เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 480 สวี่เฮยสร้างสถิติความหน้าด้านใหม่

บทที่ 480 สวี่เฮยสร้างสถิติความหน้าด้านใหม่

บทที่ 480 สวี่เฮยสร้างสถิติความหน้าด้านใหม่


คำพูดนั้นทำให้สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา

หลินเทียนเหอรู้สึกเหมือนถูกฉีกหน้า จึงตวาดกลับ "ช่างโอหังนัก! สั่งให้พวกเราไสหัวไป เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร?"

เขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนนี้มาก่อน และไม่เชื่อด้วยว่าจะมีใครในตงฮวาง (ดินแดนรกร้างตะวันออก) ที่มีคุณสมบัติพอจะพูดจาโอหังเช่นนี้ได้

ทันใดนั้น หลินเทียนเหอก็รู้สึกร้อนวูบที่เท้า ขาทั้งสองข้างของเขาลุกไหม้ขึ้นมาเฉยๆ

"อ๊าก!!"

หลินเทียนเหอร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ขาทั้งสองข้างละลายหายไปในพริบตา โชคดีที่เขาตอบสนองไว รีบใช้กระบี่ฟันขาทิ้งไป ขาท่อนล่างที่ถูกตัดขาดถูกเผาจนกลายเป็นเลือด แล้วระเหยหายไปในอากาศ

เขารีบถอยกรูดไปอยู่ห่างๆ กลืนโอสถลงไปทันที ในใจหวาดกลัวสุดขีด คนอื่นๆ ก็แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง

ไม่มีใครมองทันว่านางลงมือตอนไหน แค่พริบตาเดียว ขาของหลินเทียนเหอก็ไหม้เกรียมไปแล้ว มีเพียงกงซุนป๋อที่อยู่ในสภาวะเพิ่มพลังสี่เท่าเท่านั้น ที่มองเห็นว่ามีไฟที่มองไม่เห็นลุกโชนขึ้นมาจากพื้นดิน

แต่ตอนนี้ เวลาเพิ่มพลังของกงซุนป๋อหมดลงแล้ว เขากลับคืนสู่พลังระดับปกติ

ตั๊กแตนจับจักจั่น นกกระจาบรออยู่ข้างหลัง!

จนกว่าจะถึงวินาทีสุดท้าย ไม่มีใครรู้หรอกว่าใครคือผู้ชนะที่แท้จริง

หญิงสาวผมแดงก็คือ 'นกกระจาบ' ตัวนั้น นางรอให้หลัวกังกับเซวี่ยหยางสู้กันจนบาดเจ็บล้มตายไปข้าง แล้วค่อยโผล่มากวาดล้างทีเดียว

เซวี่ยหยางแค่นเสียงเย็น ปล่อยดวงอาทิตย์สีเลือดในมือออกไป มันพุ่งทะยานไปข้างหน้า แต่ระหว่างทางกลับถูกเปลวไฟแผดเผาจนขนาดหดเล็กลงอย่างรวดเร็ว

ดวงอาทิตย์เล็กลงเรื่อยๆ จนกระทั่งถูกเผาไหม้จนหมดสิ้น กลายเป็นเพียงนกไฟตัวเล็กๆ ที่มีเปลวไฟลุกโชนทั่วตัว บินกลับมาหาเซวี่ยหยาง

เซวี่ยหยางสีหน้าไม่เปลี่ยน ด้านหลังของเขาปรากฏกงล้อแสงสีเลือดขึ้น เขาตะโกนเสียงต่ำ "คาถามหาราชันแห่งแสง!"

ดวงอาทิตย์สีเลือดลอยขึ้นจากทิศตะวันออก กงล้อแสงด้านหลังเขาขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว เซวี่ยหยางจำแลงร่างเป็นมหาราชันแห่งแสง ท่องคาถา รังสีอำมหิตพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อเกิดเป็นปรากฏการณ์ราวกับวันสิ้นโลก นกไฟตัวนั้นพอเข้าใกล้ ก็กลายเป็นกระดูกแห้งกรอบ สลายหายไปในพริบตา

ดวงอาทิตย์สีเลือดลอยอยู่กลางฟ้า สรรพชีวิตล้มตาย วันสิ้นโลกมาเยือน เสียงโหยหวนดังระงม

เขา คือร่างจำแลงของวันสิ้นโลก

แววตาของหญิงสาวผมแดงฉายแววเย้ยหยัน นกไฟนับไม่ถ้วนพุ่งขึ้นมาจากใต้ดิน รวมตัวกันเป็นพญาหงส์เพลิงขนาดยักษ์ ที่สามารถแผดเผาขุนเขาและต้มน้ำทะเลจนเดือดดาลได้ พลังความร้อนอันน่าสะพรึงกลัวนั้น ทำเอาปรากฏการณ์วันสิ้นโลกของเซวี่ยหยางเริ่มพังทลาย ดวงอาทิตย์สีเลือดก็เริ่มหลอมละลาย

