เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 487 ข้าคือเอ๋าคุน ไร้เทียมทานในแดนเซียน(ฟรี)

ตอนที่ 487 ข้าคือเอ๋าคุน ไร้เทียมทานในแดนเซียน(ฟรี)

ตอนที่ 487 ข้าคือเอ๋าคุน ไร้เทียมทานในแดนเซียน(ฟรี)


ตอนที่ 487 ข้าคือเอ๋าคุน ไร้เทียมทานในแดนเซียน

"เอ๋าคุน!?"

จักรพรรดิโกลาหลหรี่ตาลง ไม่คิดเลยว่าเอ๋าคุนจะสามารถเข้ามาถึงที่นี่ได้อย่างไร้สุ้มเสียง!

ที่นี่คือสถานที่ปิดด่านของบรรพชนเทพโกลาหล เป็นถึงเขตหวงห้ามของราชวงศ์เทพแห่งความโกลาหล ถูกปกคลุมด้วยค่ายกลระดับเซียนและค่ายกลสังหารมากมาย

"เรียกชื่อเปิ่นหวังโดยตรง ถือว่าลบหลู่ราชา!"

"โทษนี้ถึงตายได้!"

เอ๋าคุนปรายตามองจักรพรรดิโกลาหลอย่างไร้อารมณ์ ดวงตาสีรุ้งแฝงไปด้วยความดูแคลน

แม้จักรพรรดิโกลาหลจะก้าวเข้าสู่ระดับผู้ไม่เสื่อมสลายแล้ว แต่ในสายตาของเขา ก็ยังเป็นแค่มดปลวกที่สามารถบีบให้ตายได้ง่ายๆ

"ผ่านไปตั้งหลายปี เจ้าก็ยังฆ่าข้าไม่ได้ไม่ใช่หรือ?"

มุมปากของจักรพรรดิโกลาหลปรากฏรอยยิ้มเย็นชา ปราณความโกลาหลบนร่างพลุ่งพล่าน จำแลงเป็นดินแดนเทพแห่งความโกลาหลนับพันหมื่น เพื่อต้านทานบารมีราชันย์ของเอ๋าคุน

แกรก!!

ดินแดนเทพนับพันหมื่นแตกสลายในพริบตา ปราณความโกลาหลรอบกายของจักรพรรดิโกลาหล ถูกบารมีราชันย์ของเอ๋าคุนกดดันให้กลับเข้าไปในร่างอย่างรุนแรง!

"เปิ่นหวังแค่ไม่อยากลงมือกับพวกเด็กรุ่นหลังอย่างพวกเจ้าโดยตรงเท่านั้น อย่าสำคัญตัวเองผิดไปหน่อยเลย"

เอ๋าคุนไม่ได้สนใจจักรพรรดิโกลาหลอีกต่อไป เรื่องของไท่ชูกลายเป็นอดีตไปแล้ว เขาขี้เกียจจะไปสนใจจักรพรรดิโกลาหลอะไรนั่นอีก ท้ายที่สุดก็เป็นแค่เด็กรุ่นหลัง ไม่คู่ควรให้เขามาใส่ใจ

เขาปรายตามองเจ้าตำหนักอู่เต๋อ "ยังมีชีวิตอยู่อีกหรือ? ต้องจ่ายค่าตอบแทนไปเท่าไหร่ล่ะ?"

เจ้าตำหนักอู่เต๋อรู้ว่าเขาหมายถึงเรื่องที่ถูกชายวัยกลางคนชุดขาวลอบตีหัว จึงแค่นเสียงเย็นแล้วตอบว่า "ก็ยังดีกว่าเจ้าแล้วกัน ตอนที่เจ้ารอดชีวิตมาได้เนี่ย ต้องคุกเข่าอ้อนวอนเขาด้วยหรือเปล่า?"

เขาหมายถึงเหตุการณ์เมื่อแปดสิบกว่าปีก่อน ที่เอ๋าคุนถูกบุคคลลึกลับตามล่าไปทั่วแดนเซียน

"เจ้ากำลังหยามเกียรติเปิ่นหวังอยู่หรือ?"

สีหน้าของเอ๋าคุนเย็นชาลง หมอกเก้าสีรอบกายพลุ่งพล่าน กดทับลงบนบ่าของเจ้าตำหนักอู่เต๋อ "ครั้งที่แล้วเจ้าควรจะดีใจนะที่เปิ่นหวังไม่ได้เอาเรื่องเหตุการณ์เมื่อแปดสิบปีก่อน ไม่อย่างนั้น เจ้าคงตายไปแล้ว"

เจ้าตำหนักอู่เต๋อแค่นเสียงออกจมูกอย่างดูแคลน บารมีราชารอบกายพลุ่งพล่าน ดันหมอกเก้าสีกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้ "เกรงว่าเจ้าจะทำไม่ได้ แล้วโดนเปิ่นหวังฆ่าตายเสียเองน่ะสิ"

"ต่อให้เจ้าจะมีระดับพลังเท่ากับเปิ่นหวัง เปิ่นหวังก็สามารถสยบเจ้าได้ด้วยมือเดียว" เอ๋าคุนยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย หมอกเก้าสีรอบกายสว่างไสวเจิดจ้า แฝงไปด้วยความหยิ่งยโสที่มองไม่เห็นใครในสายตา "ข้าคือเอ๋าคุน ไร้เทียมทานในแดนเซียน เมื่อก่อนเป็นเช่นไร ตอนนี้ก็เป็นเช่นนั้น และในอนาคตก็จะเป็นเช่นนั้น!"

"บรรพชนเทพโกลาหล รอให้เจ้าหายดีเมื่อไหร่ เจ้ากับข้ามาสู้กัน เปิ่นหวังมั่นใจว่าจะเอาชนะเจ้าได้ภายในพันกระบวนท่า"

ท้ายที่สุด เอ๋าคุนก็มองไปที่หอคอยเต๋าสีเงิน ดวงตาสีรุ้งมองทะลุภาพมายา เห็นสภาพของบรรพชนเทพโกลาหลที่ผอมแห้งเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกอยู่ภายใน

เขามั่นใจมาก แม้จะเผชิญหน้ากับบรรพชนเทพโกลาหลที่ฝึกฝนมหาเต๋าแห่งความโกลาหล เขาก็ยังกล้าประกาศความไร้พ่าย!

"หึหึ ความแข็งแกร่งของเจ้าพัฒนาก้าวไกลไปมาก ดูเหมือนจะใกล้ถึงระดับนั้นเต็มทีแล้ว ข้า ผู้เฒ่าคงไม่ใช่คู่มือของเจ้าอีกต่อไป" บรรพชนเทพโกลาหลหัวเราะเบาๆ ด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

"เจ้าไม่ใช่คู่มือของเปิ่นหวังหรอก ถึงกับพ่ายแพ้ให้กับมดปลวกของเผ่าประหลาด ยังกล้าเรียกตัวเองว่าเป็นยักษ์ใหญ่ระดับราชาเทียบเท่ากับเปิ่นหวังอีกหรือ?"

เอ๋าคุนแสดงท่าทีแข็งกร้าว ประกาศกร้าวว่า ยักษ์ใหญ่ระดับราชาของเผ่าประหลาดที่สาปแช่งบรรพชนเทพโกลาหลนั้น เป็นเพียงแค่มดปลวก!

ด้านข้าง ฮวาอวิ๋นเฟยก็พอจะเข้าใจแล้วว่า ทำไมเมื่อแปดสิบกว่าปีก่อน ตอนที่เอ๋าคุนตระเวนขอความช่วยเหลือไปทั่วแดนเซียน ถึงไม่มีใครยอมยื่นมือเข้าช่วย

ก็เล่นพูดจาโอหัง อวดดี ไม่เห็นหัวใครแบบนี้ ใครมันจะอยากเป็นเพื่อนด้วย

นี่มันคือการลบคำว่า "ถ่อมตัว" ออกจากพจนานุกรมของตัวเองไปเลย มองใครก็เชิดหน้าใส่ ทำตัวเหมือนตัวเองเป็นที่หนึ่ง มหาเต๋าเป็นที่สอง

ใครจะไปอยากช่วยคนแบบนี้?

ไม่ซ้ำเติมก็ถือว่าดีแค่ไหนแล้ว

"ถ้าเจ้าโดนคำสาปแลกชีวิตบ้าง โดยที่ไม่มีของวิเศษคอยแก้ทาง เจ้าก็คงต้องตายเหมือนกันนั่นแหละ"

เจ้าตำหนักอู่เต๋อรู้สึกหมั่นไส้ในน้ำเสียงของเอ๋าคุน จึงแค่นเสียงเถียงกลับไป

"ข้าเอ๋าคุนอยู่ในระดับหนึ่ง ส่วนยักษ์ใหญ่ระดับราชาคนอื่นๆ ก็อยู่อีกระดับหนึ่ง"

"อย่าเอาเปิ่นหวังไปเหมารวมกับพวกเขาสิ"

เอ๋าคุนปรายตามองเจ้าตำหนักอู่เต๋อ ด้วยสายตาที่เหมือนกำลังมองดูเด็กรุ่นหลัง

"เอาล่ะ เปิ่นหวังมีธุระต้องทำเยอะ รีบๆ เริ่มกันเลยเถอะ"

