เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 702 ศิษย์อาจารย์

บทที่ 702 ศิษย์อาจารย์

บทที่ 702 ศิษย์อาจารย์


ฮวาเฟยเซวียนยิ้มกว้างด้วยความยินดีกับความสำเร็จของศิษย์รัก แต่แล้วรอยยิ้มก็เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว คิ้วเรียวขมวดมุ่นด้วยความกังวล

การที่ฮวาเจี่ยอวี่บรรลุขั้นสูงในจังหวะหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้ ชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับความรู้สึกรักใคร่ที่ก่อตัวขึ้น

แทนที่จะตัดใจ ฮวาเจี่ยอวี่กลับปล่อยให้ตัวเองถลำลึกลงไป ใช้ความรักเป็นแรงขับดันในการทะลวงด่าน เพื่อให้คัมภีร์มารจันทร์ทมิฬก้าวหน้า

วิธีการนี้... มันบ้าบิ่นและอันตรายเกินไป

ในอดีต มีศิษย์นิกายหยินเยว่บางคนที่พรสวรรค์ธรรมดา แต่อายุมากขึ้นจนถึงทางตัน จึงยอมเสี่ยงใช้วิธีนี้ในการเลื่อนขั้น

แต่จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา วิธีนี้มีโอกาสรอดเพียงหนึ่งในสิบ ส่วนใหญ่ล้วนจบชีวิตลงด้วยการถูกธาตุไฟเข้าแทรก

ฮวาเจี่ยอวี่คงได้ยินเรื่องราวเหล่านี้และตัดสินใจลองเสี่ยง โชคดีที่นางรอดมาได้ เพราะถ้าพลาดแม้แต่นิดเดียว... วันนี้คงเหลือเพียงชื่อ

“เจี่ยอวี่! เจ้ารู้ไหมว่ามันอันตรายแค่ไหน?!” ฮวาเฟยเซวียนตวาดเสียงดัง

ฮวาเจี่ยอวี่เป็นศิษย์เพียงคนเดียวที่นางฝากความหวังไว้ให้เป็นเสาหลักของนิกายในอนาคต

แต่กลับทำอะไรสิ้นคิด เอาชีวิตมาแขวนบนเส้นด้ายแบบนี้ ในฐานะว่าที่ประมุข นี่คือสิ่งที่ให้อภัยไม่ได้

ยิ่งไปกว่านั้น ฮวาเฟยเซวียนเลี้ยงดูฮวาเจี่ยอวี่มาตั้งแต่เล็ก ความผูกพันลึกซึ้งดุจแม่ลูก การที่ศิษย์รักเอาชีวิตไปเสี่ยง ย่อมทำให้นางทั้งโกรธและเสียใจ

“ท่านอาจารย์ ศิษย์รู้ว่ามันอันตรายไปหน่อย แต่... แต่ตอนนี้ศิษย์ก็ปลอดภัยดีไม่ใช่หรือ” ฮวาเจี่ยอวี่ตอบเสียงอ่อย

“เจ้า!” ฮวาเฟยเซวียนเงื้อมมือขึ้น หมายจะฟาดสั่งสอนสักฉาด แต่สุดท้ายก็ทำไม่ลง

“ท่านอาจารย์ใจดีที่สุดเลย” ฮวาเจี่ยอวี่ยิ้มร่าเมื่อเห็นอาจารย์ลดมือลง รีบเข้าไปกอดแขนออดอ้อน

“เจี่ยอวี่ อย่าได้ทำอะไรเสี่ยงตายแบบนี้อีกเด็ดขาด” ฮวาเฟยเซวียนกำชับเสียงเข้ม

“ตอนนั้นศิษย์กระทำไปโดยไม่ได้คิดให้ดี พอนึกย้อนไปก็กลัวเหมือนกัน แต่ผลลัพธ์ออกมาดีก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว” ฮวาเจี่ยอวี่ยิ้มแหยๆ ก่อนจะลองหยั่งเชิง

“ท่านอาจารย์ ท่านตัดสินใจหรือยังว่าจะส่งใครไปสานสัมพันธ์กับนายน้อยตระกูลหวัง?”

ฮวาเฟยเซวียนได้ยินคำถาม สีหน้าก็แปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย

นางอ่านความคิดของศิษย์ออกทะลุปรุโปร่ง

ที่ยอมเสี่ยงตายทะลวงระดับ ก็เพราะไม่อาจตัดใจจากชายหนุ่มคนนั้นได้ไม่ใช่หรือ?

หากเคล็ดวิชายังไม่บรรลุขั้นสูง การที่ฮวาเจี่ยอวี่ไปยุ่งเกี่ยวกับหวังฮ่าวหราน ก็เท่ากับแกว่งเท้าหาเสี้ยน รอวันธาตุไฟเข้าแทรก

แต่ตอนนี้เมื่อบรรลุแล้ว ความรักจึงไม่ใช่เรื่องต้องห้ามอีกต่อไป

คำถามของฮวาเจี่ยอวี่ ชัดเจนว่าเป็นการเสนอตัวทางอ้อม

ถ้าฮวาเฟยเซวียนยังไม่ได้เจอกับหวังฮ่าวหราน นางคงอนุมัติไปแล้ว แต่ตอนนี้...

ความรู้สึกในใจของนางช่างซับซ้อน ฮวาเฟยเซวียนไม่ตอบคำถามตรงๆ แต่เปรยขึ้นมาว่า “เมื่อวานข้าไปพบหวังฮ่าวหรานมาแล้ว”

“อ๋อ... เป็นอย่างนั้นเองหรือ แล้วท่านอาจารย์คิดว่าเขาเป็นคนยังไง?” ฮวาเจี่ยอวี่ถามด้วยความอยากรู้

“เขามีจิตใจที่มั่นคงพอสมควร มิใช่สุภาพบุรุษ แต่ก็ไม่ใช่พวกบ้าตัณหาที่เห็นใครก็คว้าไว้หมด” ฮวาเฟยเซวียนวิจารณ์ “ถ้าคิดจะสานสัมพันธ์ ศิษย์ทั่วไปในนิกายคงไม่มีทางทำสำเร็จ”

ฮวาเจี่ยอวี่ฟังแล้วก็ยิ้มแก้มปริ รีบสนับสนุน “ศิษย์ก็คิดเช่นนั้น คนระดับเขา ต้องใช้ศิษย์หลักขึ้นไปเท่านั้นถึงจะเอาอยู่”

นางเกือบจะหลุดปากบอกไปแล้วว่า ‘ต้องระดับศิษย์สายตรงอย่างข้าเท่านั้น’

“คนผู้นี้ไม่ธรรมดา เกรงว่าแม้แต่ศิษย์หลักก็ยังมือไม่ถึง” ฮวาเฟยเซวียนทำสีหน้าเคร่งเครียด

ฮวาเจี่ยอวี่ตาเป็นประกาย รอฟังประโยคถัดไปอย่างใจจดใจจ่อ

ฮวาเฟยเซวียนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจกล่าวออกมา “ดังนั้น... อาจารย์จึงคิดว่าจะลงมือด้วยตัวเอง”

“เยี่ยมเลย! ศิษย์รับรองว่าจะไม่ทำให้ท่านอาจารย์ผิดหวัง จะมัดใจเขาให้อยู่หมัด ให้เขากลายเป็นทาสรักของนิกายหยินเยว่...” ฮวาเจี่ยอวี่รัวคำพูดด้วยความดีใจ แต่แล้วก็ชะงักกึก “เอ๊ะ! เดี๋ยว! ท่านอาจารย์ว่ายังไงนะ?”

“เขาเป็นคนซับซ้อนเกินกว่าเจ้าจะรับมือไหว แม้แต่เจ้าเองก็อาจจะพลาดท่าเสียทีเขาได้ อีกอย่างคนแบบนี้ไม่ใช่คนดีนัก รอบกายย่อมมีสตรีมากมาย อาจารย์ไม่อยากให้เจ้าต้องเจ็บช้ำน้ำใจ ข้ายอมลำบากเองดีกว่า” ฮวาเฟยเซวียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเสียสละ แต่ในใจกลับรู้สึกผิด

“ท่านอาจารย์ ศิษย์มั่นใจว่าทำได้! เรื่องสตรีอื่นศิษย์ไม่สนใจ ศิษย์ยอมเสียสละเพื่ออนาคตของนิกาย!” ฮวาเจี่ยอวี่รีบแย้ง

“ไม่ได้! อนาคตของนิกายหยินเยว่ฝากไว้ในมือเจ้า อาจารย์กลัวว่าเจ้าจะถลำลึกจนโงหัวไม่ขึ้น หากวันหน้าหวังฮ่าวหรานคิดร้ายต่อนิกาย แล้วเจ้าหลงเชื่อเขาจนหมดใจ นิกายหยินเยว่อาจถึงคราวล่มสลาย” ฮวาเฟยเซวียนยังคงยืนกราน

ฮวาเจี่ยอวี่อ้าปากค้าง เตรียมจะเถียงต่อ

แต่ฮวาเฟยเซวียนตัดบทด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ

“ศิษย์รุ่นที่เก้า ฮวาเจี่ยอวี่! รับคำสั่ง!”

“เจ้าค่ะ” ฮวาเจี่ยอวี่เห็นอาจารย์จริงจัง จึงรีบคุกเข่าลงทันที

ฮวาเฟยเซวียนหยิบป้ายอาญาสิทธิ์ประมุขนิกายออกมา ยื่นส่งให้

“ข้าขอมอบตำแหน่งประมุขนิกายหยินเยว่ให้แก่เจ้า นับจากนี้ไป เจ้าคือประมุขรุ่นที่เก้า”

ฮวาเฟยเซวียนยัดป้ายใส่มือศิษย์ที่กำลังงุนงง แล้วประคองฮวาเจี่ยอวี่ให้ลุกขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้

จากนั้น ฮวาเฟยเซวียนก็ถอยหลังลงมา ประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม

“คารวะท่านประมุข!”

ฮวาเจี่ยอวี่ตะลึงจนวิญญาณแทบหลุดจากร่าง กว่าจะตั้งสติได้ก็รีบปฏิเสธพัลวัน “ท่านอาจารย์! ไม่ได้นะ ศิษย์ยังไม่พร้อมรับหน้าที่ใหญ่หลวงแบบนี้ ขอท่านอาจารย์ถอนคำสั่งด้วยเถิด!”

“คำสั่งที่ประกาศออกไปแล้วไม่อาจเรียกคืนได้ เดี๋ยวข้าจะไปหารือกับผู้อาวุโสเพื่อหาฤกษ์งามยามดีจัดพิธีสืบทอดตำแหน่งอย่างเป็นทางการ” ฮวาเฟยเซวียนกล่าวเสียงเรียบ

สาเหตุที่นางนอนไม่หลับทั้งคืน ก็เพราะมัวแต่กลุ้มใจเรื่องความรัก

ด้วยวิชาของนิกายหยินเยว่ เมื่อมีความรักแล้วยากจะถอนตัว แถมความรู้สึกยังรุนแรงกว่าคนทั่วไปหลายเท่า หากมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ก็จะยิ่งผูกพันจนแทบขาดอีกฝ่ายไม่ได้ ทั้งยังยอมจำนนโดยสิ้นเชิง

ฮวาเฟยเซวียนรู้ตัวว่านางตกหลุมรักหวังฮ่าวหรานเข้าแล้ว และอยากจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกับเขา

แต่ในฐานะประมุข นางมีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบ

หากนางคบหากับหวังฮ่าวหราน นางกลัวว่าความรักจะทำให้นางหูหนวกตาบอด ยอมเชื่อฟังเขาทุกอย่าง

ถ้าหวังฮ่าวหรานคิดไม่ซื่อกับนิกาย นั่นจะนำมาซึ่งหายนะ

ฮวาเฟยเซวียนจึงต้องเลือกระหว่างหน้าที่กับความรัก

แต่ตอนนี้ เมื่อฮวาเจี่ยอวี่บรรลุวิชาขั้นสูงและมีคุณสมบัติพร้อมจะสืบทอดตำแหน่ง ปัญหาทุกอย่างก็คลี่คลาย

แค่ยกตำแหน่งให้ศิษย์ แล้วสละอำนาจทั้งหมด พร้อมทั้งทำลายวรยุทธ์ส่วนใหญ่ทิ้งไป

ต่อให้วันหน้าเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นจริง นางที่ไร้อำนาจและพลังก็คงสร้างความเสียหายให้นิกายไม่ได้มากนัก

น่าเสียดายที่ฮวาเฟยเซวียนหารู้ไม่ว่า... ศิษย์รักของนางก็มีความคิดแบบเดียวกัน!

ฮวาเจี่ยอวี่เองก็วางแผนจะหาโอกาสถอนตัวจากตำแหน่งว่าที่ประมุขอยู่แล้ว จะให้มารับตำแหน่งประมุขนิกายงั้นหรือ? ฝันไปเถอะ!

“ท่านอาจารย์! ศิษย์ขอปฏิเสธตำแหน่งประมุขนิกาย!” ฮวาเจี่ยอวี่ยัดป้ายคืนใส่มือฮวาเฟยเซวียน ประกาศกร้าวด้วยใบหน้าจริงจัง

*****

จบบทที่ บทที่ 702 ศิษย์อาจารย์

คัดลอกลิงก์แล้ว