เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 708 วิกฤตการหายตัว

บทที่ 708 วิกฤตการหายตัว

บทที่ 708 วิกฤตการหายตัว


หลังจากฮวาเฟยเซวียนนั่งกระวนกระวายใจอยู่ในโถงใหญ่ได้พักหนึ่ง ผู้อาวุโสหญิงที่ดูแลหอสมบัติของนิกายหยินเยว่ก็รีบร้อนเข้ามา

"เรียนท่านประมุข ข้าน้อยมีเรื่องด่วนต้องรายงานเจ้าค่ะ"

"มีข่าวของหวังฮ่าวหรานแล้วใช่ไหม? ว่ามาเร็ว!" ฮวาเฟยเซวียนตาลุกวาว ถามเร่งเร้าด้วยความดีใจ

"ไม่ใช่เจ้าค่ะ" ผู้อาวุโสหญิงส่ายหน้า

ฮวาเฟยเซวียนผิดหวังอย่างแรง ไม่มีอารมณ์ไปสนใจเรื่องอื่น "ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ให้เลื่อนไปก่อน"

"แต่เรื่องนี้ด่วนมากจริงๆนะเจ้าคะท่านประมุข ต้องรีบจัดการโดยเร็ว" ผู้อาวุโสหญิงลังเลเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจรายงาน "ทรัพยากรบำเพ็ญเพียรล้ำค่าในหอสมบัติ... แทบจะว่างเปล่าแล้วเจ้าค่ะ"

"ว่าไงนะ?!" ฮวาเฟยเซวียนตกใจสุดขีด "ถ้าไม่มีคำสั่งจากข้า ของในหอสมบัติแม้แต่เจี่ยอวี่ยังแตะต้องไม่ได้ แล้วมันจะว่างเปล่าได้ยังไง?"

"ข้าน้อยตรวจสอบดูแล้ว มันว่างเปล่าจริงๆเจ้าค่ะ" ผู้อาวุโสหญิงยืนยันหนักแน่น

เดิมทีฮวาเฟยเซวียนก็หงุดหงิดอยู่แล้ว พอเจอเรื่องนี้เข้าไป อารมณ์ยิ่งดิ่งลงเหว

ทรัพยากรล้ำค่าในหอสมบัติคือสิ่งที่บรรพชนสั่งสมมาหลายชั่วอายุคน เพื่อใช้ฟูมฟักศิษย์ระดับหัวกะทิของนิกาย

มันสำคัญต่อความอยู่รอดและความรุ่งโรจน์ในอนาคตของนิกายหยินเยว่อย่างยิ่ง

การที่มันหายไปจนเกลี้ยง ย่อมไม่ต่างอะไรกับหายนะมาเยือนนิกาย

"เจ้าเป็นคนเฝ้าหอสมบัติ ปล่อยให้ของหายไปได้ยังไง?!" ฮวาเฟยเซวียนจ้องมองผู้อาวุโสหญิงด้วยสายตาเย็นชา

ผู้อาวุโสหญิงทรุดตัวลงคุกเข่า ตัวสั่นงันงก "ท่านประมุข ข้าน้อยภักดีต่อนิกายหยินเยว่มาตลอด จะกล้าเลินเล่อในเรื่องเหล่านั้นได้อย่างไร?!"

"แล้วของในหอสมบัติหายไปไหนหมด?" ฮวาเฟยเซวียนเค้นถาม

"ข้าน้อยจะตรวจสอบหอสมบัติทุกๆเจ็ดวัน ครั้งล่าสุดที่ตรวจ ทุกอย่างยังอยู่ครบถ้วน แต่เมื่อสักครู่นี้ พอข้าน้อยเข้าไปตรวจอีกที กลับพบว่าทรัพยากรล้ำค่าหายไปเกือบหมด" ผู้อาวุโสหญิงเว้นจังหวะ ก่อนจะกล่าวต่อ

"และคนล่าสุดที่เข้าไปในหอสมบัติก็คือนายน้อยตระกูลหวัง เมื่อห้าวันก่อนเขาถือป้ายอาญาสิทธิ์ประมุขนิกายมา ข้าน้อยจึงไม่กล้าขัดขวาง"

"ป้ายอาญาสิทธิ์... ข้าเป็นคนให้เขาเอง" ฮวาเฟยเซวียนยอมรับเสียงแผ่ว

"ของหายไปเยอะขนาดนี้ ต้องมีเขาอยู่เบื้องหลังแน่นอนเจ้าค่ะ" ผู้อาวุโสหญิงฟันธง

"ถ้าเป็นอย่างนั้น ทำไมเมื่อห้าวันก่อนเจ้าไม่มารายงานข้า?!" ฮวาเฟยเซวียนตวาด

"ตอนที่คุณชายหวังออกจากหอสมบัติ เขาไม่ได้ถืออะไรติดมือออกมาเลย ประกอบกับเขามีป้ายอาญาสิทธิ์ แสดงว่าได้รับความไว้วางใจจากท่านประมุข ข้าน้อยจึงไม่ได้เข้าไปตรวจเช็คในทันที"

"แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ เป็นไปได้ว่าคุณชายหวังอาจจะมีแหวนมิติระดับสูงที่เก็บของได้มหาศาล เขาถึงสามารถขโมยของออกไปได้อย่างเงียบเชียบโดยไม่มีพิรุธ"

ฮวาเฟยเซวียนฟังแล้วก็เห็นด้วยว่าเป็นไปได้สูง

ผู้อาวุโสหญิงท่านนี้เป็นคนเก่าแก่ของนิกาย มีความภักดีเป็นเลิศ อดีตประมุขนิกายไว้วางใจให้ดูแลหอสมบัติมานาน

ความน่าเชื่อถือไม่มีปัญหาแน่นอน

ถ้าอย่างนั้น... ของที่หายไปย่อมเป็นฝีมือของหวังฮ่าวหราน

ที่เขาหายตัวไป คงเพราะกลัวความแตก เลยชิงหนีไปก่อน

เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวได้ ฮวาเฟยเซวียนก็โกรธจนตัวสั่น อยากจะสั่งให้คนออกไล่ล่าสังหารหวังฮ่าวหรานเสียเดี๋ยวนี้ แต่ลึกๆในใจกลับยังตัดใจทำไม่ลง

"เจ้า... ออกไปก่อนเถอะ" ฮวาเฟยเซวียนโบกมือไล่อย่างอ่อนแรง

"ท่านประมุข ในเมื่อรู้ตัวคนร้ายแล้ว จะปล่อยไปเฉยๆหรือเจ้าคะ?" ผู้อาวุโสหญิงถามด้วยความกังขา

"ออกไป!" ฮวาเฟยเซวียนขึ้นเสียง

ผู้อาวุโสหญิงไม่กล้าเซ้าซี้ รีบถอยออกไปเงียบๆ

ทันทีที่ผู้อาวุโสหญิงพ้นประตูไป ฮวาเจี่ยอวี่ก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา

"ท่านอาจารย์! หาไม่เจอเลยเจ้าค่ะ ข้าให้คนไปสอบถามที่ตระกูลหวังแล้ว ทางนั้นบอกว่าเขายังไม่กลับไป" ฮวาเจี่ยอวี่ร้อนรนเหมือนมดไต่กระทะ ร้องถามเสียงหลง "เราทำยังไงกันดี?"

"ไม่ต้องหาแล้ว เขาคงหนีไปจากนิกายหยินเยว่นานแล้ว ป่านนี้คงกลับถึงตระกูลหวังแล้วล่ะ ส่วนคำตอบที่ได้มา ก็คงเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ" ฮวาเฟยเซวียนเอ่ยอย่างปล่อยวาง

"ทำไมท่านอาจารย์ถึงมั่นใจนักล่ะ?" ฮวาเจี่ยอวี่สงสัย

"เขาปล้นทรัพยากรในหอสมบัติเราไปจนเกลี้ยง ถ้าไม่กลับไปซุกหัวอยู่ที่ตระกูลหวัง จะไปมุดหัวอยู่ที่ไหนได้?" ฮวาเฟยเซวียนถอนหายใจ

"หอสมบัติมีค่ายกลป้องกันที่บรรพชนวางไว้ แถมยังมีผู้อาวุโสเฝ้าอยู่ เขาจะขโมยไปได้ยังไง?" ฮวาเจี่ยอวี่แย้ง

"ข้า... ข้ามอบป้ายอาญาสิทธิ์ประมุขนิกายให้เขา" น้ำเสียงของฮวาเฟยเซวียนเต็มไปด้วยความเสียใจ

"ท่านอาจารย์! ท่านมอบป้ายอาญาสิทธิ์ให้ผู้อื่นนอกจากประมุขนิกายได้ยังไง!" ฮวาเจี่ยอวี่ตกใจจนหน้าซีด จากนั้นก็นึกถึงเรื่องบางอย่าง สังหรณ์ร้ายผุดขึ้นในใจ

"ท่านอาจารย์มอบของสำคัญขนาดนี้ให้เขา... หรือว่าพวกท่าน..."

"เป็นความผิดของอาจารย์เอง ตอนนั้นเขาบอกว่าต้องการทรัพยากรฝึกฝน อาจารย์อยากเอาใจเขา เลยเผลอไผลมอบป้ายอาญาสิทธิ์ให้ไป ไม่นึกเลยว่า... เขาจะขโมยสมบัติเราจนเกลี้ยงแบบนี้" ฮวาเฟยเซวียนทั้งรู้สึกผิดและเสียใจ

"ผู้ชายคนนั้น..." ฮวาเจี่ยอวี่หน้าซีดเผือด รำพึงอย่างเจ็บปวด "ท่านอาจารย์... พวกเราทุกคนโดนมันหลอกแล้ว"

"เจี่ยอวี่ หรือว่าเจ้าก็..." ฮวาเฟยเซวียนสะดุ้งเฮือก

ฮวาเจี่ยอวี่พยักหน้าทั้งน้ำตา แล้วเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างนางกับหวังฮ่าวหรานให้ฟังจนหมดเปลือก

ฮวาเฟยเซวียนฟังจบ ใบหน้าก็ซีดขาวราวกับกระดาษ

สองศิษย์อาจารย์มัวแต่แย่งชิงกันทำคะแนน หวังจะพิชิตใจชายหนุ่ม แต่กลับกลายเป็นว่าถูกเขาล่อลวงไปทีละคน

มิหนำซ้ำ ยังโดนเขาเชิดสมบัตินิกายหนีไปอีก

"พวกเจ้าเอาคนรักของข้าไปซ่อนไว้ที่ไหน! คืนเขามาเดี๋ยวนี้นะ!"

สวีชิงถงบุกเข้ามาในห้องโถง ตะโกนถามอย่างคนเสียสติ

ฮวาเฟยเซวียนและฮวาเจี่ยอวี่มองหน้ากัน ในแววตาของทั้งคู่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและสำนึกเสียใจ

หวังฮ่าวหรานขโมยสมบัติแล้วหนีไป ทิ้งสวีชิงถงไว้ที่นี่คนเดียว

เขาไม่กลัวหรือไงว่านิกายหยินเยว่จะฆ่าสวีชิงถงระบายแค้น?

ชัดเจนแล้วว่า... หวังฮ่าวหรานไม่สนความเป็นตายร้ายดีของสวีชิงถงเลยสักนิด

ผู้ชายคนนี้... เลือดเย็นไร้หัวใจถึงขีดสุด

ฮวาเฟยเซวียนเคยระแวงว่าเขาไม่ใช่คนดี แต่ไม่คิดว่าจะเลวได้ขนาดนี้

จังหวะนั้น ซูเสวียนก็เดินเข้ามาในห้องโถง

บรรยากาศรอบตัวดูแปลกประหลาดชอบกล ซูเสวียนไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ จึงเลือกที่จะเงียบไว้ก่อน

"ฮวาเจี่ยอวี่! พูดอะไรบ้างสิ?!" สวีชิงถงเห็นไม่มีใครตอบ จึงหันไปคาดคั้นฮวาเจี่ยอวี่

ฮวาเจี่ยอวี่มองสวีชิงถงด้วยสายตาสงสารปนสังเวช

"ยังจะห่วงมันอยู่อีก? เลิกโง่ได้แล้ว! ไอ้สารเลวนั่นมันหลอกเอาความบริสุทธิ์ของทั้งข้าและท่านอาจารย์ไป แล้วก็กวาดสมบัติในหอสมบัติหนีไปคนเดียว ทิ้งเจ้าไว้ที่นี่อย่างเลือดเย็น เจ้ายอมรับความจริงซะเถอะ!"

สวีชิงถงกำลังจะอ้าปากเถียง แต่พอเหลือบไปเห็นท่าทีนิ่งเงียบของฮวาเฟยเซวียน นางก็ชะงักกึก

สติที่ขาดผึงเริ่มกลับคืนมาทีละน้อย

ฮวาเฟยเซวียนเป็นถึงประมุขนิกาย ชื่อเสียงเกียรติยศสำคัญยิ่งชีพ ฮวาเจี่ยอวี่เป็นศิษย์ ถ้าไม่ใช่เรื่องจริง มีหรือจะกล้าพูดจาลบหลู่เกียรติอาจารย์ตัวเองขนาดนี้?

และการที่ฮวาเฟยเซวียนนิ่งเงียบ... ก็เท่ากับยอมรับกลายๆ

ชั่วพริบตาเดียว ความจริงอันโหดร้ายก็พุ่งเข้ามากระแทกจิตใจสวีชิงถง ใบหน้านางซีดเผือดลงเรื่อยๆ

ส่วนซูเสวียนที่ยืนฟังอยู่ข้างๆ ปากคอสั่นระริก

แต่สิ่งที่เขาให้ความสนใจไม่ใช่เรื่องสมบัติหรือการหลอกลวง

ในหัวของซูเสวียนตอนนี้ มีเพียงความคิดเดียวที่ดังก้อง...

สาวงามล่มเมืองทั้งสามนางนี้... เสร็จไอ้หวังฮ่าวหรานไปหมดแล้ว?!

*****

จบบทที่ บทที่ 708 วิกฤตการหายตัว

คัดลอกลิงก์แล้ว