เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 26 จ้าวโสวเซี่ยง

Chapter 26 จ้าวโสวเซี่ยง

Chapter 26 จ้าวโสวเซี่ยง


จงซานที่สั่งอาหารเป็นจานที่ดีที่สุดของภัตตาคารมา เขาไม่ได้มองรายการอาหารด้วยซ้ำ ทำให้พนักงานเสิร์ฟบอกได้ว่าสองคนที่อยู่ตรงนี้ไม่รวยมากก็เป็นขุนนางและต้องการสินค้าที่ดีที่สุดนั่นเอง.

อาหารที่ถูกนำมาเสิร์ฟหลังจากนั้นไม่นาน.

เทียนหลิงเอ๋อที่ไม่มีกระจิตกระใจที่จะกินแม้แต่น้อยนางที่จ้องมองไปยังการพนันด้านล่าง ทุก ๆ ครั้งที่มีเสียงเฮเกิดขึ้น ได้กระตุ้นเทียนหลิงเอ๋อ ที่คิดว่ามันจะต้องเป็นการเล่นที่สนุกสนานแน่นอน.

จงซานที่หัวเราะส่ายหน้าไปมา ทุก ๆ ครั้งทุก ๆ รอบของการพนัน มีทั้งเสียงยินดี เสียงหดหู่ เสียงเสียดาย นับเป็นบรรยากาศที่น่าสนใจทีเดียว.

"รีบกินเร็วเข้า!"เทียนหลิงเอ๋อที่เร่งเร้าจงซาน.

ขณะที่จงซานกำลังจะกล่าวอะไรออกไป เขาที่ขมวดคิ้วแน่นและจ้องมองไปยังโต๊ะด้านข้างไม่ไกลออกไป จงซานสามารถบอกได้ว่ามีใครบางคนกำลังจดจ้องมองมาที่เขาอยู่.

กำลังเฝ้ามองเขาอย่างงั้นรึ?

อาหารที่สั่งมานั้นนับว่ามีคุณภาพสูง ชายที่ดูทรงพลัง มีรูปร่างราว ๆ  30 ปี สวมชุดสีขาว ที่บนโต๊ะนั้นมีหอกยาว เป็นทวนยาวสีขาวเงิน.

อาวุธวิเศษรึ?

จงซานสามารถบอกได้ว่าทวนยาวดังกล่าวนั่นเป็นอาวุธวิเศษที่สร้างขึ้นมาจากมุกคงหลิง?

ชายคนดังกล่าวที่ยกสุราขึ้นดื่ม เขาที่จ้องมองไปยังจงซาน ขมวดคิ้วเล็กน้อย ทันใดนั้นก็กล่าวออกมาด้วยท่าทางไม่มั่นใจนัก "จงซานรึ?"

เขาที่นึกชื่อขึ้นมาได้ หากแต่ตอนนี้มีอายุสามสิบปีอย่างงั้นรึ? หนึ่งปีก่อนที่เขามาพร้อมกันกับบุตรบุญธรรมในครั้งนั้นแทบไม่มีเค้าร่างเดิมเลย?

จงซานที่จ้องมองไปยังชายคนดังกล่าว ทันใดนั้น ราวกับว่านึกอะไรออกมาได้.

ห้าสิบเอ็ดปีที่แล้วก่อนหน้านี้.

จงซานที่เคยอดทนอย่างยากลำบากเพื่อขอเป็นศิษย์สำนักเซียนแห่งหนึ่ง เขาที่นั่งคุกเข่าอยู่หน้าประตูสำนักสามวันสามคืนเพื่อขอเป็นศิษย์สำนักเซียน ทว่าก็ไม่มีใครที่ยินดีที่จะรับเข้าเป็นศิษย์.

การชุมนุมประตูมังกรนั้นจะจัดขึ้นในทุกห้าสิบปี.

มีสำนักเซียนมากมายที่กลับมาคัดเลือกและรับศิษย์ไป ทว่าก็ไม่เคยมีใครสนใจในตัวจงซานแม้แต่คนเดียว.

ในครั้งนั้น ชายคนนี้ เป็นชายในชุดขาว ที่ถูกเลือกโดยอาจารย์ของเขาที่การชุมนุมประตูมังกร ซึ่งเขาจำได้ว่าจงซานเคยคุกเขาที่หน้าประตูสำนัก.

"อาจารย์ ท่านบอกว่าชายผู้นี้เคยคุกเข่าสามวันสามคืนอย่างงั้นรึ?"ชายผู้นี้ถาม.

"ชายผู้นั้นมีนามว่าจงซาน เขาเป็นคนที่ไร้พรสวรรค์ และไม่มีทางที่จะประสบความสำเร็จใด ๆ ในชีวิตนี้."อาจารย์ของเขากล่าว.

"ทว่าเขามีความอดทนสูงมาก เคยแม้กระทั่งคุกเข่าได้ตั้งสามวันสามคืน อาจารย์ ทำไมไม่ลองให้โอกาสรับเขาเป็นศิษย์ล่ะ ไม่ว่าเขาจะประสบความสำเร็จก็ต้องขึ้นอยู่กับเขา."ชายชุดขาวที่กล่าวกับอาจารย์ของเขา.

"พอได้แล้ว จ้าวโสวเซี่ยง. นี่คือสำนักเซียน ไม่ใช่สำนักของโลกปุถุชน เพียงแค่มีพยายามนั้น มันไม่เพียงพอ."อาจารย์ที่ดุเขาด้วยความโกรธ.

"ครับ อาจารย์."จ้าวโสวเซี่ยง.ที่พยักหน้า เขาที่ส่ายหน้าไปมาพร้อมกับทอดถอนใจ และตามอาจารย์ของเขาไปยังสำนักเซียน.

ในวันนั้นเขาเองก็มองไปยังชายคนนั้นเช่นกัน ทำให้จงซานนึกขึ้นมาได้เช่นกัน เขาที่ได้เดินทางไปยังหลากหลายสำนักเซียน ทว่ามีเพียงแค่ชายผู้นี้ที่พยายามจะช่วยเขา ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถเกลี้ยกล่อมอาจารย์เขาสำเร็จก็ตามที ทว่าเรื่องในครั้งนั้นก็ยังคงอยู่ในความทรงจำของจงซาน.

"จ้าวโสวเซี่ยง.?"จงซานที่จ้องมองออกไป.

"ฮ่าฮ่า เป็นเจ้าจริง ๆ รึ จงซาน."เจาโสวเซี่ยที่หยิบหอกของเขาและเดินตรงมา พร้อมกับนั่งลงที่โต๊ะของจงซานโดยไม่รอให้ได้เชิญแต่อย่างใด.

"จงซาน ใครอย่างงั้นรึ?"เทียนหลิงเอ๋อที่สอบถามออกไปทันที.

"สำนักทวนเหล็ก จ้าวโสวเซี่ยง.."จ้าวโสวเซี่ยง.ตอบกลับเทียนหลิงเอ๋อ.

"สำนักไคหยาง เทียนหลิงเอ๋อ."เทียนหลิงเอ๋อที่แนะนำตัวเอง เป็นเหมือนกับมารยาทในการทักทายสำนักเซียนอื่น ๆ .

"สำนักไคหยาง?"จ้าวโสวเซี่ยง.จ้องมองมายังจงซานด้วยท่าทางประหลาดใจ.

เขาที่ยากจะเชื่อเรื่องที่เกิดขึ้นได้ จงซานที่ไม่มีแม้แต่เป็นที่สนใจของสำนักเซี่ยเซียนเลยสักแห่ง ทว่าตอนนี้กลับกลายเป็นหนึ่งในสำนักซ่างเซียนขนาดใหญ่ เช่นสำนักไคหยางอย่างงั้นรึ?

"สหายจงซาน ยินดีด้วย ๆ ."จ้าวโสวเซี่ยง.ที่แสดงความยินดีต่อจงซานทันที.

"เช่นกัน ๆ ."จงซานตอบกลับ.

