เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 34 - สบายใจได้วินาทีหนึ่งก็ถือว่ากำไร

บทที่ 34 - สบายใจได้วินาทีหนึ่งก็ถือว่ากำไร

บทที่ 34 - สบายใจได้วินาทีหนึ่งก็ถือว่ากำไร


บทที่ 34 - สบายใจได้วินาทีหนึ่งก็ถือว่ากำไร

หมอนี่มันจะหน้าด้านเกินไปแล้ว!

ความเร็วในการหลบหลีกแบบไม่ห่วงภาพลักษณ์แถมยังหดหัวในกระดองราวกับเต่าของฉินเซียวทำเอามั่วเสวี่ยซินและจ้าวเฟยเยี่ยนถึงกับตะลึงงัน

มีผู้ชายที่ไหนเขาร้องขอความช่วยเหลือได้เต็มปากเต็มคำแถมยังลื่นไหลขนาดนี้บ้าง

ไม่มีพลังยุทธ์ สงสัยคงเอาแต้มไปอัปสกิลหลบหลีกเอาชีวิตรอดหมดแล้วมั้ง

ด้วยความเร็วในการหดหัวระดับนี้ ถ้าบอกว่าเจ้าอยู่ระดับรวบรวมลมปราณข้าก็เชื่อ

ความขี้ขลาดตาขาวยังมีข้อดีแบบนี้ด้วยรึ?

ฉู่เฟิงเองก็คาดไม่ถึงเช่นกัน ฝ่ามือแห่งความโกรธเกรี้ยวที่กะจะตบฉินเซียวให้พิการของเขากลับพลาดเป้าไปอย่างจัง

แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจ

ไม่ว่าอย่างไรวันนี้ฉินเซียวก็หนีไม่รอดแน่

"หลบไปเถอะ! ข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้าจะหลบไปได้สักกี่น้ำ!"

ฉู่เฟิงแค่นเสียงเย็นชาแล้วฟาดฝ่ามือออกไปอีกครั้ง

เพียงแต่ครั้งนี้มั่วเสวี่ยซินตั้งตัวทันแล้ว

นางเตรียมพร้อมที่จะลงมือช่วยเหลือทันที

จ้าวเฟยเยี่ยนลังเลอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็เตรียมจะลงมือเช่นกัน

จะปล่อยให้หมอนี่มาเป็นอะไรไปต่อหน้าต่อตานางไม่ได้เด็ดขาด

ทว่ากลับมีคนที่มีความเร็วเหนือกว่าพวกนาง

จู่ๆ ร่างเล็กๆ ร่างหนึ่งก็พุ่งพรวดพังประตูเข้ามา

นางพุ่งตัวมาขวางหน้าฉินเซียวในชั่วพริบตา

จากนั้นนางก็ยื่นมือออกไปจับข้อมือของฉู่เฟิงเอาไว้เบาๆ ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของเขา ก่อนจะสะบัดมือเหวี่ยงออกไปอย่างไม่ใส่ใจ

โครม!

ร่างของฉู่เฟิงลอยละลิ่วกระเด็นถอยหลังไป

โต๊ะหนังสือในห้องถูกกระแทกจนแหลกละเอียด

ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของมั่วเสวี่ยซินและจ้าวเฟยเยี่ยน อิ๋งโกวที่มีดวงตาแดงก่ำและมีรอยยิ้มเย็นชาประดับอยู่บนมุมปากก็เอ่ยถามขึ้น "จะให้ฆ่าเลยไหม?"

อิ๋งโกวปลดปล่อยร่างต้นกำเนิดของตัวเองออกมาอีกครั้ง

อาเจี่ยถูกไล่ตะเพิดออกไปชั่วคราวแล้ว

ฉินเซียวยืดตัวขึ้นตรง เขาปรายตามองจ้าวเฟยเยี่ยนและมั่วเสวี่ยซินที่ยืนอึ้งอยู่กับที่ ก่อนจะเดินเข้าไปหาฉู่เฟิงด้วยท่วงท่าสง่างาม

เพียะ! เพียะ!

ฉู่เฟิงที่เพิ่งจะตะเกียกตะกายลุกขึ้นมายืนได้ โดนตบหน้าฉาดใหญ่เข้าไปเต็มแรงสองทีซ้อนจนแก้มบวมเป่งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

"แก..."

ฉู่เฟิงโกรธจนแทบคลุ้มคลั่ง ดวงตาแดงก่ำไปด้วยความเคียดแค้น

ฉินเซียวแสยะยิ้มแล้วกล่าวว่า "ฉู่เฟิง ยังจำคำพูดที่ข้าบอกเมื่อวานได้ไหม ข้าบอกว่าจะลบคำว่าร่านบนหน้าเจ้าให้สะอาดไง!"

"แล้วทำไมเจ้าถึงไม่รู้จักจำสักทีล่ะเนี่ย?"

[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ทำภารกิจปล้นชิงแต้มโชคชะตาสำเร็จ: ตบหน้าฉู่เฟิงเป็นรางวัลให้มันอีกสองฉาด]

[ได้รับรางวัลภารกิจ: สิทธิ์สุ่มเรียกขุนพล 1 ครั้ง สิทธิ์สุ่มเรียกขุนนางบุ๋น 1 ครั้ง]

[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ปล้นชิงแต้มโชคชะตาได้สำเร็จ: 4000]

[แต้มโชคชะตาคงเหลือของฉู่เฟิงในปัจจุบัน: 7000]

[แต้มโชคชะตาปัจจุบันของโฮสต์: 7300]

ภารกิจลุล่วง ได้แต้มโชคชะตามา 7300 แต้มแล้ว

ฉู่เฟิงที่โดนตบหน้าไปอีกสองทีโกรธจัดจนกระอักเลือดคำโตออกมาก่อนจะสลบเหมือดไปในทันที

ครั้งนี้เขาไปติดต่อขอยืมเงินจากหลายตระกูลที่คอยสนับสนุนเขามาตลอดจนได้เงินมาจำนวนไม่น้อย เดิมทีตั้งใจจะมาประมูลของวิเศษในงานประมูลเพื่อเอาไปเอาใจจ้าวเฟยเยี่ยน

แต่ตอนนี้งานประมูลยังไม่ทันเริ่ม เขากลับต้องมาขายหน้าครั้งใหญ่ต่อหน้าจ้าวเฟยเยี่ยนจนไม่เหลือชิ้นดี ไม่โกรธจนอกแตกตายก็แปลกแล้ว

และก็เป็นไปตามคาด แววตาของจ้าวเฟยเยี่ยนฉายแววผิดหวังออกมาให้เห็น

ความรู้สึกดีเล็กๆ น้อยๆ ที่เพิ่งจะก่อตัวขึ้นจากความเอาอกเอาใจของฉู่เฟิงในช่วงนี้มลายหายไปจนสิ้นในพริบตา

ผู้ชายที่หุนหันพลันแล่นแถมยังโดนฉินเซียวตบหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้ นางไม่มีทางชายตามองแน่นอน

ขายขี้หน้าเขาเปล่าๆ

ตอนนี้นางแทบจะไม่สนด้วยซ้ำว่าฉู่เฟิงจะเป็นตายร้ายดียังไง

แต่นางกลับหันไปมองฉินเซียวด้วยความอยากรู้อยากเห็นแทน

[ติ๊ง ตรวจพบเทพธิดาที่มีคะแนนความสวยเกิน 90 หนึ่งคน]

[ชื่อ: จ้าวเฟยเยี่ยน]

[อายุ: 17 ปี]

[ความสวย: 96]

[ระดับพลังยุทธ์: ระดับสี่ขั้นรวบรวมลมปราณ ช่วงต้น]

[สถานะ: องค์หญิงเจ็ดแห่งราชวงศ์เทียนอู่ ว่าที่คู่หมั้นของโฮสต์]

[ค่าความรู้สึกดี: 5]

เอ๊ะ จ้าวเฟยเยี่ยนเกลียดข้าเข้าไส้ไม่ใช่รึไง

แล้วทำไมถึงยังมีค่าความรู้สึกดีตั้ง 5 แต้มได้ล่ะเนี่ย

ฉินเซียวชะงักไปเล็กน้อย

หรือจะเป็นเพราะว่าข้าหล่อเกินไป

ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ก็คงมีแค่คำอธิบายเดียวแล้วล่ะ

แต่ค่าความรู้สึกดีแค่ 5 แต้มก็ถือว่าน้อยจนมองข้ามไปได้เลย

ฉินเซียวไม่คิดจะเก็บผู้หญิงคนนี้มาใส่ใจอยู่แล้ว

เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาแปลกๆ ของฉินเซียว จู่ๆ ในใจของจ้าวเฟยเยี่ยนก็เกิดความรู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ราวกับว่านางกำลังถูกสามีตัวเองจับได้ว่ามีชู้ยังไงยังงั้น

แต่นางก็ตั้งสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว นางจ้องมองฉินเซียวแล้วถามว่า "เจ้าคือองค์ชายทายาทแห่งเป่ยเหลียง ฉินเซียวงั้นรึ?"

"ส่วนเจ้าก็คือจ้าวเฟยเยี่ยน หญิงแพศยาที่ไม่รู้จักรักนวลสงวนตัวคนนั้นสินะ!"

ฉินเซียวเปิดโหมดพร้อมรบ ทักทายกลับไปด้วยคำด่าทันที

สำหรับผู้หญิงที่ทำตัวสูงส่งและหยิ่งยโสคนนี้ ฉินเซียวไม่มีทางไว้หน้าเด็ดขาด

จ้าวเฟยเยี่ยนถึงกับหน้าเหวอไปในทันที

ผ่านไปครู่หนึ่ง นางก็กล่าวด้วยสีหน้าเย็นชาว่า "ฉินเซียว เจ้ารู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรออกมา?"

แม้นางจะไม่ได้มีใจให้ฉินเซียวและตั้งใจจะถอนหมั้นอยู่แล้ว

แต่ข้อหาไม่รักนวลสงวนตัวนี่มันมาจากไหนกัน

ไม่ว่าจะอยู่ในสำนักศึกษาหรือในจวนองค์หญิง นางก็ไม่เคยไปสนิทสนมชิดเชื้อกับผู้ชายคนไหนเลยสักครั้ง

จ้าวเฟยเยี่ยนเองก็มีเส้นตายของนางอยู่เหมือนกัน

ก่อนที่จะถอนหมั้นกับฉินเซียว นางไม่มีทางปล่อยให้ตัวเองมีข่าวฉาวกับผู้ชายคนอื่นเด็ดขาด

การที่นางมาปรากฏตัวที่หอการค้าสราญรมย์พร้อมกับฉู่เฟิงในวันนี้ มันเป็นแค่อุบัติเหตุล้วนๆ

แต่ฉินเซียวไม่สนหรอกว่าความจริงจะเป็นยังไง

"หึหึ..."

ฉินเซียวแค่นเสียงหัวเราะเย็นชาแล้วกล่าวว่า "ทำไมล่ะ ข้าพูดอะไรผิดงั้นรึ?"

"เมื่อกี้ฉู่เฟิงเพิ่งจะพ่นออกมาเองว่าพวกเจ้าสองคนคือคู่สร้างคู่สมที่สวรรค์ประทานมาให้ เรื่องนี้เขารู้กันให้ทั่วเมืองอู่ตี้ตั้งนานแล้ว"

"แม้แต่สาวใช้ในจวนของเจ้าก็ยังบอกว่าข้ามันไม่คู่ควรกับเจ้า บอกว่าเจ้ามีตัวเลือกที่ดีกว่า แถมยังเตรียมตัวจะถอนหมั้นกับข้ามาตั้งนานแล้วด้วย"

"ชื่อเสียงขององค์หญิงเจ็ดช่างเหมาะสมกับคำว่าหญิงแพศยาร่านผู้ชายจริงๆ!"

ดวงตาคู่สวยของจ้าวเฟยเยี่ยนลุกโชนไปด้วยไฟโกรธ สองมือกำหมัดแน่น

ตอนนี้นางอยากจะฆ่าฉินเซียวให้ตายคามือเสียให้ได้

[ติ๊ง จ้าวเฟยเยี่ยนมีค่าความรู้สึกดีต่อโฮสต์ลดลง 15 แต้ม]

[ค่าความรู้สึกดีปัจจุบัน -10]

เอาล่ะ ค่อยสมเหตุสมผลหน่อย

เสียงแจ้งเตือนค่าความรู้สึกดีจากระบบทำให้ฉินเซียวจ้องมองจ้าวเฟยเยี่ยนด้วยสายตาท้าทายมากยิ่งขึ้น เขาเหยียดยิ้มเยาะเย้ยแล้วกล่าวว่า "ทำไม อยากจะฆ่าข้าล่ะสิ?"

"จะลองดูก็ได้นะ!"

สิ้นเสียง อิ๋งโกวที่ยืนอยู่ด้านข้างด้วยสีหน้าเย็นชาพร้อมกับจิตสังหารที่แผ่ซ่านออกมาราวกับจะจับต้องได้ก็เงยหน้าขึ้นมาปรายตามองจ้าวเฟยเยี่ยนแวบหนึ่ง

แค่สายตาเพียงแวบเดียวก็เกือบจะทำเอาขาทั้งสองข้างของจ้าวเฟยเยี่ยนอ่อนเปลี้ยจนแทบจะทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้น

แม้แต่มั่วเสวี่ยซินที่อยู่ข้างๆ ก็ยังอดไม่ได้ที่จะก้าวถอยหลังไปหลายก้าว

แม้นางจะได้รับข้อมูลมาก่อนหน้านี้แล้วว่า เด็กสาวที่ดูอายุแค่สิบกว่าปีข้างกายฉินเซียวคนนี้ น่าจะเป็นสัตว์ประหลาดเฒ่าที่อยู่มานานหลายปี และมีระดับพลังยุทธ์อย่างน้อยๆ ก็ระดับเจ็ดขั้นมังกรคชสาร

แต่พอดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้ว อิ๋งโกวน่ากลัวกว่าที่คาดการณ์เอาไว้มากนัก

ในวินาทีนั้น จู่ๆ มั่วเสวี่ยซินก็เกิดลางสังหรณ์บางอย่างขึ้นมา

บางทีขุมกำลังที่แท้จริงของฉินเซียวอาจจะไม่ได้อยู่ที่เป่ยเหลียงก็ได้

จ้าวเฟยเยี่ยนพยายามฝืนบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ลง

นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วกล่าวว่า "ฉินเซียว วันนี้เราเพิ่งเคยเจอกันเป็นครั้งแรก บางทีระหว่างเราอาจจะมีเรื่องเข้าใจผิดกันอยู่บ้าง ถ้ามีโอกาส ข้าหวังว่าเราจะได้คุยกันดีๆ สักครั้ง!"

พูดจบนางก็หันหลังเดินออกจากห้องไปทันที

บรรยากาศในห้องนี้มันอึดอัดเกินไปแล้ว

ขืนอยู่ต่ออีกแค่นาทีเดียว นางกลัวว่าจะเผลอฉี่ราดออกมาจริงๆ

ท้ายที่สุดแล้วนางก็เป็นแค่เด็กสาวอายุ 17 ปีเท่านั้นเอง

ฉินเซียวมองตามแผ่นหลังของจ้าวเฟยเยี่ยนไปเงียบๆ

แม้ว่าวันนี้การแสดงออกของนางจะดูไม่จืดเอาเสียเลย แต่นางก็ถือว่าเป็นผู้หญิงที่มีความเจ้าเล่ห์ซ่อนอยู่ วันหลังคงต้องระวังตัวให้มากขึ้นเสียแล้ว

หลังจากที่จ้าวเฟยเยี่ยนจากไป มั่วเสวี่ยซินก็เรียกคนให้มาหามร่างของฉู่เฟิงที่สลบเหมือดออกไป

อิ๋งโกวหันมามองฉินเซียว เมื่อเห็นเขาพยักหน้า นางก็เดินออกจากห้องไปเช่นกัน

"คุณชายฉิน ท่านนี่ช่าง... มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจริงๆ นะเจ้าคะ!"

"องค์หญิงเจ็ดเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้อย่างมาก ท่านไปฉีกหน้านางแบบนั้น ไม่กลัวนางมาแก้แค้นเอาหรือเจ้าคะ?"

มั่วเสวี่ยซินกะพริบตาปริบๆ แล้วเอ่ยถาม

ฉินเซียวหัวเราะเยาะ "ถึงข้าไม่ฉีกหน้านาง แล้วนางจะยอมแต่งงานกับข้าดีๆ งั้นรึ?"

"ยังไงก็ต้องถอนหมั้นกันอยู่แล้ว วันข้างหน้าก็ต้องกลายเป็นศัตรูกันชัวร์ๆ ด่าก่อนก็สบายใจก่อนสิ!"

เลิกกันแล้วยังเป็นเพื่อนกันได้อีกเหรอ?

ไม่มีทางหรอก เร็วหรือช้าก็ต้องฉีกหน้ากันอยู่ดี

สบายใจได้วินาทีหนึ่งก็ถือว่ากำไรแล้ว

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 34 - สบายใจได้วินาทีหนึ่งก็ถือว่ากำไร

คัดลอกลิงก์แล้ว