เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 706 ความไม่ลำเอียง

บทที่ 706 ความไม่ลำเอียง

บทที่ 706 ความไม่ลำเอียง


“ประมุขฮวา! ทะ...ท่านทำอะไร?!” หวังฮ่าวหรานเบือนหน้าหนี

“ข้าจริงใจต่อคุณชายถึงเพียงนี้ คุณชายเชื่อข้าหรือยัง?” ฮวาเฟยเซวียนถามเสียงหวาน

“เชื่อ... ผมเชื่อแล้ว ท่านรีบ... เอ่อ... ใส่เสื้อผ้าก่อนเถอะ เดี๋ยวจะไม่สบาย”

หวังฮ่าวหรานแสร้งทำเป็นสุภาพชน แต่ยังพูดไม่ทันจบ ฮวาเฟยเซวียนก็สวนขึ้นมาทันควัน

“ข้าดูออกตั้งนานแล้วว่าคุณชายไม่ใช่สุภาพบุรุษ ในใจท่านหวั่นไหวอย่างชัดเจน แล้วจะเสแสร้งแกล้งทำอยู่ทำไม? หรือคุณชายเป็นพวกตายด้าน? เห็นของสวยๆงามๆตรงหน้ากลับทำแค่มองตาปริบๆ?”

คำพูดของฮวาเฟยเซวียนแฝงไปด้วยความเย้ยหยันและท้าทายอย่างปิดไม่มิด

หวังฮ่าวหรานชะงัก สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมาสบตากับนางตรงๆ มุมปากยกยิ้มเจ้าเล่ห์ “ประมุขฮวารู้ทั้งรู้ว่าผมไม่ใช่คนดี แล้วยังกล้ามาเสนอตัวถึงที่อีกหรือ?”

“คุณชายอาจไม่ใช่คนดี แต่ก็ไม่ใช่คนไร้หัวใจ อย่างน้อยกับผู้หญิงของตัวเอง ท่านก็ดูแลเป็นอย่างดี ไม่อย่างนั้นคงไม่ลงทุนลงแรงตามหาคุณหนูใหญ่สวีชิงเสวียนแห่งตำหนักเฟยอวิ๋นถึงเพียงนี้หรอก” ฮวาเฟยเซวียนกล่าวเนิบๆ

“อีกอย่าง... ข้าเกลียดพวกสุภาพบุรุษใสซื่อที่สุด คนแบบคุณชายนี่แหละที่ข้าชื่นชม”

“แน่ใจนะว่าจะไม่เสียใจภายหลัง?” หวังฮ่าวหรานถามยิ้มๆ

“สิ่งที่ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าไม่เคยนึกเสียใจ” ฮวาเฟยเซวียนตอบอย่างหนักแน่น

หวังฮ่าวหรานลุกขึ้นยืน เดินเข้าไปหาฮวาเฟยเซวียนช้าๆ ก่อนจะรวบเอวบางอุ้มนางขึ้นมาในท่าเจ้าหญิง

“ช้าก่อน” จู่ๆฮวาเฟยเซวียนก็ร้องห้าม

“ท่านประมุขเปลี่ยนใจแล้วรึ?”

“แน่นอนว่าไม่ แต่หลังจากท่านได้สิ่งที่ต้องการแล้ว คุณชายต้องประกาศให้คนอื่นรู้ว่าข้าเป็นผู้หญิงของท่าน”

“เรื่องนั้นผมขอเวลาหน่อย ผมต้องเคลียร์กับสองพี่น้องตระกูลสวีก่อน” หวังฮ่าวหรานต่อรอง

“ไม่มีปัญหา เพียงแต่... เมื่อเรื่องนี้เสร็จสิ้น คุณชายต้องบอกความจริงกับศิษย์ของข้าฮวาเจี่ยอวี่ด้วย”

“ทำไมล่ะ?” หวังฮ่าวหรานงุนงง

คำพูดทำนองนี้ ฮวาเจี่ยอวี่ก็เคยพูดกับเขาเหมือนกัน

“นังศิษย์อกตัญญูนั่นมันมีใจให้คุณชายเหมือนกันน่ะสิ ถึงได้ท้าแข่งกับอาจารย์อย่างข้า ว่าใครจะได้คุณชายไปครอง” ฮวาเฟยเซวียนอธิบาย

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หวังฮ่าวหรานก็เข้าใจทันที

มิน่าล่ะ สองศิษย์อาจารย์ถึงได้ผลัดกันรุกหนักขนาดนี้ ที่แท้ก็กำลังแข่งกันอยู่นี่เอง

แต่ทำไมต้องแข่งกันด้วยล่ะ? อยู่ร่วมกันสามคนไม่ได้หรือไง?

คิดได้ดังนั้น หวังฮ่าวหรานจึงลองหยั่งเชิงถาม

“ทำแบบนี้ไม่กลัวจะกระทบความสัมพันธ์ศิษย์อาจารย์หรือ?”

“คุณชายคงอยากจะถามว่าทำไมเราถึงไม่อยู่ร่วมกันแทนใช่ไหม?” ฮวาเฟยเซวียนรู้ทัน “อนิจจา... กฎบรรพชนนิกายหยินเยว่ระบุไว้ชัดเจน หากประมุขนิกายมีความรักและตกเป็นของบุรุษคนใด จะต้องสละตำแหน่งทันที”

“ตอนนี้ในนิกายหยินเยว่มีเพียงข้ากับเจี่ยอวี่เท่านั้นที่มีคุณสมบัติเป็นประมุขนิกายได้ แต่เราทั้งคู่ต่างก็มีใจให้คุณชาย... ต้องมีสักคนที่ยอมตัดใจเพื่อรับช่วงต่อ เราเลยตกลงว่าจะใช้วิธีแข่งขันกัน คนแพ้ต้องยอมตัดใจและรับตำแหน่งประมุขนิกายไป”

“อ้อ... เป็นอย่างนี้นี่เอง” หวังฮ่าวหรานพยักหน้าเข้าใจ

ฮวาเฟยเซวียนเป่าลมหายใจรดต้นคอเขาเบาๆ “ข้ารู้ว่าคุณชายก็มีใจให้เจี่ยอวี่ แต่ท่านเลือกได้แค่คนเดียว หากคุณชายรังเกียจรูปลักษณ์ธรรมดาๆของข้าและชอบพอในตัวเจี่ยอวี่มากกว่า... ก็เชิญวางข้าลงเถิด”

พูดจบ นางก็แสร้งทำเสียงสะอื้นไห้เบาๆ

“หึ... ถ้าผมวางท่านลงตอนนี้ ท่านก็คงหาข้ออ้างอื่นมารั้งผมไว้อีกอยู่ดีใช่ไหมล่ะ?” หวังฮ่าวหรานรู้ทัน

ฮวาเฟยเซวียนหยุดร้องไห้ทันที เปลี่ยนเป็นหัวเราะคิกคัก “คุณชายนี่รู้ใจข้าจริงๆ แต่ข้ากล้าพนันเลยว่าคุณชายไม่มีทางวางข้าลงหรอก”

ใบหน้าของนางอยู่ห่างจากเขาเพียงคืบ นางเห็นไฟปรารถนาที่ลุกโชนในแววตาของเขาชัดเจน ย่อมเดาความคิดของเขาออกทะลุปรุโปร่ง

หวังฮ่าวหรานอยากจะแกล้งวางนางลงกับพื้นให้รู้แล้วรู้รอด แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ต่อสายตาหวานเชื่อมคู่นั้น

“ประมุขฮวา... ท่านชนะแล้ว” หวังฮ่าวหรานถอนหายใจ

ฮวาเฟยเซวียนลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะเริ่มรู้สึกประหม่าขึ้นมา

......

[ติ๊ง! โฮสต์ได้ครอบครองนางเอกฮวาเฟยเซวียนเป็นครั้งแรก ได้รับแต้มวายร้าย 16,000 แต้ม! ออร่านางเอกของฮวาเฟยเซวียน -800! ออร่าตัวเอกของซูเสวียน -800! ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +1,600!]

[ติ๊ง! ค่าความประทับใจของนางเอกฮวาเฟยเซวียนที่มีต่อโฮสต์เพิ่มขึ้น 19 แต้ม! ค่าความประทับใจรวมปัจจุบัน 99 (รักชั่วนิรันดร์)]

......

‘นังศิษย์อกตัญญู คิดจะแข่งกับอาจารย์ผู้นี้งั้นหรือ เจ้ายังห่างชั้นนัก!’

เมื่อภารกิจเสร็จสิ้น ฮวาเฟยเซวียนก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มในใจ

“คุณชาย รีบไปบอกความจริงกับเจี่ยอวี่กันเถอะเจ้าค่ะ ข้าจะได้ไปหารือกับผู้อาวุโส หาฤกษ์งามยามดีส่งต่อตำแหน่งให้นาง” ฮวาเฟยเซวียนกล่าว จากนั้นก็เอ่ยด้วยความคาดหวังถึงอนาคต

“ต่อจากนี้ไป ไม่ว่าจะที่ไหน ต่อให้เป็นสุดขอบโลกหรือทะเลเพลิง ข้าก็พร้อมจะติดตามคุณชายไปทุกที่”

“เรื่องนี้ขอเลื่อนไปอีกสักสองสามวันได้ไหม?” หวังฮ่าวหรานต่อรอง

“ทำไมหรือเจ้าคะ?” ฮวาเฟยเซวียนสงสัย

“ช่วงนี้ผมกำลังติดคอขวดของการบำเพ็ญเพียร ต้องการทรัพยากรอย่างเร่งด่วน แต่ตระกูลหวังไม่มีให้ ผมเลยอยากจะขอจากนิกายหยินเยว่สักหน่อย ถ้าท่านรีบสละตำแหน่งตอนนี้ ผมคงไม่กล้าไปขอกับฮวาเจี่ยอวี่หรอก จริงไหม?”

ฮวาเฟยเซวียนไม่อยากให้หวังฮ่าวหรานไปยุ่งเกี่ยวกับฮวาเจี่ยอวี่อยู่แล้ว จึงรีบตอบตกลง “งั้นเลื่อนไปก่อนก็ได้เจ้าค่ะ ข้าจะมอบป้ายอาญาสิทธิ์ประมุขนิกายให้ ท่านอยากได้อะไรในหอสมบัติก็เข้าไปหยิบได้ตามใจชอบเลย”

“ขอบพระคุณท่านประมุข ผมจะจดจำบุญคุณครั้งนี้ไว้” หวังฮ่าวหรานกล่าวอย่างยินดี

“ทำไมถึงพูดจาห่างเหินแบบนั้นล่ะ?” ฮวาเฟยเซวียนทำหน้ามุ่ย

“ขอบคุณนะ... ภรรยาของผม” หวังฮ่าวหรานรีบเปลี่ยนคำเรียก

ฮวาเฟยเซวียนรู้สึกเหมือนหัวใจถูกราดรดด้วยน้ำผึ้ง หวานล้ำจนแทบละลาย รู้สึกว่าต่อให้ตายตอนนี้ก็ไม่เสียดายชีวิตแล้ว

เนื่องจากยังเป็นเวลากลางวันแสกๆ ฮวาเฟยเซวียนจึงไม่กล้านั้งอยู่นาน หลังจากมอบป้ายอาญาสิทธิ์ให้หวังฮ่าวหรานแล้ว นางก็อาศัยจังหวะปลอดคนรีบจากไป

หวังฮ่าวหรานมองป้ายอาญาสิทธิ์ในมือด้วยรอยยิ้มกว้าง

เขาออกจากที่พัก สอบถามเส้นทางจากศิษย์ในนิกาย แล้วตรงดิ่งไปยังหอสมบัติของนิกายหยินเยว่

มีป้ายอาญาสิทธิ์อยู่ในมือ ก็เหมือนประมุขนิกายมาด้วยตัวเอง หวังฮ่าวหรานสามารถหยิบฉวยอะไรก็ได้ในหอสมบัติ

นิกายหยินเยว่ช่างอู้ฟู่กว่าตระกูลหวังหลายเท่านัก

หวังฮ่าวหรานไม่เกรงใจ กวาดทรัพยากรที่จำเป็นเข้าเจดีย์เบิกนภาจนเกลี้ยง

จากนั้นเขาก็เข้าไปในเจดีย์เบิกนภา

ก่อนมาที่นี่ เขาอยู่แค่ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นหก แต่ตอนนี้เขาใกล้จะบรรลุขอบเขตสร้างรากฐานขั้นสมบูรณ์แล้ว ซึ่งต้องขอบคุณสวีชิงถง ฮวาเจี่ยอวี่ และฮวาเฟยเซวียนที่มีส่วนช่วยหลืออย่างมาก

แน่นอนว่าของเหลววิญญาณจากขวดโกลาหลก็เช่นกัน

ระดับต่อไปหลังจากขอบเขตสร้างรากฐานขั้นสมบูรณ์ก็คือขอบเขตแก่นทองคำ

แม้จะห่างกันแค่ก้าวเดียว แต่ต่อให้ฝึกด้วยคัมภีร์จักรพรรดิมาร ก็ยังต้องใช้เวลาไม่น้อยในการทะลวงด่าน

แต่ถ้ามี ‘โอสถทะลวงขอบเขตระดับสอง’ ปัญหานี้ก็จะหมดไป

โอสถชนิดนี้ล้ำค่ามาก มีเพียงนักหลอมโอสถระดับสูงเท่านั้นที่หลอมได้

แต่สำหรับหวังฮ่าวหรานที่มีสูตรโกงการหลอมโอสถอยู่ในมือ เขาสามารถหลอมมันได้อย่างง่ายดาย สิ่งที่เขาขาดคือวัตถุดิบ

และในหอสมบัติของนิกายหยินเยว่... ก็มีวัตถุดิบเหล่านั้นครบครัน

หวังฮ่าวหรานเริ่มศึกษาตำราโอสถในเจดีย์เบิกนภา กระทั่งเริ่มรู้สึกว่าเข้าใจพอควรแล้ว จึงเริ่มลงมือหลอมโอสถทันที

*****

จบบทที่ บทที่ 706 ความไม่ลำเอียง

คัดลอกลิงก์แล้ว