"จงซาน เจ้ากินไปก็แล้วกันนะ ข้าขอลงไปดูข้างล่างหน่อย."เทียนหลิงเอ๋อที่ไม่สามารถรอได้อีกต่อไปแล้ว หลังจากกล่าวเสร็จ ก็เร่งรีบวิ่งไปยังด้านล่างทันที.

จงซานส่ายหน้าไปมาพร้อมรอยยิ้มที่เห็นท่าทางของเทียนหลิงเอ๋อ อย่างไรก็ตามคงเป็นการดีที่ให้นางลงไปก่อน.

"ทำไมท่านมาอยู่ที่นี่ล่ะ สหายจ้าว?"จงซานที่หันหน้าไปคุยกับจ้าวโสวเซี่ยง.

"ที่จริงแล้วข้าเป็นขุนพลของอาณาจักรต้าซ่ง ห้าสิบเอ็ดปีที่แล้ว ข้าที่โชคดีได้รับเลือกเข้าสำนักเซียน ตอนนี้ข้าสามารถฝึกฝนนอกสำนักได้และเดินทางเข้าไปรายงานตัวเป็นครั้งคราว หากมีอะไรเกิดขึ้นที่นี่ข้าก็ต้องอยู่ที่นี่ชั่วคราว วันนี้ข้าออกมาเดินตรวจตราและไม่คาดคิดเลยที่จะมาเจอสหายจงที่นี่."จ้าวโสวเซี่ยงที่หัวเราะออกมา.

"ที่จริง ข้าก็คาดไม่ถึง ข้าเองยังจำวันนั้นได้อย่างดี วันที่ท่านพยายามที่จะโน้มน้าวอาจารย์ในวันนั้น ถึงแม้ว่าข้าจะไม่ได้เข้าสำนักเซียนก็ตาม ข้าเองก็ยังซาบซึ้งน้ำใจเจ้าในครั้งนั้นมาก."จงซานที่กล่าวออกมาอย่างจริงจัง.

สำหรับจงซานนั้นเขาเป็นคนที่ชัดเจนเสมอระหว่างบุญคุณความแค้น ถึงแม้ว่าในครั้งนั้นจงซานจะไม่ได้เข้าสำนักเซียนก็ตาม ทว่าจงซานก็ยังจำความปรารถนาดีของคนผู้นี้ที่พยายามจะช่วยเขาได้.

"ฮ่า ฮ่า ข้าไม่ได้ช่วยท่านเลย ใยต้องขอบคุณข้าด้วยล่ะ นอกจากนี้หากว่าท่านได้เข้าสำนักของข้า แล้วท่านจะได้รับวาสนาขนาดนี้เหรอ ไม่เช่นนั้นท่านคงจะไม่ได้เข้าสำนักไคหยางในเวลาต่อมา."จ้าวโสวเซี่ยงหัวเราะ.

"ไม่จำเป็นต้องเกรงใจระหว่างเราก็ได้ ท่านสามารถเรียกข้าว่าจงซานได้เลย."จงซานเผยยิ้มออกมา.

"ตกลง เจ้าสามารถเรียกข้าว่า โส่วเซี่ยง หรือจ้าวโส่วเซี่ยง แล้วแต่สะดวก."จ้าวโสวเซี่ยงกล่าว.

"เช่นนั้นขอเรียกว่า โสวเซี่ยงก็แล้วกัน "จงซานพยักหน้าและยกแก้วสุราขึ้นคารวะจ้าโสวเซี่ยง.

จ้าวโสวเซี่ยงเองก็ยกสุราขึ้น พร้อมกับชนแก้วกับเขาเช่นกัน.

"สำนักไคหยางคงจะส่งเจ้าออกมาหาประสบการณ์สินะ เช่นนั้นเจ้าได้ยินเรื่องเกี่ยวกับเห่าซานหรือไม่?"

จ้าวโสวเซี่ยงที่ถามออกมาในทันที.

ขณะที่จงซานได้ยินจ้าวโสวเซี่ยง เขาที่ขมวดคิ้ว รู้สึกได้ว่าทุกคนกำลังตามหาเห่าซาน ที่จริงเขาคิดแต่เพียงว่ามีเพียงสำนักไคหยางเท่านั้นที่ต้องการหาเขา ทว่าตอนนี้รู้แล้วว่ามันไม่ใช่.

"ใช่แล้ว เห่าซานนี้เป็นใครมาจากใหนเหรอ?"จงซานที่ถามออกไป.

"ข้าเองก็ไม่แน่ใจเช่นกัน ทว่าข้าได้ยินอาจารย์ของข้ากล่าวออกมาครั้งหนึ่ง สำนักเซียนทุกสำนักต่างก็ต้องการหาตัวเห่าซานและพวกเขาทุกคนต่างก็ส่งคนออกตามหา ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย หนำซ้ำยังมีรางวัลใหญ่มอบให้ด้วยหากว่าเจอเขาได้ ปัจจุบันนี้ ทุกคนต่างก็อยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับคนผู้นี้มาก."จ้าวโสวเซี่ยงส่ายหน้าขณะกล่าว.

ขณะที่ทั้งสองคนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น.

ชั้นล่าง หน้าประตูทางเข้า ชายคนหนึ่งในชุดสีดำ พร้อมกระบี่คาดหลัง ค่อย ๆ เดินนำคนหลายคนเข้ามา.

บริกรต้อนรับแขก ต้องตื่นตะลึงขึ้นมาในทันทีเมื่อคนที่ตามชายชุดดำมานั้นก็คือเจ้าของจินจวนโหลว ทว่าเถ้าแก่ที่ทรงอำนาจของเขากำลังแสดงท่าทางสุภาพเป็นอย่างมากกับชายชุดดำขนาดนี้เลยรึ?

"จ้าวโสวเซี่ยงอยู่ที่ใหน?"ชายชุดดำที่กล่าวออกมาในทันที.

"เขากำลังรับประทานอาหารอยู่ชั้นสองขอรับ"เถ้าแก่ที่ตอบออกมาในทันที.

"อืม."ชายชุดดำที่พยักหน้าและตามเถ้าแก่ขึ้นไปด้านบน.

ขณะที่ขึ้นบันไดขึ้นไปได้ครึ่งหนึ่ง ทันใดนั้นชายชุดดำที่ต้องขมวดคิ้วไปมาเมื่อจ้องมองไปยังโต๊ะพนันที่อยู่ด้านล่าง.

มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ล้อมรอบโต๊ะพนันอยู่ ซึ่งตรงกลางนั้นมีหญิงสาวในชุดสีแดงอยู่ในกลุ่ม นางเป็นคนที่งดงามมากและมีผิวเนียนใสราวกับตุ๊กตาหยก ในเวลานั้นมีกองเงินจำนวนมากที่กองอยู่ด้านหน้าของนาง และนางกำลังเล่นพนันอยู่ด้านล่างอย่างสนุกสนาน.

มีตั๋วเงินหลายร้อนแผ่น และก้อนเงินกว่าหมื่นก้อน รวม ๆ แล้ว นับล้านเงินเลยรึ?

นางมีเงินมากมายขนาดนี้เลย

อย่างไรก็ตาม ที่ทำให้ทุกคนประหลาดใจ หญิงสาวที่ยิ่งเล่นก็ยิ่งเสีย และยิ่งเสียก็ยิ่งกระวนกระวาย นางที่เสียไปเป็นจำนวนไม่น้อย.

ทว่านางกับมีเงินเล่นอีกมากมาย กว่าล้านเงิน ขณะที่นางวางเดิมพันลงไปบนโต๊ะ ทุก ๆ คนที่อยู่ในเวลานั้น ต่างก็เต็มไปด้วยความโลภ หวังที่จะกินเงินนางให้หมด ทางฝั่งเจ้ามือเองก็ได้มาเป็นกอบเป็นกำ.

รอบ ๆ โต๊ะพนันตอนนี้ทุกคนต่างก็หยุดเล่น ทุกคนที่เพิ่งเคยเห็นหนึ่งล้านเงิน หนำซ้ำยังกำลังจะเสียไปทั้งหมด.

"ท่านหญิง ท่านยังต้องการเดิมทันอีกหรือไม่?"เจ้ามือที่สอบถาม.

