- หน้าแรก
- เส้นทางอมตะเริ่มต้นจากคนเชือดหมู
- บทที่ 293 - ชุลมุนวุ่นวายฝ่าวงล้อมเดือด
บทที่ 293 - ชุลมุนวุ่นวายฝ่าวงล้อมเดือด
บทที่ 293 - ชุลมุนวุ่นวายฝ่าวงล้อมเดือด
บทที่ 293 - ชุลมุนวุ่นวายฝ่าวงล้อมเดือด
"คิดจะหนีรึ จับตัวมันไว้!"
"บัดซบเอ๊ย ไม่ต้องจับเป็น เอาแค่หัวมันมาก็พอ!"
"เร็วเข้า เรียกพี่น้องมาสกัดมันไว้!"
ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวาย!
ยอดฝีมือระดับขัดเกลาอวัยวะภายในนับร้อยคนต่างแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมและวิ่งพล่านไปทั่วอุโมงค์เหมืองแร่ราวกับคนเสียสติ เสียงนกหวีดกระดูกแบบเดียวกับของสกุลมู่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งสัญญาณเรียกให้พรรคพวกที่อยู่ด้านในช่วยกันดักสกัดเส้นทาง
หลี่อวี้หลานทุ่มทุนสร้างมหาศาลขนาดนี้!
แค่เด็ดหัวคนคนเดียวก็ได้ผลตอบแทนคุ้มค่ามหาศาล!
แล้วจะมีใครหน้าไหนอดใจไม่ให้ลงมือได้ล่ะ
ชั่วขณะนั้นเว่ยหงแทบจะตกอยู่ในสถานการณ์เข้าตาจน
คนของสำนักหมื่นพิษมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ต่างก็เผยให้เห็นความกังวลใจออกมา เนี่ยซานเหนียงเป็นคนแรกที่เก็บอาการไม่อยู่ นางส่งเสียงผ่านพลังภายในถามว่า "จะทำยังไงดีล่ะเนี่ย มีรางวัลนำจับสูงลิ่วขนาดนี้สถานการณ์วุ่นวายไปหมด พวกเราเองก็ทำอะไรไม่ได้มากนักหรอกนะ"
"ใช่แล้ว แม้น้องจ้าวจะเก่งกาจ แต่เกรงว่าคราวนี้คงรอดยากแล้วล่ะ!"
"แย่แน่ๆ หากเขาถูกดักทางไว้ในอุโมงค์ได้เมื่อไหร่จะต้องกลายเป็นเป้านิ่งให้ทุกคนรุมทึ้ง สภาพศพคงเละเทะน่าดูเลยล่ะ!"
"ต่อให้ไม่มีใครดักทางได้ แต่อุโมงค์เหมืองแร่ก็เต็มไปด้วยอันตราย หากหนีหัวซุกหัวซุนแล้วเผลอพลัดหลงเข้าไปในพื้นที่อันตรายจะทำยังไง"
"งานเข้าแล้วไงล่ะ..."
ทุกคนหน้าดำคร่ำเครียด!
แม้ใจอยากจะช่วย แต่ในสถานการณ์ชุลมุนวุ่นวายแบบนี้ก็ไม่รู้จะยื่นมือเข้าไปช่วยอย่างไรจริงๆ
แค่ลองจินตนาการว่าเป็นตัวเองก็ยังอดขนลุกซู่ไม่ได้เลย!
หากต้องถูกยอดฝีมือระดับขัดเกลาอวัยวะภายในหลายร้อยคนไล่ล่า ต่อให้วิ่งจนขาลากก็คงไม่มีทางรอดชีวิตไปได้แน่
"ปล่อยให้เป็นเรื่องของเวรกรรมก็แล้วกัน!"
เจียงหยวนขุยถอนหายใจยาวก่อนจะหันหลังเดินจากไปอย่างจนใจ!
...
ภายในอุโมงค์เหมืองแร่
สภาพเต็มไปด้วยความวุ่นวายเสียงดังอึกทึกครึกโครม!
เว่ยหงพยายามข่มความตื่นตระหนกเอาไว้ เขาพุ่งทะยานไปตามเส้นทางต่างๆ ภายในอุโมงค์อย่างมีสติ สามารถค้นหาเส้นทางหลบหนีที่ไม่มีใครคาดคิดและรอดพ้นจากการสกัดจับของเหล่านักรบได้อย่างง่ายดาย
ในเวลาเดียวกัน!
เขาก็รีบเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่ทันที โดยแปลงโฉมกลายเป็นนักรบรูปร่างผอมแห้ง และหยิบเอาชุดรัดกุมสีเทาในถุงมิติออกมาเปลี่ยน เพียงเท่านี้เขาก็กลายเป็นคนละคนกับเมื่อครู่แล้ว
ในหุบเหวทิ้งกระบี่มีคนรู้จักเขาน้อยมาก!
ทุกคนรู้แค่ว่าหลี่อวี้หลานแห่งสำนักคุนซานประกาศจับคนชื่อจ้าวจื่อหลง แต่ไม่มีใครรู้ว่าหน้าตาเขาเป็นอย่างไร บวกกับเขาแปลงโฉมไปแล้ว ต่อให้เจียงหยวนขุยมาเห็นก็คงจำไม่ได้ง่ายๆ หรอก
แต่ในสถานการณ์ชุลมุนวุ่นวายแบบนี้!
คนที่เดินเตร็ดเตร่คนเดียวย่อมตกเป็นเป้าหมายในการถูกซักไซ้ไล่เลียงแน่นอน
หลังจากนี้ทั่วทั้งอุโมงค์คงจะเกิดการเข่นฆ่ากันอย่างบ้าคลั่ง เว่ยหงต้องรีบหาที่หลบภัยเพื่อหลบเลี่ยงพายุลูกนี้ให้เร็วที่สุด
ในถุงมิติของเขามีเสบียงอาหาร เนื้อสัตว์ และโอสถทิพย์ตุนไว้เพียบ เพียงพอให้เขาเก็บตัวอยู่เงียบๆ ได้พักใหญ่ เรื่องความแค้นเอาไว้ก่อนค่อยว่ากันทีหลังก็แล้วกัน
"นังเฒ่าปีศาจหลี่อวี้หลานรับมือยากจริงๆ ทั้งกลอุบาย จิตใจ และฝีมือล้วนอยู่ในระดับแนวหน้า สมกับเป็นพวกเก๋าเกมที่อยู่มานานจริงๆ!"
"แต่ความแค้นครั้งนี้ยังไม่จบหรอก รอดูเถอะ!"
เว่ยหงแค่นเสียงหัวเราะเย็นชาก่อนจะสะบัดมือปล่อยพรายเด็กทั้งเก้าตนออกมา
พวกมันวนเวียนคอยคุ้มกันอยู่รอบตัวและวิ่งตามเขาไปติดๆ หากถึงบริเวณที่ไม่แน่ใจว่าจะมีอันตรายหรือไม่ เว่ยหงก็จะส่งพวกมันล่วงหน้าไปสำรวจทางก่อนเสมอ
ด้วยการป้องกันแบบรัดกุมสองชั้นนี้!
ประกอบกับความคุ้นเคยในสภาพภูมิประเทศ เว่ยหงก็สามารถหลบเลี่ยงการแกะรอยของคนส่วนใหญ่ได้อย่างง่ายดาย พวกนั้นแทบจะไม่ได้เห็นแม้แต่เงาของเขาด้วยซ้ำ
แต่วิชาแกะรอยตามล่าในยุทธภพก็มีหลากหลายรูปแบบจริงๆ
เว่ยหงย่อมไม่กล้าประมาท ต้องรีบหาจุดปลอดภัยที่ไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้าไปให้เร็วที่สุดถึงจะเรียกได้ว่าปลอดภัยจริงๆ
อย่างเช่น แม่น้ำใต้ดิน ป่าหินในถ้ำ หรือไม่ก็อาณาเขตของมดวิญญาณเพลิงลายคราม!
สถานที่ทั้งสามแห่งนี้คือพื้นที่ต้องห้ามภายในอุโมงค์เหมืองแร่ คนปกติไม่มีใครกล้าเฉียดเข้าไปใกล้แน่
แต่การที่เว่ยหงคิดจะไปซ่อนตัวในที่พวกนั้น คนอื่นก็ใช่ว่าจะคิดไม่ถึงเหมือนกัน!
สุดท้ายเขาก็เพิ่งจะมาถึงหุบเหวทิ้งกระบี่ได้ไม่นาน ถือเป็นมังกรข้ามถิ่น จะไปรู้ตื้นลึกหนาบางสู้พวกเก๋าเกมที่คลุกคลีอยู่ในเหมืองแร่มานานปีได้อย่างไร พวกนั้นผ่านการไล่ล่าดักทางศัตรูมานักต่อนักแล้ว ต่อให้อุโมงค์จะซับซ้อนราวกับเขาวงกตแค่ไหน เว่ยหงก็ยังบังเอิญไปเจอพวกที่ดักซุ่มอยู่ตามเส้นทางสำคัญๆ อยู่ดี
หากไม่ได้พรายเด็กคอยเป็นหูเป็นตาให้ เขาคงวิ่งทะเล่อทะล่าเข้าไปติดกับดักตั้งนานแล้ว!
"สถานการณ์ในแม่น้ำใต้ดินยังไม่แน่ชัด อาจจะมีสัตว์อสูรประเภทงูยักษ์หรือปลาพิษซุ่มซ่อนอยู่ ไม่เหมาะจะเป็นที่ซ่อนตัวเท่าไหร่นัก!"
"เส้นทางที่จะมุ่งหน้าไปยังป่าหินในถ้ำกับอาณาเขตของมดวิญญาณเพลิงลายครามถูกปิดกั้นไว้หมดแล้ว ตอนนี้คงต้องฝ่าทะลวงเข้าไปสถานเดียว!"
หลังจากวิเคราะห์สถานการณ์อย่างใจเย็น เว่ยหงก็ตัดสินใจเลี้ยวเข้าโค้งด้านหน้า มุ่งหน้าไปยังอุโมงค์ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ทันที
พรายเด็กสำรวจเส้นทางพบว่ามีสามคนยืนขวางทางอยู่ข้างหน้า!
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา ทั้งสามคนก็ตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้ พวกเขาประกอบไปด้วยชายวัยกลางคนร่างอ้วน ชายวัยกลางคนร่างบึกบึน และชายร่างแคระ
ในบรรดาสามคนนี้ ชายร่างแคระมีฝีมือร้ายกาจที่สุด ถึงขั้นบรรลุระดับขัดเกลาอวัยวะภายในขั้นปลายเชียวนะ!
ส่วนอีกสองคนก็อยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในขั้นต้น แม้จะไม่เก่งกาจเท่าเซี่ยโหวเฟิง แต่กลิ่นอายความดุดันก็ไม่เบาเลย ดูแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นพวกนักรบเดนตายที่ผ่านการฆ่าฟันมาอย่างโชกโชน
"หึหึ!"
เว่ยหงพุ่งทะยานไปตามอุโมงค์ด้วยความรวดเร็วดุจเสือดาว
บวกกับการที่เขามาเพียงลำพัง ต่อให้อีกฝ่ายจะโง่แค่ไหนก็เดาออกว่าเขาคือคนที่กำลังถูกประกาศจับ ทั้งสามคนจึงแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมออกมาพร้อมกัน
"เยี่ยมไปเลย ไม่นึกว่าจะดักเจอตัวเป็นๆ ได้จริงๆ!"
"หึหึ คิดจะผ่านไปงั้นรึ ถามพวกข้าหรือยัง"
ทั้งสามคนแสยะยิ้มพร้อมกับซัดฝ่ามือออกไป
พลังภายในพุ่งทะยานราวกับคลื่นยักษ์โถมเข้าใส่ หวังจะบีบให้เว่ยหงต้องหยุดชะงัก ทว่าวินาทีต่อมารอยยิ้มของพวกเขาก็แข็งค้างอยู่บนใบหน้า เพราะจู่ๆ ก็มีพลังลี้ลับบางอย่างโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ บีบรัดคอหอยและแขนขาของพวกเขาเอาไว้แน่น!
"ตู้ม!"
เว่ยหงสะบัดแขนเสื้ออย่างไม่แยแส!
พลังภายในอันดุดันที่ทั้งสามคนซัดมาก็ถูกเขาสลายไปอย่างง่ายดาย
พริบตาต่อมาเขาก็พุ่งประชิดตัว ทั้งสามคนยังไม่ทันจะได้ตั้งตัว ฝ่ามือของเขาก็ซัดเข้าที่กะโหลกของอีกฝ่ายอย่างโหดเหี้ยมเสียแล้ว
"อั่ก อั่ก อั่ก!"
ทั้งสามคนร้องเสียงหลงก่อนจะล้มตึงขาดใจตายคาที่!
ก่อนตายพวกเขาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง คงคิดไม่ถึงว่ายอดฝีมือระดับขัดเกลาอวัยวะภายในอย่างตนจะต้องมาตายอนาถแบบงงๆ ในที่แบบนี้
แต่จะโทษพวกเขาก็ไม่ได้!
การลงมือของพรายเด็กนั้นทั้งลี้ลับและไร้ร่องรอยอยู่แล้ว
หากฝีมือไม่ห่างชั้นกันมากนัก เมื่อถูกพันธนาการแล้วย่อมยากที่จะดิ้นหลุด ยกเว้นเสียแต่ว่าทั้งสามคนจะมีความรู้เรื่องภูตผีเป็นอย่างดี ถึงจะสามารถหาวิธีโต้กลับได้ในเวลาอันสั้น
แต่การประลองของยอดฝีมือมักจะรู้ผลในชั่วพริบตา!
เมื่อพวกเขาถูกโจมตีในขณะที่ถูกพันธนาการ ย่อมถูกเว่ยหงปลิดชีพในกระบวนท่าเดียว พลังฝ่ามืออันหนักหน่วงที่แฝงไปด้วยพลังภายในบดขยี้ลงมา สมองของทั้งสามคนก็ถูกกระแทกจนเละเป็นโจ๊กไปแล้ว
"หึหึ!"
เว่ยหงยิ้มอย่างพึงพอใจ!
เขาค่อยๆ ค้นของมีค่าจากศพทั้งสามคนอย่างใจเย็น เงี่ยหูฟังเสียงฝีเท้าที่ไล่หลังมาติดๆ ก่อนจะลุกขึ้นและกลืนหายไปในความมืดของอุโมงค์
เมื่อเดินลึกเข้าไปอีกหลายลี้ อุโมงค์ด้านหน้าก็เริ่มแคบและซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ บางครั้งยังเห็นร่องรอยการพังทลายของถ้ำอยู่เป็นระยะ!
"ไปทางซ้ายคือป่าหินในถ้ำ ไปทางขวาคือแหล่งกบดานของมดวิญญาณเพลิงลายคราม..."
เว่ยหงหยุดยืนอยู่ตรงทางแยก สีหน้าฉายแววลังเลเล็กน้อย!
เขาไม่ได้รีบร้อนตัดสินใจ ตอนนี้เขาเข้ามาอยู่ในส่วนลึกของเหมืองแร่แล้ว อุโมงค์นับหมื่นนับพันสายสลับซับซ้อนดั่งเขาวงกต คงไม่มีใครตามหาเขาเจอในเวลาอันสั้นแน่
และเขาก็ไม่เคยเหยียบย่างเข้าไปในพื้นที่ต้องห้ามทั้งสองแห่งนี้มาก่อนเลย!
เพื่อความปลอดภัย เขาจึงส่งพรายเด็กล่วงหน้าไปสำรวจทางดูก่อน!