- หน้าแรก
- อาจารย์สาวเย็นชาคนนั้น จริงๆ แล้วคลั่งรักผมจะตาย
- บทที่ 26 - คนกล้าได้กิน คนป๊อดอดตาย
บทที่ 26 - คนกล้าได้กิน คนป๊อดอดตาย
บทที่ 26 - คนกล้าได้กิน คนป๊อดอดตาย
บทที่ 26 - คนกล้าได้กิน คนป๊อดอดตาย
โจวรั่วหานรีบยกมือขึ้นปิดหน้าอกตัวเองตามสัญชาตญาณ
แววตาของเธอเต็มไปด้วยความมึนงงและขัดเขิน ใบหน้าแดงซ่านจนแทบจะระเบิด
ถึงแม้... ถึงแม้ว่าเธอจะจงใจแต่งตัวแบบนี้มาเองก็เถอะ
ทว่าเมื่อกี้เธอตั้งใจนวดให้เขาจริงๆ นะ
เจียงหลินเองก็ยังแอบอึ้ง หลักๆ คือเขายังไม่ทันตั้งตัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่
แต่พอเห็นท่าทางของเธอ เขาก็เริ่มจะเข้าใจอะไรบางอย่าง
เจียงหลินพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก "ขอโทษนะ เมื่อกี้ผมไม่ได้ตั้งใจ..."
เหตุผลช่างฟังดูเบาหวิว ใบหน้าของเขาก็ร้อนผ่าวไม่แพ้กัน
เขาตัดสินใจลุกขึ้นนั่งแล้วคว้าเอาหมอนข้างๆ มาวางไว้บนตักทันที
ท่าทางนี้ดูผิดปกติและชัดเจนเกินไปจนโจวรั่วหานที่ดวงตากลมโตกำลังจ้องมองมาที่ท่อนล่างของเขา ยิ่งทำให้เจียงหลินอายหนักกว่าเดิม
"ขอโทษที ผม... ผมเป็นผู้ชายวัยฉกรรจ์น่ะ มันเป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติ ขอโทษนะ ไม่ได้ตั้งใจจะล่วงเกินจริงๆ"
เจียงหลินพยายามมองที่หน้าของเธอ ไม่กล้าเลื่อนสายตาไปทางอื่นเลย เพราะตอนนี้สถานการณ์มันน่าอึดอัดมาก เขากลัวว่าถ้ามองสุ่มสี่สุ่มห้าจะยิ่งทำให้แย่เข้าไปใหญ่
โจวรั่วหานยังคงนั่งคุกเข่าอยู่ในท่าเดิม ใบหน้าแดงก่ำ มือยังคงปิดหน้าอกไว้ ดวงตาดอกท้อที่งดงามคู่นั้นดูใสซื่อจนน่าเอ็นดู
เจียงหลินคิดว่าชุดนอนสีขาวที่เธอใส่มาในวันนี้มันช่างเข้ากับบรรยากาศจริงๆ ดูบริสุทธิ์มากเลย
โจวรั่วหานจ้องมองท่าทางที่พยายามปกปิดของเจียงหลินเขม็ง
เธอเองก็ไม่ใช่คนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย
เธอย่อมรู้ดีว่าท่าทางนั้นหมายถึงอะไร
เธออดไม่ได้ที่จะลอบกลืนน้ำลาย ในสมองพลันผุดคำพูดหนึ่งขึ้นมา "คนกล้าได้กิน คนป๊อดอดตาย"
ขนตาหนางอนสั่นไหวเล็กน้อย สุดท้ายเธอก็ขบริมฝีปากสีชมพูนุ่มเบาๆ รู้สึกเหมือนร่างกายตัวเองกำลังจะไหม้ไปหมดแล้ว
ทว่าเธอก็ยังรวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้นมองเจียงหลินที่กำลังทำหน้าไม่ถูก เพื่อทำลายความเงียบ "คุณ... พวกเรา... ตอนนี้พวกเราเป็นสามีภรรยากันแล้วนะคะ และก็ตกลงกันว่าจะลองใช้ชีวิตคู่ดู... งั้น... งั้นการที่มีความสัมพันธ์ทางกายกัน มันก็รวมอยู่ในขอบเขตของการลองใช้ชีวิตคู่ด้วยหรือเปล่าคะ?"
เจียงหลินอุทาน "หะ?" ออกมาคำหนึ่ง เขาตามความคิดเธอไม่ทันจริงๆ
หลักๆ คือมัวแต่ยุ่งกับการอายอยู่นี่แหละ
ทว่าโจวรั่วหานดูเหมือนจะไม่รอให้เขาได้มีเวลาตั้งตัวเลย
หลังจากพูดจบ เธอก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ มือที่เคยปิดหน้าอกอยู่ก็ยื่นออกไปกดลงบนบ่าของเจียงหลินทันที พร้อมกับโน้มตัวเข้ามาพร้อมกับกลิ่นหอมของดอกไม้ป่าประจำตัว
เจียงหลินเอื้อมมือไปโอบเอวที่บางเฉียบของเธอไว้ตามสัญชาตญาณ
ความรู้สึกแรกที่เขาสัมผัสได้คือ เอวของเธอเล็กมากจริงๆ
จากนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงริมฝีปากนุ่มๆ ที่ประทับลงบนมุมปากของเขา
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเธอตื่นเต้นเกินไปหรือเปล่า จูบแรกนั้นจึงไม่ได้ลงที่ริมฝีปาก แต่กลับไปโดนที่มุมปากแทน
ทว่าเห็นได้ชัดว่าเด็กสาวคนนี้ดื้อรั้นกว่าที่คิด วินาทีต่อมาริมฝีปากนุ่มนิ่มนั้นก็เลื่อนมาประทับลงบนริมฝีปากของเจียงหลินจนได้
เมื่อเขามาแรง ผมก็ต้องรับแรงกระแทกกลับไปสิ
เจียงหลินไม่ได้ลังเลเลยแม้แต่นิดเดียวที่จะจูบตอบ
จริงๆ นะ การอดทนต่อไปมันไม่ดีต่อสุขภาพหรอก
แถมเรื่องแบบนี้ ถ้าจะให้อดทนมันก็ได้อยู่หรอก แต่ในเมื่อเธอเป็นฝ่ายเริ่มจูบเขาก่อนเองแบบนี้...
ก็อย่ามาทำเป็นพระเอกหน่อยเลย เพราะความจริงเขาก็อยากทำแบบนี้มานานแล้วเหมือนกัน
ชุดนอนของโจวรั่วหานไม่ได้ยาวมากนัก ตอนที่เธอนั่งคุกเข่าจูบกับเจียงหลิน เรียวขาขาวผ่องจึงโผล่พ้นชายกระโปรงออกมาอย่างชัดเจน
เจียงหลินจึงสัมผัสมันได้อย่างง่ายดาย
เขาลังเลอยู่ประมาณวินาทีเดียวว่าจะทำตัวเป็นสัตว์ป่าหรือทำตัวเป็นสุภาพบุรุษจอมปลอมดี
สุดท้ายเขาก็เลือกทำตามเสียงเรียกร้องของหัวใจโดยการกดมือลงบนเรียวขาขาวเนียนนั่น
อากาศในห้องดูเหมือนจะเริ่มเบาบางลง จนทำให้เริ่มหายใจลำบาก
ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงความเนียนละเอียดที่ตัดกับสีผิวบนฝ่ามือของเขาอย่างสิ้นเชิง
มือหนึ่งโอบร่างเธอไว้ อีกมือหนึ่งก็กดน้ำหนักลงบนผิวขาวเนียนนั้นอย่างไม่เกรงใจ
ริมฝีปากของทั้งคู่แนบชิทสนิทแน่น
ในห้องเงียบสงบมาก แต่ถ้าคุณตั้งใจฟังดีๆ คุณจะได้ยินเสียงเล็กเสียงน้อยที่น่าอายแว่วออกมา
ในหนังสือ หรือแม้แต่ในภาพยนตร์มักจะมีฉากจูบและคำพรรณนาอยู่เสมอ
ทว่านี่เป็นครั้งแรกที่โจวรั่วหานได้สัมผัสกับจูบจริงๆ เธอรู้สึกว่ามันไม่ได้เหมือนกับที่บรรยายไว้ในหนังสือไปเสียทั้งหมด
แต่ในตอนนี้หัวใจของเธอเต้นเร็วมากจริงๆ และรสสัมผัสที่มุมปากที่ทั้งคู่แนบชิดกันนั้นมันหวานราวกับน้ำผึ้งจริงๆ
เธอคิดในใจว่า ในที่สุดก็ได้รู้แล้วว่าทำไมคนถึงได้ชอบจูบกันนัก
มันเป็นความรู้สึกที่วิเศษมากจริงๆ...
จนกระทั่งมือของเจียงหลินเริ่มกดเน้นที่เอวบางของเธอเบาๆ เสียงครางเบาๆ ของโจวรั่วหานก็หลุดลอดออกมาจากริมฝีปากที่ยังคงแนบชิดกันอยู่
เจียงหลินลดแรงมือลงเล็กน้อย เขาเริ่มจะไม่พึงพอใจกับสถานการณ์ในตอนนี้เพียงเท่านี้แล้ว
แต่เขาก็สัมผัสได้ว่าเธอเริ่มจะยื่นมือมาพยายามดันเขาออก
มือเล็กๆ ที่ยังมีน้ำมันนวดติดอยู่มันลื่นมาก สัมผัสที่เธอพยายามดันผิวเขาจึงชัดเจนมาก
เจียงหลินถอนหายใจยาว ก่อนจะยอมปล่อยคนในอ้อมกอดไป
หลังจากถูกปล่อยตัว เธอก็ดูเหมือนเพิ่งจะกล้าสูดหายใจเข้าไปแรงๆ ใบหน้าเล็กๆ แดงก่ำไปหมด
เจียงหลินยิ้มออกมา เอื้อมมือไปแตะจมูกเธอเบาๆ "ทำไมยังหายใจไม่เป็นอีกล่ะเนี่ย"
โจวรั่วหานดูเหมือนจะไม่ยอมแพ้ เธอโต้กลับไปว่า "ฉัน... นี่เป็นครั้งแรกของฉันนี่คะ เดี๋ยววันหลังก็เก่งเองแหละ"
หางตาของเธอแดงระเรื่อ แววตาที่มองมาดูชุ่มฉ่ำและเย้ายวนเหมือนกำลังอ้อนวอน แฝงไปด้วยความรู้สึกน้อยใจเล็กๆ
เจียงหลินสบตากับเธอครู่เดียวก็เริ่มจะทนไม่ไหว
เขาเอื้อมมือไปปิดตาของเธอไว้
ใบหน้าของโจวรั่วหานเล็กมาก เมื่อถูกเจียงหลินปิดตาไว้แบบนี้ ใบหน้าท่อนล่างที่งดงามจึงยิ่งดูเล็กลงไปอีก
ริมฝีปากที่ถูกจูบจนแดงระเรื่อยิ่งดูเด่นชัดขึ้นมา
เสียงของเจียงหลินยังแฝงไปด้วยความรู้สึกที่ผิดปกติ "ถ้าคืนนี้คุณแค่อยากจะจูบเฉยๆ ก็อย่ามองผมแบบนั้น ผมไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่คุณคิดหรอกนะ"
น้ำเสียงของเจียงหลินแฝงไปด้วยความจนปัญญา เพราะเขารู้ดีว่าในใจของโจวรั่วหานมองว่าเขาดีขนาดไหน ดังนั้นในตอนนี้เขาจึงรู้สึกผิดอยู่ลึกๆ
นี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เขายอมปล่อยเธอไปเมื่อกี้
ไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนยิ่งใหญ่อะไรหรอก เขาแค่คิดอยากจะค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปกับเธอ อยากจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันไปทั้งชีวิตจริงๆ
ชีวิตหนึ่งมันยาวนานมาก
เจียงหลินในวัยสิบแปดอาจจะทำทุกอย่างโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง ถ้ามาถึงขั้นนี้แล้วก็คงทำๆ ไปก่อนแล้วค่อยทำความรู้จักกันทีหลังก็ได้
ทว่าเจียงหลินในวัยยี่สิบแปดกลับไม่สามารถทำแบบนั้นได้ เขาจะให้โอกาสเธอได้ตัดสินใจและเปลี่ยนใจเสมอ เพราะความรักและความจริงใจที่เด็กสาวตรงหน้ามีให้เขา
แต่เจียงหลินก็คิดว่าครั้งนี้คงเป็นครั้งเดียวที่เขาจะอดทนได้ ถ้าให้ทำแบบนี้อีกรอบสองรอบ เขาคงได้เป็นโรคเส้นประสาทอักเสบเข้าสักวันแน่ๆ
