เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 29 ไม่สามารถล่วงเกินได้.

Chapter 29 ไม่สามารถล่วงเกินได้.

Chapter 29 ไม่สามารถล่วงเกินได้.


สายฝนที่เทกระหน่ำ หวังกุยและจงตี้เดินอยู่บนถนนกับร่มใบใหญ่.

"ศิษย์พี่รอง เกิดอะไรขึ้นกับถังเสี่ยวโหยวอย่างงั้นรึ?"จงตี้สอบถามออกไปพร้อมกับขมวดคิ้ว.

"ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน จ้าวโส่วเซี่ยงกลับมาแล้ว ไม่รู้ว่าเขาทำงานสำเร็จหรือไม่ ศิษย์พี่ใหญ่ไม่ค่อยวางใจถึงได้ให้พวกเราออกมาดู."หวังกุยที่กล่าวออกมาอย่างขึงขัง.

ขณะที่สองคนเดินทางมาถึง ไกลออกไปนั้น ถังเสี่ยวโหยวก็ถือลังไม้ในมืออีกข้างหนึ่งถือร่มกำลังออกมาจากร้านแห่งนี้และพบเข้ากังหวังกุยและจงตี้.

"ศิษย์พี่รอง."ถังเสี่ยวโหยวที่กล่าวออกมาในทันที.

"หือ?"หวังกุยที่จ้องมองออกไป จากนั้นก็เดินเข้าไปในทันที.

"ไปยังสถานที่ลับตาคน."หวังกุยกล่าว.

"ครับ."ถังเสี่ยวโหยวพยักหน้า.

หลังจากนั้นถังเสี่ยวโหยวที่นำคนทั้งสองเดินทางไปยังตระกูลถัง.

ที่ด้านใน หวังกุยที่สอบถามออกไป."มีอะไรเกิดขึ้นอย่างงั้นรึ?"

"ศิษย์พี่รอง ข้าขอโทษ ข้าทำภารกิจล้มเหลว."ถังเสี่ยวโหยวที่กล่าวด้วยความละอาย.

"แล้วมุกคงหลิงล่ะ?"หวังกุยสอบถาม.

"มุกคงหลิงนั้นไม่ได้ส่งมอบให้กับจ้าวโส่วเซี่ยง แต่เป็นสหายของเขาแทน."ถังเสี่ยวโหยวทีถอนหายใจ.

"หืม?"หวังกุยตื่นตะลึง.

"ในตอนแรกนั้นเป็นไปตามแผนของพวกเรา ที่พบสถานที่และโอกาสที่เหมาะสมแล้ว ข้าที่กำลังหาวิธีในการส่งมุกคงหลิงให้กับจ้าวโส่วเซี่ยง หลังจากนั้นก็จะแอบขโมยหมาป่าอสูรนั่นไป จ้าวโสวเซี่ยงจะได้ไม่ผูกใจเจ็บพวกเรามากนัก ถึงแม้ว่าจะรู้ว่าพวกเราเป็นคนเอาไป ทว่าพวกเขาก็ไม่มีหลักฐาน น่าจะพอไม่ถือสากันได้ และเมื่อพวกเขาไม่มีหลักฐาน ในเมื่อเขาได้มุกคงหลิงแล้วก็คงจะใจเย็นลง ทว่า ......"ถังเสี่ยวโหยวที่เริ่มเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกอย่างให้คนทั้งสองฟังในทันที.

"จงซาน?"หวังกุยที่ขมวดคิ้วไปมา.

ส่วนอีกด้าน จงตี้ที่จ้องมองไปยังถังเสี่ยวโหยวส่ายหน้าไปมาและหลังจากนั้นก็ถอนหายใจยาว.

"จงตี้ ดูเหมือนว่าเจ้าจะคุ้นเคยกับจงซานดีนะ."หวังกุยที่สอบถามออกมาทันที พร้อมกับจ้องมองไปยังจงตี้.

"ศิษย์พี่ เขาได้ทำการตรวจสอบลูกเต๋าก่อนเริ่มหรือไม่?"จงตี้สอบถามถังเสี่ยวโหยว.

"ใช่เขาตรวจสอบ เขารู้กระทั่งลูกเต๋าที่ผิดปรกติของพวกเราและได้ขอเปลี่ยนลูกเต๋าชุดใหม่และทำการตรวจสอบลูกเต๋าชุดใหม่ที่ตระกูลของพวกเรานำออกมาเปลี่ยนด้วยตัวเอง."ถังเสี่ยวโหยวกล่าว.

