- หน้าแรก
- นักเรียนแพทย์สุดเกรียน ป่วนแดนสยอง
- บทที่ 110 ยินหมิงซวนเตรียมกวาดล้างผู้เล่นทั้งหมด (ฟรี)
บทที่ 110 ยินหมิงซวนเตรียมกวาดล้างผู้เล่นทั้งหมด (ฟรี)
บทที่ 110 ยินหมิงซวนเตรียมกวาดล้างผู้เล่นทั้งหมด (ฟรี)
ยินหมิงซวนรู้สึกโล่งใจและไร้ซึ่งความกังวลใดๆ อีกต่อไป
ด้วยความลับนี้ เขาสามารถเดินกร่างไปทั่วดันเจี้ยนได้อย่างสบายๆ!
ถึงแม้จะมีข้อสงสัยอยู่อีกมากมายก็ตาม
อย่างเช่น ลู่เป่ยใช้วิธีไหนรักษาอาการติดเชื้อของจ้าวอิงอิงได้
หรือซอมบี้กลายพันธุ์พวกนั้นมันโผล่มาได้ยังไง
แต่ช่างมันเถอะ
ยังไงซะ เขาก็กุมความลับเรื่องรังสีอัลตราไวโอเลตไว้ในมือแล้ว!
เมื่อรู้จุดอ่อนของพวกซอมบี้ ซอมบี้กลายพันธุ์ที่น่าสะพรึงกลัวพวกนั้นก็ไม่ใช่ภัยคุกคามอีกต่อไป!
มีผู้เล่นอยู่ในโรงเรียนแค่สามคนเท่านั้น
จ้าวอิงอิงก็เป็นแค่สายรักษา
ต่อให้อีกสองคนจะเป็นสายต่อสู้ มันก็แค่พลังรบสองคนเท่านั้น!
เจ้าอ้วนน้อยคนนึงที่วันๆ เอาแต่ใช้พลั่วทำกับข้าว
กับไอ้บ้าอีกคนนึงที่วันๆ เอาแต่ถือมีดผ่าตัด
ถ้าไม่ใช่เพราะคราวที่แล้วฉันพลาดท่าตกลงไปในดงซอมบี้ล่ะก็ ขืนมาสู้กันซึ่งๆ หน้า คิดว่าฉันจะกลัวพวกแกหรือไง?
ยินหมิงซวนมีความมั่นใจในพลังการต่อสู้ของตัวเองเป็นอย่างมาก
หนึ่งรุมสอง สบายมาก!
ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้เขามีพลังพอที่จะสู้แบบหนึ่งต่อสอง เขาก็ไม่เลือกที่จะฉายเดี่ยวหรอก
ฉันมีลูกน้องผู้เล่นอยู่ที่ฐานที่มั่นตั้งเยอะแยะ
คนเยอะขนาดนี้ เรื่องอะไรฉันจะต้องลงมือเองให้เหนื่อยล่ะ?
เขาสามารถใช้ความเคารพเลื่อมใสที่ทุกคนมีต่อเขา เป็นเครื่องมือชักใยให้ผู้เล่นคนอื่นๆ ออกหน้าแทนได้สบายๆ
ส่วนตัวเขาก็แค่นั่งรอรับผลประโยชน์อย่างเดียว
เพอร์เฟกต์!
ยิ่งยินหมิงซวนคิด เขาก็ยิ่งตื่นเต้น
เขาต้องหาวิธีใช้รังสีอัลตราไวโอเลตให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดก่อนรุ่งสางให้ได้
เพื่อที่จะดึงเอาศักยภาพของอาวุธชิ้นนี้ออกมาใช้ให้คุ้มค่าที่สุด
อีกด้านหนึ่ง
ลู่เป่ยพาหลัวเหวินอวี่และจ้าวอิงอิงมุ่งหน้าไปยังใจกลางเมือง
จำนวนซอมบี้ที่เดินเตร็ดเตร่อยู่ตามท้องถนนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ทั้งสามคนเริ่มแยกย้ายกันปฏิบัติการ
การต้อนฝูงซอมบี้นั้นง่ายนิดเดียว
ซอมบี้กลัวรังสีอัลตราไวโอเลต ขอแค่ส่องไฟฉายที่รวมแสงเป็นลำแสงพุ่งตรงไปไกลๆ ซอมบี้ทุกตัวที่อยู่บนเส้นทางนั้นก็จะหลบหลีกไปเอง
แค่ยืนอยู่บนถนนแล้วค่อยๆ ส่ายไฟฉายไปมา ก็สามารถต้อนซอมบี้ทั้งถนนให้ไปอยู่อีกฝั่งหนึ่งได้สบายๆ
วิธีนี้สามารถรวบรวมซอมบี้จำนวนมากได้อย่างง่ายดาย
ทั้งสามคนเริ่มจากการรวบรวมซอมบี้ในบล็อกใกล้เคียงก่อน
จากนั้น สองคนก็ใช้ไฟฉายส่องขนาบข้างเพื่อป้องกันไม่ให้ซอมบี้แตกแถว ส่วนอีกคนก็คอยต้อนพวกมันจากด้านหลัง
ด้วยวิธีนี้ ภารกิจการอพยพซอมบี้จำนวนมหาศาลก็สำเร็จลุล่วง
ถ้าจะเปรียบให้เห็นภาพ ก็คล้ายๆ กับสุนัขต้อนแกะ ที่อาศัยสัญชาตญาณการหลบหลีกของแกะในการต้อนพวกมัน
อย่างไรก็ตาม…
พวกเขาทั้งสามคนน่าจะถูกเรียกว่า 'คนต้อนซอมบี้' ซะมากกว่า
ท้องฟ้าเริ่มสว่างขึ้นเรื่อยๆ
ซอมบี้จำนวนมหาศาลถูกต้อนเข้าไปในสนามฝึก
พวกมันถูกล้อมรอบด้วยรั้วกั้นทุกทิศทาง กลายเป็นฝูงซอมบี้ที่รอการเชือดเหมือนลูกแกะจริงๆ
ลู่เป่ยเดินตรงไปที่ห้องเก็บวัตถุดิบแล้วลากตัวซอมบี้หมายเลขหนึ่งออกมา
"เริ่มให้อาหารได้ ให้มันกินตัวเดียวพอนะ ฉันอยากดูว่ามันจะวิวัฒนาการไปได้ไกลแค่ไหน"
จ้าวอิงอิงหน้ามุ่ย เธอเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันทั้งคืนแล้วนะ
ทำไมเธอต้องมาทำงานงกๆ อีกเนี่ย…
แต่เจ้าอ้วนน้อยน่ะไม่เป็นไรหรอก เขาพร้อมรับทุกคำสั่งที่ลู่เปี่ยมอบหมาย
แถมพละกำลังของเขาก็อึดกว่าจ้าวอิงอิงเยอะ
ลู่เป่ยแทบจะไม่เคยสังเกตเห็นความเหนื่อยล้าของเพื่อนร่วมทีมเลย
"เอาแบบนี้ละกัน ทุกคนอดทนฮึดสู้กันอีกนิดนะ พอการทดลองพวกนี้เสร็จสิ้น ฉันจะพาพวกนายไปผ่อนคลาย"
พอได้ยินคำว่า 'ผ่อนคลาย' จ้าวอิงอิงก็เริ่มสนใจขึ้นมา
"ผ่อนคลายยังไงล่ะ?"
ลู่เป่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ฉันจะพยายามเคลียร์ภัยคุกคามทั้งหมดในดันเจี้ยนให้หมดภายในยี่สิบวัน
ถ้าเป็นแบบนั้น ช่วงสิบวันที่เหลือ พวกนายก็สามารถไปเดินเล่นในเมืองได้ตามใจชอบเลยไง"
หน้าของจ้าวอิงอิงกลับมามุ่ยอีกครั้ง
เคลียร์ภัยคุกคามทั้งหมดเนี่ยนะ?
ไปเดินเล่นตามใจชอบเนี่ยนะ?
เหอะ นายคิดว่าเกมสยองขวัญมันหมูขนาดนั้นเลยเหรอ?
นายคิดว่าผู้เล่นคนอื่นเขาไม่มีตัวตนหรือไง?
แต่ต่อหน้า เธอไม่อาจล่วงเกินลู่เป่ยได้ ยังไงซะมันก็เป็นความหวังดีของเขา…
ถือซะว่าเป็นความหวังดีก็แล้วกัน
"งั้นก็ขอบคุณมากนะ ฉันล่ะตั้งตารอคอยวันนั้นจริงๆ"
ลู่เป่ยพยักหน้า "ฉันจะพยายามทำให้เร็วที่สุด"
วันที่แปดในดันเจี้ยน
【จำนวนผู้เล่นที่เหลือรอดในดันเจี้ยนปัจจุบัน: 37 คน】
วันใหม่เริ่มต้นขึ้น และผู้เล่นทุกคนก็ได้ยินเสียงประกาศจากระบบ
ที่ฐานที่มั่นซูเปอร์มาร์เก็ต ทุกคนสังเกตเห็นความผิดปกติ
"คนหายไปสามคน?"
"เมื่อวาน ลูกพี่ยินกลับมาคนเดียวนี่นา…"
"มันคงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอกมั้ง?"
"ฉันไม่เชื่อหรอก เขาคงไม่ได้หักหลังเพื่อนร่วมทีมทั้งหมดหรอกใช่ไหม?"
"ในโลกแบบนี้ แกยังเชื่อเรื่องมิตรภาพในทีมอยู่อีกเหรอ?"
ข้อสันนิษฐานของผู้เล่นเริ่มดุเดือดและแหลมคมขึ้นเรื่อยๆ
หลังจากการทดลองมาทั้งคืน ยินหมิงซวนก็เชี่ยวชาญวิธีต้อนซอมบี้ด้วยรังสีอัลตราไวโอเลตอย่างสมบูรณ์แบบ
อีโก้ของเขาพองโตจนถึงขีดสุด
เขาไม่เกรงกลัวอะไรอีกต่อไป และปรากฏตัวต่อหน้าทุกคนอย่างสง่าผ่าเผย
"ลูกพี่ยิน ข่าวดีที่บอกพวกเราเมื่อวาน ตกลงว่ามีอะไรคืบหน้าไหม?"
"แล้วเพื่อนร่วมทีมของเราอีกสามคนหายไปไหน?"
"ใช่ เกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
ยินหมิงซวนยิ้มบางๆ "ทุกคนโปรดวางใจ เมื่อคืนนี้เราได้ข่าวดีมาจริงๆ
และข่าวนี้ก็เกี่ยวข้องกับทุกคนที่อยู่ที่นี่อย่างใกล้ชิดด้วย"
แต่คำพูดสวยหรูพวกนี้ไม่สามารถโน้มน้าวใจทุกคนได้อีกต่อไป
"แล้วเพื่อนร่วมทีมอีกสามคนอยู่ไหน?"
"พวกเขาอยู่ไหน?"
เมื่อเผชิญกับคำถามของทุกคน คราวนี้ยินหมิงซวนไม่ได้ปิดบัง "พวกเขาประสบอุบัติเหตุระหว่างที่กำลังสืบหาความจริงน่ะ
ฉันรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งกับเรื่องนี้
แต่ฉันจะไม่มีวันลืมความเสียสละของพวกเขาก่อนหน้านี้เลย"
ผู้เล่นทุกคนได้ยินแค่สองคำเท่านั้น
'ตายแล้ว'
"พวกเขาตายแล้วจริงๆ เหรอ?"
"แล้วทำไมนายถึงวิ่งหนีกลับมาคนเดียวล่ะ?"
"นั่นสิ พลังต่อสู้ของพวกเรายิ่งมีน้อยๆ อยู่ด้วย…"
ปฏิกิริยาของทุกคนล้วนอยู่ในความคาดหมายของยินหมิงซวน
ความสงสัย ความโกรธแค้น การต่อต้าน
แต่แล้วไงล่ะ?
ขอแค่ให้พวกแกได้เห็นความสามารถของฉัน…
ทุกอย่างก็จะพลิกกลับหน้ามือเป็นหลังมือ!
ในตอนนั้นเอง ผู้เล่นที่ลาดตระเวนอยู่ข้างนอกก็ตะโกนลั่น "ฝูงซอมบี้กำลังมา ฝูงซอมบี้กำลังมา!!!"
คำพูดนี้ระเบิดตู้มลงกลางใจของผู้เล่นทุกคนทันที
ฝูงซอมบี้ระลอกที่สอง!
"เร็วเข้า! ประจำตำแหน่ง!"
"ประจำตำแหน่งบ้าบออะไรล่ะ! เราเหลือผู้เล่นสายต่อสู้อยู่กี่คนกันเชียว?!"
"หนีเร็วเข้า!"
รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปากของยินหมิงซวน
ได้หมอนตอนกำลังง่วงพอดี
นี่มันช่างเหมาะเจาะอะไรเช่นนี้?
เขาพุ่งตัวไปยืนขวางหน้าทุกคน "ไม่ต้องกลัว หลบอยู่หลังฉันนี่ คอยดูฉันสกัดฝูงซอมบี้ให้ดี!"
ไม่ใช่ผู้เล่นทุกคนที่จะมีปัญญาหนีเอาชีวิตรอด
พวกที่มีพรสวรรค์ธรรมดาๆ หนีไม่พ้นและไม่อยากรอคอยความตาย ต่างก็รู้สึกถึงความหวังอันริบหรี่เมื่อได้ยินเช่นนั้น
ยังไงซะความแข็งแกร่งของยินหมิงซวนก็เป็นของจริง
การที่คนๆ เดียวจะสกัดฝูงซอมบี้ได้มันฟังดูไม่น่าเชื่อถือเลยสักนิด แต่มันก็พอมีความเป็นไปได้อยู่บ้างไม่ใช่หรือไง?
ทันใดนั้น คนครึ่งหนึ่งก็วิ่งไปหลบหลังเขา
ยินหมิงซวนไม่ได้ห้าม "พวกนายอยู่ที่ฐานที่มั่นนี่แหละ อย่าวิ่งเพ่นพ่าน"
เขาเดินออกจากซูเปอร์มาร์เก็ตไปเพียงลำพัง และออกไปยืนอยู่ข้างนอก
เบื้องหน้าคือฝูงซอมบี้สุดลูกหูลูกตาที่กำลังแห่กันมา
กะคร่าวๆ อย่างน้อยก็น่าจะสองหมื่นถึงสามหมื่นตัว
"เข้ามาเลย เข้ามาเลย!"
ยินหมิงซวนหยิบไฟฉายอัลตราไวโอเลตออกมาจากช่องเก็บของ
ฝูงซอมบี้เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้แล้ว
คลิก
สวิตช์ถูกเปิดออก
ลำแสงอัลตราไวโอเลตสาดส่องตรงไปข้างหน้า
ซอมบี้ที่วิ่งนำหน้าสุดหยุดชะงักทันที แต่กลับถูกซอมบี้ที่ทะลักตามมาด้านหลังชนจนล้มลุกคลุกคลาน
ซอมบี้ที่ตามมา เมื่อโดนแสงส่องเข้าก็หยุดชะงักเช่นกัน ทำให้ฝูงซอมบี้ที่ตามมาด้านหลังยิ่งติดขัดและล้มทับกันไปอีก
จนกระทั่งเกิดเป็นกองภูเขาซากศพสูงสองเมตรกองพะเนินอยู่ตรงหน้ายินหมิงซวน
ส่วนซอมบี้ที่อยู่ด้านข้างก็แตกฮือและวิ่งหนีไปตามธรรมชาติ โดยหลบเลี่ยงฐานที่มั่นไปอย่างฉิวเฉียด
ดังนั้น ในสายตาของผู้เล่นในซูเปอร์มาร์เก็ต
ยินหมิงซวนยืนหยัดอยู่อย่างโดดเดี่ยวที่แนวหน้า และฝูงซอมบี้ทั้งฝูงก็ถูกเขาแหวกออกเป็นสองซีก
ฐานที่มั่นด้านหลังเขาปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน
สมกับคำกล่าวที่ว่า หนึ่งคนต้านทานกองทัพนับล้านได้จริงๆ!
"เชี่ยเอ๊ย…"
"เขาทำได้ยังไงกัน…"
"เขายังเป็นคนอยู่หรือเปล่าเนี่ย?"
ความสงสัยทั้งหมดที่เคยแพร่กระจายอยู่ในหมู่ผู้เล่นมลายหายไปจนสิ้น
แม้แต่ฝูงซอมบี้ยังต้องหวาดกลัวในความเก่งกาจของเขา!
การมีผู้เล่นแบบนี้เป็นผู้นำ การเคลียร์ดันเจี้ยนก็คงเป็นแค่เรื่องของเวลาเท่านั้นแหละ!
หลังจากฝูงซอมบี้ผ่านพ้นไป
ยินหมิงซวนเก็บไฟฉายอัลตราไวโอเลต ความเชื่อมั่นในความคิดของเขายิ่งแข็งแกร่งขึ้น
ภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดในดันเจี้ยนถูกฉันจัดการเรียบร้อยแล้ว
ดังนั้น ต่อไป…
เขาจะไปคิดบัญชีกับผู้เล่นทั้งหมด
และอันดับแรก ก็คือสามคนในโรงเรียนนั่น!