เหมือนในภาพยนตร์เรื่อง "Love in a Puff" ที่มีบทพูดว่า: พวกเราไม่ได้รีบร้อนไปไหน บางเรื่องก็ไม่จำเป็นต้องทำให้จบภายในคืนเดียวหรอก
เขากับโจวรั่วหานในตอนนี้ก็เช่นกัน
ในตอนนี้เจียงหลินสัมผัสได้ถึงขนตาหนางอนที่กะพริบถี่ๆ อยู่บนฝ่ามือของเขา
จากนั้นริมฝีปากสีแดงระเรื่อที่เพิ่งถูกเขาจูบก็เปิดออก "เจียงหลิน ฉันชอบคุณมากค่ะ แอบชอบคุณมาตั้งนานแล้ว"
ทันทีที่พูดประโยคนั้นจบ เขาก็รู้สึกได้เลยว่าผิวหนังของเธอกำลังร้อนผ่าว
เจียงหลินชะงักไป เขายังไม่ยอมปล่อยมือที่ปิดตาเธอออก แต่ผ่อนแรงลงจนเหมือนแค่แตะไว้หลวมๆ เท่านั้น
ดูเหมือนการถูกปิดตาแบบนี้จะช่วยให้เธอมีความกล้ามากขึ้น คนที่ปกติขี้อายจนกล้าแค่บ่นพึมพำในใจอย่างเดียว ในตอนนี้กลับพูดความรู้สึกออกมาทั้งหมดโดยที่เจียงหลินไม่ต้องใช้พลังอ่านใจเลย
"ฉันอาจจะไม่รู้วิธีการคบหากันแบบคนรัก เพราะฉันไม่เคยลองมาก่อน ชีวิตของฉันมันน่าเบื่อและไร้รสชาติ แถมยังมีสีสันแค่ไม่กี่สี แต่คุณคือสิ่งเดียวที่แตกต่างออกไปค่ะ"
เสียงของโจวรั่วหานเบาหวิว เธอยื่นมือมากุมมือเจียงหลินที่ปิดตาเธอไว้ มือนุ่มนิ่มนั้นกุมไว้ด้วยความอ่อนโยน "ฉัน... ฉันไม่รู้ว่าถ้าฉันมอบทุกอย่างให้คุณแล้ว พวกเราจะถือว่าได้อยู่ด้วยกันจริงๆ หรือเปล่า จริงๆ ฉันก็กลัวนะคะ ฉันมีความคิดที่บังอาจมากมาย แต่มันก็เป็นแค่ความคิด..."
"เจียงหลิน คุณช่วยจูงมือพาฉันค่อยๆ เดินไปได้ไหมคะ?"
"ฉัน... ฉันเหมือนจะแอบกลัวอยู่นิดหน่อย..."
น้ำเสียงของโจวรั่วหานสั่นเครือ เดิมทีเธอคิดว่าถ้าได้มีอะไรกับเจียงหลินจริงๆ จะถือว่าความปรารถนาของเธอเป็นจริงเสียที
ทว่าเพียงแค่จูบเมื่อกี้มันกลับทำให้เธอรู้สึกกลัว กลัวในก้าวต่อไปที่เธอไม่รู้จัก
ศาสตราจารย์โจวในโลกของความรักก็เป็นเพียงนักเรียนที่เพิ่งเข้าเรียนและต้องสอบซ้ำชั้นคนหนึ่งเท่านั้นเอง
เจียงหลินสัมผัสได้ถึงความชื้นบนฝ่ามือ
เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะโน้มตัวไปจูบที่มุมปากเธอเบาๆ ความคิดฟุ้งซ่านต่างๆ นานาถูกน้ำตาหยดนั้นชะล้างไปจนหมด
"ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องรีบนะ พวกเราค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปกัน" เขาจูบเพียงแวบเดียวก็ถอนตัวออกมา รอยยิ้มที่มุมปากเริ่มผ่อนคลายลง "คุณไม่ต้องกลัวหรอกครับ"
แอบชอบผมมานานขนาดนั้นยังไม่กลัวเลย ทำไมพอมาสารภาพรักถึงได้กลัวขึ้นมาล่ะเนี่ย
(จบแล้ว)