เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 13 : ปีปี่ตงตื่นตระหนก บทลงโทษน่ากลัวเกินไปแล้ว

ตอนที่ 13 : ปีปี่ตงตื่นตระหนก บทลงโทษน่ากลัวเกินไปแล้ว

ตอนที่ 13 : ปีปี่ตงตื่นตระหนก บทลงโทษน่ากลัวเกินไปแล้ว


ตอนที่ 13 : ปีปี่ตงตื่นตระหนก บทลงโทษน่ากลัวเกินไปแล้ว

หน้าต่างเตือนสีแดงส่องแสงจ้าแสบตา

ปีปี่ตงแค่นเสียงเยาะกับเนื้อหาของการแจ้งเตือน

ห้ามลงมือกับเพื่อนนักอ่านงั้นเหรอ?

นี่มันเรื่องตลกชัดๆ!

นางคือองค์สังฆราชปีปี่ตงนะ ตอนนี้นางรู้แล้วว่ามีสัตว์วิญญาณแสนปีจำแลงกายเข้ามาปะปนในสังคมมนุษย์

แถมยังอยู่ในช่วงวัยทารกอีกต่างหาก

นางจะปล่อยให้โอกาสหลุดมือไปได้ยังไง?

หลังจากแสยะยิ้มเย็น นางก็ลุกขึ้นทันที ตั้งใจจะเรียกมารร้ายกุ้ยและเบญจมาศกวนออกมา

แต่ในวินาทีต่อมา หน้าต่างเตือนก็ปรากฏขึ้นในส่วนวิจารณ์หนังสืออีกครั้ง

【ตรวจพบจิตสังหารที่มีต่อเพื่อนนักอ่าน ตามหลักการคุ้มครองเพื่อนนักอ่าน ตำแหน่งและกลิ่นอายของเพื่อนนักอ่านที่ถูกคุกคามจะถูกซ่อนไว้เป็นการชั่วคราว!】

【ตรวจพบจิตสังหารที่มีต่อเพื่อนนักอ่าน ตามหลักการความสามัคคีและมิตรภาพ ท่านจะได้รับบทลงโทษพิเศษ บทลงโทษมีดังนี้: พลังวิญญาณลดลงสามระดับ จะได้รับการฟื้นฟูหลังจากผ่านไปสิบวัน】

【หากทำผิดซ้ำ พลังวิญญาณจะลดลงสิประดับและจะไม่สามารถฟื้นฟูได้อีก】

【หากทำผิดครั้งที่สาม จะถูกลบตัวตน!】

เมื่อหน้าต่างเตือนปรากฏขึ้นติดต่อกัน ปีปี่ตงก็อึ้งไปชั่วขณะ

บทลงโทษงั้นเหรอ?

นี่มันเรื่องตลกชัดๆ!

แค่หนังสือนิยายเล่มเดียว คิดจะมาลงโทษนางเนี่ยนะ?

ขณะที่นางกำลังคิดเช่นนี้ ทันใดนั้นนางก็สังเกตเห็นความผิดปกติในร่างกายของนาง

ความรู้สึกอ่อนแรงอย่างรุนแรงพุ่งเข้าจู่โจม รู้สึกราวกับว่าร่างกายถูกสูบพลังออกไปจนหมดสิ้น

ร่างกายของนางอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรง และนางก็ทรุดฮวบลงบนบัลลังก์องค์สังฆราช

"พลังวิญญาณ... ลดลงจริงๆ เหรอ?"

ใบหน้าของปีปี่ตงเปลี่ยนเป็นสีแดงสลับเขียว พลังวิญญาณของนางลดลงไปสามระดับในชั่วพริบตา

นี่หมายความว่าบทลงโทษของหนังสือนิยายเป็นเรื่องจริง

แม้นางจะเป็นถึงราชทินนามพรหมยุทธ์ แต่พลังวิญญาณสามระดับก็ถูกลบหายไปในพริบตาเดียว

ในตอนนี้ นางไม่สงสัยในคำเตือนข้อต่อๆ ไปอีกแล้ว

หากนางทำผิดซ้ำสอง พลังวิญญาณสิประดับคงถูกลบหายไปจริงๆ และคงไม่สามารถฟื้นฟูได้อีก

หากทำผิดครั้งที่สาม จะถูกลบตัวตนโดยตรง!

แค่หนังสือนิยายเล่มเดียว ทำไมมันถึงได้น่ากลัวขนาดนี้?

ปีปี่ตงไม่เข้าใจ แต่นางรู้ว่านางต้องตั้งสติให้ดี

ห้าม ห้ามมีจิตสังหารอีกเด็ดขาด!

"ก็แค่วงแหวนวิญญาณแสนปีกับกระดูกวิญญาณไม่ใช่รึไง? ข้าไม่เอาก็ได้!"

ปีปี่ตงพึมพำกับตัวเอง มือของนางบีบคทาแน่นขึ้นเล็กน้อย

ในตอนนี้ หัวใจของนางกำลังตื่นตระหนก

หนังสือนิยายสามารถมอบรางวัลให้นางได้ แต่มันก็สามารถมอบบทลงโทษที่ไม่อาจจินตนาการได้ให้นางเช่นกัน

...

ที่โรงเรียนนั่วติง หลังจากที่เสี่ยวอู่ออกจากหอพัก นางก็วิ่งออกไปทางประตูหลังของโรงเรียน

นางวิ่งออกไปนอกเมือง

ค่ำคืนที่เงียบสงบดูเหมือนจะช่วยให้นางสงบสติอารมณ์ลงได้บ้าง

เมื่อสายลมเย็นพัดเอื่อยๆ สมองของนางก็ปลอดโปร่งขึ้นเล็กน้อย

นางเปิดหนังสือนิยายอีกครั้งเพื่อตรวจสอบเนื้อหา

นางอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ตัดสินจากเนื้อหา นางถูกวางแผนเล่นงานจริงๆ

ตั้งแต่ครั้งแรกที่นางพบถังซาน นางอาจจะตกเป็นเป้าหมายแล้วก็ได้

สองพ่อลูกตระกูลถังไม่ใช่คนดีจริงๆ

พล็อตเรื่องในป่าซิงโต้วมีช่องโหว่เยอะเกินไป

ถ้าพวกเขาเป็นห่วงความปลอดภัยของนางจริงๆ พวกเขาควรจะล่อคนจากสำนักวิญญาณยุทธ์ไปทางอื่นสิ ไม่ใช่นำทางพวกเขามาหานางแบบนี้

ท้ายที่สุด นางก็สังเวยตัวเองจริงๆ

หลังจากที่นางสังเวยตัวเอง พล็อตเรื่องของนางก็น้อยลงไปมาก... มากทีเดียว

แต่พล็อตเรื่องที่ตามมามันน่าหงุดหงิดจริงๆ

กลายเป็นฝักดาบงั้นเหรอ?

เขากล้าคิดออกมาได้ยังไง!

ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและงดงามในแดนเทพงั้นเหรอ?

อย่าทำให้ขำหน่อยเลย!

ถ้านางไม่รู้ความจริง บางทีมันอาจจะเป็นชีวิตที่มีความสุขก็ได้

แต่เมื่อรู้ความจริง นางก็เข้าใจได้ว่านั่นคือกรงขังที่ถังซานสร้างขึ้นเพื่อนาง

เพื่อกักขังนางไว้ข้างกายเขาตลอดไป และรีดเค้นประโยชน์จากนางจนหยดสุดท้าย

"ถึงเวลาต้องไปแล้ว"

เสี่ยวอู่ไม่รู้ว่านางนั่งอยู่ตรงนั้นนานแค่ไหน ก่อนที่จะลุกขึ้นและเตรียมตัวจากไป

แต่ทันทีที่นางยืนขึ้น หน้าต่างเตือนสีแดงก็เด้งขึ้นมาจากหนังสือนิยาย

【เนื่องจากมีเพื่อนนักอ่านมีจิตสังหารต่อท่าน ระบบคุ้มครองจะถูกเปิดใช้งานเพื่อท่าน กลิ่นอายสัตว์วิญญาณของท่านจะถูกปกปิดอย่างสมบูรณ์และไม่สามารถถูกค้นพบได้】

【ในขณะเดียวกัน ตำแหน่งของท่านจะถูกซ่อนไว้ เพื่อนนักอ่านที่มีจิตสังหารต่อท่านจะไม่สามารถค้นหาตำแหน่งของท่านได้เป็นเวลาหนึ่งปี】

【เพื่อนนักอ่านที่มีจิตสังหารต่อท่านได้รับบทลงโทษแล้ว และตอนนี้น่าจะทำตัวดีขึ้นแล้ว ไม่ต้องกังวล!】

เมื่อหน้าต่างเตือนเด้งขึ้นมา เสี่ยวอู่ก็อึ้งไปชั่วขณะ

มีคนมีจิตสังหารต่อนางงั้นเหรอ?

หรือว่า... ตัวตนของนางในฐานะสัตว์วิญญาณแสนปีจำแลงกายจะถูกเปิดเผยแล้ว?

ใช่ เป็นไปได้สูงมาก!

นางเพิ่งจะทวงให้อัปเดตนิยายไป แล้วก็มีคอมเมนต์พวกนั้นโผล่มา

พวกมันดูเหมือนจะยืนยันตัวตนของนางได้ทั้งหมด!

เพื่อนนักอ่านล้วนเป็นคนจากทวีปโต้วหลัว ดังนั้นจึงดูเป็นเรื่องปกติมากที่พวกเขาจะมีจิตสังหารต่อนาง

แต่จะเป็นใครกันล่ะ?

ความรู้สึกเย็นวาบแล่นผ่านหัวใจของนางอย่างอดไม่ได้

แต่เมื่อคิดถึงการคุ้มครองของหนังสือนิยาย นางก็รู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อย

มันซ่อนตำแหน่งของนาง และถึงขั้นปกปิดกลิ่นอายสัตว์วิญญาณของนางด้วย

ไม่ว่าจะเป็นราชทินนามพรหมยุทธ์หรือเทพเจ้า ก็ไม่มีใครสามารถค้นพบตัวตนที่แท้จริงของนางได้

ในปัจจุบัน นอกจากเพื่อนนักอ่านแล้ว คนที่รู้ตัวตนของนางน่าจะมีแค่สองพ่อลูกตระกูลถังเท่านั้น

การอยู่ข้างกายถังซานต่อไปจะต้องอันตรายมากแน่ๆ

ถ้าถังซานสังเกตเห็นความผิดปกติของนาง เขาอาจจะชิงลงมือก่อนก็ได้

แม้แต่ถังเฮ่าก็อาจจะลงมือด้วย

นางจะอยู่ต่อไม่ได้แล้ว นางต้องไป

แต่หลังจากไปแล้ว นางจะไปไหนดีล่ะ?

ร่อนเร่พเนจรไปทั่ว หรือกลับไปที่ป่าซิงโต้วดี?

จากมุมมองในตอนนี้ ป่าซิงโต้วน่าจะปลอดภัยที่สุด

แต่นางไม่ยอมแพ้ และก็แอบสงสัยด้วย

เจ้าของหนังสือนิยายคือใครกันแน่?

ทำไมเขาถึงรู้เรื่องราวมากมายขนาดนี้ แม้กระทั่งเรื่องในอนาคต?

"ไปหาเขาดีกว่า!"

หลังจากคิดไตร่ตรองดู ดวงตาของเสี่ยวอู่ก็เป็นประกาย

คนรอบรู้และทรงพลังขนาดนี้ บางทีอาจจะมีวิธีชุบชีวิตแม่ของนางก็ได้?

เมื่อคิดได้ดังนั้น นางก็ก้าวเดินออกไปจากทิศทางของเมืองนั่วติงอย่างไม่ลังเล

แต่เรื่องที่จะไปหาเจ้าของหนังสือนิยายที่ไหนนั้น ตอนนี้นางไม่มีเบาะแสอะไรเลย และทำได้แค่ร่อนเร่ไปอย่างไร้จุดหมายเท่านั้น

ในขณะเดียวกัน ที่โรงเรียนนั่วติง

ถังซานที่ตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น มองไปที่เตียงตรงมุมห้อง

เขาเดินไปจับดู มันเย็นเฉียบ

เสี่ยวอู่ไม่กลับมาทั้งคืนเลยเหรอ?

หรือว่านางจะโกรธมากขนาดนั้น เพียงเพราะเขาพูดแทนอาจารย์ไปแค่ไม่กี่คำ?

นางไม่รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเราเอาซะเลย แถมยังดื้อรั้นเกินไปอีก

ถังซานรู้สึกโกรธเคืองในใจเล็กน้อย แต่ก็แอบหงุดหงิดด้วย

ถ้าเสี่ยวอู่ไม่กลับมาอีกเลย เขาควรทำยังไงดี?

ไปตามหานาง หรือปล่อยไปตามยถากรรม?

คำถามนี้ทำให้เขาสับสนมาก!

ในขณะเดียวกัน ในส่วนวิจารณ์หนังสือ กลุ่มเพื่อนนักอ่านกำลังถกเถียงกันอย่างเมามันส์

【ทารกน้อยสีลาพิสลาซูลี: 'จุดจบของราชาสัตว์ป่าน่าสงสารมาก นางถูกสองพ่อลูกราชาค้อนวางแผนเล่นงานมาทั้งชีวิตเลย!'】

【แมวชะมดโลกันตร์: 'ราชาสัตว์ป่าน่าสงสาร ราชาค้อนไม่ใช่คนดี!'】

【นางฟ้ากำพร้าพ่อแม่: 'นี่เป็นเพราะราชาสัตว์ป่าดูคนไม่เป็นเองต่างหาก นางไม่มีสมองเลยสักนิด!'】

【ทารกน้อยสีลาพิสลาซูลี: 'เรื่องดูคนไม่เป็นน่ะใช่แน่นอน แต่ก็เป็นเพราะสองพ่อลูกราชาค้อนวางแผนเก่งเกินไปด้วยแหละ น่าขยะแขยงจริงๆ ถ้าพวกเจ้าเจอราชาค้อน พวกเจ้าจะทำยังไง?'】

【ห่านเขียว: 'ถ้าเป็นข้า ข้าจะเลือกวางยาราชาค้อนก่อนเลย!'】

【ทารกน้อยสีลาพิสลาซูลี: 'วางยาเหรอ? น่ากลัวจัง! เราไม่ควรหักขาเขา จับแขวนคอ แล้วเอาเหล็กเผาไฟนาบเขาเหรอ?'】

【นางฟ้ากำพร้าพ่อแม่: 'ไอเดียของคนข้างบนก็เป็นไปได้นะ ไว้มีเวลาค่อยมาคุยกันต่อ ขอล็อกเอาต์ก่อนล่ะ จะไปซัดหน้าน้องชายตัวเหม็นสักหน่อย @พรหมยุทธ์จักรพรรดิแมงมุม ยัยตาบอดใจดำ ด่าวันละนิดจิตแจ่มใส แน่จริงก็มาสู้กับข้าสิ!'】

【พรหมยุทธ์จักรพรรดิแมงมุม: '@นางฟ้ากำพร้าพ่อแม่ หึ~ @กระต่ายสีชมพู เจ้ากระต่ายน้อย เรามาคุยกันหน่อยดีไหม?'】

เสี่ยวอู่ที่กำลังเดินอยู่บนถนนโดยไม่รู้จะไปไหน จู่ๆ ก็ถูกแท็กซะงั้น ด้วยความอยากรู้อยากเห็น นางจึงเปิดส่วนวิจารณ์หนังสือดู และก็ต้องขนลุกซู่ด้วยความกลัว

【กระต่ายสีชมพู: '@พรหมยุทธ์จักรพรรดิแมงมุม นี่เจ้าคือคนที่อยากจะฆ่าข้าใช่ไหม? เจ้ามีจิตสำนึกบ้างไหม? เจ้าโดนหนังสือนิยายลงโทษแล้วใช่ไหมล่ะ?'】

【พรหมยุทธ์จักรพรรดิแมงมุม: '...'】

【นางฟ้ากำพร้าพ่อแม่: 'ฮ่าฮ่าฮ่า~ ขำจนท้องแข็ง วันนี้ข้ามีความสุขจริงๆ @กระต่ายสีชมพู ว่าแต่ เจ้าคงไม่ใช่ราชาสัตว์ป่าในหนังสือนิยายหรอกนะ?'】

【พรหมยุทธ์จักรพรรดิแมงมุม: 'หุบปาก! ไปทำธุระของเจ้าซะ!'】

จบบทที่ ตอนที่ 13 : ปีปี่ตงตื่นตระหนก บทลงโทษน่ากลัวเกินไปแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว