- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 706 ความไม่ลำเอียง
บทที่ 706 ความไม่ลำเอียง
บทที่ 706 ความไม่ลำเอียง
“ประมุขฮวา! ทะ...ท่านทำอะไร?!” หวังฮ่าวหรานเบือนหน้าหนี
“ข้าจริงใจต่อคุณชายถึงเพียงนี้ คุณชายเชื่อข้าหรือยัง?” ฮวาเฟยเซวียนถามเสียงหวาน
“เชื่อ... ผมเชื่อแล้ว ท่านรีบ... เอ่อ... ใส่เสื้อผ้าก่อนเถอะ เดี๋ยวจะไม่สบาย”
หวังฮ่าวหรานแสร้งทำเป็นสุภาพชน แต่ยังพูดไม่ทันจบ ฮวาเฟยเซวียนก็สวนขึ้นมาทันควัน
“ข้าดูออกตั้งนานแล้วว่าคุณชายไม่ใช่สุภาพบุรุษ ในใจท่านหวั่นไหวอย่างชัดเจน แล้วจะเสแสร้งแกล้งทำอยู่ทำไม? หรือคุณชายเป็นพวกตายด้าน? เห็นของสวยๆงามๆตรงหน้ากลับทำแค่มองตาปริบๆ?”
คำพูดของฮวาเฟยเซวียนแฝงไปด้วยความเย้ยหยันและท้าทายอย่างปิดไม่มิด
หวังฮ่าวหรานชะงัก สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมาสบตากับนางตรงๆ มุมปากยกยิ้มเจ้าเล่ห์ “ประมุขฮวารู้ทั้งรู้ว่าผมไม่ใช่คนดี แล้วยังกล้ามาเสนอตัวถึงที่อีกหรือ?”
“คุณชายอาจไม่ใช่คนดี แต่ก็ไม่ใช่คนไร้หัวใจ อย่างน้อยกับผู้หญิงของตัวเอง ท่านก็ดูแลเป็นอย่างดี ไม่อย่างนั้นคงไม่ลงทุนลงแรงตามหาคุณหนูใหญ่สวีชิงเสวียนแห่งตำหนักเฟยอวิ๋นถึงเพียงนี้หรอก” ฮวาเฟยเซวียนกล่าวเนิบๆ
“อีกอย่าง... ข้าเกลียดพวกสุภาพบุรุษใสซื่อที่สุด คนแบบคุณชายนี่แหละที่ข้าชื่นชม”
“แน่ใจนะว่าจะไม่เสียใจภายหลัง?” หวังฮ่าวหรานถามยิ้มๆ
“สิ่งที่ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าไม่เคยนึกเสียใจ” ฮวาเฟยเซวียนตอบอย่างหนักแน่น
หวังฮ่าวหรานลุกขึ้นยืน เดินเข้าไปหาฮวาเฟยเซวียนช้าๆ ก่อนจะรวบเอวบางอุ้มนางขึ้นมาในท่าเจ้าหญิง
“ช้าก่อน” จู่ๆฮวาเฟยเซวียนก็ร้องห้าม
“ท่านประมุขเปลี่ยนใจแล้วรึ?”
“แน่นอนว่าไม่ แต่หลังจากท่านได้สิ่งที่ต้องการแล้ว คุณชายต้องประกาศให้คนอื่นรู้ว่าข้าเป็นผู้หญิงของท่าน”
“เรื่องนั้นผมขอเวลาหน่อย ผมต้องเคลียร์กับสองพี่น้องตระกูลสวีก่อน” หวังฮ่าวหรานต่อรอง
“ไม่มีปัญหา เพียงแต่... เมื่อเรื่องนี้เสร็จสิ้น คุณชายต้องบอกความจริงกับศิษย์ของข้าฮวาเจี่ยอวี่ด้วย”
“ทำไมล่ะ?” หวังฮ่าวหรานงุนงง
คำพูดทำนองนี้ ฮวาเจี่ยอวี่ก็เคยพูดกับเขาเหมือนกัน
“นังศิษย์อกตัญญูนั่นมันมีใจให้คุณชายเหมือนกันน่ะสิ ถึงได้ท้าแข่งกับอาจารย์อย่างข้า ว่าใครจะได้คุณชายไปครอง” ฮวาเฟยเซวียนอธิบาย
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หวังฮ่าวหรานก็เข้าใจทันที
มิน่าล่ะ สองศิษย์อาจารย์ถึงได้ผลัดกันรุกหนักขนาดนี้ ที่แท้ก็กำลังแข่งกันอยู่นี่เอง
แต่ทำไมต้องแข่งกันด้วยล่ะ? อยู่ร่วมกันสามคนไม่ได้หรือไง?
คิดได้ดังนั้น หวังฮ่าวหรานจึงลองหยั่งเชิงถาม
“ทำแบบนี้ไม่กลัวจะกระทบความสัมพันธ์ศิษย์อาจารย์หรือ?”
“คุณชายคงอยากจะถามว่าทำไมเราถึงไม่อยู่ร่วมกันแทนใช่ไหม?” ฮวาเฟยเซวียนรู้ทัน “อนิจจา... กฎบรรพชนนิกายหยินเยว่ระบุไว้ชัดเจน หากประมุขนิกายมีความรักและตกเป็นของบุรุษคนใด จะต้องสละตำแหน่งทันที”
“ตอนนี้ในนิกายหยินเยว่มีเพียงข้ากับเจี่ยอวี่เท่านั้นที่มีคุณสมบัติเป็นประมุขนิกายได้ แต่เราทั้งคู่ต่างก็มีใจให้คุณชาย... ต้องมีสักคนที่ยอมตัดใจเพื่อรับช่วงต่อ เราเลยตกลงว่าจะใช้วิธีแข่งขันกัน คนแพ้ต้องยอมตัดใจและรับตำแหน่งประมุขนิกายไป”
“อ้อ... เป็นอย่างนี้นี่เอง” หวังฮ่าวหรานพยักหน้าเข้าใจ
ฮวาเฟยเซวียนเป่าลมหายใจรดต้นคอเขาเบาๆ “ข้ารู้ว่าคุณชายก็มีใจให้เจี่ยอวี่ แต่ท่านเลือกได้แค่คนเดียว หากคุณชายรังเกียจรูปลักษณ์ธรรมดาๆของข้าและชอบพอในตัวเจี่ยอวี่มากกว่า... ก็เชิญวางข้าลงเถิด”
พูดจบ นางก็แสร้งทำเสียงสะอื้นไห้เบาๆ
“หึ... ถ้าผมวางท่านลงตอนนี้ ท่านก็คงหาข้ออ้างอื่นมารั้งผมไว้อีกอยู่ดีใช่ไหมล่ะ?” หวังฮ่าวหรานรู้ทัน
ฮวาเฟยเซวียนหยุดร้องไห้ทันที เปลี่ยนเป็นหัวเราะคิกคัก “คุณชายนี่รู้ใจข้าจริงๆ แต่ข้ากล้าพนันเลยว่าคุณชายไม่มีทางวางข้าลงหรอก”
ใบหน้าของนางอยู่ห่างจากเขาเพียงคืบ นางเห็นไฟปรารถนาที่ลุกโชนในแววตาของเขาชัดเจน ย่อมเดาความคิดของเขาออกทะลุปรุโปร่ง
หวังฮ่าวหรานอยากจะแกล้งวางนางลงกับพื้นให้รู้แล้วรู้รอด แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ต่อสายตาหวานเชื่อมคู่นั้น
“ประมุขฮวา... ท่านชนะแล้ว” หวังฮ่าวหรานถอนหายใจ
ฮวาเฟยเซวียนลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะเริ่มรู้สึกประหม่าขึ้นมา
......
[ติ๊ง! โฮสต์ได้ครอบครองนางเอกฮวาเฟยเซวียนเป็นครั้งแรก ได้รับแต้มวายร้าย 16,000 แต้ม! ออร่านางเอกของฮวาเฟยเซวียน -800! ออร่าตัวเอกของซูเสวียน -800! ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +1,600!]
[ติ๊ง! ค่าความประทับใจของนางเอกฮวาเฟยเซวียนที่มีต่อโฮสต์เพิ่มขึ้น 19 แต้ม! ค่าความประทับใจรวมปัจจุบัน 99 (รักชั่วนิรันดร์)]
......
‘นังศิษย์อกตัญญู คิดจะแข่งกับอาจารย์ผู้นี้งั้นหรือ เจ้ายังห่างชั้นนัก!’
เมื่อภารกิจเสร็จสิ้น ฮวาเฟยเซวียนก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มในใจ
“คุณชาย รีบไปบอกความจริงกับเจี่ยอวี่กันเถอะเจ้าค่ะ ข้าจะได้ไปหารือกับผู้อาวุโส หาฤกษ์งามยามดีส่งต่อตำแหน่งให้นาง” ฮวาเฟยเซวียนกล่าว จากนั้นก็เอ่ยด้วยความคาดหวังถึงอนาคต
“ต่อจากนี้ไป ไม่ว่าจะที่ไหน ต่อให้เป็นสุดขอบโลกหรือทะเลเพลิง ข้าก็พร้อมจะติดตามคุณชายไปทุกที่”
“เรื่องนี้ขอเลื่อนไปอีกสักสองสามวันได้ไหม?” หวังฮ่าวหรานต่อรอง
“ทำไมหรือเจ้าคะ?” ฮวาเฟยเซวียนสงสัย
“ช่วงนี้ผมกำลังติดคอขวดของการบำเพ็ญเพียร ต้องการทรัพยากรอย่างเร่งด่วน แต่ตระกูลหวังไม่มีให้ ผมเลยอยากจะขอจากนิกายหยินเยว่สักหน่อย ถ้าท่านรีบสละตำแหน่งตอนนี้ ผมคงไม่กล้าไปขอกับฮวาเจี่ยอวี่หรอก จริงไหม?”
ฮวาเฟยเซวียนไม่อยากให้หวังฮ่าวหรานไปยุ่งเกี่ยวกับฮวาเจี่ยอวี่อยู่แล้ว จึงรีบตอบตกลง “งั้นเลื่อนไปก่อนก็ได้เจ้าค่ะ ข้าจะมอบป้ายอาญาสิทธิ์ประมุขนิกายให้ ท่านอยากได้อะไรในหอสมบัติก็เข้าไปหยิบได้ตามใจชอบเลย”
“ขอบพระคุณท่านประมุข ผมจะจดจำบุญคุณครั้งนี้ไว้” หวังฮ่าวหรานกล่าวอย่างยินดี
“ทำไมถึงพูดจาห่างเหินแบบนั้นล่ะ?” ฮวาเฟยเซวียนทำหน้ามุ่ย
“ขอบคุณนะ... ภรรยาของผม” หวังฮ่าวหรานรีบเปลี่ยนคำเรียก
ฮวาเฟยเซวียนรู้สึกเหมือนหัวใจถูกราดรดด้วยน้ำผึ้ง หวานล้ำจนแทบละลาย รู้สึกว่าต่อให้ตายตอนนี้ก็ไม่เสียดายชีวิตแล้ว
เนื่องจากยังเป็นเวลากลางวันแสกๆ ฮวาเฟยเซวียนจึงไม่กล้านั้งอยู่นาน หลังจากมอบป้ายอาญาสิทธิ์ให้หวังฮ่าวหรานแล้ว นางก็อาศัยจังหวะปลอดคนรีบจากไป
หวังฮ่าวหรานมองป้ายอาญาสิทธิ์ในมือด้วยรอยยิ้มกว้าง
เขาออกจากที่พัก สอบถามเส้นทางจากศิษย์ในนิกาย แล้วตรงดิ่งไปยังหอสมบัติของนิกายหยินเยว่
มีป้ายอาญาสิทธิ์อยู่ในมือ ก็เหมือนประมุขนิกายมาด้วยตัวเอง หวังฮ่าวหรานสามารถหยิบฉวยอะไรก็ได้ในหอสมบัติ
นิกายหยินเยว่ช่างอู้ฟู่กว่าตระกูลหวังหลายเท่านัก
หวังฮ่าวหรานไม่เกรงใจ กวาดทรัพยากรที่จำเป็นเข้าเจดีย์เบิกนภาจนเกลี้ยง
จากนั้นเขาก็เข้าไปในเจดีย์เบิกนภา
ก่อนมาที่นี่ เขาอยู่แค่ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นหก แต่ตอนนี้เขาใกล้จะบรรลุขอบเขตสร้างรากฐานขั้นสมบูรณ์แล้ว ซึ่งต้องขอบคุณสวีชิงถง ฮวาเจี่ยอวี่ และฮวาเฟยเซวียนที่มีส่วนช่วยหลืออย่างมาก
แน่นอนว่าของเหลววิญญาณจากขวดโกลาหลก็เช่นกัน
ระดับต่อไปหลังจากขอบเขตสร้างรากฐานขั้นสมบูรณ์ก็คือขอบเขตแก่นทองคำ
แม้จะห่างกันแค่ก้าวเดียว แต่ต่อให้ฝึกด้วยคัมภีร์จักรพรรดิมาร ก็ยังต้องใช้เวลาไม่น้อยในการทะลวงด่าน
แต่ถ้ามี ‘โอสถทะลวงขอบเขตระดับสอง’ ปัญหานี้ก็จะหมดไป
โอสถชนิดนี้ล้ำค่ามาก มีเพียงนักหลอมโอสถระดับสูงเท่านั้นที่หลอมได้
แต่สำหรับหวังฮ่าวหรานที่มีสูตรโกงการหลอมโอสถอยู่ในมือ เขาสามารถหลอมมันได้อย่างง่ายดาย สิ่งที่เขาขาดคือวัตถุดิบ
และในหอสมบัติของนิกายหยินเยว่... ก็มีวัตถุดิบเหล่านั้นครบครัน
หวังฮ่าวหรานเริ่มศึกษาตำราโอสถในเจดีย์เบิกนภา กระทั่งเริ่มรู้สึกว่าเข้าใจพอควรแล้ว จึงเริ่มลงมือหลอมโอสถทันที
*****