เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 17 เป่ยชิงซือ.

Chapter 17 เป่ยชิงซือ.

Chapter 17 เป่ยชิงซือ.


หลังจากทำการพูดคุยเรื่องต่าง ๆ อีกมากมาย พวกเขาตกลงกันว่าจะมาพบกันอีกในเดือนหน้าเพื่อแลกเปลี่ยนข่าวสารและวิธีการฝึกกัน จากนั้นหนานป่าเทียนก็จากไป.

หลังจากที่ทั้งสองจากไปหมดแล้ว จงซานก็ส่ายหน้าไปมา ทั้งคู่นั้นเหมือนกับดอกไม้ในเรือนกระจก การฝึกฝนของพวกเขานั้นง่ายดายไม่ได้ผ่านความยากลำบากมากมายนัก.

จงซานที่กลับไปเก็บเสบียงที่เขาเตรียมไว้ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังถ้ำผลไม้เพลิงสวรรค์ เมื่อกลับลงไปยังถ้ำใต้น้ำก็เริ่มบำเพ็ญวิชาดาบสวรรค์กายสุริยันทันที.

จงซานที่ก้าวไปถึงระดับสองเซียนเทียน และตอนนี้เขายังได้รับวิชาที่ค่อนข้างยอดเยี่ยมทีเดียว อย่างไรก็ตาม ในรุ่นของเขานั้นมีคนที่ก้าวไปถึงระดับสามเซียนเทียนแล้ว ถึงแม้ว่าเขาจะเหนือกว่า ฝึกฝนเร็วกว่า แต่วิชาที่มีคงไม่เหนือกว่าเขาแน่นอน.

นอกจากนี้พรสวรรค์ของเขาไม่ดีนัก ดังนั้นจึงได้พยายามให้หนัก เพื่อที่จะทดแทนพรสวรรค์ที่เขาขาดไป.

ในเวลานี้ จงซานฝึกฝนวิชาดาบสวรรค์กายสุริยันในถ้ำผลไม้เพลิงสวรรค์ ไม่หยุดเลย หากว่าเข้าสู่จุดตีบตัวเขาก็จะเข้าไปต่อสู้กับสัตว์อสูร ทำเช่นนี้ตลอด ทำให้ศักยภาพของเขาเพิ่มขึ้นไม่หยุด.

เป็นเวลาแปดเดือนแล้วนับตั้งแต่จงซานเดินทางมาถึงสำนักไคหยาง อย่างไรก็ตามจงซานไม่เพียงไปถึงระดับสองเซียนเทียนเท่านั้น ทว่ายังไปถึงระดับสองขั้นปลายแล้ว นับว่าถ้ำผลไม้เพลิงสวรรค์นั้น มีสภาพภูมิอากาศที่เหมาะกับการฝึกฝนวิชาของเขามาก ทว่าเขาก็ยังไม่เร่งทะลวงผ่านไปยังขั้นต่อไป และเขาไม่ควรเร่งรีบ ไม่ควรทะลวงผ่านระดับหากยังไม่พร้อม ต้องไม่ลืมในอดีตหลายสิบปีที่เขามุ่งมั่นมาที่นี่? เคยประสบปัญหามาก่อน เช่นนั้นเขาจะต้องก้าวไปอย่างมั่นคง.

เวลานี้เขาได้กลับมายังบ้านพัก ติ่งสุ่ยเซี่ย ตอนนี้เขาเริ่มเก็บเกี่ยวข้าวโพดด้วยการใช้ดาบ จงซานที่ยืนอยู่กลางทุ่งพร้อมกันนี้ก็สับไปยังต้นข้าวโพดเหมือนกับผ่าฟืน จงซานตระหนักได้ว่าเขานั้นไม่ได้มีพรสวรรค์และไม่ใช่อัจฉริยะ ดังนั้นเขาจึงต้องฝึกฝนซ้ำ ๆ ไป ซึ่งตอนนี้กำลังฝึกฝนท่าร่างของเพลงดาบ การวาดดาบออกไป พร้อมกับปิดตา ตวัดฟัดเก็บเกี่ยวข้าวโพดอย่างแม่นยำ.

เพราะว่าขาดพรสวรรค์ ดังนั้นการฝึกฝนของเขาจะต้องฝึกฝนด้วยการใช้ปัญญาเข้าช่วย อย่างไรก็ตาม เขาหาได้ใช่คนโง่เขลา เขาได้คิดค้นวิธีการต่าง ๆ มากมายเพื่อใช้ในการสนับสนุนการฝึกของเขา.

เขาจะต้องชำนาญในกระบวนท่าทลายภูเขาสวรรค์และฟันทลายสรรพสิ่ง ของเพลงดาบสวรรค์กายสุริยัน จงซานที่ฝึกฝนวันแล้ววันเล่า ด้วยการฝึกง่าย ๆ  แต่จริงจังกับทุกการฝึก ในตอนแรกนั้นเขาได้ฝึกฝนการฟันในการผ่าฟืน ตอนนี้ได้เปลี่ยนมาเป็นผ่าหิน จงซานที่ต้องจ้องมองให้เห็นรอยร้าวในหิน เป็นรอยร้าวที่ไม่สามารถมองเห็นจากด้านนอก ด้วยการลับสัมผัสให้เฉียบคม จงซานที่สามารถระบุรอยแตกของหินได้อย่างแม่นยำ ก่อนที่จะสามารถโจมตีไปยังจุดที่อ่อนแรงที่สุดได้.

กล่าวเหมือนง่าย ทว่าการจะทำจริงนั้นเป็นเรื่องยากมาก ซึ่งจำเป็นต้องมีความแม่นยำอย่างน่าเหลือเชื่อ.

จงซานที่ฝึกฝนที่สวนของเขา หนานป่าเทียนและเทียนหลิงเอ๋อที่เดินทางมาหาเขา.

"จงซาน เจ้ารู้ไหม?ผมและคิ้วของศิษย์พี่ลำดับสามของพวกเราได้กลายเป็นสีขาวไปแล้ว"หนานป่าเทียนที่กำลังรินน้ำชาอยู่บนโต๊ะศิลา.

แน่นอนว่าจงซานย่อมรู้ว่าศิษย์พี่ลำดับสามที่หนานป่าเทียนกล่าวคือใคร นางก็คือศิษย์พี่เป่ยชิงซือศิษย์ขั้นสองนั่นเอง ทั้งหนานป่าเทียนและเทียนหลิงเอ๋อทั้งคู่ต่างมั่นใจว่าตัวเองจะก้าวไปถึงระดับแกนทองในเวลาไม่ช้านี้ จนคิดว่าตัวเองได้กลายเป็นศิษย์ขั้นสองของสำนักไคหยางไปแล้ว.

"ผมเปลี่ยนเป็นสีขาวทั้งหมดอย่างงั้นรึ?"จงซานที่ขมวดคิ้วกับคำพูดของหนานป่าเทียน.

"ใช่แล้ว มันเป็นสีขาวที่งดงามทีเดียว ไม่ได้ไร้สีสัน ดูเปล่งประกาย เป็นความงามที่น่าทึ่งมาก."หนานป่าเทียนที่ถอนหายใจเล็กน้อยออกมา.

"แน่นอนมันจะเป็นขาวซีดได้อย่างไร ที่ข้าได้ยินจากเตี่ย เหตุผลที่ผมของนางเปลี่ยนเป็นสีขาวนั้นเป็นเพราะสายโลหิตพิเศษของนางได้ตื่นขึ้นมาแล้วต่างหาก ข้าลองถามเตี่ยอยู่หลายครั้งแต่ท่านก็ไม่ได้บอกอะไรเลย ข้าเองก็ได้สอบถามศิษย์พี่ชิงซือเช่นกัน ทว่านางก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใด ซ้ำยังแสดงท่าทางเศร้าใจออกมาอีกด้วย."เทียนหลิงเอ๋อที่ยกน้ำชาขึ้นจิบ.

"สืบทอดสายโลหิต?"จงซานที่จ้องมองไปยังคนทั้งสอง.

"ถูกแล้ว ข้าได้ยินว่าใครที่สืบทอดสายโลหิตพิเศษมา พวกเขาจะมีทักษะที่คนทั่วไปไม่สามารถมีได้ อีกทั้งยังเป็นทักษะที่ทรงพลังอีกด้วย."เทียนหลิงเอ๋อที่อธิบาย.

"อืม นั่นเป็นเพราะสืบทอดสายโลหิตพิเศษมานั่นเอง."หนานป่าเทียนที่กล่าวเสริม.

"เออ ใช่ เสี่ยวหนานจื่อ ข้าได้ยินมาว่าเจ้าเองก็มีสายโลหิตตกทอด เพียงแต่มันไม่ได้ปรากฏออกมาหลายรุ่นแล้ว มันเป็นสายโลหิตอะไรอย่างงั้นรึ?"เทียนหลิงเอ๋อสอบถามออกไปตรง ๆ .

"ข้าเหรอ? ใครบอกว่าข้ามีกัน? ข้าไม่เห็นรู้เรื่อง."หนานป่าเทียนตอบกลับ พร้อมกับส่ายหน้าไปมา.

"เตี่ยข้าบอกเช่นนั้น."เทียนหลิงเอ๋อตอบกลับ.

"ข้าไม่รู้."หนานป่าเทียนหันหน้าหนี ไม่ยินดีที่จะยอมรับ.

"ดี ไม่บอกก็ไม่ต้องบอก."เทียนหลิงเอ๋อที่แสดงสีหน้าไร้อารมณ์.

เห็นท่าทางของเทียนหลิงเอ๋อแล้ว จงซานได้แต่ส่ายหน้าพร้อมกับเผยยิ้มออกมา เทียนหลิงเอ๋อนั้นไร้เดียวสาและตรงไปตรงมา ชอบหาเรื่องสนุกเล่น ดูเหมือนว่ามันจะเป็นวิธีผ่อนคลายในการฝึกฝนของนาง.

"ยังเหลืออีกสี่เดือนก็จะสิ้นปีเจ้ายังไม่ทะลวงผ่านระดับอีกรึ?"หนานป่าเทียนจ้องมองไปยังจงซาน.

"ยัง ข้าวางแผนที่จะออกไปฝึกข้างนอกอีกสักระยะจวบจนครบหนึ่งปี เช่นนั้นพวกเราค่อยมาพบกันเป็นอย่างไร."จงซานที่จ้องมองไปยังคนทั้งสองขณะพูด.

เห็นท่าทางของจงซานแล้ว ทั้งคู่ก็รู้ดีว่าจงซานจะต้องฝึกฝนอย่างหนักแน่ ทั้งสองจึงทำได้แค่พยักหน้า.

"เจ้าฝีกหนักเช่นนี้จะดีเหรอ."เทียนหลิงเอ๋อที่กล่าวออกมาด้วยความเป็นห่วง.

"อย่าได้กังวล."จงซานที่กล่าวออกมาพร้อมกับส่ายหน้าไปมา.

เมื่อทั้งคู่จากไป จงซานก็เริ่มเก็บเกี่ยวพืชพรรณและเนื้อแห้ง.

ในครั้งนี้ เขาจะต้องเก็บตัวฝึกฝนสี่เดือน แน่นอนว่าเข้าจะต้องก้าวไปยังระดับ 3 เซียนเทียนได้แน่.

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อีกสี่วันหลังจากนี้จะเป็นวันรวมตัวกันของศิษย์ใหม่ครบหนึ่งปี.

จงซานที่นั่งอยู่ภายในถ้ำผลไม้เพลิงสวรรค์ ตอนนี้อยู่ในช่วงสำคัญ ถึงเวลาแล้ว ที่เขาจะก้าวไปยังระดับสามเซียนเทียน ประกายแสงสีแดงที่ส่องประกายไปทั่วร่างของเขากระจายไปทุกทิศทุกทาง พร้อมกับปราณสีแดงมากมายที่ล้อมรอบร่างกายของเขาเหมือนกับหมอกไม่มีผิด.

เหงื่อที่หลั่งไหล่ออกมาไม่หยุด ด้วยการฝึกฝนอย่างหนักผลักดันเพื่อให้ผ่านระดับไปอีกขึ้น.

"ซ่า!"

จงซานที่ตะโกนออกไปเสียงดัง เหงื่อทั่วร่างของเขาที่ระเหยออกไปหมด ดวงตาที่เบิกกว้าง เขารู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ท้ายที่สุดแล้วเขาก็สามารถทะลวงผ่านระดับ 3 เซียนเทียนได้.

จงซานที่รู้สึกไม่พอใจโชคชะตาและเหยียดหยันพรสวรรค์ในการฝึกฝนของเขา ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามเพราะความเจ็บปวดนี้มันได้กลายเป็นแรงผลักดันทำให้เขามีจิตใจที่แข็งแกร่งขึ้น.

เขาได้ก้าวไปถึงระดับสามเซียนเทียนแล้ว เขาควบคุมลมหายใจให้กลับมาเป็นปรกติช้า ๆ ก่อนที่จะสวมชุดและรองเท้าขับวายุ พร้อมกับเตรียมออกไป เขาที่ต้องการกลับไปเตรียมพร้อมที่ติงสุ่ยเซี่ยเพื่อกลับเข้าชุมนุมศิษย์ใหม่ จงซานรู้ดีว่าวันดังกล่าวนั้นจะมีศิษย์ขั้นสองตลอดจนประมุขและผู้นำขุนเขามารวมตัวกัน หากว่าเขาโชคดี อาจจะได้รับคำชี้แนะ ซึ่งอาจจะช่วยประหยัดเวลาในการฝึกของเขาได้.

สถานที่อีกแห่งขณะที่จงซานกำลังทะลวงพลังฝึกตนไปยังระดับสามเซียนเทียนนั้น ที่บนหุบเขาน้ำพุร้อนนี้ได้มีเงาร่างสีขาวที่กำลังเหินมายังสระน้ำร้อนข้างบนถ้ำผลไม้เพลิงสวรรค์.

ร่างสีขาวราวหิมะ ผมสีขาว คิ้วสีขาว ผิวทั้งหมดขาวหิมะ แม้แต่ดวงตายังส่องประกายแสงสีขาว พร้อมกับกระบี่ยาวสีขาวหิมะ เห็นเป็นเงาเลือนเหมือนหมอกกลุ่มใหญ่.

เป็นหญิงสาวที่งดงามอย่างน่าเหลือเชื่อ เป็นเหมือนกับบัวหิมะที่เกิดบนภูเขาน้ำแข็ง ล้อมรอบไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ สิ่งที่เป็นข้อบกพร่องเพียงอย่างเดียว คือสายตาของนางที่ดูราวกับว่ามองเห็นโลกใบนี้เต็มไปด้วยความหนาวเย็น.

ร่างที่ดูสะอาดบริสุทธิ์ ทั่วร่างของนางที่เป็นเหมือนหิมะบริสุทธิ์ แม้แต่กำไลที่นางสวมใส่ยังเป็นสีขาวล้วน กำไลดังกล่าวนั้นคือกำไลเก็บของต่างมิตินั่นเอง นางที่สะบัดมือปรากฏธวัชขนาดเล็กสิบหกอันออกมาจากที่เก็บของต่างมิติ.

นางที่ปักธวัชขนาดเล็ก ๆ รอบ ๆ  กลายเป็นค่ายกลขึ้นมา.

ทันทีที่ค่ายกลดังกล่าวถูกปักลงไป ทั่วทั้งหุบเขาในเวลานี้เต็มไปด้วยไอน้ำมากมายนับไม่ถ้วน เพียงเวลาไม่นาน ก็ทำให้พื้นที่แห่งนี้พร่าเลือน.

แน่นอนว่าธวัชที่ปักลงไปนั้นไม่เพียงแต่เป็นค่ายกลป้องกัน อีกทั้งยังเป็นค่ายกลปิดพื้นที่ไม่ให้ใครสามารถเข้ามาได้.

เมื่อนางสร้างค่ายกลขึ้นมาเสร็จเรียบร้อยแล้ว นางได้เปลื้องชิ้นส่วนแต่ละชิ้นบนร่างกายออกมาตลอดจนชุดของนางก็ถูกเก็บเข้าไปในกำไรเก็บของของนาง ร่างกายสีขาวที่เปล่งประกาย ก่อนที่จะค่อย ๆ เดินตรงลงไปในบ่อน้ำร้อน และเริ่มอาบน้ำพุร้อนเพื่อชำระล้างร่างกาย.

ด้วยความผ่อนคลาย ขณะที่นางกำลังแช่น้ำชำระความสะอาดร่างของนางอย่างมีความสุข นางที่พิงอยู่บนศิลาก้อนใหญ่ ลอยคออยู่เหนือน้ำ หลังจากนั้นชั่วขณะ นางก็หลับตาพิงศิลายักษ์อย่างสบายอารมณ์.

อีกด้านหนึ่งจงซานที่อยู่ใต้สระน้ำพุร้อน ซึ่งลึกลงมา และมีหินปิดปากถ้ำของเขาด้วย ตอนนี้กำลังว่ายน้ำขึ้นมาช้า ๆ บนผิวน้ำ.

ที่ก้นของสระน้ำพุร้อนที่จงซานอยู่นั้น ลึกมาก แน่นอน ระยะเวลาขึ้นมาบนผิวน้ำนั้นต้องใช้เวลาหนึ่งธูปไหม้ทีเดียว จงซานไม่เร่งรีบว่ายน้ำค่อย ๆ ขึ้นมาบนผิวน้ำอย่างสบายใจ.

หลังจากผ่านไประยะเวลาหนึ่ง สาวงามที่รู้สึกว่านางได้อาบน้ำมาเป็นช่วงระยะเวลานานเหมือนกัน นางจึงค่อย ๆ ขยับเดินขึ้นมาบนฝั่ง ซึ่งนางเดินขึ้นมาช้า ๆ น้ำพุร้อนอยู่ในระดับเข่า หญิงสาวที่จ้องมองไปยังรูปร่างที่สมบูรณ์แบบของตัวเอง นางที่ถูหน้าอกเบา ๆ  ทว่าสัมผัสได้ว่าพื้นน้ำเวลานี้กำลังเป็นระลอกคลื่น ทันใดนั้น ดวงตาของนางก็เบิกกว้าง.

"พรึดดดดด"(กระเซ็น)

ที่ใจกลางของน้ำพุร้อนนั้น เกิดเป็นลูกคลื่น จงซานที่โผล่พรวดขึ้นมาบนผิวน้ำในชุดสีขาว.

จบบทที่ Chapter 17 เป่ยชิงซือ.

คัดลอกลิงก์แล้ว