"แน่นอน ข้าต้องการเล่น ข้าต้องการเล่น."เทียนหลิงเอ๋อที่ควันออกหูโยนเงินออกไปอีกหนึ่งหมื่นเงิน.

"เอาล่ะ แต้มที่ได้ 4 5 6 : 15 แต้ม สูง."เจ้ามือที่เปิดกล่องไม้เผยให้เห็นถึงหน้าลูกเต๋า.

"ไม่ ข้าต้องเช็คลูกเต๋าเจ้าแล้ว."เทียนหลิงเอ๋อที่โอดครวญ.

อย่างไรก็ตาม นางกับไม่สามารถค้นหาปัญหาได้เลย บนลูกเต๋าที่มีทั้งหมดหกหน้าและยังมีหน้าที่แตกต่างกับ ทำไมในทุก ๆ ครั้ง นางถึงต้องผิดตลอด?

"เอาใหม่"เทียนหลิงเอ๋อไม่สามารถยอมรับได้เลย นางที่แลกตั๋วเงินอีกครั้ง.

บนบันไดนั้น ชายชุดดำที่จับจ้องมองไปยังเทียนหลิงเอ๋อที่สุญเสียเงินมากมาย อย่างไรก็ตามเพราะว่านางยังมีตั๋วเงินมากมาย.

กำไลเก็บของอย่างงั้นรึ?

ขณะที่เขาเห็นกำไลเก็บของที่อยู่บนข้อมือของนาง ชายชุดดำที่หันหน้าไปกระซิบกับเถ้าแก่.

"ครับ นายน้อยถัง ให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง "เถ้าแก่ที่แสดงท่าทางตื่นเต้นออกมา.

"อืม."ชายชุดดำที่พยักหน้าและตามเถ้าแก่ลงไปด้านล่างอีกครั้ง.

ด้านบนนั้นจงซานและจงโส่วเซี่ยงสนทนากันมาพักหนึ่งแล้ว จงซานรับรู้ได้ว่าคนผู้นี้คู่ควรที่จะคบเป็นสหาย ยิ่งสิ่งที่เขาเคยพยายามช่วยเขาในอดีตแล้ว จงซานยิ่งมั่นใจได้ว่าคนนี้ตรงไปตรงมาและน่าเชื่อถือ ทั้งคู่ที่สนทนากันอย่างสนุกเลยทีเดียว.

ที่ด้านล่างนั้น เทียนหลิงเอ๋อที่กำลังโกรธเกรี้ยว จงซานได้มอบเงินให้นางหนึ่งล้านกว่า เขาคงไม่คิดว่านางจะใช้เงินไปเกือบหนึ่งล้านแล้ว เทียนหลิงเอ๋อรู้ดีว่านางได้เสียไปมากมายเลยในครั้งนี้ นางที่ต้องการเล่นเอาเงินกลับคืนมา ทว่ายิ่งเล่นเท่าไหร่นางก็ยิ่งเสียมากเท่านั้น นางโชคร้ายขนาดนั้นเลยรึ?

ขณะที่เทียนหลิงเอ๋อกำลังขุ่นเคืองใจนั้น ทันใดก็สามารถสัมผัสได้ถึงสายตาและท่าทางของคนอื่น ๆ  ที่แสดงอาการสมเพช เวทนาและเหยียดหยันได้.

เทียนหลิงเอ๋อแม้ว่านางจะไร้เดียงสา ทว่านางก็ไม่ได้โง่ นางมั่นใจว่าจะต้องมีอะไรผิดปรกติแน่นอน.

พวกเขากำลังโกงนางอย่างงั้นรึ?นางมั่นใจว่าจะต้องมีอะไรผิดปรกติ ทว่าอะไรล่ะที่ผิดปรกติ?นางไม่สามารถมองเห็นถึงปัญหาได้เลย.

ที่ด้านหน้าของนางเวลานี้ มีตั๋วเงินเหลือเพียงสองแผ่น และก้อนเงินสองแสน ส่วนทางฝั่งเจ้ามือเวลานี้มีตั๋วเงินกองซ้อนกันอยู่มากมาย ตอนนี้พวกเขามีเงินกว่าเก้าแสนแปดหมื่นเงิน.

"ท่านหญิง ท่านต้องการจะเล่นต่อไหม?"เถ้าแก่จินจวนโหลวที่อยู่ตรงข้ามเผยยิ้มออกมา ทางฝั่งเจ้ามือที่ลุกขึ้นคารวะเขา.

เทียนหลิงเอ๋อที่เห็นคนที่อยู่ด้านหน้าแล้วและรับรู้ได้ทันทีว่าคนเหล่านี้ต้องการหลอกเอาเงินนางไปทั้งหมด ทว่านางก็ไม่รู้ว่าจะจัดการสถานการณ์เช่นนี้อย่างไร นางไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร เงินที่จงซานให้นางมาตอนนี้เสียไปเกือบหมดแล้ว.

เทียนหลิงเอ๋อที่กำลังกระวนกระวายใจเป็นอย่างมาก.

"ว่าอย่างไร ท่านหญิง หากว่ายังมีสิ่งของล้ำค่าอยู่ ยกตัวอย่างเช่นกำไลข้อมือ ท่านสามารถนำมาใช้แทนเงินได้."เถ้าแก่ที่กล่าวออมกา.

"ใช้แทนเงินอย่างงั้นรึ?"เทียนหลิงเอ๋อที่ขมวดคิ้ว มีอะไรอีกหลายอย่างในกำไลเก็บของ ทว่าพวกเขารู้จักมันด้วยอย่างงั้นรึ?

"ใช่แล้ว ข้าคิดว่าเจ้าเองก็มีอะไรเหมือนกับข้า.นี่ไง ข้าเองก็มีมุกคงหลิงที่สามารถเทียบได้กับเงินเก้าแสนแปดหมื่นเงิน หากว่าเจ้ามีอะไรที่มีค่าแล้วล่ะก็ พวกราสามารถมาเดิมพันกันต่อได้."ชายชุดดำที่กล่าวออกมาทันที.

ชายชุดดำที่กล่าวออกมาเช่นนั้นแสดงว่าเขาเองก็มาจากสำนักเซียน ดังนั้น หากว่านางมีอะไรเช่นกำไลเก็บของ เขาก็ควรที่จะรับรู้ได้.

เทียนหลิงเอ๋อที่จ้องมองไปยังกองเงินมากมายด้านหน้า นางที่กัดฟันแน่น นางนั้นไม่ได้สนใจอะไรเช่นมุกคงหลิง ทว่าตั๋วเงินเหล่านั้น นางไม่รู้ว่ามันมีค่ามากมายขนาดใหน ทั้งหมดนั้นเป็นของจงซาน จงซานที่ให้นางมาใช้จ่าย ทว่านางกลับนำมันมาเล่นจนหมดเช่นนี้.

เทียนหลิงเอ๋อนั้นไม่ได้ตั้งใจให้มันออกมาเป็นเช่นนี้ นางไม่ต้องการจริง ๆ .

จะเดิมพันหรือไม่เดิมพัน? ก่อนหน้านี้ นางชนะอยู่บ้างเล็กน้อย บางทีครั้งหน้านางอาจจะชนะอีกก็ได้ เทียนหลิงเอ๋อที่กำลังคิดในใจอย่างหนัก นางที่กำลังทุกข์ใจเป็นอย่างมาก นางเองก็ไม่ต้องการเสียสมบัติวิเศษ ในเวลาเดียวกัน นางก็ต้องการตั๋วเงินเหล่านั้นกลับมาเช่นกัน.

"มุกคงหลิงอย่างงั้นรึ? เป็นสิ่งล้ำค่าทีเดียว ให้ข้าลองดู."

ขณะที่เทียนหลิงเอ๋อกำลังอัดอั้นตันใจอย่างที่สุด เสียงของจงเทียนที่แค่นเสียงตามมาด้านหลัง.

จบบทที่ Chapter 26 จ้าวโสวเซี่ยง

คัดลอกลิงก์แล้ว