เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41 - งูเขียวสองแขนเสื้อ

บทที่ 41 - งูเขียวสองแขนเสื้อ

บทที่ 41 - งูเขียวสองแขนเสื้อ


บทที่ 41 - งูเขียวสองแขนเสื้อ

"ฉินเซียวไม่ใช่ว่าที่ราชบุตรเขยหรอกรึ ทำไมเขาถึงต้องไปแย่งหยาดนมพิภพบงกชเขียวกับองค์หญิงเจ็ดด้วยล่ะ ผัวเมียทะเลาะกันงั้นรึ?"

"นี่เจ้ายังไม่รู้อีกรึ ฉินเซียวเป็นไอ้ขยะที่ฝึกยุทธ์ไม่ได้ คนเขารู้กันทั่วทั้งราชวงศ์เทียนอู่แล้ว องค์หญิงเจ็ดไม่เคยชายตามองเขาเลยสักนิด!"

"ข้าได้ยินมาว่าก่อนที่ฉินเซียวจะเดินทางมาถึงเมืองอู่ตี้ องค์หญิงเจ็ดก็ลั่นวาจาไว้แล้วว่านางจะต้องถอนหมั้นกับฉินเซียวให้ได้ ราชบุตรเขยของนางจะต้องเป็นอัจฉริยะเท่านั้น"

"ก็ใช่น่ะสิ ฉู่เฟิงอัจฉริยะจากชั้นเรียนระดับกลางของวิทยาลัยหลวงเทียนอู่ก็ประกาศให้คนนอกรู้ตั้งนานแล้วว่าเขากับองค์หญิงเจ็ดคือคู่สร้างคู่สมกัน"

"ฉินเซียวนี่ก็น่าสงสารจริงๆ อุตส่าห์เดินทางรอนแรมมาไกลถึงเมืองอู่ตี้เพื่อหวังจะได้เป็นราชบุตรเขย แต่คนยังไม่ทันถึงก็โดนสวมเขาเสียแล้ว!"

"มิน่าล่ะฉินเซียวถึงได้ประมูลของชิ้นนี้แข่งกับองค์หญิงเจ็ด ที่แท้ก็เก็บกดอยากจะลากองค์หญิงเจ็ดไปตายด้วยกันนี่เอง!"

"เฮอะ เจ้าอย่าเพิ่งด่วนสรุปไปสิ ไม่แน่ว่าฉินเซียวอาจจะแค่อยากโชว์รวยเพื่อดึงดูดความสนใจขององค์หญิงเจ็ดก็ได้ หยาดนมพิภพบงกชเขียวขวดนี้บางทีเขาอาจจะประมูลมาเพื่อเตรียมไว้มอบเป็นของขวัญให้องค์หญิงเจ็ดก็ได้นะ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า"

"บนโลกนี้คงไม่มีพวกหมาเลียระดับนี้หรอกมั้ง!"

...

ผู้คนในลานประมูลต่างซุบซิบนินทากันอย่างสนุกปาก

ส่วนใหญ่ก็มีแต่คำพูดเยาะเย้ยถากถางฉินเซียวทั้งนั้น

ก่อนที่ฉินเซียวจะเดินทางมาถึงเมืองอู่ตี้ เขาก็กลายเป็นตัวตลกในสายตาของผู้คนมากมายในเมืองนี้ไปเสียแล้ว ซึ่งผลงานนี้ก็ขาดการใส่ไฟของฉู่เฟิงไปไม่ได้เลย

แต่ในสายตาของคนนอก ภาพที่เห็นก็คือจ้าวเฟยเยี่ยนไม่ยอมรับฉู่เฟิง

ภายในห้องวีไอพีหมายเลขหกซึ่งเป็นห้องของเย่หลิงอวิ๋น

บรรดาคนที่อยู่ในห้องนี้แทบจะล้วนเป็นคุณชายจากตระกูลขุนนางผู้ดีในเมืองอู่ตี้ทั้งสิ้น

เมื่อได้ยินราคาที่ฉินเซียวเสนอ เย่หลิงอวิ๋นก็ขมวดคิ้วพลางกล่าวว่า "ไหนบอกว่าฉินเซียวมีทรัพย์สินทั้งหมดแค่แปดแสนกว่าตำลึงไง?"

"บัวหิมะเก้าแฉกกับหยาดนมพิภพบงกชเขียว แค่ของวิเศษสองชิ้นนี้รวมกันเขาก็ผลาญเงินไปตั้งเก้าแสนกว่าตำลึงแล้วนี่!"

"เขาไปเอาเงินมากมายขนาดนี้มาจากไหน?"

คนอื่นๆ ในห้องต่างก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก

ก่อนที่ฉินเซียวจะมาถึง พวกเขาต่างก็มองว่าองค์ชายทายาทแห่งเป่ยเหลียงผู้นี้เป็นแค่เศษสวะ และการมาของเขาก็เป็นเพียงเรื่องตลกขบขันของเมืองอู่ตี้เท่านั้น

แต่ตอนนี้เขากลับกลายเป็นคนที่รวยที่สุดในบรรดาลูกหลานขุนนางอย่างพวกเขากลุ่มนี้ไปเสียแล้ว คนที่นั่งอยู่ที่นี่ทุกคนต่อให้นับรวมกันก็ไม่มีใครสามารถดึงเงินสดจากที่บ้านออกมาได้เกินห้าแสนตำลึงเลย แม้แต่เย่หลิงอวิ๋นเองก็ไม่มีข้อยกเว้น

ทว่าเพียงไม่นาน ใบหน้าของเย่หลิงอวิ๋นก็ปรากฏรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมขึ้นมา

"ไม่ว่ามันจะมีเงินติดตัวมาเท่าไหร่ หรือประมูลของวิเศษไปได้กี่ชิ้นก็ตาม แต่หลังจากคืนนี้ผ่านพ้นไป ของทุกอย่างก็จะต้องตกเป็นของพวกเราอยู่ดี!"

...

"ฉินเซียว เจ้า..."

เมื่อราคาหกแสนตำลึงดังก้องขึ้น จ้าวเฟยเยี่ยนก็รู้ตัวทันทีว่านางหมดโอกาสอย่างสิ้นเชิงแล้ว หยาดนมพิภพบงกชเขียวได้หลุดมือไปจากนางแล้ว

เดิมทีนางตั้งใจจะทิ้งท้ายด้วยคำขู่สักสองสามประโยค

แต่นางก็รู้ดีว่าพูดไปก็ไร้ประโยชน์

เพราะฉินเซียวไม่มีทางเห็นหัวนางอยู่แล้ว

นางทำได้เพียงถลึงตาใส่ฉินเซียวด้วยความโกรธแค้น

ก่อนจะเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องวีไอพีหมายเลขเก้าด้วยความโมโห

พอเดินพ้นห้องออกมา จู่ๆ จ้าวเฟยเยี่ยนก็รู้สึกน้อยใจจนอยากจะร้องไห้

เพื่อที่จะประมูลหยาดนมพิภพบงกชเขียวขวดนี้ นางยอมบากหน้าไปใช้เส้นสายมากมายจนรวบรวมเงินมาได้สามแสนตำลึงเงิน

แถมยังไปพึ่งพาฉู่เฟิงให้ช่วยหามาเพิ่มให้อีกสองแสนห้าหมื่นตำลึง

เดิมทีคิดว่าคงชนะใสๆ คว้ามาครองได้อย่างสบายๆ

แต่ใครจะไปคิดว่าจะโดนฉินเซียวโผล่มาตัดหน้าแบบนี้

ถ้าเป็นคนอื่นแย่งไปนางยังพอทำใจได้บ้าง

แต่นี่ดันเป็นราชบุตรเขยที่นางหมายมั่นปั้นมือว่าจะถอนหมั้นให้ได้

นี่มันหยามเกียรติกันชัดๆ

และสิ่งที่ทำให้นางรับไม่ได้มากที่สุดก็คือท่าทีของฉินเซียวนี่แหละ

แม้นางจะอยากถอนหมั้นใจจะขาด แต่ในเมื่อตอนนี้ยังไม่ได้ถอนหมั้นกัน ในนามแล้วพวกเขาทั้งสองคนก็ยังเป็นคู่หมั้นกันอยู่ดี

รังแกคู่หมั้นตัวเองแบบนี้ มันเป็นลูกผู้ชายประสาอะไรเนี่ย!

ข่าวลือข้างนอกนั่นนางก็ไม่ได้เป็นคนปล่อยออกไปสักหน่อย

พูดซะเหมือนว่าทุกอย่างเป็นฝีมือข้าคนเดียวอย่างนั้นแหละ

พูดให้ถึงที่สุดแล้ว จ้าวเฟยเยี่ยนก็เป็นแค่เด็กสาวอายุสิบเจ็ดปีเท่านั้น การที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต จะรู้สึกน้อยใจบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา

"ไอ้บ้า ไอ้บ้า!"

"ฉินเซียว ข้ากับเจ้าเราจะไม่มีวันอยู่ร่วมโลกกันได้!"

