เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 36 ความสุขุมของจงซาน.

Chapter 36 ความสุขุมของจงซาน.

Chapter 36 ความสุขุมของจงซาน.


เทียนหลิงเอ๋อเริ่มหวาดกลัวขึ้นมาทันที มันกลายมาเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร?เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร?

จงซานเองก็ไม่ต้องการจะตายเช่นกัน เขาจะตายที่นี้ได้อย่างไร เขาที่ทนลำบากมานานแสนนานเพื่อเข้าสำนักเซียน ท้ายที่สุดจะต้องตายที่นี่อย่างงั้นรึ?อย่างไรก็ตาม ในเมื่อศิลาบนยอดเขากำลังจะแตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ แล้ว เวลานี้พวกเขาทั้งสองจะต้องล่วงหล่นลงไปพร้อม ๆ กันแน่.

"หลิงเอ๋อ ใช้ผ้าแพรแดงของเจ้าบินไปซะ ข้าสามารถใช้ดาบชะลอความเร็วกับหน้าผาได้ "จงซานที่ตัดสินใจในทันที.

"ข้าไม่สามารถใช้ผ้าแพรไหมที่เสียหายเช่นนี้ บินได้แล้ว."

ได้ยินคำพูดของเทียนหลิงเอ๋อ ภายในใจของจงซานถึงกับตื่นตระหนก ตอนนี้จะทำอย่างไรดี?

"จงซาน ข้าไม่ควรที่จะทิ้งเจ้า ทว่าข้าก็ไม่สามารถทนได้เช่นกัน ข้าเสียใจ ข้าคงไม่ได้เห็นศิษย์พี่ใหญ่อีกต่อไปแล้ว."เทียนหลิงเอ๋อที่เต็มไปด้วยความเสียใจ.

จงซานที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกมากมาย เขาจ้องมองไปยังเทียนหลิงเอ๋อ "หากว่าพวกเรารอด ข้าจะพาเจ้าไปหาศิษย์พี่ใหญ่."

หลังจากที่พูดจบ ศิลาที่พวกเขายั้งเท้าอยู่ก็แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ  เทียนหลิงเอ๋อและจงซานล่วงหล่นลงพื้นไปด้วยกัน.

"อ๊าก ๆ  ๆ  ๆ "

เทียนหลิงเอ๋อที่หวีดร้องด้วยความหวาดกลัว นางและจงซานที่กำลังล่วงหล่นลงไปใต้หุบเขาแล้ว.

ไม่มีอะไรที่สามารถเปลี่ยนทิศทางของพวกเขา พวกเขากำลังจะตกไปสู่ความตาย?จงซานที่รู้ว่าหากตกจากที่สูงขนาดนี้ บางทีร่างกายของพวกเขาคงจะต้องกลายเป็นเนื้อบดอย่างแน่นอน.

อย่างไรก็ตาม จงซานก็ยังคงสุขุมแม้อยู่ในช่วงระยะเวลาวิกฤติ ถึงแม้ว่าร่างจะล่วงหล่นอย่างรวดเร็ว ทว่าสมองของเขาก็คิดอย่างรวดเร็วราวกับว่ามันหมุนเร็วกว่าการล่วงหล่นของพวกเขาซะอีก.

ไม่ถึงสองลมหายใจ จงซานก็คิดแผนบางอย่างได้.

เขาที่ใช้มือขวาคว้าผ้าแพรไหมสีแดงพร้อมกับดึงเทียนหลิงเอ๋อเข้ามาให้อยู่ในอ้อมกอดของเขา.

"อ๊าก."

เทียนหลิงเอ๋อที่หลับตาแน่น ขณะที่นางหวีดร้องก็ถูกดึงเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของจงซาน ขณะที่นางตระหนักได้ว่าเป็นจงซานเป็นคนที่โอบกอดนางไว้ นางเองก็ใช้แขนทั้งสองข้างกอดเขาเอาไว้แน่นเช่นกันราวกับว่าเขาคือชีวิตของนาง.

จงซานนั้นไม่มีอารมณ์ความรู้สึกคิดอะไรกับเทียนหลิงเอ๋อในเวลานี้แน่นอน กับเหตุการณ์เร่งด่วน เขาที่ใช้ผ้าแพรไหม ค่อย ๆ ดึงร่างยึดเอาไว้กับก้อนหินใหญ่ที่กำลังล่วงหล่นไปพร้อม ๆ กันให้เข้ามาใกล้.

พร้อมกับกอดเทียนหลิงเอ๋อและพลิกร่างเพื่อขึ้นไปอยู่บนศิลา ขณะที่พวกเขานั่งอยู่บนก้อนหิน.

เทียนหลิงเอ๋อที่ค่อย ๆ ได้สติ ตอนนี้พวกเขาอยู่บนก้อนหิน นางที่อยู่ในอ้อมแขนของจงซาน และไม่รู้เช่นกันว่าเขาต้องการทำอะไร.

"ปล่อยแพรไหมแดง."จงซานกล่าว.

เพื่อแรงสะท้อนกลับ เทียนหลิงเอ๋อที่ปล่อยผ้าแพรไหมจากก้อนศิลายักษ์ทันที.

ด้านล่าง ไม่ไกลแล้ว พวกเขาสามารถมองเห็นพื้นด้านล่าง ๆ ได้แล้ว.

พวกเขาทั้งคู่บนศิลาก้อนใหญ่ที่กำลังล่วงหล่นลงไปบนพื้นด้วยความเร็วสูง.

"ย๊าก ๆ  ๆ  ๆ  ๆ "

จงซานที่กอดเทียนหลิงเอ๋อไว้แน่น คำรามดังลั่น พร้อมกับกระโดดขึ้นจากก้อนหินที่ยั้งเท้า ในทันที.

"พรึบ ๆ  ๆ  ๆ  ๆ "

ศิลายักษ์ที่พุ่งตกลงไปยังพื้นด้วยความเร็วกว่าเดิมห้าเท่า ราวกับปืนใหญ่ที่ถูกยิงออกไป จงซานที่กอดเทียนหลิงเอ๋อที่ถูกลดความเร็วลง.

อย่างไรก็ตามมันยังไม่เพียงพอที่จะช่วยชีวิตพวกเขา พวกเขายังคงล่วงหล่นลงพื้นอย่างรวดเร็วเช่นเดิม.

ความหวาดกลัวของเทียนหลิงเอ๋อ ถูกแทนที่ด้วยความหวังเล็ก ๆ  นางที่เริ่มเชื่อใจจงซานว่าจะช่วยให้เขาและนางได้ พวกเขาจะต้องไม่เป็นไร พวกเขาจะต้องปลอดภัยแน่นอน.

อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ยังเคลื่อนที่เข้าหาพื้นด้วยความเร็ว.

จงซานที่ชักดาบยักษ์ของเขาออกมาด้วยแขนข้างหนึ่ง.

"กอดข้าเอาไว้ให้แน่น."

จงซานที่ร้องบอกเทียนหลิงเอ๋อ.

เทียนหลิงเอ๋อที่ใช้แรงทั้งหมดที่มีเวลานี้กอดจงซานเอาไว้.

จงซานที่รวบรวมปราณทั้งหมดที่มีพร้อมกับฟันออกไปด้านหน้าล่างรุนแรง.

"พรึด ๆ  ๆ  ๆ  ๆ "

ดาบยักษ์ที่ลอยออกไปด้านล่าง และสะบัดพวกเขาให้ลอยขึ้นช่วยลดความเร็วลงอีก.

"ตูมมมมมม"

"ตูมมมมมม"

เสียงของศิลายักษ์ที่กระแทกพื้นและตามด้วยดาบยักษ์ของเขาที่กระแทกพื้นตาม ๆ กัน.

ณ จุดนี้ จงซาน ที่คาดคะเนความสูงจากที่เขากำลังจะหล่นลงไปนั้น อาจจะทำให้พวกเขาได้รับบาดเจ็บหนัก ทว่าไม่ทำให้ตายแน่นอน.

ตราบเท่าที่พวกเขาไม่ตาย เช่นนั้นทุกอย่างก็ควรค่าแล้ว.

อย่างไรก็ตาม ด้วยการเหวี่ยงดาบลงไปนั้น ทำให้ร่างกายของเขาถูกดีดขึ้นมาด้านบน เทียนหลิงเอ๋ออยู่ด้านล่างของจงซาน.

จงซานทันที่ที่ตั้งตัวได้ เขาก็จับเทียนหลิงเอ๋อ พร้อมกับพลิกเปลี่ยนตำแหน่งกัน ให้ร่างเทียนหลิงเอ๋ออยู่ด้านบน.

เทียนหลิงเอ๋อสามารถสัมผัสได้ว่านางถูกจับพลิกตำแหน่ง ร่างของนางที่กำลังกดทับลงไปบนหน้าอกของจงซาน ทันใดนั้นไม่สามารถบอกความรู้สึกได้ น้ำตาที่เอ่อล้นไหลออกมาไม่หยุด นางที่กอดคอจงซานแน่น.

"ตูมมมมมม!"

เสียงกระแทกดังสนั่น จงซานที่ใช้ด้านหลังของเขากระแทกลงไปบนพื้น ฝุ่นควันมากมายฟุ้งกระจายไปทั่วพื้นที่.

จงซานที่มีทักษะวิชากายาเทพอสูรป้องกันร่างกาย ทว่าผลกระทบของการกระแทกก็ยังทำให้เขาได้รับบาดเจ็บหนัก ทั้งเขาและเทียนหลิงเอ๋อที่อยู่ในอ้อมกอดทันทีที่กระแทกพื้นทั้งคู่ก็หมดสติไปพร้อม ๆ กัน.

สองชั่วโมงหลังจากนั้น.

จงซานเป็นคนแรกที่ฟื้นขึ้นมา ท่ามกลางหุบเขาที่เงียบสงบ เขาตื่นขึ้นเพราะว่าผลของวิชากายาเทพอสูรได้หมดสิ้นไปแล้ว ความเจ็บปวดที่แล่นลั่นไปทั่วร่างอย่างรุนแรงจนทำให้เขาต้องตื่นขึ้นมา.

ในชั่วระยะที่เขาตื่นขึ้นมา จงซานที่ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา.

"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า"

ยังมีชีวิต ยังมีชีวิตอยู่!ฮ่าฮ่าฮ่า.

แม้ว่าความเจ็บปวดจะกระจายไปทั่วร่าง เขาก็ยังคงร่าเริง ที่เขายังมีชีวิต.

หลังจากที่หัวเราะออกมา จงซานก็สัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน กระดูกที่ลั่นไปทั่วร่างราวกับว่ามันจะแตกสลายออกเป็นเสี่ยง.

หลังจากผ่านไปชั่วขณะหนึ่ง จงซานก็รู้สึกค่อย ๆ ดีขึ้นมาเล็กน้อย เขาที่จ้องมองไปยังร่างของเทียนหลิงเอ๋อ บนใบหน้าของนางที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา.

การล่วงหล่นลงมาครั้งนี้ สร้างความหวาดกลัวต่อนางขนาดนั้นเลยรึ?จงซานที่เผยยิ้มออกมาอย่างอบอุ่น ทว่าเขาคงไม่รู้ว่า น้ำตาของเทียนหลิงเอ๋อที่หลั่งออกมานั้นเป็นตอนสุดท้ายที่นางหล่นลงมาพร้อมกับเขา.

"หลิงเอ๋อ หลิงเอ๋อ!"จงซานที่ร้องเรียก.

ขนตาของนางที่ค่อย ๆ ขยับไปมาเล็กน้อย เทียนหลิงเอ๋อที่ค่อย ๆ ลืมขึ้นมาช้า ๆ .

ทันทีที่นางลืมตามขึ้นมา ก็พบว่าตัวเองนั้นอยู่ในอ้อมกอดของจงซาน ใบหน้าที่เปลี่ยนเป็นสีแดงทันที ก่อนที่จะค่อย ๆ ลุกขึ้น.

"อุ๊ป!"

ขณะที่พวกเขาทั้งคู่ยืนขึ้น ร่างของเทียนหลิงเอ๋อที่ยังทรงตัวไม่อยู่ล้มลงไปยังอ้อมแขนของจงซานอีกครั้ง.

จงซานที่ประครองนางไว้ เห็นได้ชัดว่านางได้รับบาดเจ็บที่ขาซึ่งเกิดจากกระบี่ของหลิวหมิงนั่นเอง.

แม้ว่าร่างของเขาจะยังเจ็บปวดอยู่ก็ตาม ทว่าจงซานก็สามารถพาเทียนหลิงเอ๋อไปนั่งบนหินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่ง ก่อนที่เขาจะฉีกขากางเกงของเทียนหลิงเอ๋อออก เผยให้เห็นขาที่นวลขาว.

ใบหน้าที่กลายเป็นสีแดงเมื่อน่องขาของนางเผยออกมาให้จงซานเห็น นางที่เม้มปากแน่น ทว่าก็ยังเงียบงัน นางรู้ดีว่าเขาต้องการที่จะตรวจสอบบาดแผลของนางเท่านั้น.

จงซานที่นั่งลงพร้อมกับยกขาของเทียนหลิงเอ๋อขึ้นวางบนตักและตรวจสอบแผลของนางอย่างระมัดระวัง.

"ถุงน้ำ."จงซานกล่าว.

"ถึงน้ำรึ?"ใบหน้าของเทียนหลิงเอ๋อที่แดงซาน สมองโล่ง ราวกับว่านางไม่เข้าใจว่าจงซานกำลังพูดอะไร.

"ในกำไลเก็บของ ข้ามั่นใจว่ามีสิ่งนี้อยู่."จงซานที่ขมวดคิ้วไปมา.

"อืม ๆ ."เทียนหลิงเอ๋อที่เร่งรีบเอาถุงน้ำออกมา.

เขาที่ใช้เศษกางเกงที่ฉีกขาดของนาง พร้อมกับชุบน้ำและเช็ดที่ปากแผลของนางอย่างระมัดระวัง ด้วยการกระทำที่เอาใจใส่เป็นอย่างมาก ทำให้หัวใจของเทียนหลิงเอ๋อเต้นไปมาไม่หยุด ไม่รู้ว่าทำไม ใบหน้าของนางที่ร้อนผ่าว ลามไปจนถึงคอที่เริ่มมีสีชมพูระเรื่อ  เทียนหลิงเออรู้สึกราวกับว่ามือของจงซานเป็นดั่งเหล็กร้อนเมื่อสัมผัสกับขาของนาง มันได้ส่งผ่านความร้อนส่งตรงมายังหัวใจของนาง ขณะที่เขาทำความสะอาดแผลให้กับนางนั้น หัวใจของเทียนหลิงเอ๋อที่เต้นระส่ำอย่างรุนแรงโดยไร้ซึ่งเหตุผล.

"สุรา."จงซานที่กล่าวต่อเทียนหลิงเอ๋อ.

"อืม."เทียนหลิงเอ๋อที่ตัวแข็งเป็นหุ่น พร้อมกับนำเหยือกสุราออกมาอย่างเก้ ๆ กัง ๆ .

จงซานที่ใช้สุราเทลงไปบนขาที่เรียวงามของเทียนหลิงเอ๋อ.

"อ๋า ๆ  ๆ "

ความเจ็บปวดนี้ได้ปลุกนางขึ้นมาจากความเพ้อฝันในทันที.

"ผ้าขาว."จงซานที่กล่าวออกมาอีกครั้ง.

เทียนหลิงเอ๋อที่นำผ้าขาวออกมาให้เขา จงซานทำการพันบาดแผลด้วยผ้าขาวไปบนขาของนางเพื่อปิดปากแผลอย่างประณีต.

เทียนหลิงเอ๋อที่เฝ้ามองจงซานที่ทำแผลให้นาง หัวใจของนางที่เต้นไม่หยุดเลยแม้แต่น้อย นางไม่รู้เหมือนกันว่า นางในเวลานี้กำลังคิดสิ่งใดอยู่.

จงซานที่วางขาของนางลงและกล่าวออกไปว่า"เจ้าเร่งรีบบำเพ็ญโคจรพลัง เพื่อรักษาร่างกายเถอะ."

"อืม."เทียนหลิงเอ๋อที่พยักหน้ารับ.

นางที่เริ่มนั่งสมาธิพร้อมกับโคจรพลังเพื่อรักษาร่างกาย หลังจากนั้นสองชั่วโมงนางก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง.

"ดีขึ้นรึยัง?"จงซานสอบถาม.

"อืม ดีขึ้นมากแล้ว."เทียนหลิงเอ๋อพยักหน้า.

"เช่นนั้นถึงรอบของข้าที่เจ้าต้องเฝ้ายามให้แล้ว ข้าต้องใช้เวลาบำเพ็ญโคจรพลังเช่นกัน."จงซานกล่าว.

เทียนหลิงเอ๋อที่แทบสำลักลมหายใจที่ได้ยินคำพูดของจงซาน ทว่านางก็พยักหน้าพร้อมทั้งอดกลั้นไม่ให้น้ำตาไหลออกมา.

เมื่อเทียนหลิงเอ๋อตอบรับ จงซานก็เร่งรีบนั่งสมาธิหลับตาโคจรพลังเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บของเขาในทันที.

เมื่อเห็นจงซานหลับตาบำเพ็ญแล้ว เทียนหลิงเอ๋อไม่สามารถที่จะอดกลั้นน้ำตาให้ไหลได้อีกต่อไป.

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนี้ต้องโทษนางคนเดียว หากว่านางเชื่อฟังจงซานตั้งแต่แรก จงซานคงไม่ต้องทำหน้าที่เป็นหมอนมนุษย์ให้กับนาง เขาได้รับบาดเจ็บกว่านางมาก แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังเป็นผู้คุ้มกันเพื่อให้นางได้รักษาร่างกายก่อน เขาคอยคุ้มกันนางขณะที่นางโคจรพลังรักษาร่างกายจนดีขึ้น จากนั้นเขาค่อยฟื้นฟูรักษาร่างกายของตัวเอง.

นับเป็นครั้งแรกเลยที่เทียนหลิงเอ๋อรู้สึกว่าตัวเองนั้นเป็นคนดื้อรั้นจนเกินไป ทำที่พวกเขาต้องมาอยู่ในสภาพเช่นนี้ ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพราะความดื้อดึงของนางคนเดียว.

จบบทที่ Chapter 36 ความสุขุมของจงซาน.

คัดลอกลิงก์แล้ว