เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 43 - ตื่นเถิด! ได้เวลาล่าสังหาร

บทที่ 43 - ตื่นเถิด! ได้เวลาล่าสังหาร

บทที่ 43 - ตื่นเถิด! ได้เวลาล่าสังหาร


บทที่ 43 - ตื่นเถิด! ได้เวลาล่าสังหาร

เสียงของฉินเซียวที่ดังแทรกขึ้นมาทำให้องค์รัชทายาทจ้าวเฉิงเฉียนในห้องวีไอพีหมายเลขสองมีแววตาเย็นเยียบดุจใบมีดวาบผ่านดวงตา

แต่เพียงไม่นานสีหน้าของเขาก็กลับมาผ่อนคลายลง

ก่อนที่น้ำเสียงนุ่มนวลจะดังลอดออกมาจากในห้อง

"ซื่อจื่อฉินเซียว อีกไม่นานเจ้าก็จะเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับน้องเจ็ดของข้าแล้ว วันข้างหน้าพวกเราก็คือครอบครัวเดียวกัน"

"ช่วงนี้ข้ามีราชกิจรัดตัวจนไม่มีเวลาไปพบเจ้า นึกไม่ถึงเลยว่าคืนนี้เราจะได้มาพบกันที่หอการค้าสราญรมย์แห่งนี้"

"ข้าได้ยินมาว่าซื่อจื่อมีร่างกายที่พิเศษมาตั้งแต่เด็กทำให้ไม่สามารถฝึกฝนพลังยุทธ์ได้ ข้าคิดว่าเคล็ดวิชาชุดนี้คงไม่มีประโยชน์อันใดกับเจ้ามากนัก"

"เจ้าอย่าได้เข้ามายุ่งเกี่ยวเลยดีกว่า เอาไว้หลังงานประมูลจบลง ข้าจะมอบของวิเศษสำหรับบำรุงร่างกายให้เจ้าสักสองชิ้น เจ้าว่าดีหรือไม่?"

คำพูดหว่านล้อมของจ้าวเฉิงเฉียนช่างฟังดูไพเราะเสนาะหูยิ่งนัก

อีกทั้งเขาก็ไม่กังวลเลยสักนิดว่าฉินเซียวจะกล้าแย่งเคล็ดวิชาเทวะเร้นลับไปจริงๆ

ดินแดนเป่ยเหลียงนั้นแร้นแค้น การที่ฉินอิงมอบเงินให้เขามาแปดแสนตำลึงเพื่อเป็นสินสอดแต่งงานกับองค์หญิงก็ถือว่าผลาญงบประมาณของจวนอ๋องเป่ยเหลียงไปถึงครึ่งปีแล้ว ฉินเซียวจะไปเอาเงินตั้งล้านกว่าตำลึงมาจากไหน

เมื่อครู่นี้เขาก็เพิ่งจะประมูลบัวหิมะเก้าแฉกกับหยาดนมพิภพบงกชเขียวไปหมาดๆ จ้าวเฉิงเฉียนยังแอบสงสัยเลยว่าพอถึงเวลาต้องจ่ายเงิน ฉินเซียวจะมีปัญญาจ่ายหรือเปล่า

แล้วเขาจะมีสิทธิ์อะไรมาเอาเงินประมูลเคล็ดวิชาชุดนี้อีก?

ก็แค่แกล้งทำตัวกร่างเรียกร้องความสนใจเท่านั้นแหละ

"ช่างเป็นลูกผู้ดีเสเพลที่ชอบทำตัวอวดรวยเสียจริง!"

จ้าวเฟยเยี่ยนส่ายหน้าด้วยความระอา

ความรู้สึกผิดหวังที่นางมีต่อฉินเซียวเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น

แทบทุกคนที่รู้จักเขาต่างก็เผยสีหน้าเหยียดหยามออกมา

การอวดเก่งมันต้องแลกมาด้วยราคาที่ต้องจ่ายนะโว้ย!

เพียงแต่จ้าวเฉิงเฉียนคงคาดไม่ถึงว่า คำพูดข่มขู่แกมล่อหลอกเพียงประโยคเดียวของเขาจะไปแหย่รังแตนอย่างฉินเซียวเข้าอย่างจัง

"หึหึ องค์รัชทายาทช่างพูดจาได้ไพเราะเสนาะหูเสียจริงนะ!"

