- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 710 จากทุกข์เป็นสุข
บทที่ 710 จากทุกข์เป็นสุข
บทที่ 710 จากทุกข์เป็นสุข
ความคิดของซูเสวียนนั้น ฮวาเฟยเซวียน ฮวาเจี่ยอวี่ และสวีชิงถงไม่รู้และไม่คิดจะสนใจ
ฮวาเฟยเซวียนรู้สึกผิดต่อนิกายอย่างยิ่ง ผสมกับความเจ็บปวดจากการถูกชายคนรักทอดทิ้ง ทำให้นางหมดอาลัยตายอยาก คิดเพียงจะไปสังเวยชีวิตขอขมาที่หอบรรพชนให้รู้แล้วรู้รอด
ฮวาเจี่ยอวี่ย่อมไม่ยอมให้อาจารย์ทำเช่นนั้น จึงพยายามขัดขวางและฉุดรั้งฮวาเฟยเซวียนไว้สุดชีวิต
ในขณะที่ทั้งสองกำลังยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่นั้น เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากหน้าห้องโถง
ร่างสูงสง่าราวเทพเซียนเดินเข้ามาในตำหนักอย่างเชื่องช้า
ดวงตาสี่คู่ในห้องโถงหันขวับไปมองพร้อมกัน ทั้งสี่ต่างตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อ แต่ซูเสวียนเป็นคนแรกที่ตั้งสติได้ เขาแค่นยิ้มเย็นชาแล้วเอ่ยว่า
"หวังฮ่าวหราน! เจ้าช่างอาจหาญเหลือเกิน ขโมยสมบัติล้ำค่าของนิกายหยินเยว่ไปมากมาย ยังกล้าโผล่หัวกลับมาอีก!"
"ไม่เจอกันไม่กี่วัน แผลหายดีแล้วรึ? มันงอกกลับมาหรือยังล่ะ?" หวังฮ่าวหรานยิ้มอย่างมีเลศนัย
[ติ๊ง! โฮสต์ทำให้จิตใจของตัวเอกซูเสวียนได้รับการกระทบกระเทือน ได้รับแต้มวายร้าย 3,000 แต้ม! ออร่าตัวเอกของซูเสวียน -150! ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +150!]
ใบหน้าของซูเสวียนกระตุกยิกๆ ไม่พูดถึงยังพอทน พอโดนทักเข้าจริงๆ เขาก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาทันที
ความเจ็บปวดนี้ไม่ได้มีแค่ทางกาย แต่ยังลามไปถึงจิตใจ
แม้เขาจะสามารถงอกอวัยวะใหม่ได้ แต่ต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งค่อนปีกว่าจะสมบูรณ์และกลับมาใช้งานได้ดังเดิม
นับตั้งแต่ขจัดข้อจำกัดของวิชาได้ ซูเสวียนก็เฝ้ารอวันที่จะสละความบริสุทธิ์ แต่ตอนนี้กลับต้องมารออีกนานแสนนาน จะไม่ให้เขาคับแค้นใจได้อย่างไร
"ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านจะไม่ทิ้งข้า!" สวีชิงถงยิ้มแก้มปริ ถลาเข้าไปกอดหวังฮ่าวหรานเต็มรัก
"พอดีมีเรื่องด่วนต้องรีบไปจัดการ เลยไม่ได้บอกกล่าว ทำให้คุณต้องเป็นห่วงแล้ว ขอโทษนะ" หวังฮ่าวหรานอธิบายสั้นๆ
สวีชิงถงเงยหน้าขึ้นมองเขา ยิ้มหวาน และพูดอย่างไม่ถือสา "ไม่เป็นไรเลย"
ฮวาเฟยเซวียนและฮวาเจี่ยอวี่มองหน้ากัน แล้วหยุดการยื้อยุด ฮวาเฟยเซวียนมีสีหน้าซับซ้อน เอ่ยถามเสียงเครียด
"ทรัพยากรในหอสมบัติ... เจ้าเป็นคนเอาไปใช่ไหม?"
"ใช่ ผมเอาไปเอง" หวังฮ่าวหรานยอมรับหน้าตาเฉย
"เจ้ารู้ไหมว่าทรัพยากรพวกนั้นสำคัญต่ออนาคตของนิกายหยินเยว่เพียงใด? เจ้า..." ฮวาเฟยเซวียนอยากจะโกรธ แต่พอเห็นหน้าหวังฮ่าวหราน ความโกรธก็มลายหายไปหลายส่วน สุดท้ายได้แต่ถอนหายใจ "เจ้าทำแบบนี้ แล้วข้าจะสู้หน้าคนในนิกายยังไง..."
"ใช่ ท่านหลอกข้ากับอาจารย์ก็ช่างเถอะ แต่ทรัพยากรพวกนั้นสำคัญกับนิกายมาก ท่านคืนให้พวกเราได้ไหม?" ฮวาเจี่ยอวี่อ้อนวอน
[ติ๊ง! โฮสต์ทำให้จิตใจของตัวเอกซูเสวียนได้รับการกระทบกระเทือน ได้รับแต้มวายร้าย 8,000 แต้ม! ออร่าตัวเอกของซูเสวียน -400! ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +400!]
ซูเสวียนเห็นปฏิกิริยาของสองศิษย์อาจารย์แล้วก็อ้าปากค้าง จุกจนพูดไม่ออก
หวังฮ่าวหรานหลอกลวงขโมยความบริสุทธิ์พวกนาง แถมยังปล้นสมบัติของนิกายไป แทนที่พวกนางจะโกรธแค้นด่าทอ กลับมาพูดจาอ่อนหวานออดอ้อนแบบนี้เนี่ยนะ?!
สมองพวกนางเป็นอะไรกันไปหมด?!
"ทรัพยากรพวกนั้น... ผมใช้หมดแล้ว" หวังฮ่าวหรานตอบตามความจริง
ฮวาเฟยเซวียนและฮวาเจี่ยอวี่หน้าซีดเผือด ความหวังริบหรี่สุดท้ายดับวูบลง
ทรัพยากรหมดเกลี้ยง... อนาคตของนิกายหยินเยว่ก็จบสิ้น
"เฮ้อ... เป็นข้าเองที่ไว้ใจเจ้ามากเกินไป มอบป้ายอาญาสิทธิ์ให้เจ้า ข้าไม่โทษเจ้าหรอก เรื่องนี้ข้าจะรับผิดชอบเอง หากชาติหน้ามีจริง... ขออย่าให้เราได้เจอกันอีกเลย" ฮวาเฟยเซวียนไม่ได้โกรธ แต่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า "เจ้าพาชิงถงไปเถอะ"
"ท่าน... ข้าเองก็ไม่อยากเห็นหน้าท่านอีกต่อไปแล้ว" ฮวาเจี่ยอวี่ไม่ได้เข้มแข็งเหมือนอาจารย์ นางกลั้นใจพูดประโยคสุดท้าย แล้วน้ำตาก็ไหลพรากออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
"พวกคุณเป็นอะไรกัน ผมยังพูดไม่จบเลย" หวังฮ่าวหรานชะงักเล็กน้อย ก่อนจะโยนขวดกระเบื้องที่เตรียมไว้ให้ฮวาเฟยเซวียน "เอานี่ไปสิ ของข้างในนี้มากพอให้คุณเอาไปปิดปากคนในนิกายได้แน่นอน"
ฮวาเฟยเซวียนรับขวดมาอย่างสับสน เปิดจุกออกดม กลิ่นอายพลังวิญญาณเข้มข้นบริสุทธิ์พวยพุ่งออกมา ทำให้รู้สึกสดชื่นและมีพลังทันที
นางมองดูภายในขวด แล้วก็จำได้ทันที ก่อนจะอุทานด้วยความตกตะลึงระคนดีใจ "นี่มัน... โอสถวิเศษ?"
"มันคือโอสถสร้างราก... เอ่อ โอสถศักดิ์สิทธิ์ กินแล้วช่วยเพิ่มพลังบำเพ็ญได้โดยตรง" หวังฮ่าวหรานอธิบาย
ฮวาเฟยเซวียนตัวสั่นเทิ้มด้วยความตื่นเต้น
บรรพชนนิกายหยินเยว่เคยมีนักหลอมโอสถ แต่สืบทอดกันมาไม่กี่รุ่นก็ขาดช่วง ทำให้วิชาหลอมโอสถสูญหายไป
ปัจจุบัน นิกายหยินเยว่ไม่มีนักหลอมโอสถแม้แต่คนเดียว
แต่ถึงอย่างนั้น ฮวาเฟยเซวียนก็ยังพอดูออกว่าโอสถนี้มีคุณภาพเพียงใด
ดูจากกลิ่นอายพลังวิญญาณที่แผ่ออกมา โอสถนี้ต้องมีระดับสูงมากแน่ๆ
เพียงสูดดมกลิ่นอายเข้าไปนิดเดียว นางยังรู้สึกว่าพลังพัฒนาขึ้นเล็กน้อย
ถ้าได้กินเข้าไปสักเม็ด รับรองว่าความแข็งแกร่งของนางต้องเพิ่มขึ้นอย่างมากแน่นอน
ตอนนี้นางอยู่ขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ขั้นสิบเก้า จากการคาดคะเน แค่กินสักห้าเม็ด ก็น่าจะทะลวงเข้าสู่ขั้นยี่สิบได้แล้ว(ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นสมบูรณ์) และหลังจากนั้นก็เตรียมตัวทะลวงผ่านช่วงชั้นใหญ่ได้เลย
ทรัพยากรในหอสมบัติที่หายไปนั้น หากนางกลืนกินเข้าไปครึ่งหนึ่ง ก็อาจจะได้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกัน
อย่างไรก็ตาม นางตัดใจทำไม่ได้ เพราะต้องเก็บไว้เพื่ออนาคตของนิกาย
พูดง่ายๆก็คือ... โอสถนี้แค่สิบเม็ด มีค่าเทียบเท่ากับทรัพยากรทั้งหมดที่หวังฮ่าวหรานเอาไป!
และในขวดนี้... มีถึงห้าสิบเม็ด!
"เจ้าเป็นนักหลอมโอสถหรือ?!" ฮวาเฟยเซวียนถามเสียงสั่นด้วยความดีใจ
"ถูกต้อง" หวังฮ่าวหรานพยักหน้า "ที่ผมเอาทรัพยากรไปก็เพื่อเอาหลอมโอสถนี่แหละ แต่ผมใจร้อนไปหน่อย เลยไม่ได้บอกกล่าวคุณก่อน ทั้งยังกลัวว่าคุณจะไม่ยินยอม เลยถือวิสาสะจัดการเอง คุณคงไม่โกรธผมใช่ไหม?"
"จะเป็นไปได้ยังไง สามีของข้า!" ฮวาเฟยเซวียนดีใจจนลืมรักษากิริยาของประมุขนิกาย นางถลาเข้าไปกอดหวังฮ่าวหรานไว้แน่น
[ติ๊ง! โฮสต์ทำให้จิตใจของตัวเอกซูเสวียนได้รับการกระทบกระเทือน ได้รับแต้มวายร้าย 8,000 แต้ม! ออร่าตัวเอกของซูเสวียน -400! ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +400!]
ฮวาเฟยเซวียนซบหน้ากับอกเขาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเงยหน้าถามอย่างไม่มั่นใจ "โอสถพวกนี้... ให้ข้าจริงๆหรือ?"
"แน่นอน ผมใช้ทรัพยากรของนิกายหยินเยว่หลอมมันขึ้นมา ย่อมต้องให้คุณอยู่แล้ว ผมหลอมได้ห้าสิบกว่าเม็ด เก็บไว้ใช้เองนิดหน่อย ที่เหลืออยู่ในขวดนี้ ยกให้คุณหมดเลย" หวังฮ่าวหรานตอบอย่างใจกว้าง
ความจริงแล้ว ทรัพยากรที่กวาดไปนั้น หวังฮ่าวหรานหลอมโอสถสร้างรากฐานได้ถึงสองเตา รวมแล้วกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบเม็ด
การแบ่งให้ฮวาเฟยเซวียนแค่ห้าสิบเม็ดจึงเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย
ฮวาเฟยเซวียนไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง และคงนึกไม่ถึงว่าอัตราความสำเร็จในการหลอมโอสถของหวังฮ่าวหรานจะสูงขนาดนี้
จากบันทึกของนิกาย ทรัพยากรจำนวนเท่านี้ หลอมโอสถได้สักห้าหกสิบเม็ดก็ถือว่าสุดยอดแล้ว
ดังนั้น ฮวาเฟยเซวียนจึงเชื่อคำพูดของหวังฮ่าวหรานหมดใจ
"ข้าเลือกคนไม่ผิดจริงๆ" ฮวาเฟยเซวียนมองหวังฮ่าวหรานด้วยสายตาเปี่ยมรัก
*****