ทันทีที่กลับมาถึงห้องวีไอพีของตัวเอง จ้าวเฟยเยี่ยนก็เห็นฉู่เฟิงกำลังด่าทอฉินเซียวด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นและโกรธเกรี้ยวอย่างคนไร้น้ำยา

นี่เป็นครั้งแรกที่นางเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดขึ้นมา อัจฉริยะอย่างฉู่เฟิงในอดีต จะบอกว่าสู้ไอ้ลูกผู้ดีเสเพลจอมโอหังอย่างฉินเซียวไม่ได้เลยงั้นรึ?

ช่างเป็นคนที่ไม่มีความสุขุมลุ่มลึกเอาเสียเลย

ยิ่งจ้าวเฟยเยี่ยนคิดนางก็ยิ่งรู้สึกรังเกียจ

"พอได้แล้ว เลิกพ่นเรื่องไร้สาระพวกนี้สักที!"

นางตวาดใส่เขาก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย

"หยาดนมพิภพบงกชเขียวโดนฉินเซียวแย่งไปแล้ว ของที่เหลือก็มีแค่วิชายุทธ์ระดับปฐพีกับเคล็ดวิชาระดับนภา เคล็ดวิชาน่ะเลิกหวังไปได้เลย คนจ้องตาเป็นมันตั้งเยอะแยะ ลองดูแล้วกันว่าจะประมูลวิชายุทธ์มาได้ไหม!"

ตอนนี้ทำได้เพียงหาวิธีลดความเสียหายให้เหลือน้อยที่สุดเท่านั้นแหละ

ส่วนเรื่องรอยแผลเป็นซ่อนเร้นในร่างกาย เอาไว้ค่อยหาวิธีอื่นจัดการทีหลังก็แล้วกัน!

ดวงตาของฉู่เฟิงว่างเปล่า เขามองดูหญิงสาวผู้เลอโฉมและสง่างามดุจเทพธิดาจากสวรรค์ชั้นเก้าที่อยู่ตรงหน้า ทว่ากลับรู้สึกราวกับกำลังมองดูคนแปลกหน้า

เหมือนกับว่าเขาไม่เคยมองนางทะลุปรุโปร่งเลยสักครั้ง!

...

"ท่านนี่ก็จริงๆ เลย นางเป็นเด็กผู้หญิงที่หน้าตาสะสวยขนาดนั้น ท่านก็ยังกล้าพูดจาโหดร้ายทำร้ายจิตใจนางได้ลงคอ" หนานกงชิงหว่านบ่นอุบอิบ

ฉินเซียวไม่สนใจผู้หญิงที่ความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่นพลุ่งพล่านคนนี้

เขาเอาแต่ตั้งหน้าตั้งตารอคอยของรางวัลจากระบบในใจเงียบๆ

เมื่อเทียบกับวิชายุทธ์ระดับปฐพีที่กำลังจะถูกนำขึ้นลานประมูล ฉินเซียวคาดหวังกับวิชายุทธ์เซอร์ไพรส์ที่ระบบจะมอบให้มากกว่า

ของที่มาจากระบบ ล้วนเป็นของดีระดับพรีเมียมทั้งนั้น

แค่วิชายุทธ์หรือเคล็ดวิชาระดับลึกลับที่สุ่มได้จากระบบ ก็สามารถเทียบชั้นกับเคล็ดวิชาและวิชายุทธ์ระดับปฐพีของโลกใบนี้ได้สบายๆ แล้ว

[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ทำภารกิจปล้นชิงแต้มโชคชะตาสำเร็จ: เป่าดับเปลวไฟกองน้อย ตัดเส้นทางเกาะผู้หญิงกินของฉู่เฟิงให้ขาดสะบั้น]

[ได้รับรางวัลภารกิจ: เงินสองล้านตำลึง วิชายุทธ์ระดับนภาแบบสุ่มหนึ่งชุด]

[ได้รับแต้มโชคชะตา: 1000 แต้ม]

[แต้มโชคชะตาคงเหลือของฉู่เฟิง: 6000 แต้ม]

[แต้มโชคชะตาปัจจุบันของโฮสต์: 8600 แต้ม]

"ระบบ เร็วเข้า เอามาให้ข้าดูหน่อยสิว่าวิชายุทธ์ระดับนภาที่ข้าได้มาคืออะไร?" ฉินเซียวเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น

ทักษะวิชายุทธ์เดียวที่เขามีในตอนนี้คือเนตรหยั่งรู้สรรพสิ่ง

แต่วิชายุทธ์นี้ก็ยังไม่ค่อยมีประโยชน์ในการต่อสู้จริงสักเท่าไหร่

[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับวิชายุทธ์ระดับนภา: งูเขียวสองแขนเสื้อ]

[งูเขียวสองแขนเสื้อ: วิชายุทธ์จากเรื่องดาบหาญกล้าฝ่าแดนหิมะ ทรงพลังและยิ่งใหญ่ตระการตา ผู้คิดค้นคือหลี่ฉุนกัง ระบบได้ทำการปรับปรุงแล้ว]

สุดยอด!!

ข้อมูลกระบวนท่าของวิชางูเขียวสองแขนเสื้อถูกส่งตรงเข้าสู่สมองของฉินเซียว และเขาก็สามารถเข้าใจและใช้งานกระบวนท่ากระบี่นี้ได้ถึงขั้นพื้นฐานในทันที

งูเขียวสองแขนเสื้อ ตามคำบรรยายในต้นฉบับ ปราณกระบี่จะก่อตัวเป็นงูยักษ์ยาวนับร้อยจั้งสองตัว ปราณกระบี่สองสายจะสอดประสานกัน สังหารศัตรูได้อย่างไร้ร่องรอย

เมื่อมีวิชางูเขียวสองแขนเสื้อ บวกกับระดับพลังยุทธ์ขั้นสี่รวบรวมลมปราณช่วงต้น และพลังปราณบริสุทธิ์ที่ฝึกฝนมาจากเคล็ดวิชาเทียนกัง

เมื่อผสานเข้ากับความคมกริบของกระบี่ถามสวรรค์ เขาก็นับว่าเป็นยอดฝีมือคนหนึ่งแล้วเหมือนกัน

น่าจะสามารถไร้พ่ายในระดับพลังยุทธ์เดียวกันได้แล้วล่ะ

ภายในลานประมูล

ของประมูลชิ้นรองสุดท้ายที่เป็นวิชายุทธ์ระดับปฐพีก็เป็นเพลงกระบี่เช่นเดียวกัน

ได้ยินมาว่าถูกค้นพบมาจากซากปรักหักพังของสำนักแห่งหนึ่งที่ล่มสลายไปแล้ว

แต่ถ้าเอาไปเทียบกับวิชางูเขียวสองแขนเสื้อ เพลงกระบี่ชุดนี้ก็เทียบไม่ติดเลยสักนิด

สุดท้ายเพลงกระบี่ชุดนี้ก็ตกเป็นของจ้าวเฟยเยี่ยนไป

นางใช้เงินไปถึงห้าแสนสองหมื่นตำลึงเงิน

ผู้หญิงคนนี้ก็เป็นผู้ใช้กระบี่เหมือนกันนี่เอง

เนื่องจากระบบไม่ได้ประกาศภารกิจอะไร ฉินเซียวก็เลยไม่ได้ไปลงแข่งประมูลแย่งกับจ้าวเฟยเยี่ยน ไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายคงได้สติแตกแน่ๆ

เงินของใครก็ไม่ใช่ใบไม้ที่ร่วงหล่นมาจากฟ้าเสียหน่อย

ของที่ระบบแจกมาให้ก็ใช่ว่าจะเอาไปผลาญเล่นสุ่มสี่สุ่มห้าได้

"ทุกท่านเจ้าคะ ช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุดมาถึงแล้วเจ้าค่ะ!"

"แขกผู้มีเกียรติทุกท่านคงกำลังรอคอยของประมูลชิ้นสุดท้ายกันอยู่อย่างแน่นอน"

"ตอนนี้ข้าน้อยขอแนะนำของวิเศษชิ้นสุดท้ายประจำค่ำคืนนี้อย่างเป็นทางการเจ้าค่ะ"

"เคล็ดวิชาระดับนภา: เคล็ดวิชาเทวะเร้นลับ!"

"เคล็ดวิชานี้ผ่านการตรวจสอบจากหอการค้าสราญรมย์แล้ว รับรองว่าสามารถจัดอยู่ในระดับนภาได้อย่างแท้จริง นับเป็นเคล็ดวิชาสุดยอดที่หาได้ยากยิ่งนัก"

"ราคาเริ่มต้นอยู่ที่สามแสนตำลึง การเสนอราคาแต่ละครั้งต้องไม่ต่ำกว่าสองหมื่นตำลึงเจ้าค่ะ!"

"ขอเชิญแขกผู้มีเกียรติทุกท่านเสนอราคาได้เลยเจ้าค่ะ!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 41 - งูเขียวสองแขนเสื้อ

คัดลอกลิงก์แล้ว