"เจ้านั่นแหละที่ส่งลูกน้องที่ชื่อหลงอีสือเดินทางไกลไปถึงแคว้นปิงโจวเพื่อลอบสังหารข้า หากข้าไม่ดวงแข็งป่านนี้คงตายหงส์อยู่ที่ปิงโจวไปนานแล้ว!"

"ตอนนี้เพิ่งจะมานึกขึ้นได้รึไงว่าข้ากำลังจะแต่งงานกับน้องสาวเจ้าน่ะ ขืนเป็นครอบครัวเดียวกับเจ้ามีหวังข้าได้ตายตาไม่หลับแน่ แถมยังกล้ามีหน้ามาบอกให้ข้ายกเคล็ดวิชานี้ให้เจ้าอีก"

"เจ้าช่างตอแหลหน้าด้านหน้าทนจริงๆ!"

"วันนี้ข้าจะบอกเจ้าให้เอาบุญ เคล็ดวิชาเทวะเร้นลับชุดนี้ข้าจองแล้ว ต่อให้มียอดฝีมือระดับสิบโผล่มาก็เอาไปจากข้าไม่ได้ ข้าขอประกาศไว้ตรงนี้เลย!"

"สองล้านห้าแสนตำลึง แน่จริงก็เกทับมาสิ!"

ฮือฮา!!

ฉินเซียวแฉเรื่องที่องค์รัชทายาทส่งยอดฝีมือไปลอบสังหารตนซึ่งเป็นความลับสุดยอดออกมากลางแจ้งโดยไม่คิดจะปิดบังแม้แต่น้อย

ผู้คนในลานประมูลต่างก็สูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง

"เชี่ยเอ๊ย หมอนี่มันบ้าระห่ำเกินไปแล้ว เรื่องคอขาดบาดตายแบบนี้ก็กล้าเอามาป่าวประกาศให้คนอื่นรู้ หมอนี่มันไม่กลัวตายเลยจริงๆ รึ ยอมใจเลยว่ะ!!"

"ตกลงว่าเขาเป็นพวกโง่เขลาไม่กลัวตาย หรือว่าเขาไม่แยแสอะไรเลยกันแน่"

"หรือว่าองค์รัชทายาทจะส่งคนไปลอบสังหารเขาจริงๆ นี่มันเป็นเรื่องฉาวโฉ่ครั้งใหญ่ของราชวงศ์เลยนะ! องค์รัชทายาทส่งคนไปลอบสังหารราชบุตรเขย แถมยังเป็นถึงทายาทของอ๋องเป่ยเหลียงอีก"

"ข้าว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องจริงนะ หลงอีสือเป็นคนสนิทขององค์รัชทายาทที่คนนอกน้อยนักจะรู้จัก แล้วฉินเซียวจะไปรู้จักชื่อของเขาได้ยังไง?"

"ในฐานะองค์รัชทายาทกลับคิดจะลอบสังหารว่าที่ราชบุตรเขยที่เป็นถึงทายาทของอ๋องเป่ยเหลียง เรื่องนี้ราชวงศ์คงต้องหาคำอธิบายไปให้ประมุขแห่งเป่ยเหลียงแล้วล่ะ"

"ไอ้เด็กนี่มันพวกหัวรั้นชัดๆ เอาเรื่องมืดดำในที่ลับมาแฉกลางที่แจ้งแบบนี้ วันข้างหน้าชีวิตในเมืองอู่ตี้ของเขาคงอยู่ยากแล้ว"

"ดูท่าเขาคงตั้งใจจะแตกหักแล้วจริงๆ คนบ้าบิ่นที่ไม่สนกฎเกณฑ์อะไรแบบนี้ ทางที่ดีพวกเราอย่าไปตอแยเขาเลยดีกว่า"

...

เพล้ง!

นี่เป็นครั้งแรกที่จ้าวเฉิงเฉียนควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่

เขาฟาดถ้วยชาลงบนพื้นด้วยความโกรธจัด ใบหน้าบิดเบี้ยวไปด้วยความคลุ้มคลั่งและเคียดแค้น ร่างกายสั่นสะท้านไปด้วยความโกรธ

เขาคาดไม่ถึงเลยว่าฉินเซียวจะกล้าแฉเรื่องลอบสังหารออกมาแบบนี้

หมอนั่นมันกล้าได้ยังไง!

เอาความกล้ามาจากไหนกัน!

หมอนั่นไม่รู้เลยหรือไงว่าเรื่องนี้มันจะส่งผลกระทบใหญ่หลวงขนาดไหน?