"ตรวจสอบ? หากว่าลูกเตาถูกจงซานจับแล้วล่ะก็ ท่านจะไม่มีโอกาสชนะเขาได้อีกต่อไป."จงตี้ถอนหายใจยาว.

เมื่อเขาพูดถึงจงซานอดไม่ได้เลยที่ทำได้แต่ทอดถอนใจ จงตี้รู้ว่าจงซานนั้นมีความรู้มากมายและสอนบุตรบุญธรรมทุกคน.

เขาได้สอนเทคนิคเล็ก ๆ น้อยเกี่ยวกับทุกอย่าง รวมทั้งการสอนการฟังเสียงของลูกเต๋าด้วย จงซานที่สามารถบอกผลมันได้อย่างแม่นยำ ซึ่งพวกเขาเองก็รับรู้เรื่องนี้ด้วยเช่นกัน.

"ทำไมอย่างงั้นรึ?"ถังเสี่ยวโหยวสอบถามออกมา.

"เสียงของลูกเต๋า แต่ละหน้านั้นจะมีเสียงที่ต่างกัน...."จงตี้อธิบายโดยละเอียด.

"มันจะมากเกินไปแล้ว! เขาโกงข้าอย่างงั้นรึ?"ถังเสี่ยวโหยวที่โกรธเกรี้ยว.

"คนที่โกงเขาก่อนเป็นเจ้าไม่ใช่รึไง?"หวังกุยที่แค่นเสียงอย่างเย็นชา.

"ศิษย์พี่รอง"ถังเสี่ยวโหยวที่ขมวดคิ้ว พยายามระงับความโกรธเอาไว้.

"แล้วจงซาน เขาแข็งแกร่งหรือไม่?"หวังกุยที่สอบถามจงตี้.

"หนึ่งปีครึ่ง ก่อนหน้านี้ เขาอยู่ในระดับสิบโหวเทียน และยังไม่ได้เข้าสำนักเซียนด้วยซ้ำ."จงตี้กล่าว ซึ่งเขาเองไม่สามารถบอกได้เช่นกันว่าตอนนี้จงซานแข็งแกร่งหรือไม่อย่างไร.

"หนึ่งปี?พรสวรรค์ต่ำเตี้ย เขาจะเก่งขนาดใหนกัน?"ถังเสี่ยวโหยวที่แค่นเสียง.

"ศิษย์พี่ อย่าได้ประมาท พวกเราไม่สามารถดูแคลนเขาได้ ไม่ควรที่จะยุแหย่เขา."จงตี้กล่าวออกมาทันที.

"โอ้วอย่างงั้นรึ?"หวังกุยที่หรี่ตาจ้องมองออกไป.

"หากข้าจำไม่ผิดละก็ ในอดีต จงซานที่ตอนนั้นเขาอยู่ในระดับเจ็ดโหวเทียน มีคนผู้หนึ่งในระดับเซียนเทียนได้สังหารบุตรบุญธรรมของเขา เมื่อจงซานรู้เข้า...สามวันหลังจากนั้น เขาก็สามารถกลับมาพร้อมกับศีรษะของชายคนนั้น เขาสามารถล้างแค้นให้กับบุตรบุญธรรม และสองวันนั้น เขาที่ใช้เวลาค้นหาและสังหารคนผู้นั้นเพียงแค่ในวันเดียว."จงตี้ที่ถอนหายใจยาว ในเวลาเดียวกันในสายตาของเขาที่เข้าใจความน่ากลัวของจงซานได้.

วันเดียว? ระดับเจ็ดโหวเทียน สามารถที่จะสังหารผู้ฝึกตนระดับเซียนเทียนได้อย่างงั้นรึ?

หวังกุยและถังเสี่ยวโหยวที่จ้องมองหน้ากันและกัน ซึ่งแสดงท่าทางไม่อยากเชื่อแม้แต่น้อย.

"เป็นไปไม่ได้ เขาที่อยู่ในระดับเจ็ดโหวเทียน จะไปสามารถกุดหัวคนที่มีระดับเซียนเทียนได้อย่างไร."ถังเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาเสียงดัง ทุก ๆ คนต่างก็รู้ดีว่าความแตกต่างโดยธรรมชาติของเขตแดนทั้งสองกันนั้นยิ่งใหญ่ขนาดใหน.

"แล้วเขากุดหัวชายคนนั้นได้อย่างไร?"หวังกุยกล่าว.

"ไม่มีใครรู้ รู้เพียงแต่ว่าเขาสังหารชายคนนั้นไป และนำหัวของชายคนนั้นกลับมา ดังนั้นหากว่าไปยุแหย่เขาล่ะก็ จะกลายเป็นศัตรูที่หมายหัวของเขาในทันที."จงตี้ที่กล่าวออกมา.

"ในเมื่อไม่เห็น เช่นนั้นก็ไม่สามารถบอกได้ บางทีเขาอาจจะหาคนช่วยก็ได้ หรืออาจจะมีผู้ช่วยในระดับเซียนเทียน."หวังกุยกล่าว.

"ใช่ ๆ  เขาจะต้องมีคนช่วยอย่างแน่นอน ในเมื่อไม่มีใครเห็น เขาอาจจะจ้างคนในระดับเซียนเทียน ไม่มีทางที่เขาจะสามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียว."ถังเสี่ยวโหยวกล่าว.

จ้างคนระดับเซียนเทียน?คิดว่าคนเหล่านั้นที่เต็มไปด้วยความอหังการจะยอมฟังอย่างงั้นรึ? จงตี้รับรู้ถึงความน่ากลัวของจงซานได้ดี ระดับเซียนเทียนรึ? หากไม่เพราะว่าเกิดเรื่องขึ้นในการชุมนุมประตูมังกรในครั้งนั้นล่ะก็ ขณะที่จงตี้จะกล่าวต่อก็มีเสียงพูดขึ้นมาก่อน.

"เอาล่ะ ในเมื่อไม่มีคนเห็นเหตุการณ์ในครั้งนั้นก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจ ในเมื่อของวิเศษของพวกเราอยู่ในมือเขาแล้ว เช่นนั้นก็ต้องหาทางเอาคืนมา และหาโอกาสกำจัดเขาซะ."หวังกุยที่ออกคำสั่งพร้อมกับจิตสังหารที่แผ่ออกมา.

ในตอนแรกจงตี้ต้องการจะแนะนำอะไรบางอย่าง ทว่าหลังจากที่ได้ยินหวังกุยกล่าวออกมาแล้ว จงตี้ก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก อีกอย่างเขาที่ได้เห็นจงซานในเวลานี้ ทำให้เขารับรู้ได้ว่าต่อไปหลังจากนี้เขาคงจะกินไม่ได้นอนไม่หลับ ดูเหมือนว่าภายในใจของเขาจะมีจิตมารมารบกวน หากเขาตายไป เรื่องทุกอย่างคงจะบรรเทา.

"ครับ."ถังเสี่ยวโหยวและจงตี้ตอบรับพร้อมกัน.

................

ในคืนที่มืดมิด ฝนที่กระหน่ำตกอย่างรุ่นแรง หมาป่าอสูรที่อยู่ในสวน ทันใดนั้นประตูกรงกระจกก็เปิดออกมาในทันที ส่วนอีกด้านหนึ่งนั้นชายในชุดคลุมสีขาวที่ถือกระบี่สีขาวเข้าไปหาใครคนหนึ่ง.

"สหายจ้าว คืนนี้ฝนตกอย่างหนักเลย เจ้าไม่คิดที่จะมาฝึกวิชาท่ามกลางสายฝนกับข้าหน่อยรึ? มาทดสอบกันหน่อยเป็นไง"ชายชุดขาวกล่าว.

ชายชุดขาวที่กระโดดเหินขึ้นไปบนหลังคา พุ่งตรงไปยังพื้นที่แห่งหนึ่ง ฝนที่ตกลงมาหนักนั้นไม่สามารถเข้าใกล้เขาได้เลย.

หลังจากชายชุดขาวแล้ว จ้าวโส่วเซี่ยวที่กวัดแกว่งทวนยาวพุ่งตรงตามไป ประกายแสงแปบ ๆ จากอาวุธ พวกเขาที่ต่อสู้กันไปมาบนหลังคา.

เหล่าเงาในมุมมืดที่เงียบ แต่ละคนที่จ้องมองออกไปด้วยความชื่นชมและเคารพ.

จงซานในเรือนเล็กแห่งหนึ่ง.

จงซานและเทียนหลิงเอ๋อที่นั่งอยู่ในห้องนอนด้านใน เทียนหลิงเอ๋อที่กำลังจะเข้านอนแล้ว ส่วนจงซานที่นอนอยู่ห้องนอนด้านนอก.

"จงซาน เจ้าได้ยินอะไรไหม?"เทียนหลิงเอ๋อที่ออกมาจากห้องนอน.

"อืม."จงซานพยักหน้า.

ถึงแม้ว่าจะมีฝนตกหนัก ทว่าจงซานที่อยู่ในระดับ 3 เซียนเทียน การต่อสู้ของจ้าวโสวเซี่ยงกับใครอีกคนนั้น เขาสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจน.

"พวกเราไปดูกันใหม."เทียนหลิงเอ๋อกล่าว.

