปลอดภัยแล้วรึ?

ในเวลานั้น พวกเขาที่รู้สึกราวกับว่ากำลังหวีดร้องออกมาเสียงดัง ที่ได้สัมผัสกับอากาศที่สดชื่นด้านนอก ราวกับว่ามันสดชื่นเป็นอย่างมาก.

ทั้งคู่ที่หายใจเข้ามาคำโต.

หลังจากที่ทั้งคู่ลอยออกมาราว ๆ  30 เมตรจากปล่องภูเขาไฟ แผ่นศิลาดังกล่าวก็หยุดอยู่กลางอากาศ จากนั้นก็เริ่มล่วงลงด้านล่าง.

"อ๊าก ๆ  ๆ  ๆ  ๆ  ๆ "

เทียนหลิงเอ๋อที่หวีดร้องเสียงดัง.

"ครืน......"

แผ่นศิลาที่ล่วงหล่นลงข้าง ๆ ของปากปล่องภูเขาไฟ ก่อนที่จะสไลด์ไหลลงบนเนินเขาสูงอย่างรวดเร็ว.

"ปึด ๆ  ๆ  ๆ  ๆ  ๆ "

พื้นด้านล่างของแผ่นหินนั้นลื่นไถลได้เป็นอย่างดี และยังเคลื่อนที่ลงด้านล่างอย่างรวดเร็ว ทว่าสภาพพื้นที่ของเนินเขานั้นค่อนข้างขรุขระตะปุ่มตะป่ำ ระหว่างนี้เทียนหลิงเอ๋ออยู่ในอ้อมแขนของจงซาน แทบจะไม่สามารถยืนขึ้นได้เลย.

และแล้วท้ายที่สุดก็เป็นการไถลที่ยาวนานก็สิ้นสุด.

"ครืน ๆ  ๆ "

ในตอนท้าย แผ่นศิลาดังกล่าวก็สามารถไถลลงมาจนถึงเนินเขา.

เทียนหลิงเอ๋อที่รู้สึกราวกับว่ากระดูกของนางแทบจะแยกออกเป็นส่วน ๆ  ระบมไปหมดทั้งร่าง.

จงซานที่ค่อย ๆ ลุกขึ้นและถามออกไปว่า "เจ้ากำลังทำอะไรอยู่? ทุก ๆ อย่างปลอดภัยแล้ว?"

"ข้า ข้าปลอดภัยแล้ว."เทียนหลิงเอ๋อที่ถามย้ำ.

"อืม แน่นอน ไว้พักสักหน่อย จากนั้นข้าจะพาเจ้าไปหาศิษย์พี่ใหญ่."จงซานกล่าว.

จงซานรักษาคำพูดของเขา ในเมื่อเขาสัญญากับเทียนหลิงเอ๋อก่อนหน้านี้ แน่นอนว่าเขาจะต้องพานางไปหาศิษย์พี่ใหญ่ อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังคงรับผิดชอบหน้าที่ของเขา เขายังคงดูแลนางเพียงแค่พานางไปพบศิษย์พี่ใหญ่ หากว่านางต้องการอยู่กับศิษย์พี่ใหญ่ เช่นนั้นเขาก็จะติดตามเทียนหลิงเอ๋อไปด้วย.

เขาได้สัญญากับเทียนซวินจื่อเอาไว้แล้ว ว่าจะพานางกลับไปโดยสวัสดิภาพ เขาไม่มีทางปล่อยให้นางต้องได้รับอันตรายอย่างแน่นอน.

หนึ่งเดือนหลังจากนั้น มีสถานที่แปลก ๆ ลึกเข้าไปในภูเขา มีสถานที่ลึกลับตั้งอยู่.

ภูเขารอบ ๆ บริเวณดังกล่าวนี้ไม่ได้สูงมากนัก ทว่ากลับถูกปกคลุมไปด้วยหมอกสีขาว ที่ดูผิดธรรมชาติ เห็นได้อย่างชัดเจนว่ามันเป็นค่ายกลอาคมบางอย่างที่สร้างขึ้นมาล้อมรอบภูเขา.

ภูเขาที่ก่อร่างขึ้นนี้ตั้งตระหง่านล้อมรอบเป็นวงดูเหมือนกับสนามกีฬาตลอดจนมีม่านหมอกขนาดใหญ่ปิดกั้น.