เอ๋าคุนก้าวเดินออกไปเพียงก้าวเดียว ก็ทำลายค่ายกลที่บรรพชนเทพโกลาหลวางไว้บนหอคอยเต๋าสีเงิน แล้วบุกเข้าไปในโลกใบเล็กด้านในทันที

ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาไม่ได้มองฮวาอวิ๋นเฟยเลยแม้แต่หางตา

ราวกับไม่อยากจะเสวนาด้วย

ฮวาอวิ๋นเฟยพอจะเดาได้ว่า เอ๋าคุนคงจะโกรธที่เขาพูดจาลบหลู่ก่อนหน้านี้ เลยไม่อยากจะยุ่งด้วย

ถ้าเขาไม่ใช่คนของสำนักเค่าซานล่ะก็ ทันทีที่เอ๋าคุนมาถึง คงจะจัดการเขาไปแล้ว

กฎ "ราชามิอาจลบหลู่" ของเอ๋าคุนไม่ใช่แค่คำพูดลอยๆ

เขาให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรีของราชาอย่างมากจริงๆ!

"เปิ่นหวังคนเดียวก็พอแล้ว เจ้าที่ไม่ใช่แม้แต่ยักษ์ใหญ่ระดับราชา อย่ามาเป็นตัวถ่วงเลย ไปหาที่พักผ่อนเถอะ"

ในขณะที่เจ้าตำหนักอู่เต๋อกำลังจะเข้าไปช่วย จู่ๆ เสียงของเอ๋าคุนก็ดังออกมาจากในหอคอยเต๋าสีเงิน

วินาทีนั้น เจ้าตำหนักอู่เต๋อกำหมัดแน่น หน้าเขียวปัด แทบจะคลุ้มคลั่งขึ้นมาทันที

"ราชาอู่ อย่าไปถือสาเขาเลย นิสัยเขาก็เป็นแบบนี้แหละ ถึงได้ไม่มีเพื่อนไง" จักรพรรดิโกลาหลช่วยพูดเกลี้ยกล่อม

"ฮึ่ม เปิ่นหวังหงุดหงิดชะมัด ขอไปหาที่ระบายอารมณ์หน่อยก็แล้วกัน ไปล่ะ"

เจ้าตำหนักอู่เต๋อปรายตามองฮวาอวิ๋นเฟย หันหลังเดินจากไป มุ่งหน้าตรงไปยังเขตแดนโชคชะตาที่อยู่ติดกับเขตฮุ่นตุ้นทันที!

ตอนนี้เขาหงุดหงิดมาก!!

แคว้นเซียนโชคชะตาอะไร บรรพชนเทพแห่งโชคชะตาอะไร ใครหน้าไหนกล้ามาขวาง ข้าจะซัดให้ราบเป็นหน้ากลองเลย!

"วูบ!"

ค่ายกลพิเศษที่สร้างจากหมอกเก้าสีครอบคลุมหอคอยเต๋าสีเงิน ตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง

"ไปกันเถอะ เจอกันสองครั้งแล้ว ยังไม่ได้คุยกันดีๆ เลย" จักรพรรดิโกลาหลหันไปมองฮวาอวิ๋นเฟย พลางยิ้มกล่าว

ราชาอู่หนีไปแล้ว

เอ๋าคุนเข้าไปในหอคอยเต๋าสีเงินเพื่อช่วยบรรพชนเทพโกลาหลถอนคำสาป

ตอนนี้ก็เหลือแค่เขากับฮวาอวิ๋นเฟยสองคนเท่านั้น

ในฐานะคนที่มาจากไท่ชูเหมือนกัน ย่อมต้องมีเรื่องให้คุยกันมากมาย

สำหรับ "จักรพรรดิอันดับหนึ่งตลอดกาล" ที่เหล่าจักรพรรดิแห่งไท่ชูกล่าวขานถึง เขารู้สึกสนใจเป็นอย่างมาก

"ตกลง"

ฮวาอวิ๋นเฟยยิ้มตอบ เขาเองก็สนใจจักรพรรดิโกลาหลเช่นกัน

ตอนอยู่โลกเบื้องล่าง เขาเคยได้ยินระบบเล่าว่า จักรพรรดิโกลาหลเป็นพวกขี้เล่น ชอบวางมาด ไม่ใช่คนเคร่งขรึมอะไรนัก

จุดนี้ เห็นได้ชัดจากระฆังโกลาหลที่ชอบวางมาดเหมือนกัน

เจ้านายเป็นอย่างไร อาวุธวิเศษก็เป็นอย่างนั้น

เหมือนกับเจ้าตำหนักอู่เต๋อกับอิฐคุณธรรมนั่นแหละ

"จักรพรรดินีก็อยู่ในเมืองหลวงด้วย เดี๋ยวข้าจะเรียกนางมาดื่มสุราด้วยกัน"

จักรพรรดิโกลาหลโอบไหล่ฮวาอวิ๋นเฟย ทั้งสองคนเดินจากไปพร้อมกัน

หลังจากที่ทั้งสองคนจากไปแล้ว ที่มุมหนึ่ง ก็ปรากฏแสงสีม่วงวาบขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนยากจะสังเกตเห็น

ตำหนักความโกลาหล ——

ที่นี่คือตำหนักบรรทมของจักรพรรดิโกลาหล

จักรพรรดิโกลาหลสั่งให้บ่าวไพร่ทั้งหมดออกไป ตอนนี้ภายในตำหนักบรรทมจึงเหลือเพียงสามคนเท่านั้น

ฮวาอวิ๋นเฟย จักรพรรดิโกลาหล และจักรพรรดินีไท่อา

จักรพรรดินีไท่อาบังเอิญมาท่องเที่ยวที่เมืองเทพแห่งความโกลาหลพอดี เมื่อได้รับข้อความจากจักรพรรดิโกลาหล นางก็รีบมาทันที

ทั้งสามคนนั่งหันหน้าเข้าหากัน ดื่มสุราพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

"ก่อนมาที่นี่ ข้าบังเอิญไปเจอกับพวกจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราและจักรพรรดิเหยากวงที่เขตแดนอู่ ดวย"

จักรพรรดินีไท่อาถูกห้อมล้อมไปด้วยวงแหวนเทพ สวมชุดขาว สวมทับด้วยเสื้อคลุมลายจันทร์ สวมมงกุฎหงส์ ท่วงท่าสง่างามเหนือใคร บุคลิกโดดเด่นเป็นพิเศษ

"พวกเขาวิ่งไปที่เขตแดนอู๋งั้นหรือ?"+

ฮวาอวิ๋นเฟยทำหน้าแปลกใจ ตำหนักอู่เต๋อตั้งอยู่ในเขตแดนอู๋ การที่กลุ่มสามคนจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราวิ่งไปที่นั่น คงไม่ได้มีจุดประสงค์ดีแน่ๆ

"อืม ข้าได้ยินพวกเขาคุยกันว่า จักรพรรดิอวิ๋นสังหารเซียนแท้จริงที่เขตชางอวี้ เป็นเรื่องจริงหรือ?"

จักรพรรดินีไท่อายิ้มบางๆ สวมมงกุฎหงส์ บุคลิกดูสูงส่งบริสุทธิ์ นางมองฮวาอวิ๋นเฟยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง

ฮวาอวิ๋นเฟยเพิ่งจะบรรลุเป็นจักรพรรดิได้ไม่ถึงร้อยปี ก็สามารถสังหารเซียนแท้จริงได้แล้ว ช่างน่าสะพรึงกลัวเสียจริง

เซียนแท้จริงของแดนเซียน ไม่เหมือนกับบรรดาวิญญาณเซียนที่สิงอยู่ในศพเซียนของพวกจักรพรรดิหงเหมิงตอนที่เกิดศึกชี้ชะตาที่ไท่ชูหรอกนะ

พวกวิญญาณเซียนที่อาศัยศพเซียนลงมายังโลกเบื้องล่าง ความแข็งแกร่งไม่เพียงแต่จะไม่เพิ่มขึ้น แต่กลับลดลงเสียอีก อย่างมากก็มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับจักรพรรดิระดับรวบรวมเซียนเท่านั้น

เมื่อเทียบกับเซียนแท้จริงของแดนเซียนแล้ว ช่างห่างไกลกันลิบลับ!

"สังหารเซียนแท้จริง?"

ทางด้านจักรพรรดิโกลาหลที่กำลังจิบสุราอยู่ก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป ในใจรู้สึกตกตะลึงไม่น้อย

"หึหึ จักรพรรดินีก็รู้นี่นา ว่าคำพูดของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทรา เชื่อได้แค่ครึ่งเดียวก็พอ หมอนั่นโกหกหน้าตายจะตายไป" ฮวาอวิ๋นเฟยหัวเราะเบาๆ

จักรพรรดิโกลาหลและจักรพรรดินีไท่อามองหน้ากัน พวกเขารู้ทันทีว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นความจริง

"อ้อ จริงสิ ตอนที่ข้าเจอพวกจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทรา ลูกศิษย์ของเจ้า หวงเสวียน ก็อยู่กับพวกเขาด้วยนะ" จู่ๆ จักรพรรดินีไท่อาก็พูดขึ้นมา

จบบทที่ ตอนที่ 487 ข้าคือเอ๋าคุน ไร้เทียมทานในแดนเซียน(ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว