- หน้าแรก
- วายร้ายบัญชาสวรรค์ ขอโทษทีที่ลูกน้องผมโหดเกินไปหน่อย
- บทที่ 41 - งูเขียวสองแขนเสื้อ
บทที่ 41 - งูเขียวสองแขนเสื้อ
บทที่ 41 - งูเขียวสองแขนเสื้อ
บทที่ 41 - งูเขียวสองแขนเสื้อ
"ฉินเซียวไม่ใช่ว่าที่ราชบุตรเขยหรอกรึ ทำไมเขาถึงต้องไปแย่งหยาดนมพิภพบงกชเขียวกับองค์หญิงเจ็ดด้วยล่ะ ผัวเมียทะเลาะกันงั้นรึ?"
"นี่เจ้ายังไม่รู้อีกรึ ฉินเซียวเป็นไอ้ขยะที่ฝึกยุทธ์ไม่ได้ คนเขารู้กันทั่วทั้งราชวงศ์เทียนอู่แล้ว องค์หญิงเจ็ดไม่เคยชายตามองเขาเลยสักนิด!"
"ข้าได้ยินมาว่าก่อนที่ฉินเซียวจะเดินทางมาถึงเมืองอู่ตี้ องค์หญิงเจ็ดก็ลั่นวาจาไว้แล้วว่านางจะต้องถอนหมั้นกับฉินเซียวให้ได้ ราชบุตรเขยของนางจะต้องเป็นอัจฉริยะเท่านั้น"
"ก็ใช่น่ะสิ ฉู่เฟิงอัจฉริยะจากชั้นเรียนระดับกลางของวิทยาลัยหลวงเทียนอู่ก็ประกาศให้คนนอกรู้ตั้งนานแล้วว่าเขากับองค์หญิงเจ็ดคือคู่สร้างคู่สมกัน"
"ฉินเซียวนี่ก็น่าสงสารจริงๆ อุตส่าห์เดินทางรอนแรมมาไกลถึงเมืองอู่ตี้เพื่อหวังจะได้เป็นราชบุตรเขย แต่คนยังไม่ทันถึงก็โดนสวมเขาเสียแล้ว!"
"มิน่าล่ะฉินเซียวถึงได้ประมูลของชิ้นนี้แข่งกับองค์หญิงเจ็ด ที่แท้ก็เก็บกดอยากจะลากองค์หญิงเจ็ดไปตายด้วยกันนี่เอง!"
"เฮอะ เจ้าอย่าเพิ่งด่วนสรุปไปสิ ไม่แน่ว่าฉินเซียวอาจจะแค่อยากโชว์รวยเพื่อดึงดูดความสนใจขององค์หญิงเจ็ดก็ได้ หยาดนมพิภพบงกชเขียวขวดนี้บางทีเขาอาจจะประมูลมาเพื่อเตรียมไว้มอบเป็นของขวัญให้องค์หญิงเจ็ดก็ได้นะ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า"
"บนโลกนี้คงไม่มีพวกหมาเลียระดับนี้หรอกมั้ง!"
...
ผู้คนในลานประมูลต่างซุบซิบนินทากันอย่างสนุกปาก
ส่วนใหญ่ก็มีแต่คำพูดเยาะเย้ยถากถางฉินเซียวทั้งนั้น
ก่อนที่ฉินเซียวจะเดินทางมาถึงเมืองอู่ตี้ เขาก็กลายเป็นตัวตลกในสายตาของผู้คนมากมายในเมืองนี้ไปเสียแล้ว ซึ่งผลงานนี้ก็ขาดการใส่ไฟของฉู่เฟิงไปไม่ได้เลย
แต่ในสายตาของคนนอก ภาพที่เห็นก็คือจ้าวเฟยเยี่ยนไม่ยอมรับฉู่เฟิง
ภายในห้องวีไอพีหมายเลขหกซึ่งเป็นห้องของเย่หลิงอวิ๋น
บรรดาคนที่อยู่ในห้องนี้แทบจะล้วนเป็นคุณชายจากตระกูลขุนนางผู้ดีในเมืองอู่ตี้ทั้งสิ้น
เมื่อได้ยินราคาที่ฉินเซียวเสนอ เย่หลิงอวิ๋นก็ขมวดคิ้วพลางกล่าวว่า "ไหนบอกว่าฉินเซียวมีทรัพย์สินทั้งหมดแค่แปดแสนกว่าตำลึงไง?"
"บัวหิมะเก้าแฉกกับหยาดนมพิภพบงกชเขียว แค่ของวิเศษสองชิ้นนี้รวมกันเขาก็ผลาญเงินไปตั้งเก้าแสนกว่าตำลึงแล้วนี่!"
"เขาไปเอาเงินมากมายขนาดนี้มาจากไหน?"
คนอื่นๆ ในห้องต่างก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก
ก่อนที่ฉินเซียวจะมาถึง พวกเขาต่างก็มองว่าองค์ชายทายาทแห่งเป่ยเหลียงผู้นี้เป็นแค่เศษสวะ และการมาของเขาก็เป็นเพียงเรื่องตลกขบขันของเมืองอู่ตี้เท่านั้น
แต่ตอนนี้เขากลับกลายเป็นคนที่รวยที่สุดในบรรดาลูกหลานขุนนางอย่างพวกเขากลุ่มนี้ไปเสียแล้ว คนที่นั่งอยู่ที่นี่ทุกคนต่อให้นับรวมกันก็ไม่มีใครสามารถดึงเงินสดจากที่บ้านออกมาได้เกินห้าแสนตำลึงเลย แม้แต่เย่หลิงอวิ๋นเองก็ไม่มีข้อยกเว้น
ทว่าเพียงไม่นาน ใบหน้าของเย่หลิงอวิ๋นก็ปรากฏรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมขึ้นมา
"ไม่ว่ามันจะมีเงินติดตัวมาเท่าไหร่ หรือประมูลของวิเศษไปได้กี่ชิ้นก็ตาม แต่หลังจากคืนนี้ผ่านพ้นไป ของทุกอย่างก็จะต้องตกเป็นของพวกเราอยู่ดี!"
...
"ฉินเซียว เจ้า..."
เมื่อราคาหกแสนตำลึงดังก้องขึ้น จ้าวเฟยเยี่ยนก็รู้ตัวทันทีว่านางหมดโอกาสอย่างสิ้นเชิงแล้ว หยาดนมพิภพบงกชเขียวได้หลุดมือไปจากนางแล้ว
เดิมทีนางตั้งใจจะทิ้งท้ายด้วยคำขู่สักสองสามประโยค
แต่นางก็รู้ดีว่าพูดไปก็ไร้ประโยชน์
เพราะฉินเซียวไม่มีทางเห็นหัวนางอยู่แล้ว
นางทำได้เพียงถลึงตาใส่ฉินเซียวด้วยความโกรธแค้น
ก่อนจะเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องวีไอพีหมายเลขเก้าด้วยความโมโห
พอเดินพ้นห้องออกมา จู่ๆ จ้าวเฟยเยี่ยนก็รู้สึกน้อยใจจนอยากจะร้องไห้
เพื่อที่จะประมูลหยาดนมพิภพบงกชเขียวขวดนี้ นางยอมบากหน้าไปใช้เส้นสายมากมายจนรวบรวมเงินมาได้สามแสนตำลึงเงิน
แถมยังไปพึ่งพาฉู่เฟิงให้ช่วยหามาเพิ่มให้อีกสองแสนห้าหมื่นตำลึง
เดิมทีคิดว่าคงชนะใสๆ คว้ามาครองได้อย่างสบายๆ
แต่ใครจะไปคิดว่าจะโดนฉินเซียวโผล่มาตัดหน้าแบบนี้
ถ้าเป็นคนอื่นแย่งไปนางยังพอทำใจได้บ้าง
แต่นี่ดันเป็นราชบุตรเขยที่นางหมายมั่นปั้นมือว่าจะถอนหมั้นให้ได้
นี่มันหยามเกียรติกันชัดๆ
และสิ่งที่ทำให้นางรับไม่ได้มากที่สุดก็คือท่าทีของฉินเซียวนี่แหละ
แม้นางจะอยากถอนหมั้นใจจะขาด แต่ในเมื่อตอนนี้ยังไม่ได้ถอนหมั้นกัน ในนามแล้วพวกเขาทั้งสองคนก็ยังเป็นคู่หมั้นกันอยู่ดี
รังแกคู่หมั้นตัวเองแบบนี้ มันเป็นลูกผู้ชายประสาอะไรเนี่ย!
ข่าวลือข้างนอกนั่นนางก็ไม่ได้เป็นคนปล่อยออกไปสักหน่อย
พูดซะเหมือนว่าทุกอย่างเป็นฝีมือข้าคนเดียวอย่างนั้นแหละ
พูดให้ถึงที่สุดแล้ว จ้าวเฟยเยี่ยนก็เป็นแค่เด็กสาวอายุสิบเจ็ดปีเท่านั้น การที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต จะรู้สึกน้อยใจบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา
"ไอ้บ้า ไอ้บ้า!"
"ฉินเซียว ข้ากับเจ้าเราจะไม่มีวันอยู่ร่วมโลกกันได้!"
ทันทีที่กลับมาถึงห้องวีไอพีของตัวเอง จ้าวเฟยเยี่ยนก็เห็นฉู่เฟิงกำลังด่าทอฉินเซียวด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นและโกรธเกรี้ยวอย่างคนไร้น้ำยา
นี่เป็นครั้งแรกที่นางเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดขึ้นมา อัจฉริยะอย่างฉู่เฟิงในอดีต จะบอกว่าสู้ไอ้ลูกผู้ดีเสเพลจอมโอหังอย่างฉินเซียวไม่ได้เลยงั้นรึ?
ช่างเป็นคนที่ไม่มีความสุขุมลุ่มลึกเอาเสียเลย
ยิ่งจ้าวเฟยเยี่ยนคิดนางก็ยิ่งรู้สึกรังเกียจ
"พอได้แล้ว เลิกพ่นเรื่องไร้สาระพวกนี้สักที!"
นางตวาดใส่เขาก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"หยาดนมพิภพบงกชเขียวโดนฉินเซียวแย่งไปแล้ว ของที่เหลือก็มีแค่วิชายุทธ์ระดับปฐพีกับเคล็ดวิชาระดับนภา เคล็ดวิชาน่ะเลิกหวังไปได้เลย คนจ้องตาเป็นมันตั้งเยอะแยะ ลองดูแล้วกันว่าจะประมูลวิชายุทธ์มาได้ไหม!"
ตอนนี้ทำได้เพียงหาวิธีลดความเสียหายให้เหลือน้อยที่สุดเท่านั้นแหละ
ส่วนเรื่องรอยแผลเป็นซ่อนเร้นในร่างกาย เอาไว้ค่อยหาวิธีอื่นจัดการทีหลังก็แล้วกัน!
ดวงตาของฉู่เฟิงว่างเปล่า เขามองดูหญิงสาวผู้เลอโฉมและสง่างามดุจเทพธิดาจากสวรรค์ชั้นเก้าที่อยู่ตรงหน้า ทว่ากลับรู้สึกราวกับกำลังมองดูคนแปลกหน้า
เหมือนกับว่าเขาไม่เคยมองนางทะลุปรุโปร่งเลยสักครั้ง!
...
"ท่านนี่ก็จริงๆ เลย นางเป็นเด็กผู้หญิงที่หน้าตาสะสวยขนาดนั้น ท่านก็ยังกล้าพูดจาโหดร้ายทำร้ายจิตใจนางได้ลงคอ" หนานกงชิงหว่านบ่นอุบอิบ
ฉินเซียวไม่สนใจผู้หญิงที่ความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่นพลุ่งพล่านคนนี้
เขาเอาแต่ตั้งหน้าตั้งตารอคอยของรางวัลจากระบบในใจเงียบๆ
เมื่อเทียบกับวิชายุทธ์ระดับปฐพีที่กำลังจะถูกนำขึ้นลานประมูล ฉินเซียวคาดหวังกับวิชายุทธ์เซอร์ไพรส์ที่ระบบจะมอบให้มากกว่า
ของที่มาจากระบบ ล้วนเป็นของดีระดับพรีเมียมทั้งนั้น
แค่วิชายุทธ์หรือเคล็ดวิชาระดับลึกลับที่สุ่มได้จากระบบ ก็สามารถเทียบชั้นกับเคล็ดวิชาและวิชายุทธ์ระดับปฐพีของโลกใบนี้ได้สบายๆ แล้ว
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ทำภารกิจปล้นชิงแต้มโชคชะตาสำเร็จ: เป่าดับเปลวไฟกองน้อย ตัดเส้นทางเกาะผู้หญิงกินของฉู่เฟิงให้ขาดสะบั้น]
[ได้รับรางวัลภารกิจ: เงินสองล้านตำลึง วิชายุทธ์ระดับนภาแบบสุ่มหนึ่งชุด]
[ได้รับแต้มโชคชะตา: 1000 แต้ม]
[แต้มโชคชะตาคงเหลือของฉู่เฟิง: 6000 แต้ม]
[แต้มโชคชะตาปัจจุบันของโฮสต์: 8600 แต้ม]
"ระบบ เร็วเข้า เอามาให้ข้าดูหน่อยสิว่าวิชายุทธ์ระดับนภาที่ข้าได้มาคืออะไร?" ฉินเซียวเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น
ทักษะวิชายุทธ์เดียวที่เขามีในตอนนี้คือเนตรหยั่งรู้สรรพสิ่ง
แต่วิชายุทธ์นี้ก็ยังไม่ค่อยมีประโยชน์ในการต่อสู้จริงสักเท่าไหร่
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับวิชายุทธ์ระดับนภา: งูเขียวสองแขนเสื้อ]
[งูเขียวสองแขนเสื้อ: วิชายุทธ์จากเรื่องดาบหาญกล้าฝ่าแดนหิมะ ทรงพลังและยิ่งใหญ่ตระการตา ผู้คิดค้นคือหลี่ฉุนกัง ระบบได้ทำการปรับปรุงแล้ว]
สุดยอด!!
ข้อมูลกระบวนท่าของวิชางูเขียวสองแขนเสื้อถูกส่งตรงเข้าสู่สมองของฉินเซียว และเขาก็สามารถเข้าใจและใช้งานกระบวนท่ากระบี่นี้ได้ถึงขั้นพื้นฐานในทันที
งูเขียวสองแขนเสื้อ ตามคำบรรยายในต้นฉบับ ปราณกระบี่จะก่อตัวเป็นงูยักษ์ยาวนับร้อยจั้งสองตัว ปราณกระบี่สองสายจะสอดประสานกัน สังหารศัตรูได้อย่างไร้ร่องรอย
เมื่อมีวิชางูเขียวสองแขนเสื้อ บวกกับระดับพลังยุทธ์ขั้นสี่รวบรวมลมปราณช่วงต้น และพลังปราณบริสุทธิ์ที่ฝึกฝนมาจากเคล็ดวิชาเทียนกัง
เมื่อผสานเข้ากับความคมกริบของกระบี่ถามสวรรค์ เขาก็นับว่าเป็นยอดฝีมือคนหนึ่งแล้วเหมือนกัน
น่าจะสามารถไร้พ่ายในระดับพลังยุทธ์เดียวกันได้แล้วล่ะ
ภายในลานประมูล
ของประมูลชิ้นรองสุดท้ายที่เป็นวิชายุทธ์ระดับปฐพีก็เป็นเพลงกระบี่เช่นเดียวกัน
ได้ยินมาว่าถูกค้นพบมาจากซากปรักหักพังของสำนักแห่งหนึ่งที่ล่มสลายไปแล้ว
แต่ถ้าเอาไปเทียบกับวิชางูเขียวสองแขนเสื้อ เพลงกระบี่ชุดนี้ก็เทียบไม่ติดเลยสักนิด
สุดท้ายเพลงกระบี่ชุดนี้ก็ตกเป็นของจ้าวเฟยเยี่ยนไป
นางใช้เงินไปถึงห้าแสนสองหมื่นตำลึงเงิน
ผู้หญิงคนนี้ก็เป็นผู้ใช้กระบี่เหมือนกันนี่เอง
เนื่องจากระบบไม่ได้ประกาศภารกิจอะไร ฉินเซียวก็เลยไม่ได้ไปลงแข่งประมูลแย่งกับจ้าวเฟยเยี่ยน ไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายคงได้สติแตกแน่ๆ
เงินของใครก็ไม่ใช่ใบไม้ที่ร่วงหล่นมาจากฟ้าเสียหน่อย
ของที่ระบบแจกมาให้ก็ใช่ว่าจะเอาไปผลาญเล่นสุ่มสี่สุ่มห้าได้
"ทุกท่านเจ้าคะ ช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุดมาถึงแล้วเจ้าค่ะ!"
"แขกผู้มีเกียรติทุกท่านคงกำลังรอคอยของประมูลชิ้นสุดท้ายกันอยู่อย่างแน่นอน"
"ตอนนี้ข้าน้อยขอแนะนำของวิเศษชิ้นสุดท้ายประจำค่ำคืนนี้อย่างเป็นทางการเจ้าค่ะ"
"เคล็ดวิชาระดับนภา: เคล็ดวิชาเทวะเร้นลับ!"
"เคล็ดวิชานี้ผ่านการตรวจสอบจากหอการค้าสราญรมย์แล้ว รับรองว่าสามารถจัดอยู่ในระดับนภาได้อย่างแท้จริง นับเป็นเคล็ดวิชาสุดยอดที่หาได้ยากยิ่งนัก"
"ราคาเริ่มต้นอยู่ที่สามแสนตำลึง การเสนอราคาแต่ละครั้งต้องไม่ต่ำกว่าสองหมื่นตำลึงเจ้าค่ะ!"
"ขอเชิญแขกผู้มีเกียรติทุกท่านเสนอราคาได้เลยเจ้าค่ะ!"
[จบแล้ว]