หลงอีสือยืนอยู่ด้านข้างด้วยความรู้สึกผิด สีหน้าซีดเผือด

เขาไม่กล้าแม้แต่จะเอื้อนเอ่ยคำใดออกมา

ต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพราะเขาเอง

ฟู่!

ผ่านไปครู่หนึ่ง จ้าวเฉิงเฉียนก็สูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า "หลงอีสือ พวกเรากลับ!"

"คืนนี้เราต้องจัดการฉินเซียวให้สิ้นซาก"

"ขืนมันยังมีชีวิตอยู่ ข้าคงนอนไม่หลับแน่!"

"รีบกลับไปวางแผนเตรียมการเดี๋ยวนี้"

พูดจบเขาก็ล้มเลิกความตั้งใจที่จะแย่งชิงเคล็ดวิชาเทวะเร้นลับไปโดยปริยาย

เงินสองล้านห้าแสนตำลึงเขาเองก็ไม่มีปัญญาจ่ายไหวเหมือนกัน

"ช่างเป็นเด็กน้อยที่น่าสนใจจริงๆ!"

จ้าวอันหนิงหาววอดอย่างเกียจคร้านและไม่ได้เสนอราคาต่อเช่นกัน

ขอเพียงแค่องค์รัชทายาทไม่ได้เคล็ดวิชาชุดนี้ไป นางก็พอใจแล้ว

"แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน คุณชายฉินในห้องวีไอพีหมายเลขเก้าเสนอราคาที่สองล้านห้าแสนตำลึง ยังมีท่านใดต้องการเสนอราคาสูงกว่านี้อีกหรือไม่เจ้าคะ?"

เสี่ยวหลิงผู้จัดการประมูลกวาดสายตามองไปรอบลานประมูล

เวลาผ่านไปหลายอึดใจก็ไม่มีใครส่งเสียงตอบรับ

"ขอแสดงความยินดีกับคุณชายฉินที่ชนะการประมูลของวิเศษชิ้นสุดท้ายในค่ำคืนนี้เจ้าค่ะ!"

"งานประมูลในค่ำคืนนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว แขกผู้ชนะการประมูลทุกท่านกรุณาไปชำระเงินและรับของวิเศษได้ที่ห้องทำธุรกรรมเลยเจ้าค่ะ!"

"หอการค้าสราญรมย์หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับใช้ท่านอีกในโอกาสหน้านะเจ้าคะ!"

เมื่อเสี่ยวหลิงประกาศผลการประมูล ฉินเซียวก็คว้าเคล็ดวิชาเทวะเร้นลับระดับนภามาครองได้สำเร็จ กลายเป็นผู้ชนะที่กวาดของรางวัลใหญ่สุดในงานประมูลไปครอง

[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ทำภารกิจปล้นชิงแต้มโชคชะตาสำเร็จ: โชคชะตาเบ่งบาน เคล็ดวิชาระดับนภาส่งตรงถึงบ้าน]

[ได้รับรางวัลภารกิจ: สิทธิ์สุ่มเรียกตัวละครจอมยุทธ์ 1 ครั้ง สูตรและวิธีปรุงโอสถคงกระพันความงาม]

[แต้มโชคชะตาที่ปล้นชิงได้: หลงอีสือ 2000 แต้ม]

[แต้มโชคชะตาที่ปล้นชิงได้: เย่หลิงอวิ๋น 2000 แต้ม]

[แต้มโชคชะตาคงเหลือของหลงอีสือ: 7000 แต้ม]

[แต้มโชคชะตาคงเหลือของเย่หลิงอวิ๋น: 3500 แต้ม]

[แต้มโชคชะตาปัจจุบันของโฮสต์: 11600 แต้ม]

ในเวลาเดียวกันเสียงของระบบก็ดังขึ้น เย่หลิงอวิ๋นบุตรแห่งสวรรค์ระดับสองดาวและหลงอีสือบุตรแห่งสวรรค์ระดับสามดาวถูกฉินเซียวเก็บเกี่ยวแต้มโชคชะตาไปอีกรอบ

แต้มโชคชะตาของฉินเซียวพุ่งทะลุหนึ่งหมื่นแต้มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ไว้หาเวลาว่างมาถลุงแต้มเล่นสักหน่อยดีกว่า

...

"คุณชายฉิน ท่านนี่ช่างซ่อนรูปเก่งจริงๆ เลยนะเจ้าคะ!"