พญาหงส์เพลิงโบยบิน เพียงการปะทะครั้งแรก ปรากฏการณ์ของเซวี่ยหยางก็ถูกทำลาย เขาต้องถอยร่นไปหลายก้าว กงล้อแสงด้านหลังก็หม่นแสงลง

ส่วนผู้บำเพ็ญธาตุน้ำและคนที่ใช้การโจมตีทางจิตวิญญาณอีกคน ยิ่งรับมือไม่ไหว โดนนกไฟตัวเดียวเผาจนไปไม่เป็น ถอยกรูด แขนขาทั้งสี่ข้างถูกเผาจนเกรียม

"กงซุนป๋อ มัวยืนบื้ออะไรอยู่?" เซวี่ยหยางตวาด เหงื่อแตกพลั่ก

เวลาเพิ่มพลังของกงซุนป๋อหมดไปตั้งนานแล้ว เขาไม่พูดอะไร ได้แต่รีบถูมือไปมา

ทันใดนั้น หญิงสาวผมแดงก็ยกข้อมือขึ้น

"ฉววะ!"

เลือดพุ่งกระฉูด แขนของกงซุนป๋อขาดกระเด็น ลูกเต๋าในมือร่วงหล่นลงพื้น ส่วนบนผนังถ้ำข้างๆ มีขนนกสีแดงคมกริบปักอยู่

เร็วเกินไป! แทบจะในพริบตาเดียวที่นางยกข้อมือขึ้น แขนของกงซุนป๋อก็ขาดกระเด็น ความเร็วของขนนกสีแดงนั้น ราวกับเคลื่อนย้ายพริบตา

"บ้าเอ๊ย!"

กงซุนป๋อร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ลูกเต๋าสามลูกร่วงหล่นลงพื้น ออกแต้ม หนึ่ง สอง สาม... แต้มต่างกัน เป็นตัวเลขเรียงกันที่น่าสิ้นหวังที่สุด

สีหน้าของกงซุนป๋อซีดเผือดทันที

เมื่อทอยได้แต้มเหมือนกันสามลูก เขาจะได้รับพลังเพิ่มขึ้นหลายเท่า แต่ถ้าทอยได้แต้มเรียงกัน พลังปราณในร่างของเขาจะลดฮวบลงครึ่งหนึ่งทันที

นี่คือบทลงโทษของผู้แพ้!

พลังปราณของกงซุนป๋อลดฮวบ พละกำลังก็อ่อนแรงลง พริบตาเดียวก็เข้าสู่ช่วงอ่อนแอ

ผีซ้ำด้ามพลอยแท้ๆ ฝั่งนี้สูญเสียกำลังรบที่แข็งแกร่งที่สุดไปซะแล้ว

หลัวกังไม่รอช้า ทรายสีดำลอยขึ้นรอบตัว ก่อตัวเป็นโล่ทรายแม่เหล็กสามชั้น ปกป้องกงซุนป๋อไว้

"อั๊ก!"

เซวี่ยหยางถูกพญาหงส์เพลิงแผดเผา กระอักเลือดคำโต เลือดที่พ่นออกมาถูกความร้อนแผดเผาจนระเหยหายไปกลางอากาศ แม้แต่ผิวหนังของเขาก็อ่อนยวบ ร่างกายเหมือนเทียนไขที่กำลังละลาย

"หยุดเดี๋ยวนี้นะ ไม่อย่างนั้นก็ตายกันให้หมดนี่แหละ!" หลินเทียนเหอเอากระบี่จ่อไปที่ราชินีแมลง คำรามลั่น

"ถ้าเจ้าปลุกราชินีแมลงขึ้นมา คนที่จะตายก็คือพวกเจ้า ไม่ใช่ข้า!"

หญิงสาวผมแดงไม่สนคำขู่ แววตาเย็นยะเยือกดุจน้ำแข็ง นกไฟนับไม่ถ้วนพุ่งออกมาจากแขนเสื้อ ทุกตัวที่ปรากฏตัว อุณหภูมิก็พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อตัวเป็นแม่น้ำนกไฟ พุ่งทะลักไปข้างหน้า

เซวี่ยหยางคว้ากงล้อแสงอีกครั้ง ดวงอาทิตย์สีเลือดลอยขึ้นกลางฟ้า เร่งพลังวันสิ้นโลกให้ถึงขีดสุด กลืนกินนกไฟนับไม่ถ้วน หลัวกังก็เข้าร่วมวงด้วย เปลี่ยนทรายแม่เหล็กเป็นเข็ม พุ่งเข้าใส่หญิงสาวผมแดง