"ไม่ ห้ามไป."จงซานขมวดคิ้ว.

"ทำไมล่ะ?"เทียนหลิงเอ๋อที่ตอบออกมาในทันที.

"มันแปลกไป."จงซานที่ขมวดคิ้ว.ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น ทว่าจงซานสามารถสัมผัสได้ว่ามีอะไรผิดปกติ.

"แปลกอย่างงั้นรึ?"เทียนหลิงเอ๋อที่สอบถามออกไป.

"ไปนอนได้แล้ว พวกเราจะเดินทางแต่เช้า."จงซานที่กล่าวออกไปโดยที่ไม่ตอบคำถามใด ๆ .

"เอะ ไม่บอกข้าเหรอ."เทียนหลิงเอ๋อที่เซ้าซี้.

"เอาล่ะ ไปนอนได้แล้ว."จงซานกล่าว.

แม้ว่าเขาจะให้เทียนหลิงเอ๋อไปนอน ทว่าเขาก็ยังรับรู้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้.

เมื่อมองออกไปยังด้านนอกแล้ว จงซานไม่สามารถหลับได้เลย หลังจากนั้นราว ๆ เที่ยงคืนฝนก็หยุดตก.

หลังจากที่ฝนอยู่ตกแล้ว เขาไม่สามารถบอกได้เลยว่าจ้าวโส่วเซี่ยงและอีกคนได้หยุดต่อสู้กันหรือยัง.

ใกล้ถึงยามเบ้า จงซานที่ได้ยินเสียงคนพูดออกมาจากด้านนอก.

4. ยาม เบ้า (เหม่า) เท่ากับ เวลา 05.00 น. จนถึง 06.59 น. (ชั่วยามจีน= 2 ชม. ชั่วยาวไทย= 3)

"สหายเจ้า เพลงทวนของท่านร้ายกาจจริง ๆ  นับถือ ๆ ."หลิวหมิงผู้ท้าทายกล่าวออกมา.

"สหายหลิว เพลงกระบี่ของท่านก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน ทำให้ข้าได้เปิดหูเปิดตาเลยทีเดียว."จ้าวโส่วเซี่ยงกล่าว.

หลังจากนั้น ก็ไม่มีเสียงดังขึ้นอีก เห็นได้อย่างชัดเจนว่าพวกเขาได้กลับไปพักแล้ว จงซานที่รู้สึกวางใจและกลับไปพักผ่อน.

ตอนเช้าตรู่ จงซานที่ไปปลุกเทียนหลิงเอ๋อ เพื่อให้เตรียมตัวเตรียมจากไปในทันที เพราะว่าจงซานนั้นรับรู้ว่ากำลังจะมีอะไรที่ไม่ดีเกิดขึ้นในไม่ช้านี้.

"ยังเช้าอยู่เลย! เจ้าต้องการอะไร?"เทียนหลิงเอ๋อที่ถูกรบกวน นางที่งัวเงียลุกขึ้นมา.

"โอ้วไม่ ช่วยด้วย! หมาป่าอสูรเปลี่ยนร่างแล้ว หมาป่าอสูรเปลี่ยนร่าง! "มีเสียงใครคนหนึ่งที่ดังมาแต่ไกล.

ได้ยินเสียงดังกล่าวนั่น ทันใดนั้นจงซานก็รับรู้ได้ในทันทีมีอะไรบางอย่างที่ย่ำแย่เกิดขึ้นแล้ว เทียนหลิงเอ๋อเองกลายเป็นสนใจขึ้นมาทันที.

หมาป่าอสูรกลายร่างอย่างงั้นรึ? มันหมายความว่าอย่างไร.

เทียนหลิงเอ๋อที่เร่งรีบทำความสะอาดร่างกายพร้อมกับเปลี่ยนเสื้อผ้าที่แม่บ้านเตรียมให้ และจับมือจงซานเร่งรีบออกไปดูในทันที.

ไม่นานหลังจากนั้น ทั้งคู่ก็เดินทางมาถึงลานบ้านที่หมาป่าอสูรเคยอยู่.

ในเวลานี้ ทุกคนต่างก็ยืนอยู่ที่ลานกันหมด จ้าวโส่วเซี่ยง จงตี้ หวังกุย ถังเสี่ยวโหยว และชายในชุดสีขาว ที่ดูเหมือนว่าทุกคนจะให้ความเคารพเป็นอย่างมากทีเดียว.

ทุกคนต่างก็จ้องมองไปยังกรงกระจก ที่ตอนนี้หมาป่าสีขาวนั้นได้หายไปแล้ว และมีจิ้งจอกตนหนึ่งถูกนำมาแทนที?

"หมาป่าสีขาวเปลี่ยนเป็นจิ้งจอกขาวได้อย่างงั้นรึ?"เทียนหลิงเอ๋อที่ไม่อยากจะเชื่อจ้องมองไปยังจิ้งจอกสีขาวที่นอนอยู่ด้านใน.

"เป็นไปไม่ได้ หมาป่าก็คือหมาป่า จะต้องมีคนมาขโมยมันไป."ดวงตาของจ้าวโส่วเสี่ยงที่เบิกกว้าง.

"ถูกสับเปลี่ยนอย่างงั้นรึ?เป็นไปได้อย่างไร?ถังซือ บอกข้าสิว่ามันเกิดอะไรขึ้น "ถังเสี่ยวโหยวที่กล่าวเสียงดังต่อบ่าวรับใช้.

สายตาของทุกคนที่จ้องมองไปยังชายคนดังกล่าว ซึ่งมีนามว่าถังซือที่คุกเข่าลงกับพื้นทันทีและเริ่มอธิบาย.

"นายท่าน ข้าที่นำอาหารมาให้หมาป่าขาวเมื่อวานก็ยังอยู่ดีอยู่เลย ทว่าตอนเช้าข้านำอาหารมาให้มันอีก มันก็เปลี่ยนไปแล้ว!มันเปลี่ยนร่างไปแล้ว!หมาป่าตัวนี้มันกลายเป็นจิ้งจอกไปแล้ว!"ชายที่ถังซือที่ร้องโอดโอยส่ายหน้าไปมา เห็นได้อย่างชัดเจนเขาก็ไม่อยากเชื่อเช่นกัน.

"เจ้าไม่ได้เห็นมันเปลี่ยนร่างตอนให้อาหารกับมันใช่หรือไม่?"จ้าวโส่วเซี่ยงแค่นเสียง.

"ไม่ครับ นานท่าน เมื่อวานนี้ฝนตกหนัก ข้าจึงให้อาหารมันครั้งเดียว ทว่าในตอนนั้นมันก็ยังเป็นหมาป่าอยู่เลย."ถังซือที่ตัวสั่นตอบออกมา.

"นั่นก็หมายความว่า มีคนมาขโมยหมาป่าอสูรแล้วสับเปลี่ยนมันขณะที่ฝนตกอย่างงั้นรึ? พี่หลิวและข้านั้นดวลกันจนถึงยามสาม นั่นก็หมายความว่าขณะที่ฝนหยุดตก ก่อนเช้า จะต้องมีใครมาขโมยหมาป่าอสูรไป?"จ้าวโส่วเซี่ยวที่แค่นเสียงเย็นชาออกมา.

"เป็นเจ้า จะต้องเป็นเจ้าอย่างแน่นอน!"ถังเสี่ยวโหยวที่ชี้ไปยังจงซาน.

ได้ยินคำกล่าวหาของถังเสี่ยวโหยว สายตาของจงซานที่หรี่ตาจ้องมอง.

"แล้วทำไมต้องเป็นพวกเรา? มีคนตั้งมากมายเจ้ากลับเห็นว่าเป็นพวกเราอย่างงั้นรึ?"เทียนหลิงเอ๋อที่โต้แย้ง.

"เจ้า เจ้าเคยบอกมาก่อนว่า หากว่าพวกเจ้าเจอหมาป่าอสูรก่อน แน่นอนว่าจะต้องปล่อยมัน นั่นก็หมายความว่าจะต้องเป็นพวกเจ้าที่แอบมาปล่อยหมาป่าอสูรตนนี้."ถังเสี่ยวโหยวที่ชี้ไปยังเทียนหลิงเอ๋อ.

"หืม แล้วเจ้าไปได้ยินเรื่องนี้มาจากใหนกัน?"จงซานที่เผยยิ้มอย่างเย็นชา.

ตอนนั้นจงซานสามารถบอกได้เลยว่า ขณะที่เทียนหลิงเอ๋อกล่าวออกมานั้น ถังเสี่ยวโหยวไม่ได้อยู่ที่นี่เลย.

"ใช่แล้ว เจ้าไปได้ยินมาจากไหน?"เทียนหลิงเอ๋อที่กล่าวออกมาทันที.

"ข้า.. ข้าได้ยินศิษย์พี่รองและจงตี้คุยกัน."ถังเสี่ยวโหยวที่เร่งรีบแก้ตัวในทันที เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขายังคงไหวตัวทัน.

จบบทที่ Chapter 29 ไม่สามารถล่วงเกินได้.

คัดลอกลิงก์แล้ว