บนยอดเขาที่ล้อมรอบนั้นมีคนหลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มจะประจำอยู่แต่ละยอดเขา พวกเขาต่างก็มาจากสำนักที่แตกต่างกัน พวกเขาทั้งหมดจดจ้องมองผ่านม่านหมอกไปยังภูเขาลูกหนึ่งที่ไม่ไกลออกไป พวกเขาทุกคนต่างก็รั้งรอคอยอยู่อย่างเงียบ ๆ

ที่บนยอดเขาทางด้านทิศเหนือ คนกลุ่มหนึ่งเป็นคนที่มาจากสำนักไคหยางซึ่งกำลังยืนประจำการอยู่.

กลุ่มคนเหล่านี้คือศิษย์ขั้นสอง ศิษย์พี่ใหญ่เทียนชาและศิษย์พี่หญิงเป่ยชิงซือ และมีคนอีกแปดคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเพื่อสนับสนุน.

"ศิษย์น้อง เจ้าคิดว่าอย่างไร?"เทียนชาที่ชำเลืองมองไปยังเป่ยชิงซือ และสามารถมองเห็นประกายแสงความห่วงใจชื่นชอบอยู่ภายในสายตาของเขา.

"ชิงซือ ไม่มีความเห็นใด ข้าเชื่อฟังคำพูดของศิษย์พี่ใหญ่."เป่ยชิงซือที่กล่าวออกมาอย่างไร้อารมณ์ ดวงตาของนางยังคงมองไปยังหมอกด้านหน้าหาได้สนใจความเป็นห่วงเป็นใยของเทียนชาแม้แต่น้อย.

เห็นอย่างชัดเจนว่า นางนั้นไม่ได้มีความสนใจกับท่าทางชื่นชอบหลงใหลของเทียนชาแม้แต่น้อย.

เทียนชาที่ขมวดคิ้วไปมา เขาที่เงียบไปในทันทีและหันกลับมาจ้องมองไปยังภูเขาด้านหน้าที่ปกคลุมไปด้วยหมอก.

อีกยอดเขาแห่งหนึ่งทางทิศตะวันออก ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในชัยภูมิที่ยอดเยี่ยม มีคนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่มีอยู่กันราว ๆ  20 คน โดยมีผู้นำที่เป็นสาวงามที่ปลดปล่อยแรงสะกดข่มที่ไม่ธรรมดาออกมา.

หญิงสาวที่งามเพรียวระหง เรียวขาที่สวยงาม สวมชุดผ้าแพรไหมสีดำ แม้ว่าจะไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของนางได้ แต่ก็สามารถบรรยายความงามของนางออกมาได้.

บนใบหน้าของนางที่แสดงถึงความมั่นใจในตัวเองเป็นอย่างมาก ดวงตาที่ประณีต ประกายแสงในดวงตาที่เจิดจรัส เผยให้เห็นถึงความภาคภูมิ ความอหังการ ที่ราวกับว่ายืนอยู่เหนือใคร ๆ  ทว่าด้วยกลิ่นอายที่สูงศักดิ์ได้ผสมผสานแผ่ออกมาปนกับความอหังการดังกล่าวนั่นอย่างพอดิบพอดี.

"เซียนเซิงสุ่ยจิง เห่าซานอยู่ด้านหน้าพวกเราแล้ว ช่วยบอกด้วยว่า พวกเราควรจะทำอย่างไร?"หญิงสาวที่หันหน้าของนางไปมองชายที่อยู่ด้านหลังด้วยรอยยิ้ม.

'เซียนเชิง' (先生- Xiānshēng) แปลว่า คุณ คุณครู อาจารย์

ชายคนดังกล่าวนั้นมีรูปร่างเหมือนกับปุถุชนที่มีอายุ 40 ปี เขาสวมชุดสีขาวล้วน เหมือนนักวิชาการที่ดูสง่างามและเรียบง่าย.

ชายคนดังกล่าวนั้น ถือพัดสีขาวในมือ พร้อมกับโบกสะบัดไปมาราวกับว่ากำลังวางแผนอะไรอยู่ในใจ.

เมื่อหญิงสาวถามออกมา ชายคนดังกล่าวที่มีนามว่า สุ่ยจิง ก็เผยยิ้มออกมา "กงจู่ ท่านมีแผนในใจแล้ว ใยต้องถามข้าด้วยล่ะ?"

公主Gōngzhǔ  princess องค์หญิง.

"เฉียนโหยว ข้าจะลงไปจับเห่าซานมาให้เจ้าเอง."ชายหนุ่มที่หล่อเหลาคนหนึ่งที่อยู่ด้านข้างกล่าวออกมาด้วยท่าทางมุ่งมั่น.

กับความหุนหันพลันแล่นและดื้อรั้นของเขา กงจู่เฉียนโหยวที่ขมวดคิ้วไปมาและกล่าวออกไปว่า"มีคนจำนวนมากที่กำลังรออยู่ คิดว่าจะวิ่งเข้าไปสร้างความวุ่นวายหรือไง? นอกจากนี้ เจ้าคิดว่าเห่าซานมันเป็นคนโง่รึไงกัน?"

ชายหนุ่มคนดังกล่าว รู้สึกไม่สบอารมณ์เท่าใดนัก เขารู้สึกขุ่นเคืองจ้องมองไปยังม่านหมอกจากระยะไกลออกไป.

"ซื่อจื่อ โปรดอดทน พวกเราจำต้องรอเวลา หากต้องการตกปลาใหญ่."เซียนเซิงสุ่ยจิงที่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม.

世子.ซื่อจื่อ (せいし) (n) heir; successor ทายาท รัชทายาท ผู้สืบมรดก

"ใครถามเจ้ากัน ข้ากำลังพูดกับเฉียนโหยว ไม่มีอะไรที่เซี่ยเหริ่นเช่นเจ้าจะเสนอหน้า."ชายหนุ่มคนดังกล่าวที่โกรธเกรี้ยวกล่าวต่อเซียนเซิงสุ่ยจิง เห็นได้ชัดว่าเขานั้นแสดงท่าทางดูแคลนเซียนเซิงสุ่ยจิงเป็นอย่างมาก.

下人Xià rén servant บ่าวไพร่ คนรับใช้ ลูกจ้าง บริวาร.

"กู่หลิน หุบปาก เจ้าพูดจากับเซียนเซิงสุ่ยจิงเช่นนั้นได้อย่างไร?"กงจู่เฉียนโหยวที่กล่าวตำหนิเขาในทันที.

เซียนเซิงสุ่ยจิงที่ยืนอยู่ด้านข้างแสดงท่าทางกระอักกระอ่วนใจ.

"เขาเป็นคนรับใช้ของบิดาข้า ข้ากล่าวเช่นนี้มันผิดตรงใหน?"กู่หลินที่ตอบกลับ.

กงจูเฉียนโหยวที่จ้องมองไปยังกู่หลินด้วยท่าทางรังเกียจ พร้อมกับกล่าวออกไปว่า"หากว่าเจ้ายังมีปัญหากับการที่ข้าเชิญเซียนเซิงสุ่ยจิงมา หากเจ้ายังแสดงท่าทางเช่นนี้อีก เช่นนั้นก็กลับไปในทันที อย่างได้ตามมารบกวนข้า."

"เอาล่ะ เอาล่ะ ข้าหยุดพูดก็ได้."กู่หลินที่ประจบประแจงกงจู่เฉียนโหยวเป็นอย่างมาก ขณะที่เขาจ้องมองเซียนเซิงสุ่ยจิงด้วยความโกรธ.

กงจู่เฉียนโหยวที่ขมวดคิ้วไปมา พร้อมกับหันหน้ากลับไปมองภูเขาหมอกที่ด้านหน้าต่อ.

ผ่านเข้าไปในภูเขาที่มีหมอกสีขาวปกคลุมเป็นจำนวนมาก ที่ใจกลางที่กระจ่างใส เป็นยอดเขาที่แบนเรียบ มีต้นหญ้าและต้นไม้ที่อุดมสมบูรณ์อยู่รอบ ๆ .

มีวิหารแห่งหนึ่งตั้งอยู่ มีขนาดใหญ่โตและมีคนสองคนอยู่ในนั้น.

หนึ่งในนั้น สวมชุดสีดำ เป็นชายชราที่ดูเหมือนปุถุชนอายุ 50 ปี กำลังนั่งคุกเขาอยู่บนพื้น พร้อมกับกุมแส้หางม้าปัดไปมา ท่าทางของเขาตอนนี้ดูกังวลและหวาดกลัวเป็นอย่างมาก.

"ไท่จื่อซาน อย่าเลย ยานี่เป็นเม็ดที่ห้าสิบแล้ว ท่านไม่ควรที่จะกินเข้าไปอีก หากว่ากินเข้าไปแล้วมันจะทำให้ท่านย่ำแย่เอาได้ ข้าไม่ต้องการเห็นตระกูลเห่าต้องมาพบกับจุดจบเช่นนี้ "ชายชราในชุดสีดำที่กำลังเกลี้ยกล่อมคนอีกคนอยู่.

ที่ด้านหน้าของชายชุดดำนั้นเป็นชายหนุ่มในชุดสีขาวที่โอ่อา ชายหนุ่มที่ดูหล่อเหลาเป็นอย่างมาก ทว่าผมของเขาเวลานี้เริ่มกลายเป็นสีเทาและมีบางส่วนที่เป็นสีขาวไปบ้างแล้ว เขาคือคนที่คนมากมายต้องการตัว เห่าซาน.

"เหล่าเหว่ย เจ้าเองก็เป็นขันทีคนหนึ่ง เจ้าควรที่จะเข้าใจ?"เห่าซานที่เผยยิ้มอย่างเศร้าสร้อย.

"ไท่จื่อซาน เหล่าเหว่ยและเหล่าเจานั้นรับใช้ท่านมาหลายปี ตอนนี้ตระกูลเห่าเหลือเพียงแค่ท่านแล้ว หากว่าท่านตายไป เช่นนั้น ใครจะเป็นคนแก้แค้นศัตรูในอดีตล่ะ?ใครจะเป็นคนนำพาตระกูลเห่ากลับคืนสู่ความรุ่งโรจน์อีกครั้ง? ไท่จื่อซาน ท่านไม่ควรที่จะกินมันเข้าไปอีกต่อไป."เหล่าเหว่ยกล่าว.

เห่าซานที่จ้องมองไปยังเหล่าเหว่ย เผยยิ้มอย่างเศร้า ๆ ."ข้าเป็นคนเดียวที่เหลืออยู่อย่างงั้นรึ?ฮ่าฮ่า มองไปยังที่นั่นสิ มีคนมากมายที่ต้องการจับพวกเรา? นับตั้งแต่ข้ายังเด็ก พวกเขาก็ต้องการทำลายล้างตระกูลของข้าแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทางใหน ก็มีแต่ความตายที่รออยู่."

"ไท่จื่อซาน เหล่าเหว่ยนั้นอุทิศตัวให้กับตระกูลเห่า ข้านั้นปรารถนาดีต่อท่าน ตัวข้านั้นไม่เคยหวาดกลัวความตาย "เหล่าเหว่ยที่กล่าวออกมาทันที.

เห่าซานถอนหายใจจ้องมองไปยังเหล่าเหว่ยที่อยู่ด้านหน้าเขา.

"เหล่าเหว่ย พวกเราคงถึงคราวเคราะห์แล้ว ทว่าเจ้าโปรดสงบใจเถิด โปรดรู้ไว้ว่าตระกูลเห่าของพวกเรานั้นจะไม่สูญสิ้นแม้ว่าข้าจะตายไป ข้ายังมีสายโลหิตผู้ที่จะรับตำหนักมังกรนี้ไป เขาจะต้องรอดชีวิต แม้ว่าข้าจะตายไปแต่เขาจะต้องรอด."เห่าซานที่กล่าวออกมาอย่างมั่นคง.

"จริง ๆ รึ นี่เป็นเรื่องจริงอย่างงั้นรึ?"เหล่าเหว่ยที่กล่าวออกมาด้วยความอัศจรรย์ใจราวกับว่าเขานั้นมีหลานชายเป็นของตัวเอง.

"ใช่แล้ว เขาอยู่ในตำหนักมังกร รับรองว่าเขาปลอดภัย นำเม็ดยาปู่เทียนมาให้ข้าได้แล้ว."

เห่าซานที่กล่าวออกมาอย่างไร้ซึ่งลังเล.

จบบทที่ Chapter 45 ไท่จื่อเห่าซาน.

คัดลอกลิงก์แล้ว