หญิงสาวผมแดงมองด้วยสายตาเย้ยหยัน ตวัดมือวูบเดียว นกไฟก็หมุนวนกลายเป็นพายุทอร์นาโดเพลิง ปัดเป่าเข็มแม่เหล็กออกไปจนหมด แต่กลับพบว่า เข็มพวกนี้มีความสามารถในการดูดซับพลังปราณ นกไฟกำลังถูกดูดกลืน พริบตาเดียว พายุทอร์นาโดเพลิงก็หายวับไป

"มีลูกเล่นนี่นา"

หญิงสาวผมแดงสะบัดแขนอีกครั้ง อุณหภูมิก็พุ่งสูงขึ้นอีกสามเท่า ทรายของหลัวกังละลายจนหมด แม้แต่ทรายแม่เหล็กก็ถูกเผาจนแดงเถือก หยดน้ำเหล็กไหลหยดลงมา

"อะไรกัน?"

หลัวกังเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ ทรายแม่เหล็กของเขาที่ดูดซับพลังปราณได้ และไร้พ่ายมาตลอด ซึ่งเป็นไพ่ตายก้นหีบ กลับถูกหลอมละลายภายใต้อุณหภูมิความร้อนสูงลิ่วนี้

ในเสี้ยววินาทีนั้น อุณหภูมิก็พุ่งสูงปรี๊ด มิติบิดเบี้ยว เกิดเป็นภาพที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าวันสิ้นโลก

กงล้อแสงด้านหลังเซวี่ยหยางถูกเผาไปกว่าครึ่ง ดวงอาทิตย์สีเลือดละลายกลายเป็นหยดเลือด อุณหภูมิระดับนี้ ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะต้านทานได้ ถ้ำราชินีแมลงทั้งถ้ำแดงเถือกไปหมด ไข่หินที่กองเป็นภูเขาอยู่ไกลๆ ก็เริ่มละลาย

สวี่เฮยตกตะลึงเมื่อพบว่า พื้นดินใต้เท้ากำลังค่อยๆ กลายสภาพเป็นแมกมา

ขนาดเขาหลบมาอยู่ไกลขนาดนี้แล้ว ใจกลางสนามรบจะสภาพเป็นยังไง ไม่อยากจะคิดเลย

พรรคพวกของเซวี่ยหยางต่างก็ร้องโหยหวน หลินเทียนเหอจากสำนักกระบี่ไร้รอยก็เกิดไฟลุกท่วมตัวโดยไม่มีสาเหตุ วิ่งหนีเตลิดเปิดเปิง ส่วนเรื่องที่จะลากราชินีแมลงมาตายด้วยกันนั้น เขาไม่กล้าทำหรอก

หญิงสาวผมแดงเพียงคนเดียว ก็สามารถบดขยี้กลุ่มยอดฝีมือพวกนี้ได้ราบคาบ!

แม้จะได้เปรียบจากการมาทีหลัง แต่การที่สามารถเอาชนะทั้งเซวี่ยหยาง หลัวกัง และยอดฝีมือระดับหยวนอิงขั้นปลายอีกสองคนได้ด้วยตัวคนเดียว ก็พิสูจน์ให้เห็นถึงความน่ากลัวของพลังนางแล้ว

ไม่มีใครรู้ว่านางโผล่มาจากไหน ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยได้ยินชื่อเลย

มีเพียงความเป็นไปได้เดียวคือ นางเป็นพวกหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในสมรภูมิต่างแดน

หน้าใหม่บ้าอะไร จะเก่งกาจน่ากลัวขนาดนี้!

"ได้ยัง?"

หลัวกังยันรับไว้อย่างยากลำบาก ตะโกนถามกงซุนป๋อที่อยู่ข้างหลัง

"แกรก!"

ลูกเต๋าสามลูกหล่นลงพื้น ออกแต้ม สอง สี่ ห้า... แต้มไม่เหมือนกันอีกแล้ว ล้มเหลว!

หน้าของหลัวกังเขียวปั๊ด

"บ้าเอ๊ย ข้าทอยมาสิบรอบแล้วนะ ทำไมงวดนี้ดวงซวยจังวะ!" กงซุนป๋อหน้าซีดเผือด

การทอยลูกเต๋าของเขา ไม่ใช่ว่าจะทอยได้เรื่อยๆ โดยไม่มีข้อจำกัด แต่ละครั้งต้องเว้นระยะเวลาหนึ่งลมหายใจ และยังกินพลังจิตมหาศาล

การทอยติดต่อกันหลายๆ ครั้ง ทำให้กงซุนป๋อรู้สึกมึนงง ตาลาย เจตจำนงของเขาก็แทบจะรับไม่ไหวแล้ว

"ฉึก!"

ในที่สุด หลินเทียนเหอก็ทนไม่ไหว เขาใช้กระบี่แทงเข้าไปที่ร่างของราชินีแมลง หวังจะเรียกฝูงแมลงมาช่วยชีวิต

ราชินีแมลงสะดุ้งตื่นทันที กำลังจะเรียกฝูงแมลง แต่พอเจอสายตาของหญิงสาวผมแดง ราชินีแมลงก็ชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วก็กลับไปสงบเสงี่ยมเหมือนเดิม

ภาพเหตุการณ์นี้ ทำเอาหลินเทียนเหออ้าปากค้าง

"ตูม!!"

นกเพลิงตัวหนึ่งโฉบเข้ามา ร่างของหลินเทียนเหอลุกเป็นไฟ ร้องโหยหวนน่าเวทนา ร่างกระเด็นปลิวไปตกไม่ไกลจากสวี่เฮย สภาพไหม้เกรียมเป็นตอตะโก ร่อแร่เต็มที

ถ้าไม่ใช่เพราะมีป้ายหยกสีฟ้าตรงหน้าอกที่เปล่งแสงริบหรี่ คอยปกป้องหัวใจและหยวนอิงไว้ไม่ให้ถูกไฟแผดเผา ป่านนี้คงตายไปแล้ว

แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!

แข็งแกร่งขนาดที่ฆ่าระดับหยวนอิงขั้นกลางได้ในพริบตา

แม้แต่ระดับหยวนอิงขั้นปลาย ก็ยังต้านทานได้แค่ไม่กี่กระบวนท่า มีเพียงระดับหยวนอิงขั้นสมบูรณ์ที่ร่วมมือกัน ถึงจะพอต้านทานได้บ้าง

พลังของหญิงสาวผมแดง แข็งแกร่งจนน่าสิ้นหวัง

เพียงชั่วครู่ เซวี่ยหยางก็บาดเจ็บสาหัส ปรากฏการณ์วันสิ้นโลกถูกทำลาย หลัวกังก็ถึงขีดจำกัด ทรายถูกหลอมละลายจนหมด ทั้งสองคนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนางเลย

แต่ทว่า ในบรรดาคนเหล่านี้ มีอยู่คนหนึ่งที่ทำให้นางรู้สึกถึงภัยคุกคามนิดๆ สายตาของนางจ้องมองไปที่กงซุนป๋อที่ได้รับการปกป้องอย่างแน่นหนาอยู่ข้างหลังหลัวกัง

นางทะยานร่างดุจพญาหงส์เพลิง พุ่งเข้าหากงซุนป๋อ ที่ใดที่นางพัดผ่าน ฟ้าดินก็กลายเป็นทะเลเพลิงสีแดงฉาน

"ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ!"

หลัวกังร่ายคาถาด้วยสองมือ เปลี่ยนทรายแม่เหล็กที่เหลือให้กลายเป็นเข็มบิน ก่อตัวเป็นตาข่ายเข็มที่แน่นหนา พุ่งเข้าใส่หญิงสาว ยันต์อัคคีที่กลางหน้าผากของหญิงสาวผมแดงเปล่งประกายเจิดจ้า อุณหภูมิพุ่งสูงถึงขีดสุด แม้แต่เข็มแม่เหล็กก็ยังถูกหลอมละลาย กลายเป็นน้ำเหล็กสีแดง

"โอกาสทองมาแล้ว!"

เมื่อเห็นหญิงสาวผมแดงละทิ้งตำแหน่งเดิม สวี่เฮยก็เริ่มเคลื่อนไหว คลายสภาวะล่องหน พุ่งตรงไปข้างหน้า

สำหรับสวี่เฮย หญิงสาวผมแดงไม่ได้ให้ความสนใจเลยแม้แต่น้อย แต่พอเห็นเขามีความเคลื่อนไหวอย่างกะทันหัน นางก็เลิกคิ้ว แบ่งจิตสัมผัสมาสังเกตการณ์เล็กน้อย

แต่พอนางเห็นสิ่งที่สวี่เฮยทำ แววตาของนางก็ยิ่งเต็มไปด้วยความดูถูก

คนอื่นๆ ก็อึ้งไปตามๆ กัน พูดไม่ออกบอกไม่ถูก

เพราะตอนนี้ สวี่เฮยกระโดดลงไปในสระวิญญาณ หยิบน้ำเต้าออกมา แล้วเริ่มตักน้ำวิญญาณใส่กึกๆ

เขาไม่ได้ฉวยโอกาสหนี และไม่ได้ฉวยโอกาสลอบโจมตี แต่กลับมาตักน้ำวิญญาณเนี่ยนะ!

การกระทำสุดจะบรรยายนี้ ทำเอาสวี่เฮยสร้างสถิติความหน้าด้านใหม่ให้ตัวเองอีกครั้ง

จบบทที่ บทที่ 480 สวี่เฮยสร้างสถิติความหน้าด้านใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว