เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 31 : ผู้เฒ่ารุยเหวินปรากฏตัว ข่มขวัญคนทั้งงาน!

ตอนที่ 31 : ผู้เฒ่ารุยเหวินปรากฏตัว ข่มขวัญคนทั้งงาน!

ตอนที่ 31 : ผู้เฒ่ารุยเหวินปรากฏตัว ข่มขวัญคนทั้งงาน!


ตอนที่ 31 : ผู้เฒ่ารุยเหวินปรากฏตัว ข่มขวัญคนทั้งงาน!

ดวงตาของผู้อำนวยการซูแทบจะถลนออกมาขณะที่เขาจ้องเขม็งไปที่เย่ มู่

ความแข็งแกร่งของปรมาจารย์วิญญาณสี่วงแหวนนั้นไม่ต้องพูดถึงเลยในโรงเรียนขั้นต้น

นักเรียนหลายคนก้าวถอยหลังไปหลายก้าว

พวกเขายังไม่ทันได้ตั้งตัวกับการเปลี่ยนแปลงของเย่ มู่

จนกระทั่งตอนนี้ เมื่อสัมผัสได้ถึงความผันผวนของพลังวิญญาณของผู้อำนวยการซู พวกเขาถึงได้สติกลับมา

ทุกคนรู้ดีถึงความสัมพันธ์ระหว่างซูเทียนฉีและผู้อำนวยการซู

ในเมื่อซูเทียนฉีถูกเย่ มู่เอาชนะจนเป็นตายเท่ากัน ผู้อำนวยการซูย่อมไม่ปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆ แน่

เขาต้องหาโอกาสแก้แค้นอย่างแน่นอน!

ทว่า ไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะลงมือตรงนั้นเดี๋ยวนี้เลย

"หมาป่าสีเทาสถิตร่าง!"

ผู้อำนวยการซูตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด พลังวิญญาณพลุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่ง

แต่ในชั่วขณะนั้น เสียงอันทรงพลังและเปี่ยมไปด้วยพละกำลังก็ดังขึ้น

"สถิตร่าง? สถิตร่างน้องสาวแกสิ!"

สิ้นคำพูด ร่างหนึ่งก็ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า เหยียบลงบนหัวของผู้อำนวยการซูอย่างจัง

เพียงแค่กระทืบเท้าครั้งเดียว ขาของผู้อำนวยการซูก็ทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น พลังวิญญาณแตกสลายไปจนหมดสิ้น

แม้แต่วงแหวนวิญญาณสี่วงใต้เท้าของเขาก็ยังถูกบีบให้สลายไป

"โห~ นี่ใครกันเนี่ย?"

"แข็งแกร่งมาก! จู่ๆ ก็โผล่มาจากไหนไม่รู้!"

"ตาแก่คนนี้โหดชะมัด เขาเป็นยอดฝีมือที่ซ่อนตัวอยู่ของโรงเรียนเราเหรอ?"

เหล่านักเรียนต่างพากันร้องอุทานด้วยความประหลาดใจ

เมื่อเย่ มู่เห็นคนที่เหยียบหัวผู้อำนวยการซูอยู่ สมองของเขาก็อื้ออึงไปชั่วขณะ

"คุณ... คุณรุยเหวิน?"

เขาไม่คาดคิดเลยว่าคนที่ปรากฏตัวขึ้นจะเป็นผู้เฒ่ารุยเหวิน

แถมยังโหดขนาดนี้อีก

โผล่มาปุ๊บก็กระทืบหัวผู้อำนวยการซูปั๊บ

ความแข็งแกร่งระดับนี้มันฝืนลิขิตสวรรค์ชัดๆ!

จนถึงตอนนี้เขาก็เพิ่งจะตระหนักได้ว่า เขาแทบจะไม่รู้จักผู้เฒ่ารุยเหวินเลยจริงๆ

เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้เฒ่ารุยเหวินเป็นวิญญาณจารย์ระดับไหน

แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ ระดับของผู้เฒ่ารุยเหวินต้องสูงมากแน่ๆ!

อาจจะเป็นถึงราชันย์วิญญาณห้าวงแหวน หรือบางทีอาจจะถึงขั้นจักรพรรดิวิญญาณเลยก็ได้!

"บ้าเอ๊ย! แกเป็นใครวะ? ปล่อยเว้ย! ปล่อยเดี๋ยวนี้!"

ผู้อำนวยการซูโกรธจนปอดแทบฉีก

โดนเหยียบหัวเนี่ยนะ?

นี่มันหยามเกียรติกันชัดๆ!

"ไอ้เด็กเมื่อวานซืน ปากแกนี่มันสกปรกจริงๆ"

ผู้เฒ่ารุยเหวินเอาบ้องยาสูบขนาดใหญ่เคาะหัวผู้อำนวยการซูดังโป๊กๆ

เคาะไปแค่ไม่กี่ที หัวของผู้อำนวยการซูก็ปูดเป็นลูกมะกรูด และเขาก็เห็นดาวเต็มฟ้า

ผู้เฒ่ารุยเหวินกระโดดลงมาแล้วหันไปมองทางด้านหลังแท่น

คณบดีที่นั่งอยู่ตรงกลางแท่น จู่ๆ ก็ลุกพรวดขึ้นด้วยความตกใจและรีบเดินลงมาอย่างรวดเร็ว

"ท่านอาจารย์ ทำไมท่านถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะครับ?"

คณบดีวิ่งมาหาผู้เฒ่ารุยเหวินพร้อมกับรอยยิ้มประจบประแจง

ทันทีที่พูดประโยคนี้ออกมา คนทั้งงานก็ตกตะลึงไปตามๆ กัน

ตาแก่คนนี้เป็นอาจารย์ของคณบดีงั้นเหรอ?

นี่มันเรื่องน่าตกใจและเหลือเชื่อเกินไปแล้ว

แม้แต่เย่ มู่ก็ยังอึ้งไปเลย

การบำเพ็ญเพียรของคณบดีไม่ได้อ่อนหัดเลยนะ เขาเป็นราชันย์วิญญาณที่เกินระดับห้าสิบแล้ว

คนที่เป็นอาจารย์ของเขาได้ ย่อมต้องเป็นยอดฝีมือที่ทรงพลังยิ่งกว่า

แล้วตกลงการบำเพ็ญเพียรของผู้เฒ่ารุยเหวินอยู่ในระดับไหนกันแน่ล่ะเนี่ย?

ผู้เฒ่ารุยเหวินปรายตามองคณบดีแล้วแค่นเสียงเยาะ "ไอ้หนูน้อย เมื่อกี้แกยังอยากดูละครสนุกๆ อยู่เลยไม่ใช่เหรอ? ทำไมตอนนี้ถึงรู้จักรันลงมานี่ได้ล่ะ?"

"ท่านอาจารย์ ข้า... ข้า..."

คณบดีหัวเราะแห้งๆ สองสามที ทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะ

"ข้าขี้เกียจเสวนาด้วยแล้ว วันนี้ข้ามาพาตัวเย่ มู่กลับไป แกยังมีหน้ามาจัดงานประชุมปลุกใจน่าเบื่อๆ แบบนี้อีกรึไง?"

"ข้าเข้าใจสถานการณ์ของเย่ มู่ดีกว่าพวกแกทุกคน ข้านี่แหละเป็นคนผนึกพลังวิญญาณของเขาเอง แล้วทีนี้ แกเข้าใจหรือยัง?"

"เข้าใจครับ เข้าใจแล้วครับ"

คณบดีพยักหน้ารัวๆ

ก่อนหน้านี้เขาก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมพลังวิญญาณของไอ้เด็กเย่ มู่ถึงไม่ขยับเลยตลอดหกปี จู่ๆ ก็มีพลังวิญญาณพุ่งเกินระดับสิบซะงั้น

แต่ตอนนี้พออาจารย์ของเขาบอกว่าเป็นคนลงมือทำเอง มันก็ดูสมเหตุสมผลขึ้นมาทันที

ยังไงซะ วิธีการของอาจารย์เขาก็มหัศจรรย์และลึกลับมากอยู่แล้ว

การซ่อนพลังวิญญาณหรือกดข่มพลังวิญญาณไว้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

"ดี ข้าจะพาเขาไปเดี๋ยวนี้แหละ"

ผู้เฒ่ารุยเหวินไม่อยากอยู่โรงเรียนนี้นานนัก

"ส่วนไอ้สวะนี่ แกก็จัดการเอาเองละกัน"

เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาของผู้เฒ่ารุยเหวิน หัวใจของคณบดีก็สั่นสะท้าน

ดูท่าทางผู้อำนวยการซูคงจบไม่สวยแน่ๆ

แค่โดนไล่ออกจากเมืองวิญญาณยุทธ์ยังถือว่าเบาไป ถ้าหนักหน่อย อาจจะถึงขั้นหายสาบสูญไปจากโลกนี้เลยก็ได้

"วันหลังไม่ต้องจัดงานประชุมปลุกใจอะไรแบบนี้อีกแล้วนะ"

"แต่... เมื่อก่อนท่านก็เป็นคนริเริ่มจัดงานนี้ไม่ใช่เหรอครับ?"

คณบดีบ่นอุบอิบ แต่เมื่อเห็นสายตาของผู้เฒ่ารุยเหวิน สุดท้ายเขาก็ไม่กล้าปริปากพูดอะไรอีก และยืนสงบเสงี่ยมอยู่ด้านข้าง

"เสี่ยว มู่ เรากลับกันเถอะ อ้อ แล้วการประเมินเพื่อจบการศึกษาของเย่ มู่ก็ไม่ต้องมีแล้วนะ ความแข็งแกร่งของเขาผ่านเกณฑ์เรียบร้อยแล้ว"

ผู้เฒ่ารุยเหวินร้องเรียก เย่ มู่จึงเดินเข้าไปหา

ทั้งสองคนเดินออกจากโรงเรียนไปด้วยกัน ทิ้งให้อาจารย์และนักเรียนในงานมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

พวกเขารู้สึกว่าเรื่องราวมันเกิดขึ้นกะทันหันและจบลงกะทันหันเกินไป

พวกเขาเคยคิดว่าเย่ มู่ไม่มีเบื้องหลังอะไร แต่ตอนนี้กลับมียอดฝีมือผู้ทรงพลังปรากฏตัวขึ้นมาปกป้องเขา ทำเอาทุกคนอึ้งไปตามๆ กัน

ยิ่งไปกว่านั้น ความสัมพันธ์ระหว่างคณบดีกับยอดฝีมือคนนั้นก็น่าสงสัยจริงๆ

หลังจากมองดูทั้งสองคนจากไป คณบดีก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เมื่อมองไปที่ผู้อำนวยการซูที่ยังคุกเข่าอยู่บนพื้น เขาก็ขมวดคิ้ว

"ผู้อำนวยการซู การกระทำของท่านเมื่อครู่นี้ไม่เหมาะสมกับการเป็นผู้อำนวยการฝ่ายรับสมัครของโรงเรียนอย่างยิ่ง ดังนั้นท่านถูกไล่ออก"

"อะไรนะ? ข้า... ข้า..."

ผู้อำนวยการซูเงยหน้าขึ้นขวับ

ตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายรับสมัครเป็นงานที่รายได้ดีมาก แต่นี่เขากำลังจะถูกไล่ออกงั้นเหรอ?

"อะไร? ท่ายังอยากจะอยู่ในโรงเรียนนี้อยู่อีกเหรอ? อย่าตลกไปหน่อยเลย การล่วงเกินท่านอาจารย์ของข้า การถูกไล่ออกจากโรงเรียนถือว่าโทษเบาที่สุดแล้ว"

"ถ้าข้าเป็นท่าน ข้าจะรีบเก็บข้าวของแล้วไสหัวออกจากเมืองวิญญาณยุทธ์ไปเดี๋ยวนี้เลย"

คณบดีแค่นเสียงเยาะแล้วหันหลังเดินจากไป

ไม่มีความจำเป็นต้องจัดงานประชุมปลุกใจนี้ต่อไปแล้ว

หลังจากเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น นักเรียนคนอื่นๆ คงไม่มีกะจิตกะใจจะเข้าร่วมแล้วล่ะ

ผู้อำนวยการซูคุกเข่าอยู่บนพื้น วิญญาณหลุดลอย

คณบดีกำลังเตือนเขาหรือขู่เขากันแน่?

ตาแก่คนนั้นก็เป็นแค่อดีตบรรณารักษ์แท้ๆ แต่การบำเพ็ญเพียรกลับล้ำลึกสุดหยั่งคาด

จนถึงตอนนี้เขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าพลังวิญญาณของเขาถูกกดข่มลงในชั่วพริบตา

แม้แต่คณบดีก็ไม่มีทางทำแบบนั้นได้เด็ดขาด

ดังนั้น การบำเพ็ญเพียรของตาแก่คนนั้นน่าจะถึงระดับจักรพรรดิวิญญาณ หรือบางทีอาจจะถึงขั้นมหาปราชญ์วิญญาณเลยก็ได้!

นี่เขาไปล่วงเกินมหาปราชญ์วิญญาณเข้าให้แล้วเหรอเนี่ย?

คิดได้ดังนั้น เขาก็ตัวสั่นงันงก รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้น อุ้มซูเทียนฉีแล้ววิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว

ในขณะเดียวกัน เย่ มู่ก็เดินตามผู้เฒ่ารุยเหวินกลับไปที่หอสมุด

"เสี่ยว มู่ ทำไมเงียบไปเลยล่ะ?"

"กระดูกแก่ๆ ของข้ายังเจ๋งอยู่ใช่ไหมล่ะ? ยังพอข่มขวัญคนทั้งงานได้อยู่หรอก"

ผู้เฒ่ารุยเหวินอารมณ์ดีมาก พลางสูบยาสูบปุ๋ยๆ

ดูจากท่าทางของแกแล้ว เหมือนแกจะไม่ได้เก็บเรื่องเมื่อกี้มาใส่ใจเลยสักนิด

ราวกับว่าแกเพิ่งทำเรื่องเล็กน้อยที่ไม่สลักสำคัญอะไรลงไป

แต่สำหรับเย่ มู่แล้ว มันเป็นเรื่องที่น่าตกใจสุดๆ

อยู่ด้วยกันมาหกปี เขาไม่เคยรู้ตัวตนหรือความแข็งแกร่งที่แท้จริงของอีกฝ่ายเลย

มันน่ากลัวจริงๆ นะ

"คุณรุยเหวิน สิ่งที่คุณทำวันนี้มันช่าง... น่ากลัวเกินไปแล้วครับ"

เย่ มู่พูดช้าๆ

ใครเจอแบบนี้ก็ต้องช็อกกันทั้งนั้นแหละ

ตาแก่ท่าทางไม่มีพิษมีภัยที่อยู่ข้างๆ เขามาตลอด จู่ๆ ก็กลายเป็นยอดฝีมือขึ้นมาซะงั้น!

"เหอะ~ ข้าบำเพ็ญเพียรมาตั้งหลายปี จะมีความแข็งแกร่งบ้างก็เป็นเรื่องปกตินี่ แล้วหลังจากเรียนจบเจ้ามีแผนจะทำอะไรต่อล่ะ? เตรียมตัวจะไปเข้าเรียนที่โรงเรียนวิญญาณยุทธ์ หรือว่าจะไปโรงเรียนอื่น?"

"จากน้ำเสียงของคุณ คุณรุยเหวินมีคำแนะนำอะไรไหมครับ?"

เย่ มู่ไม่ได้โง่ เขารู้ว่าอีกฝ่ายต้องมีแผนการอะไรบางอย่างอยู่ในใจแน่ๆ

แกอาจจะมีเส้นสายที่จะพาเขาไปเข้าเรียนในโรงเรียนวิญญาณจารย์ระดับสูงก็ได้

แถมแกอาจจะฝากฝังเขาเข้าโรงเรียนที่เข้ายากที่สุดอย่างโรงเรียนวิญญาณยุทธ์ได้ด้วยซ้ำ

"คุณรุยเหวิน ตกลงว่าคุณเป็นใครกันแน่ครับ?"

จบบทที่ ตอนที่ 31 : ผู้เฒ่ารุยเหวินปรากฏตัว ข่มขวัญคนทั้งงาน!

คัดลอกลิงก์แล้ว