เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 - จะให้คุณดูอะไรบางอย่างที่ผู้ใหญ่เขาดูกัน

บทที่ 18 - จะให้คุณดูอะไรบางอย่างที่ผู้ใหญ่เขาดูกัน

บทที่ 18 - จะให้คุณดูอะไรบางอย่างที่ผู้ใหญ่เขาดูกัน


บทที่ 18 - จะให้คุณดูอะไรบางอย่างที่ผู้ใหญ่เขาดูกัน

ในใจของบอสเนียกำลังตะโกนราวกับเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่ค้างอยู่ว่า 'มาๆๆๆๆ' แทบจะร้องออกมาเป็นเพลงอยู่แล้ว

เจียงหลินที่ยืนอยู่ห่างออกไปหน่อยยังได้ยินเลย

แต่ปากเธอกลับพูดออกมาว่า "จะพยายามนะคะ ลาก่อนค่ะ"

จากนั้นก่อนที่ประตูรถจะปิดลง เจียงหลินยังได้ยินเธอตำหนิตัวเองในใจว่าปากแข็ง

บอกว่าปากนี้น่าจะตัดทิ้งไปซะ

น้ำเสียงดูหงุดหงิดและหดหู่เล็กน้อย

แต่เจียงหลินกลับเข้าใจดี เธอชินกับรูปแบบการวางตัวและการพูดจาแบบนี้ไปแล้ว

มันไม่ได้เปลี่ยนกันง่ายๆ หรอก

แต่ตอนนี้ก็ถือว่ามีความเปลี่ยนแปลงแล้วไม่ใช่หรือ?

จากเดิมที่อะไรๆ ก็กล้าพูดแค่ในใจ ตอนนี้ดูเหมือนแมวน้อยจะเริ่มยื่นอุ้งเท้าออกมาลองเชิงดูบ้างแล้ว มักจะมีคำพูดที่เดิมทีจะกล้าแค่บ่นในใจหลุดออกมาให้เห็นเสมอ

เจียงหลินคิดว่าเป็นเรื่องดี ค่อยเป็นค่อยไปก็แล้วกัน

หลักๆ คือคนบางคนน่ะ ดูเหมือนจะใจกล้า ในใจกล้าคิดทุกอย่าง

แต่ความจริงแล้วพอโดนจีบนิดจีบหน่อยก็หน้าแดงและวิ่งหนีไปแล้ว

เขามองดูรถที่ขับไกลออกไป เจียงหลินจึงหันหลังเดินกลับเข้าบริษัท

ทันทีที่เข้าประตูบริษัทมา เขาก็ถูกผู้จัดการที่ปกติสนิทกันอยู่แล้วหลายคนลากไปนั่งบนเก้าอี้ที่เตรียมไว้ล่วงหน้า

บอกแล้วว่านี่เป็นบริษัทคนรุ่นใหม่ ปกติจึงไม่ได้มีพิธีรีตองอะไรมากมาย

อายุอานามก็ไล่เลี่ยกัน หรือไม่ก็เด็กกว่าเจียงหลินนิดหน่อย

กลุ่มคนเหล่านี้นำโดยเสี่ยวหลิว พากันล้อมรอบเจียงหลิน "บอสครับ บอสเนียเป็นศาสตราจารย์เหรอครับ? ศาสตราจารย์ที่อายุน้อยขนาดนี้เลยเหรอ?"

"ไม่ใช่สิ นั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือต้องไปนัดบอดที่ไหนถึงจะได้ศาสตราจารย์ที่สวยขนาดนี้มาครับ?"

"ความสวยระดับนี้อยู่ในมหาวิทยาลัย นักเรียนของเธอคงมีความสุขแย่เลย"

"ถ้าศาสตราจารย์สมัยมหาวิทยาลัยของผมหน้าตาแบบนี้ ผมรับรองว่าผมจะไม่ยอมติด F แน่นอน!"

เจียงหลินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ฟังพวกเขาพูด จนกระทั่งได้ยินคำว่าไม่ติด F เขาถึงค่อยๆ เอ่ยปาก "คุณคงติด F อยู่ดีนั่นแหละ เพราะบอสเนียของคุณสอนฟิสิกส์ครับ"

คำพูดนี้ทำเอาทุกคนเงียบกริบ

แม้ในกลุ่มนี้จะมีหัวกะทิที่เรียนจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังอยู่บ้าง

แต่ก็นะ นี่คือบอสเนียที่สามารถสอนฟิสิกส์ระดับมหาวิทยาลัยได้เลยนะ...

เจียงหลินรู้สึกว่าตัวเองค่อนข้างขี้อวดอยู่นิดๆ แต่ปากเขากลับไม่ยอมหยุด "เมียผมคงเป็นคนประเภทที่พวกคุณเรียกว่าอัจฉริยะละมั้งครับ ถึงจะยังเด็กแต่เธอก็เก่งมากจริงๆ"

พูดเสร็จเขาก็ลุกขึ้นยืน พลางยิ้มกว้างให้ผู้จัดการคนที่ถามว่าต้องไปนัดบอดที่ไหนถึงจะได้เจอศาสตราจารย์สวยๆ แบบนี้ "กลางวันแสกๆ อย่าเพิ่งฝันกลางวันเลยครับ คนที่เพอร์เฟกต์ขนาดนี้คงหาคนที่สองได้ยากแล้วล่ะ"

จากนั้นเขาก็หันหลังเดินจากไป

ท่ามกลางกลุ่มคนที่นิ่งเงียบ มีคนหนึ่งกระซิบเสียงเบา "ถึงจะเป็นบอสก็เถอะ แต่ท่าทางขี้โม้นั่นน่าหมั่นไส้ชะมัด!"

"ไม่เป็นไรน่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ต้องกินมะนาว (อิจฉา) เสียหน่อย! ฮือๆๆ บอสครับ คุณมันร้ายจริงๆ!"

"อย่างที่เขาว่ากันนั่นแหละ เจ้าของบริษัทที่ไหนจะเป็นคนดีกันเล่า!"

เจียงหลินเดินกลับเข้าห้องทำงานท่ามกลางเสียงกระเซ้าเย้าแหย่ที่เต็มไปด้วยความอิจฉาแกมเอ็นดู แล้วเขาก็ยิ้มบอกเสี่ยวหลิวว่า "เอาเถอะ สั่งน้ำชายามบ่ายมาเลี้ยงพวกเขาหน่อย เห็นบ่นกันระงมเชียว"

คนที่เมื่อกี้ยังแอบบ่นกันงึมงำก็เริ่มตะโกนว่าบอสจงเจริญกันอีกรอบ

เจียงหลินรักบริษัทของเขา และชอบบรรยากาศการทำงานแบบนี้มาก

เวลาผ่อนคลายก็ผ่อนคลาย เวลาทำงานก็ตั้งใจทำงาน

นี่สิถึงจะเป็นสภาพแวดล้อมการทำงานในฝันของคนรุ่นใหม่

หลังจากที่โจวรั่วหานออกมาจากบริษัทของเจียงหลิน เธอไม่ได้กลับบ้าน แต่ไปหาเคอเมิ่งอวิ๋นแทน

ก็นะ ชุด "ชุดออกศึก" ที่ซื้อคราวก่อนน่ะมันซื้อมาแล้วก็จริง แต่ยังไม่ได้ใช้งานเลยไม่ใช่เหรอ?

เรื่องความรักเธอไม่ประสีประสาจริงๆ ต้องการกุนซือช่วยด่วนเลย

เคอเมิ่งอวิ๋นเป็นลูกคนรวยขนานแท้ ที่บ้านฐานะดีมาก ตอนนี้เธอจึงเป็นอินฟลูเอนเซอร์ตัวเล็กๆ ในอินเทอร์เน็ต

แชร์เรื่องบิวตี้เครื่องสำอางและพาไปรีวิวร้านต่างๆ

เธอใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์มาก แม้จะเริ่มมีชื่อเสียงบ้างแล้วแต่ก็อัปเดตงานช้าสุดๆ

เพราะความจริงเธอแค่ต้องการหา "งาน" ทำเพื่ออุดปากคนในครอบครัวที่ชอบว่าเธอไม่เอาถ่านเท่านั้นเอง

เธอจึงไม่ได้ใส่ใจอะไรกับมันมากนัก

ในแต่ละวันเธอจึงว่างมากจริงๆ

ตอนที่โจวรั่วหานไปหา เธอเธอกำลังนั่งจิบน้ำชายามบ่ายอยู่ในคาเฟ่ของตัวเอง

ช่วงเวลานี้คนไม่ค่อยเยอะนัก

คาเฟ่นี้เคอเมิ่งอวิ๋นเปิดไว้เล่นๆ ก็นะ สำหรับที่บ้านเธอ การเป็นอินฟลูฯ มันไม่ใช่การเป็นงานเป็นการ

เธอเลยเปิดร้านสักร้าน ทีนี้ก็ถือว่ามีงานเป็นหลักแหล่งแล้วใช่ไหมล่ะ?

ตอนที่โจวรั่วหานเดินเข้าไป เด็กสาวที่มาทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านยิ้มทักทาย "พี่รั่วหาน พี่เมิ่งอวิ๋นอยู่ที่โต๊ะเดิมค่ะ"

โจวรั่วหานยิ้มให้และกล่าวขอบคุณก่อนจะเดินเข้าไปหา

เคอเมิ่งอวิ๋นเห็นเพื่อนรักมาถึงก็โบกมือทักทาย "ไฮ้ คนสวย ดื่มอะไรดีจ๊ะ? มาจากไหนเนี่ย? หน้าตาชื่นมื่น... ไม่สิ ต้องบอกว่าแววตามันฟ้องว่ากำลังมีความรักจนน่าหมั่นไส้จริงๆ~"

เคอเมิ่งอวิ๋นรู้จักโจวรั่วหานมานานหลายปี แต่บางครั้งที่เห็นเธอแวบแรกเธอก็ยังแอบเหม่ออยู่ดี เฮ้อ เพื่อนสาวของเธอคนนี้สวยจริงๆ

โจวรั่วหานนั่งลงฝั่งตรงข้ามแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม "แหม รู้ได้ยังไงคะว่าฉันเพิ่งทานข้าวกับสามีเสร็จแล้วค่อยมาหาเธอเนี่ย? ฉันไม่ดื่มกาแฟแล้วล่ะ สามีเพิ่งชงชาให้ดื่มน่ะ..."

เคอเมิ่งอวิ๋น: ...

เธอมองเพื่อนด้วยรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "เพิ่งรู้นี่แหละจ้ะว่าเธอมาจากสามี อะไรกัน? มาเพื่ออวดความหวานเหรอ?"

เธอมองดูความสุขที่ไม่ได้ปิดบังบนใบหน้าของโจวรั่วหาน

ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเจียงหลินทนได้ยังไง แต่งงานมาตั้งสองปีแล้ว เด็กสาวที่ทั้งสวยและใสซื่อขนาดนี้ยังไม่จัดการอีกเหรอ?

ต้องหาเวลาถามซ่งจื่อฉีหน่อยแล้ว ว่าเจียงหลินน่ะเป็นพวก "ดูดีแต่ใช้งานไม่ได้" หรือเปล่า?

เจียงหลินที่อยู่ในห้องทำงานจู่ๆ ก็จามออกมาหลายครั้ง เขาพึมพำกับตัวเอง "เลี้ยงน้ำชายามบ่ายไปแล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมยังมีคนด่าฉันอยู่อีกเนี่ย?"

ไอ้พวกนี้นี่ก็เกินไปหน่อยนะ!

ทางด้านเคอเมิ่งอวิ๋นนิ่งเงียบมองดูโจวรั่วหานที่กำลังมองเธอด้วยแววตาคาดหวัง นิ่งไปนานมากก่อนจะพูดขึ้น "เธอกำลังบอกฉันว่าพวกเธอแต่งงานมาสองปีแล้วยังเล่นบทรักใสๆ กันอยู่เหรอ? แม้แต่จับมือยังไม่มี?"

น้ำเสียงของเธอช้าลงราวกับไม่เข้าใจ "ถ้ามันไม่ได้จริงๆ พวกเธอ 'ขึ้นรถก่อนค่อยซื้อตั๋ว' (มีอะไรกันก่อนค่อยรักกัน) ไม่ได้เหรอ?"

โจวรั่วหานถูกพาไขว้เขวไปเรียบร้อย "จริงๆ ในใจฉันก็คิดแบบนั้นนะ แต่เจียงหลินน่ะ..."

เธอกะพริบตาปริบๆ เหมือนกำลังใช้ความคิด "ฉันรู้สึกว่าเขากำลังให้เกียรติฉันและให้เกียรติความสัมพันธ์ของเราอยู่น่ะค่ะ"

ฮิฮิ สามีดีจังเลย

แต่เคอเมิ่งอวิ๋นกลับตบโต๊ะดังปัง "มันไม่ใช่เรื่องให้เกียรติหรือไม่ให้เกียรติแล้ว! พวกเธอเนี่ย... อย่างเธอนี่นะ อยู่ต่อหน้าเขาทุกวันแล้วเขายังนิ่งได้เหรอก?"

สวยก็สวย หุ่นก็ดี สมองก็... เออ ช่างเถอะ ต่อหน้าเจียงหลิน โจวรั่วหานไม่มีสมองหรอก!

ภรรยาที่สมบูรณ์แบบขนาดนี้ เจียงหลินจะมาเล่นบทรักใสๆ?

เคอเมิ่งอวิ๋นรู้สึกว่าตัวเองคงอ่านนิยายเรทเยอะไปหน่อย เธอรู้สึกว่าคนสวยที่คลั่งรักแบบโจวรั่วหานเนี่ย ถ้าเป็นภรรยาของเธอนะ เธอคงจะขังไว้ทำเรื่องอย่างว่าทุกวี่ทุกวันเลยทีเดียว!

โจวรั่วหานทนไม่ไหวจริงๆ จึงพูดกับเคอเมิ่งอวิ๋นอย่างจริงจังว่า "เจียงหลินไม่ได้ใช้งานไม่ได้นะ อย่าพูดถึงเขาแบบนั้นบ่อยๆ สิคะ"

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้ยิน แม้จะรู้ว่ามันอาจจะเป็นคำพูดติดปากของเคอเมิ่งอวิ๋น แต่โจวรั่วหานก็ยังรู้สึกไม่ค่อยดีอยู่ดี

เคอเมิ่งอวิ๋นรีบขอโทษทันที "ขอโทษจ้ะ ฉันมันปากพล่อยเอง แต่ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นจริงๆ นะ"

ก็นะ เธอรู้ดีว่าโจวรั่วหานปกป้องเจียงหลินขนาดไหน เธอจึงไม่คิดจะโต้เถียงด้วย

ในตอนนี้เธอจึงหยิบโทรศัพท์ยื่นไปตรงหน้าโจวรั่วหาน "จะให้ดูอะไรบางอย่างที่ผู้ใหญ่เขาดูกัน รักใสๆ น่ะมันก็ได้อยู่หรอก แต่ฉันรู้สึกว่าพวกเธอเหมาะกับแบบ 'ขึ้นรถก่อนค่อยซื้อตั๋ว' มากกว่าจริงๆ นะ!"

โจวรั่วหาน: ??? เป็นอย่างนั้นเหรอคะ? มันมีอะไรผิดปกติไปหรือเปล่านะ?

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 18 - จะให้คุณดูอะไรบางอย่างที่ผู้ใหญ่เขาดูกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว