- หน้าแรก
- เซียนกระบี่ขับเจ็ต : ระบบเข้าใจผิด คิดว่าเครื่องบินคือกระบี่เหิน!
- บทที่ 430 ปริศนามิติซ้อนทับ!
บทที่ 430 ปริศนามิติซ้อนทับ!
บทที่ 430 ปริศนามิติซ้อนทับ!
บทที่ 430 ปริศนามิติซ้อนทับ!
คำสี่คำนี้ (เมล็ดกระบี่เผยแพร่วิถี) แฝงไว้ด้วยตรรกะที่เป็นการปฏิวัติรูปแบบเดิมๆ
พละกำลังและสติปัญญาของหานเฟิงเพียงคนเดียวนั้นย่อมมีขีดจำกัด
แต่สติปัญญาและวาสนาของสิ่งมีชีวิตทั่วหล้านั้นไร้ขีดจำกัด
เขาไม่สามารถเรียนรู้วิชากระบี่ วิชาตัวเบา หรือวิชาลับทั้งหมดในโลกได้ด้วยตัวเอง
แต่ทว่าเขาสามารถใช้ 【เมล็ดกระบี่】 เพื่อยืมพรสวรรค์ วาสนา และเวลาของผู้อื่น มาใช้ในการฝึกฝน การแสดงวิชา และการบรรลุมรรคผลเพื่อตนเองได้
วิธีการใช้งานคือ นำความเข้าใจใน "วิถี" อย่างใดอย่างหนึ่งของตนเอง โดยใช้ "ปราณกระบี่เผาวิญญาณ" หนึ่งสายเป็นแกนกลาง
จากนั้นอัดฉีดพลังจิตหนึ่งส่วนของตนเองเข้าไป โดยใช้ทรัพยากรวิญญาณระดับสูงเป็นสื่อกลาง เพื่อควบแน่นเป็น 【เมล็ดกระบี่】 ที่ไร้รูป
จากนั้น จึงนำเมล็ดกระบี่นี้ไปฝังไว้ในร่างกายของเป้าหมายที่เหมาะสม
เป้าหมายนี้อาจเป็นมิตร หรือศัตรูก็ได้
ขอเพียงแค่ในวินาทีที่ฝังลงไป จิตใจหรือดวงวิญญาณของอีกฝ่ายไม่เกิดการต่อต้านก็พอ
สำหรับมิตร นี่คือของประทาน
เมล็ดกระบี่จะค่อยๆ ชี้นำอีกฝ่ายอย่างแนบเนียน ขยายจุดแข็งของเขา และช่วยให้เขาพุ่งทะยานข้ามขีดจำกัด
สำหรับศัตรู นี่คือการช่วงชิง
เขาสามารถฝังมันลงไปได้อย่างแนบเนียนในขณะที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัว ผ่านทางการรักษาบาดแผล หรือซ่อนไว้ในเม็ดยาและอาวุธวิญญาณ
เมื่อเป้าหมายที่ถูกฝังเมล็ดกระบี่ไว้ บรรลุการก้าวกระโดดครั้งสำคัญในทักษะที่เกี่ยวข้อง
"กระแสแห่งเต๋า" และ "ความตระหนักรู้" แห่งการก้าวกระโดดนั้น จะกลั่นตัวเป็น 【ผลกระบี่】 ในส่วนลึกของดวงวิญญาณของเป้าหมาย
และหานเฟิง สามารถทำการ "เก็บเกี่ยว" ผลไม้นี้จากระยะไกลได้จากทุกที่
หากเป็นมิตร มันคือ "การเก็บเกี่ยวแบบวิน-วิน"
เขาจะดึงไปเพียงผลึกแห่งกระแสเต๋านั้น รากฐานของอีกฝ่ายจะไม่เสียหาย และจะยิ่งมั่นคงขึ้นด้วยซ้ำ
หากเป็นศัตรู นั่นคือ "การเก็บเกี่ยวแบบปล้นชิง"
เขาจะสูบเอาทั้งพลังบ่มเพาะและต้นกำเนิดพรสวรรค์ไปด้วย อย่างเบาก็ระดับพลังร่วงหล่น อย่างหนักก็กลายเป็นคนพิการไปทันที
หลังจากหานเฟิงดูดซับ 【ผลกระบี่】 เขาจะได้รับทักษะนั้นมาในทันที และระดับความชำนาญจะเพิ่มขึ้นถึงระดับสูงสุดเท่ากับเป้าหมายในตอนที่ผลไม้สุกงอมพอดี
"นี่มันไม่ใช่การทำธุรกิจเงินร่วมลงทุนหรอกเหรอ?"
หานเฟิงพึมพำในใจ
เขาทำหน้าที่เป็นเจ้าของเงินทุน มอบเงินทุนรอบ "Seed Round" ซึ่งก็คือ 【เมล็ดกระบี่】
บรรดาอัจฉริยะเหล่านั้นก็คือ "สตาร์ทอัพ" ที่ใช้เวลาและชีวิตของตนเองไปต่อสู้และทำการ "วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี"
เมื่อ "บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์" (บรรลุการก้าวกระโดดครั้งใหญ่) เขาก็จะเข้าไปเก็บเกี่ยวผลประโยชน์โดยตรง และเอา "หุ้น" (ความตระหนักรู้ในมรรคผล) ที่เป็นแกนกลางที่สุดไป
"ออกจะหน้าเลือดไปหน่อยนะ แต่ฉันชอบแฮะ"
การจะเป็นนักลงทุนที่ยอดเยี่ยม ขั้นแรกต้องมีสายตาที่สามารถคัดเลือกโปรเจกต์คุณภาพได้ก่อน
ดูเหมือนระบบจะคิดเผื่อเรื่องนี้ไว้แล้ว
พรสวรรค์เดิมของเขาอย่าง 【สัมผัสทัศนา】 และ 【วิเคราะห์สรรพสิ่ง】 ได้หลอมรวมและอัปเกรดเป็น 【ดวงตาแห่งการหยั่งรู้】 ที่ทรงพลังยิ่งกว่า
สิ่งที่ 【ดวงตาแห่งการหยั่งรู้】 มองเห็นได้นั้น มีมากกว่าเมื่อก่อนเยอะมาก
ตัวอย่างเช่น 【การสำแดงพรสวรรค์】
เขาสามารถมองเห็นศักยภาพพรสวรรค์ของสิ่งมีชีวิตใดๆ และถูกทำเครื่องหมายไว้ด้วยรัศมีสีที่แตกต่างกัน
ตั้งแต่ระดับสามัญ (ขาวเทา) ต่ำสุด ไปจนถึงระดับผู้มีพรสวรรค์ (สีเขียว) , ระดับหัวกะทิ (สีน้ำเงิน) , ระดับอัจฉริยะ (สีม่วง)
ไปจนถึงระดับที่สูงกว่าอย่างระดับยอดอัจฉริยะ (สีทอง) และระดับศักดิ์สิทธิ์ (เจ็ดสี)
"ทีนี้ก็ดีเลย เดินไปตามถนนก็เห็นป้าย 'ระดับความหายาก' ลอยอยู่เต็มไปหมด" หานเฟิงอดคิดไม่ได้
ตัวอย่างเช่น 【การสังเกตโชคลาภ】
สามารถมองเห็นเส้นด้ายโชคลาภที่พันอยู่เหนือหัวของเป้าหมาย ว่ารุ่งเรืองหรือเสื่อมถอย เห็นได้ชัดเจนในพริบตา
นี่มันคือ "พยากรณ์อากาศ" บวกกับ "การวิเคราะห์ดัชนีตลาดหุ้น" บนเส้นทางชีวิตชัดๆ
ใครคือหุ้นเติบโต ใครคือหุ้นขยะ มองเห็นทะลุปรุโปร่ง
ยังมี 【การวิเคราะห์โครงสร้างกระดูก】 และ 【การเตือนจุดบกพร่อง】 ที่สามารถมองทะลุกายพิเศษ และยังพบจุดติดขัดของวิชาฝึกฝนรวมถึงอาการบาดเจ็บภายในร่างกายได้อีกด้วย
นี่คือฟังก์ชันเสริมที่ถูกสร้างมาเพื่อ 【เมล็ดกระบี่เผยแพร่วิถี】 โดยเฉพาะชัดๆ
หาคน, ลงทุน, เก็บเกี่ยว
วงจรธุรกิจที่สมบูรณ์แบบ
"ใช้สติปัญญาของสรรพสัตว์ หล่อหลอมกระบี่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของข้า"
หานเฟิงพึมพำกับตนเอง ในที่สุดเขาก็เข้าใจความหมายที่แท้จริงของประโยคนี้แล้ว
เขาลำพังคนเดียวต่อให้แข็งแกร่งแค่ไหน ก็เป็นเพียงคนคนหนึ่ง
แต่ถ้าหากอัจฉริยะทั่วทั้งโลกต่างก็กำลัง "ช่วย" เขาฝึกฝนล่ะ?
นั่นจะเป็นภาพที่น่าสะพรึงกลัวเพียงใด
ยิ่งหานเฟิงคิดก็ยิ่งตื่นเต้น แทบจะอยากพุ่งกลับเข้าเมืองตงไห่เดี๋ยวนี้เลย
เพื่อเปิด 【ดวงตาแห่งการหยั่งรู้】 ดูว่าเหนือหัวของพวกซูมูเสวี่ยและจางห้าวจะมีแสงสีอะไรกันบ้าง
ในขณะที่เขากำลังจะออกจากพื้นที่สุสานกระบี่เพื่อกลับสู่โลกความจริง
ทันใดนั้น ท่าทางของเขาก็พลันแข็งค้าง
กลิ่นอายที่ทรงพลังอย่างยิ่งสายหนึ่ง กำลังมุ่งหน้ามายังตำแหน่งที่เขาอยู่ด้วยความเร็วที่น่าตกใจจากทิศทางของเมืองปราการตงไห่
กลิ่นอายนั้นกว้างใหญ่ไพศาลราวกับมหาสมุทร หลอมรวมเข้ากับฟ้าดินอย่างสมบูรณ์ นั่นคือสัญลักษณ์ของมหาปรมาจารย์ขอบเขตสวรรค์มนุษย์ระดับห้า!
"เย่เต้าหยวน?"
หัวใจของหานเฟิงกระตุกวูบ
เขาล้มเลิกความคิดที่จะออกไปทันที เพียงใช้ความคิด หน้าจอแสงก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
สิ่งที่แสดงบนหน้าจอแสง ก็คือภาพของโลกแห่งความเป็นจริงภายนอกพื้นที่สุสานกระบี่
ร่างหนึ่งยืนตระหง่านอยู่บนท้องฟ้าสูงหลายร้อยเมตร รอบกายไม่มีการผันผวนของพลังงานใดๆ แต่กลับแผ่ความกดดันที่ทำให้หายใจไม่ออกออกมา
ผู้ที่มาก็คือประธานสภาเมืองตงไห่ เย่เต้าหยวน
เห็นได้ชัดว่าเขาถูกดึงดูดมาด้วยแรงสั่นสะเทือนของมิติที่รุนแรงตอนที่มีการเลื่อนขั้นเมื่อครู่นี้
หานเฟิงกลั้นหายใจ หลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่อิสระของตนเอง จ้องมองผู้ปกครองสูงสุดของเมืองตงไห่ท่านนี้ด้วยความประหม่า
เย่เต้าหยวนไม่ได้ร่อนลงจอดในทันที เขาเพียงลอยตัวนิ่งอยู่กลางอากาศ หลับตาลง
ดูเหมือนเขากำลังใช้บางสิ่งนอกเหนือจากสัมผัสจิตในการรับรู้ทุกสิ่งรอบตัว
ไม่กี่วินาทีต่อมา เขาก็ลืมตาขึ้น สายตาจับจ้องไปที่หลุมยุบทรงกลมขนาดมหึมาเบื้องล่างอย่างแม่นยำ
ณ ที่แห่งนั้น เดิมทีควรจะมีภูเขาเล็กๆ สูงร้อยเมตรตั้งอยู่
ร่างของเขาไหววูบครั้งหนึ่ง ปรากฏตัวขึ้นที่ขอบหลุมยุบอย่างเงียบเชียบ
เขานั่งยองๆ ลง ยื่นนิ้วมือออกไป สัมผัสพื้นดินที่เรียบเนียนดุจกระจกนั้นอย่างแผ่วเบา
ดินและหินที่นั่น ราวกับถูกพลังอำนาจที่เหนือล้ำบางอย่างตัดขาดออกจากกันกลางอากาศ รอยตัดนั้นแสดงให้เห็นถึงความเรียบเนียนอย่างที่ไม่มีทางเป็นไปได้
ปลายนิ้วของเย่เต้าหยวน ลากผ่าน "รอยต่อ" ระหว่างพื้นดินที่นี่กับภูมิประเทศปกติรอบๆ
เขาสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า กฎเกณฑ์มิติที่นี่ มีความแตกต่างจากภายนอกเพียงเล็กน้อยมาก
มันเหมือนกับจิ๊กซอว์ชิ้นหนึ่ง ที่ถูกคนขุดออกไปหนึ่งชิ้นดื้อๆ
จากนั้นก็นำบล็อกไม้อีกชิ้นที่ดูคล้ายๆ กันแต่มีวัสดุต่างกันโดยสิ้นเชิงมาเติมเต็มเข้าไปแทน
แม้ภายนอกจะดูแนบสนิทไร้รอยต่อ แต่เนื้อแท้ได้เปลี่ยนไปแล้ว
เป็นครั้งแรกที่บนใบหน้าของเขาปรากฏแววตาที่เคร่งขรึมออกมา
นี่ไม่ใช่สิ่งที่ผู้บ่มเพาะขอบเขตสวรรค์มนุษย์ทั่วไปจะทำได้
หรือจะพูfให้ถูกคือ นี่มันเกินขอบเขตของความเข้าใจเรื่อง "พละกำลัง" ของเขาไปแล้ว
นี่ไม่ใช่การทำลายล้าง แต่มันคือ... การตัดเฉือน
การตัดพื้นที่ทรงกลมรัศมีสามร้อยห้าสิบเมตร พร้อมกับมวลสารที่อยู่ข้างในออกไปจากโลกแห่งความเป็นจริงอย่างสมบูรณ์และเงียบเชียบ
นี่มันคือวิธีการที่น่าสะพรึงกลัวขนาดไหนกัน?
หากพลังชนิดนี้ถูกนำมาใช้กับเมืองปราการตงไห่...
เย่เต้าหยวนไม่กล้าคิดต่อ