- หน้าแรก
- วันสิ้นโลกทั้งที ไปแหยมกับพวกตัวเป้งสักหน่อยจะเป็นไรไป
- ตอนที่ 22 แผนร้ายของตัวละครสมทบหญิง
ตอนที่ 22 แผนร้ายของตัวละครสมทบหญิง
ตอนที่ 22 แผนร้ายของตัวละครสมทบหญิง
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น รถก็เริ่มออกเดินทางอีกครั้ง
มู่กั่วกั่วสังเกตเห็นว่าบรรยากาศภายในรถวันนี้เงียบสงบเป็นพิเศษ เธอรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติกับสือเย่และเฉินเหยาเหยา
เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
เมื่อไม่มีอะไรทำ เธอจึงทอดสายตามองดูพายุทรายสีเหลืองที่พัดปลิวว่อนเต็มท้องฟ้า
ด้วยวิธีนี้ หลังจากผ่านไปครึ่งวัน พวกเขาก็มาถึงจุดปลอดภัยแห่งแรกในทะเลทรายโดยไม่พบเจอกับอันตรายใดๆ
สือเย่จอดรถที่ทางเข้าและถามด้วยความกังวล "เราจะทำยังไงกับเสบียงทั้งหมดในรถนี่ดีล่ะ"
ถ้าไม่ได้รับอนุญาตให้นำของเข้าไปข้างใน พวกเขาจะทำยังไงดี
มู่กั่วกั่วรู้ว่าพวกเขาไม่มีมิติเก็บของ ในตอนนี้เอง เธอถึงตระหนักได้ว่ามิติเล็กๆ ของเธอนั้นมีประโยชน์แค่ไหน แต่เนื่องจากมีคนนอกอยู่ด้วย เธอจึงยังไม่อยากเปิดเผยมันในตอนนี้
สือหมิงเป็นคนที่มีไอคิวสูงปรี๊ดอยู่เสมอ ใบหน้าหล่อเหลาของเขาไม่มีความหวั่นไหวใดๆ ให้เห็นเลยแม้แต่น้อยขณะที่เขาเอ่ยอย่างใจเย็น "ให้คริสตัลคอร์พวกมันไปสักสองสามก้อน เดี๋ยวพวกมันก็ยอมให้เราเข้าไปเอง"
การยึดรถไม่น่าจะใช่วิธีการของฐานทัพใหญ่หรอก
เมื่อทำตามที่พี่ชายบอก ในที่สุดสือเย่ก็ขับรถเข้าไปข้างในได้ ด้านในมีกระโจมที่ทำจากดินเหลืองหลายหลัง ซึ่งดูเรียบง่ายแต่แข็งแรงทนทาน
พวกเขาหามุมเงียบๆ เพื่อตั้งหลัก
"ข้างในนี้มีเตียงตั้งสองเตียงแน่ะ แสงสว่างอาจจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่อย่างอื่นก็ถือว่าใช้ได้เลยนะ" มู่กั่วกั่วพูดขึ้นลอยๆ ขณะเดินเข้าไป
เธอกำลังบอกใบ้ว่าที่นี่คงไม่มีที่ว่างพอสำหรับทุกคนหรอกนะ
สือเย่รีบออกคำสั่งไล่เฉินเหยาเหยาทันที "เธอไปได้แล้ว ข้อตกลงของเราจบลงแค่นี้"
ท่าทางของเขาในตอนนี้แตกต่างจากตอนที่รับเธอขึ้นรถมาอย่างสิ้นเชิง แค่มองหน้าเธอเขาก็รู้สึกอึดอัดไปหมดแล้ว
ไม่ว่ายังไง มันก็ดูแปลกๆ อยู่ดีนั่นแหละ
มู่กั่วกั่วอยากจะยกนิ้วโป้งให้เขาจริงๆ
เพื่อนเอ๋ย ในที่สุดนายก็ตาสว่างสักที ฉันนึกว่านายจะหลงเสน่ห์ยัยนี่จนกู่ไม่กลับซะแล้ว
แต่ดูเหมือนว่าหล่อนจะไม่ยอมไปง่ายๆ หรอกนะ
เฉินเหยาเหยามองมาอย่างน่าสงสาร "ฉันให้ของที่มีค่าที่สุดกับพวกคุณไปหมดแล้ว ตอนนี้ฉันไม่มีปัญญาจ่ายค่าเช่าบ้านหรอกนะคะ ฉันขอร้องล่ะ... ขอร้องล่ะ อย่าไล่ฉันไปเลยนะ"
"ให้ฉันนอนบนพื้นก็ได้"
เธอตระหนักได้ว่าตัวเองกำลังจะถูกทิ้ง และต้องการต่อสู้เพื่อหาทางรอด เมื่อกี้ตอนที่ขับรถผ่านข้างนอก มีแต่พวกผู้ชายหน้าเถื่อนๆ เต็มไปหมด ลองจินตนาการดูสิว่าผู้หญิงตัวคนเดียวที่ไม่มีทีมของตัวเองจะต้องเจอกับความโหดร้ายขนาดไหน
ยิ่งไปกว่านั้น สองพี่น้องคู่นี้ก็คุ้มค่าพอที่จะให้เธอทุ่มเทความพยายาม
สือหมิงแค่หาที่นั่งลง รอคอยดูอย่างเงียบๆ ว่าน้องชายของเขาจะจัดการเรื่องนี้ยังไง โดยไม่ได้คิดจะเข้าไปช่วย
เขาต้องหัดแก้ปัญหาพวกนี้ด้วยตัวเองบ้าง
นัยน์ตาสีเข้มของสือเย่ค่อยๆ หม่นลง เขาก้าวเข้าไปหาเธอและเอ่ยเตือนอีกครั้ง "เธอไม่อยากไปงั้นสิ งั้นฉันคงต้องใช้วิธีอื่นจัดการกับเธอแล้วล่ะ"
แววตาที่บ้าคลั่งและกระหายเลือดของชายหนุ่ม...
...ทำเอาเฉินเหยาเหยาหวาดกลัวจนต้องถอยหลังไปหลายก้าว ผู้ชายคนนี้กลายเป็นคนน่ากลัวขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ตอนเจอกันครั้งแรกเขายังทำตัวเหมือนลูกหมาเชื่องๆ อยู่เลย เปลี่ยนสีหน้าได้เร็วจริงๆ
คงไม่ใช่เพราะนังผู้หญิงคนนั้นทนเห็นหน้าเธอไม่ได้หรอกนะ
คอยดูเถอะ ถ้าเธอไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ คนอื่นก็อย่าหวังว่าจะได้อยู่อย่างสงบสุขเลย เธอต้องหาวิธีกำจัดมู่กั่วกั่วให้ได้ นังผู้หญิงคนนี้ดูทั้งอ่อนแอแถมยังไม่มีพลังพิเศษอะไรเลย
ทำไมหล่อนถึงได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างกันด้วยล่ะ!
ประกายแห่งจิตสังหารพาดผ่านดวงตาของเฉินเหยาเหยา แต่เธอก็รีบแสดงความอ่อนแอออกมาอย่างรวดเร็ว "งั้น... งั้นฉันไม่รบกวนพวกคุณแล้วก็ได้ค่ะ"
หญิงสาวรีบวิ่งไปพักที่ห้องว่างข้างๆ อย่างไรก็ตาม เธอเหลือขนมปังแค่สามชิ้นกับน้ำหนึ่งขวดเท่านั้น ซึ่งเธอได้มาจากการหน้าด้านขอร้องพวกเขา
พวกเขาทำความสะอาดห้องอย่างรวดเร็ว หลังจากกินและดื่มจนอิ่มหนำสำราญ พวกเขาก็ล้มตัวลงนอนพักผ่อน
จุดปลอดภัยแห่งนี้มีคนคอยคุ้มกัน และจะมีการส่งสัญญาณเตือนหากมีอันตราย คืนนี้พวกเขาน่าจะนอนหลับได้สนิทขึ้นหน่อย
มู่กั่วกั่วมองดูสือหมิงที่กำลังผล็อยหลับอยู่ข้างๆ เธอ เขาดูเหนื่อยมาก ช่วงหลายวันที่ผ่านมาเขาคงไม่ได้นอนพักผ่อนอย่างเต็มที่แน่ๆ
นานๆ ทีเขาจะทำตัวว่าง่ายแบบนี้นะ
188 เอ่ยเตือนเธอ "โฮสต์ คุณจะอัปเกรดพลังพิเศษไหม มีแพ็กเกจของขวัญสำหรับการใช้จ่ายครบ 20 แต้มด้วยนะ"
แต้มพวกนี้ได้มาไม่ง่ายเลยจริงๆ
มู่กั่วกั่วพยักหน้า "งั้นก็อัปเกรดเลย"
20 แต้มหายวับไปในพริบตา เหลือแค่ 1 แต้มเท่านั้น!
หลังจากเปิดแพ็กเกจของขวัญ เสียงเครื่องจักรของ 188 ก็ดังขึ้นอีกครั้ง "ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับอาวุธ 'แส้เพลิง'"
คำอธิบาย: สามารถทำลายการป้องกันระดับ 3 ได้ นอกจากนี้ยังมีโอกาสกระตุ้นพลังงานแห่งไฟ ซึ่งเมื่อถูกกระตุ้นแล้ว จะสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ระดับ 4 ถึง 5 ได้อย่างง่ายดาย การอัปเกรดจะทำให้มันทรงพลังยิ่งขึ้น
มู่กั่วกั่วไม่ได้หยิบอาวุธออกมา แค่อ่านคำอธิบายเธอก็รู้สึกว่ามันยอดเยี่ยมมากแล้ว เธอต้องฝึกตวัดแส้ให้ชำนาญกว่านี้ เธอต้องแอบฝึกฝนตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างลับๆ
โชคดีที่มีคู่มือเทคนิคการโจมตีด้วยแส้แถมมาให้ด้วย
แค่คิดว่าจะได้ใช้อาวุธนี้ฟาดพวกพระเอกแล้วทำตัวเป็นราชินีก็ดูเข้าท่าไม่เบาเลยแฮะ
มู่กั่วกั่วค่อยๆ ผล็อยหลับไปท่ามกลางจินตนาการของตัวเอง
เมื่อตื่นขึ้นมา เธอก็ไม่เห็นสือหมิงแล้ว สือเย่อธิบายว่า "พี่ใหญ่ไปที่ตลาดแลกเปลี่ยนน่ะ กั่วกั่ว อยู่ในห้องดีๆ นะ เดี๋ยวฉันดูดซับคริสตัลคอร์เสร็จแล้วจะพาออกไปเดินเล่น"
เขารีบเข้าสู่สภาวะการบ่มเพาะพลังทันทีหลังจากสั่งเสียเสร็จ
เธอรับคำอย่างว่าง่าย หลังจากกินอะไรเสร็จ เธอก็หยิบแส้ออกมาจากมิติและเริ่มฝึกซ้อม
เธอไม่เคยหยุดนิ่งบนเส้นทางสู่ความแข็งแกร่ง
สองชั่วโมงต่อมา ก็มีเสียงเคาะประตู
มู่กั่วกั่วคิดว่าเป็นสือหมิงที่กลับมาแล้ว เธอเก็บแส้แล้ววิ่งไปเปิดประตู แต่กลับพบว่าเป็นเฉินเหยาเหยา ผู้หญิงคนนั้นทำไมถึงได้มาตามรังควานเธออีกเนี่ย
"พวกเขาไม่อยู่บ้านหรอก ค่อยมาใหม่ทีหลังนะ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบสุดๆ
ความดีใจฉายชัดในแววตาของเฉินเหยาเหยาอย่างปิดไม่มิดขณะที่เธอส่งยิ้มให้ "กั่วกั่ว ฉันตั้งใจมาหาเธอนั่นแหละ เธอช่วย... ไปเป็นเพื่อนฉันซื้อเสื้อผ้าดีๆ หน่อยได้ไหม"
"ฉันยังมีเสบียงเหลือพอเอาไปแลกได้อยู่... ขอร้องล่ะ... ฉันกลัวที่จะต้องไปคนเดียวน่ะ"
แน่นอนว่ามู่กั่วกั่วรู้ดีว่าหล่อนกำลังวางกับดัก
ไม่เข้าถ้ำเสือก็ไม่ได้ลูกเสือ ทั้งคู่ต่างก็อยากจะฆ่าอีกฝ่ายให้ตาย ดังนั้นเธอจึงต้องยอมเสี่ยง เธอควรจะรับคำท้านี้ดีไหมนะ
ขณะที่เธอกำลังลังเล...
เสียงเครื่องจักรของ 188 ก็ดังขึ้น "พลังสายจิตของสือหมิงอยู่ระดับ 4 แล้ว จุดปลอดภัยนี้ไม่ได้กว้างขวางอะไรมาก ไม่ต้องห่วงว่าเขาจะหาคุณไม่เจอหรอก ไปกับหล่อนได้อย่างสบายใจเลย ถ้าเกิดอันตรายถึงชีวิต ฉันจะวาร์ปคุณไปที่ปลอดภัยเอง"
ถ้าไม่กำจัดตัวละครสมทบหญิงคนนี้ทิ้ง ช้าเร็วก็ต้องเกิดเรื่องแน่ๆ
มู่กั่วกั่วพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย "ตกลง งั้นก็ไปกันเถอะ"
เฉินเหยาเหยาแอบแสยะยิ้มในใจ นังหน้าสวยไร้สมองนี่อีกเดี๋ยวก็จะต้องหายไปจากที่นี่แล้ว โทษใครไม่ได้นอกจากความโง่ของตัวเองที่เชื่อใจคนง่ายเกินไป
พวกเธอเดินมาถึงมุมหนึ่ง
พื้นที่บริเวณนี้เริ่มเปลี่ยวมากขึ้นเรื่อยๆ
มู่กั่วกั่วแสร้งทำเป็นสับสน "เหยาเหยา เราไม่ได้กำลังจะไปเขตแลกเปลี่ยนหรอกเหรอ เดินมาตั้งนานแล้วยังไม่ถึงอีกเหรอเนี่ย"
เมื่อพวกเธอมาถึงจุดใดจุดหนึ่ง...
กลุ่มชายฉกรรจ์ก็เข้ามารายล้อมพวกเธอ หนึ่งในนั้นยิ้มอย่างน่าเกลียดและพูดขึ้น "นี่น่ะเหรอสาวสวยที่เธอพูดถึง สวยหยดย้อยจริงๆ ด้วย... ข้าขอก่อนเลยนะ... ใครก็ห้ามแย่ง"
พวกมันมองมู่กั่วกั่วเป็นเหมือนของรางวัลชิ้นงามไปแล้ว
ความมุ่งร้ายในดวงตาของเฉินเหยาเหยาก็ถูกเปิดเผยออกมาเช่นกัน เธอพูดด้วยสีหน้าผู้ชนะ "ฉันไม่ได้โกหกพวกนายใช่ไหมล่ะ ดูสิว่าหล่อนสวยขนาดไหน เดี๋ยวตอนที่หล่อนร้องขอความเมตตาคงจะดูสนุกน่าดูเลยล่ะ... อย่าลืมพาหล่อนออกไปข้างนอกก่อนจะจัดการปิดปากซะล่ะ"
เธอเอ่ยเตือนพวกผู้ชายเพื่อไม่ให้เสียเวลา
ใบหน้าของมู่กั่วกั่วซีดเผือดลงทันที เธอไม่กล้าจินตนาการเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป แต่เธอก็ต้องเล่นละครฉากนี้ให้จบ เธอพูดด้วยความยากลำบาก "ท... ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ ไม่นะ... อย่าเข้ามานะ"
ในความเป็นจริง เธอก็แอบกลัวอยู่นิดหน่อยเหมือนกัน
"แม่สาวน้อย ทำตัวดีๆ แล้วเธอจะไม่ต้องเจ็บตัวมากนักหรอก เดี๋ยวพวกเราพาเธอเข้าไปข้างในก่อนแล้วค่อยเล่นสนุกกันช้าๆ ดีกว่า"
เสื้อผ้าของชายร่างใหญ่ที่เป็นหัวโจกเต็มไปด้วยทรายและคราบเลือด เห็นได้ชัดว่าเขาผ่านการต่อสู้มาอย่างโชกโชน
พวกมันทุกคนแผ่กลิ่นอายของอาชญากรออกมาอย่างชัดเจน
เฉินเหยาเหยาพูดแทรกขึ้น "แล้วค่าตอบแทนที่นายสัญญาไว้ล่ะ เอามาให้ฉันก่อนสิ... ฉันอยากจะไปจากที่นี่แล้ว"
แม้ว่าใจจริงแล้วเธออยากจะรอดูฉากกระต่ายน้อยถูกหมาป่ารุมทึ้งต่อ แต่ก็ควรจะรีบชิ่งไปก่อนดีกว่า เผื่อพวกผู้ชายกลุ่มนี้เกิดเบี้ยวสัญญาขึ้นมา