ภายในห้องวีไอพีหมายเลขหนึ่ง มั่วเสวี่ยซินนำของวิเศษหลายชิ้นที่ฉินเซียวประมูลได้ในคืนนี้มามอบให้เขาด้วยตัวเอง

สายตาที่นางมองฉินเซียวเต็มไปด้วยความเร่าร้อนที่ปิดไม่มิด

ราวกับกำลังมองดูภูเขาทองคำก้อนมหึมา

คืนนี้ฉินเซียวผลาญเงินไปประมาณสามล้านห้าแสนตำลึงเงิน

เมื่อหักลบกับรายได้จากการประมูลโอสถคงกระพันความงามกว่าห้าแสนตำลึง ฉินเซียวก็ยังต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินสุทธิไปถึงสามล้านตำลึง ซึ่งหอการค้าสราญรมย์ก็ได้ค่าธรรมเนียมเหนาะๆ ไปถึงสองสามแสนตำลึงเลยทีเดียว

ที่น่าขำก็คือข่าวลือภายนอกดันบอกว่าฉินเซียวมีเงินติดตัวมาแค่แปดแสนตำลึง

มหาเศรษฐีตัวเป็นๆ มายืนอยู่ตรงหน้าแท้ๆ กลับไม่มีใครดูออกเลยสักคน

สมควรแล้วที่พวกมันจะยากจนต่อไป

[ติ๊ง มั่วเสวี่ยซินมีค่าความรู้สึกดีต่อโฮสต์เพิ่มขึ้น 10 แต้ม]

[ค่าความรู้สึกดีปัจจุบัน: 30]

สายตาของฉินเซียวที่มองมั่วเสวี่ยซินเต็มไปด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด

ผู้หญิงคนนี้เป็นถึงนักบุญหญิงแห่งสำนักสราญรมย์ มีอำนาจและอิทธิพลในหอการค้าสราญรมย์อย่างมาก น่าจะเป็นคนที่ไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินทองเลยด้วยซ้ำ

แต่ทำไมตอนนี้ถึงได้ทำท่าทางเหมือนผู้หญิงหน้าเงินแบบนั้นล่ะ

เห็นแก่เงินขนาดนี้เชียวรึ?

เขาเก็บของวิเศษทั้งหมดลงในถุงมิติก่อนจะแสร้งทำเป็นถ่อมตัวว่า "ท่านนักบุญหญิงก็กล่าวชมเกินไป หากนำไปเทียบกับความมั่งคั่งระดับเศรษฐีของหอการค้าสราญรมย์ เงินแค่นี้ของข้ามันก็แค่ขนหน้าแข้งร่วงไปเส้นเดียวเท่านั้นแหละ แถมยังเป็นแค่ปลายขนเสียด้วยซ้ำ"

มั่วเสวี่ยซินค้อนขวับใส่ฉินเซียว

ใครกล้าพูดว่าเงินสามล้านกว่าตำลึงเป็นแค่ขนหน้าแข้งเส้นเดียวบ้างล่ะ

เมื่อกี้ในลานประมูลยังทำตัวกร่างอยู่เลย พอตอนนี้ดันมาอยากทำตัวถ่อมตน

หลอกผีเถอะ!

ผู้ชายก็ปลิ้นปล้อนแบบนี้แหละ

"เอาล่ะ แม่นางมั่ว หากไม่มีอะไรแล้วข้าขอตัวกลับก่อนล่ะ!"

เก็บของเสร็จฉินเซียวก็เตรียมตัวจะจากไป

มั่วเสวี่ยซินดึงสติกลับมา นางรีบร้องเรียกฉินเซียวเอาไว้ว่า "คุณชายฉิน เสวี่ยซินขอเตือนท่านด้วยความหวังดี ถนนในยามวิกาลมันอันตราย โปรดระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ!"

ฉินเซียวชะงักฝีเท้า เขาหันกลับไปมองมั่วเสวี่ยซินก่อนจะยิ้มอย่างมีความหมาย

"ขอบคุณท่านนักบุญหญิงที่เตือนสติ!"

"แต่ข้าชักจะเริ่มสนใจเส้นทางขากลับซะแล้วสิ"

พวกหนูในท่อระบายน้ำคงพากันแห่ออกมาคืนนี้แน่ๆ

ได้เวลาล่าสังหารแล้ว

เพียงแต่ใครจะเป็นผู้ล่าและใครจะเป็นเหยื่อนั้น ยังไม่มีใครรู้หรอกนะ!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 43 - ตื่นเถิด! ได้เวลาล่าสังหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว