- หน้าแรก
- กระบี่เฒ่าสยบมาร
- บทที่ 1 - ยิ่งแก่ยิ่งแกร่ง
บทที่ 1 - ยิ่งแก่ยิ่งแกร่ง
บทที่ 1 - ยิ่งแก่ยิ่งแกร่ง
บทที่ 1 - ยิ่งแก่ยิ่งแกร่ง
จันทร์แขวนยอดหลิว
แคว้นเซี่ย เจ้าเมืองต้าเจ๋อ ณ หอไม้เก่าแก่หลังหนึ่ง
หลินเสวียนคงที่นอนตะแคงอยู่บนเตียงไม้ พลันโก่งตัวขึ้นมาไออย่างรุนแรง "แค่กๆๆ" หลังจากไอติดต่อกันสิบกว่าครั้ง เขาถึงค่อยๆ หายใจได้ทั่วท้อง
"ในฐานะนักเขียนนิยายออนไลน์ กว่าจะเขียนนิยายมียอดสมาชิกเฉลี่ยหลักแสนได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ข้าตื่นเต้นจนปั่นต้นฉบับสิบตอนรวดในคืนเดียว มันผิดตรงไหน?"
"แต่พอหลับตาแล้วลืมตาขึ้นมาอีกที ไฉนถึงข้ามมิติมาอยู่ในยุคศักดินาที่ล้าหลังงมงายเช่นนี้ แถมยังป่วยหนักปางตาย เหลือเวลาชีวิตอีกไม่กี่วันแล้ว!"
ความกังวลเพิ่งผุดขึ้นในใจ ลมหนาวต้นฤดูใบไม้ผลิก็พัดมาสะกิดลำคอจนคันยิบ เขาจึงไออย่างรุนแรงขึ้นมาอีกระลอก
เมื่อเห็นว่าคืนนี้คงนอนไม่หลับ หลินเสวียนคงจึงพยายามยันกายลุกขึ้น สวมเสื้อคลุมนั่งลงที่ริมเตียง
เขาข้ามมิติมาได้สามวันแล้ว และได้รับความทรงจำบางส่วนของเจ้าของร่างเดิมมา ร่างเดิมชื่อเดียวกับเขา ญาติพี่น้องล้มหายตายจาก เลี้ยงชีพด้วยการขายหมั่นโถวทอด
เดิมทีร่างกายของร่างเดิมก็ถือว่าใช้ได้ แต่น่าเสียดายที่ล้มป่วยด้วยโรคหวัดจนทรุดโทรมลงเรื่อยๆ ประกอบกับดื่มเหล้าหนักไปหน่อย สุดท้ายจึงสิ้นใจไป
หลินเสวียนคงทอดถอนใจ พลางมองไปที่ตู้ไม้หัวเตียง ตรงนั้นมีอักษรมงคลสีแดงแปะอยู่ กระดาษสีแดงสดนั้นดูแปลกแยกอย่างยิ่งเมื่ออยู่บนตู้ไม้เก่าคร่ำคร่าที่สีลอกร่อน
ทันใดนั้น มีเสียงฝีเท้าดังมาจากนอกห้องไม้
ไม่นานนัก หญิงสาวในชุดสีเขียวก็ถือชามยาเดินเข้ามา
แสงตะเกียงสลัวส่องกระทบร่างของนาง หญิงผู้นี้อายุราวสิบหกปี รูปร่างสูงโปร่ง ส่วนเว้าส่วนโค้งเย้ายวน ใบหน้าสวยหมดจดไร้ที่ติ
หญิงสาวมองเขาแวบหนึ่ง "ดื่มยานี่เสียเถิด! ดื่มเสร็จแล้ว อาการไอจะดีขึ้นบ้าง"
หลินเสวียนคงรู้สึกประหลาดใจ "ที่บ้านเหลือเงินแค่พอซื้อแป้งเกาเหลียง แล้วจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อยา?"
หญิงสาวขมวดคิ้วกล่าวว่า "ข้าเป็นสาวใช้ในตระกูลหวงมาสิบกว่าปี แอบเก็บเงินเศษเงินไว้บ้างเพื่อเป็นสินเดิมของข้า"
เมื่อได้ยินนางพูดเช่นนั้น หลินเสวียนคงก็เงียบไป
หญิงผู้นี้ชื่อ หลี่เสี่ยวหลาน เดิมทีนางเป็นสาวใช้คนสนิทของคุญหนูใหญ่ตระกูลหวงทางทิศตะวันตกของเมือง
เมื่อเติบโตขึ้น นางมีความงามที่โดดเด่นจนไปเข้าตาใต้เท้าหวงเข้า เขาจึงคิดจะรับนางเป็นอนุภรรยา แต่ทว่าฮูหยินตระกูลหวงนั้นมีเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่และขี้หึงอย่างมาก จึงไม่ยอมเด็ดขาด สุดท้ายใต้เท้าหวงจำต้องตามใจภรรยา ไล่หลี่เสี่ยวหลานออกจากจวนหวง ใครจะไปคิดว่าฮูหยินใจดำนั่นยังไม่หายแค้น ถึงขั้นบังคับให้นางแต่งงานกับชายแก่ยากจนวัยห้าสิบเก้าปีอย่างร่างเดิม!
งานแต่งงานเพิ่งจัดขึ้นเมื่อสามวันก่อน
การได้น้องสาวหลี่หล่นลงมาจากสรวงสวรรค์เช่นนี้ ร่างเดิมย่อมดีใจจนเนื้อเต้น ในวันแต่งงานเขาถึงกับควักเงินก้อนสุดท้ายที่เก็บไว้ทำศพออกมาเลี้ยงเพื่อนบ้านอย่างเต็มที่!
ทว่าโชคร้ายที่ร่างเดิมอายุมากแล้ว โรคหวัดยังไม่หายดี แถมยังดื่มเหล้าเข้าไปอีก พอเพื่อนบ้านแยกย้ายกันไป ยังไม่ทันจะได้เข้าหอก็สิ้นใจลงเสียก่อน จากนั้นหลินเสวียนคงก็ข้ามมิติมาเข้าร่างแทน
เมื่อมีบทเรียนจากร่างเดิม หลินเสวียนคงในช่วงสองวันนี้จึงยังไม่กล้าทำอะไรหลี่เสี่ยวหลาน ร่างกายที่แก่ชรานี้อ่อนแอเกินไป เขาเกรงว่าหากขยับตัวแรงไปนิดจะลาโลกไปเสียก่อน และไม่รู้ว่าจะมีโอกาสบำรุงร่างกายให้ดีขึ้นบ้างไหม... แก่ชราแต่ยังมีไฟ อยากเด็ดดอกไม้บนยอดเขา?
อย่างไรก็ตาม นิสัยของหลี่เสี่ยวหลานนั้นหาที่ติไม่ได้
เพื่อจะซื้อยาให้เขา นางถึงขั้นยอมควักเงินสินเดิมที่แอบซ่อนไว้ แถมยังต้มยาให้เงียบๆ ทำให้เขารู้สึกละอายใจหากจะคิดทำอะไรไม่ดีกับนาง
"ขอบ... ขอบใจเจ้ามาก!" เดิมทีเขาอยากจะเรียกว่าฮูหยิน แต่คำนั้นมันจุกอยู่ที่คอจนพูดไม่ออก
"ท่านกับข้า... ไม่จำเป็นต้องเกรงใจกันหรอก" ดวงตาของหลี่เสี่ยวหลานแฝงไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจและกังวลลึกๆ แต่ใบหน้ายังคงฝืนยิ้มออกมา
นางยกชามยาขึ้นมาเป่าเบาๆ แล้วลองจิบดู "ไม่ร้อนเกินไปแล้ว ดื่มยาเถิด"
หลินเสวียนคงรับชามมาด้วยความระมัดระวัง
เขามองดูน้ำยาอย่างละเอียดแล้วแอบส่ายหน้าในใจ สองวันที่ผ่านมาเขาป่วยนอนซมอยู่บนเตียง แม้แต่จะลงจากเตียงยังยากลำบาก ก็ได้แม่นางน้อยผู้นี้คอยดูแลปรนนิบัติอย่างดี
แม้ว่าตอนที่นางอยู่กับเขาจะมีความรู้สึกห่างเหินอยู่บ้าง แต่ก็เห็นได้ชัดว่านางมีนิสัยโอบอ้อมอารี และยานี้นางเองก็ยังจิบไปก่อนแล้ว...
"อึก" หลังจากกลั้นใจดื่มไปอึกหนึ่ง หลินเสวียนคงก็นิ่งพักครู่หนึ่ง
เมื่อยาลงสู่ท้อง ความอบอุ่นก็ค่อยๆ แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ทำให้รู้สึกสบายไปถึงกระดูก
ไม่มีอาการปวดท้อง
ไม่มีอาการเวียนหัว
ดูเหมือนเขาจะระแวงเกินไปจริงๆ!
เขายกมือขึ้น ดื่มยาที่เหลือในชามจนหมด
เพียงครู่เดียว
อาการคันที่ลำคอก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด แม้แต่ร่างกายที่อ่อนแรงก็ดูเหมือนจะมีกำลังขึ้นมาบ้าง
หลี่เสี่ยวหลานเมื่อเห็นสีหน้าของเขาดีขึ้น ความกังวลในดวงตาก็ลดลง นางรับชามไปแล้วเดินออกจากห้อง มุ่งหน้าไปทางชั้นบน ตั้งแต่แต่งงานมาสามวัน นอกจากเวลาที่ต้องดูแลหลินเสวียนคงแล้ว ทั้งสองต่างแยกกันนอน คนหนึ่งอยู่ชั้นบน อีกคนอยู่ชั้นล่าง
ในตอนนี้ หลินเสวียนคงที่นั่งอยู่ริมเตียงกลับตกอยู่ในอาการเหม่อลอย
หลังจากที่ยาเริ่มออกฤทธิ์ ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหูของเขา "พลังปราณและเลือดถึงห้าแต้ม เปิดใช้งานพรสวรรค์แรกของโชคชะตา" ทันใดนั้น ในสมองก็ปรากฏตัวอักษรสีม่วงทองขึ้นมาหลายแถว
หลินเสวียนคง: อายุขัยที่เหลือ 32 วัน
โชคชะตา: 【ยิ่งแก่ยิ่งแกร่ง】
พรสวรรค์แรกของโชคชะตา: [เฒ่าทารกเจ้าปัญญา] เพิ่มความเร็วในการบำเพ็ญตามอายุ อายุปัจจุบัน 59 เพิ่มความเร็วในการบำเพ็ญห้าสิบเท่า
ปราณและเลือด: 5/100000
เมื่อสัมผัสได้ถึงตัวอักษรเหล่านั้น สีหน้าของหลินเสวียนคงพลันเปลี่ยนไป
ชาติก่อนเขาเป็นนักเขียนนิยาย ย่อมเคยอ่านนิยายออนไลน์มามากมาย ในนิยายเหล่านั้น "สูตรโกง" คือสิ่งที่นักข้ามมิติต้องมีติดตัวเสมอ
ดูเหมือนว่าเพราะเขาดื่มยาที่ช่วยเสริมสร้างปราณและเลือด จึงไปกระตุ้นสูตรโกงนี้ขึ้นมา!
แต่ถ้าสูตรโกงนี้เป็นเรื่องจริง สถานการณ์ของเขาก็เข้าขั้นวิกฤตแล้วนะ เหลือเวลาชีวิตอีกแค่ 32 วันเองหรือ?
เขาขมวดคิ้วมองร่างกายตัวเองอย่างละเอียด เมื่อพิจารณาจากอาการเดินแล้วขาอ่อน ยกชามแล้วมือสั่น ปัสสาวะบ่อย และลุกจากเตียงลำบาก... อายุขัยที่แสดงออกมานั้นมีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นเรื่องจริง!
ไม่ได้การเด็ดขาด!
ในเมื่อเขาได้เกิดใหม่อีกครั้ง และโชคดีได้แต่งงานกับหญิงงามที่แม้แต่ใต้เท้าหวงยังหมายปอง แถมยังมีสูตรโกงติดตัวมาอีก เขาจะยอมแพ้ต่อโชคชะตาไม่ได้!
ข้าต้องหาทางช่วยตัวเอง!
หลินเสวียนคงขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางใช้ความคิดอย่างรอบคอบ
หากสูตรโกงนี้เป็นความจริง พรสวรรค์แรกของเขาที่เพิ่มความเร็วในการบำเพ็ญห้าสิบเท่านั้นมันช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก!
ตามความทรงจำของร่างเดิม เมืองต้าเจ๋อขึ้นตรงต่อแคว้นเซี่ย แคว้นนี้ให้ความสำคัญกับวรยุทธเป็นอันดับหนึ่ง เหล่าขุนนาง ผู้มีอิทธิพล และลูกหลานตระกูลใหญ่ต่างนิยมฝึกยุทธ เหล่ายอดฝีมือเหล่านั้นแข็งแกร่งอย่างยิ่ง สามารถสังหารปีศาจได้ การฆ่าคนธรรมดาจึงไม่ต่างจากการบี้มด!
ตระกูลหวงที่หลี่เสี่ยวหลานเคยสังกัดอยู่ ก็มีวิชาวรยุทธสืบทอด
ใต้เท้าหวงผู้นั้นเมื่อหลายปีก่อนก็เป็นยอดฝีมือขั้นผลัดเปลี่ยนปุถุชนระดับหก จึงสามารถมั่งคั่งร่ำรวยและมีอำนาจในเมืองต้าเจ๋อ ถึงขนาดเป็นพี่น้องกับเจ้าเมือง มีฐานะไม่ธรรมดา ส่วนฮูหยินตระกูลหวงก็มาจากตระกูลวรยุทธใหญ่ ว่ากันว่าระดับวรยุทธของนางยิ่งร้ายกาจกว่าเสียอีก
ไม่อย่างนั้น ใต้เท้าหวงคงไม่กลัวภรรยาถึงขนาดนั้น!
นอกจากนี้ ในที่ว่าการ สำนักยุทธ และพรรคต่างๆ ในเมืองต้าเจ๋อ ก็ล้วนมียอดฝีมือประจำอยู่!
วรยุทธในเมืองต้าเจ๋อรุ่งเรืองถึงเพียงนี้
หากเขามีโอกาสได้ฝึกวรยุทธ และมีพรสวรรค์ที่เพิ่มความเร็วห้าสิบเท่า ร่างกายนี้ต้องดีขึ้นแน่นอน
แน่นอนว่าร่างกายที่แก่ชราของเขา ย่อมไม่สามารถฝึกวรยุทธที่ดุดันเกินไปได้ ไม่อย่างนั้นหากสูญเสียปราณและเลือดไป เขาอาจจะอยู่ไม่ครบ 32 วันเสียด้วยซ้ำ... เขาต้องหาวรยุทธที่ช่วยบำรุงร่างกาย!
ปัญหาก็คือ ในความทรงจำ สำนักยุทธที่ถูกที่สุดในเมืองต้าเจ๋อ อย่างน้อยต้องจ่ายเงินห้าสิบตำลึงถึงจะเริ่มฝึกได้!
เงินห้าสิบตำลึง เท่ากับรายได้ทั้งชีวิตของครอบครัวธรรมดาสิบกว่าปี... เขาจะหาเงินจำนวนนั้นมาได้ภายในสิบวันครึ่งเดือนได้อย่างไร?
หากหวังแค่ขายหมั่นโถว ต่อให้ขายไปเป็นหมื่นลูก ก็คงเก็บเงินไม่ถึงห้าสิบตำลึงหรอก!
ขณะที่กำลังขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่นั้น ที่ประตูหน้าบ้านพลันมีเสียงทุบประตู "ปังๆๆ" ดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงห้าวหาญของชายคนหนึ่ง "ตาเฒ่าหลิน รีบเปิดประตู ข้าจะมาซื้อหมั่นโถว!"
นี่เกือบจะเข้ายามสองแล้ว ไฉนถึงมีคนมาขอซื้อหมั่นโถวในเวลานี้?
หลินเสวียนคงลุกขึ้นยืน เดินโงนเงนไปทางห้องโถงหน้า เขาแอบแนบตาดูที่รอยแตกของประตู มองออกไปข้างนอก
เห็นชายฉกรรจ์รูปร่างกำยำหลายคนกำลังเดินไปมาอยู่ที่หน้าประตู คนที่ทุบประตูนั้นผิวหน้าดำคล้ำ สูงราวแปดฉี สวมเสื้อสั้นคอตรงสีดำ ที่เอวพกดาบเหล็กกล้าชั้นดี ภายใต้แสงจันทร์ ดาบนั้นเปล่งประกายเย็นเยียบจนน่าขนลุก!
เพียงแค่มองแวบเดียว หัวใจของหลินเสวียนคงก็ดิ่งวูบลง
ตอนที่ร่างเดิมหาบหมั่นโถวขายไปตามตรอกซอกซอย เขาเคยเห็นชายหน้าดำผู้นี้มาก่อน!
หากจะพูดถึงผู้ที่ไม่อาจล่วงเกินได้ที่สุดในเมืองต้าเจ๋อฝั่งตะวันตก นอกจากตระกูลหวงและที่ว่าการแล้ว ก็คือเหล่าเศรษฐีที่ดินทั้งหลาย แต่ทว่าเศรษฐีเหล่านั้นกลับไม่กล้าล่วงเกินอยู่พรรคหนึ่ง นั่นคือ พรรคพยัคฆ์ดำ!
ชาวบ้านเล่าลือกันว่า หัวหน้าพรรคพยัคฆ์ดำได้บรรลุถึงขั้นผลัดเปลี่ยนปุถุชนระดับห้าแล้ว ฝีมือไม่ได้ด้อยไปกว่าใต้เท้าหวงเท่าใดนัก เหล่าหัวหน้าสาขาต่างๆ ก็ล้วนเป็นยอดฝีมือวรยุทธที่เก่งกาจ! ชายหน้าดำผู้นี้ชื่อ จางอู่ อยู่ในขั้นผลัดเปลี่ยนปุถุชนระดับหนึ่งช่วงปลาย ด้วยความที่มีฝีมือไม่เลว จึงได้เป็นหัวหน้ากลุ่มเล็กๆ ของพรรคพยัคฆ์ดำ และตรอกอู๋ถงแห่งนี้ก็คือหนึ่งในเขตอิทธิพลของเขา
ระดับจางอู่ที่มักจะกินเนื้อกินปลาเป็นอาหาร ไฉนถึงถ่อมาซื้อหมั่นโถวที่นี่?
"ตาเฒ่าหลิน เจ้าตายไปแล้วรึ? รีบเปิดประตู ข้าจะซื้อหมั่นโถว!"
จางอู่เผยรอยยิ้มชั่วร้าย พลางทุบประตูอีกหลายครั้ง จางอู่ผู้นี้มีพละกำลังมหาศาลจนกรอบประตูสั่นสะเทือน คาดว่าหากทุบอีกไม่กี่ที ประตูคงพังพินาศแน่
ในตอนนี้บนท้องถนนข้างนอก ผู้คนมากมายต่างตื่นขึ้นมา หน้าต่างหอไม้ของเพื่อนบ้านหลายหลังมีคนโผล่หน้าออกมาดู
แต่เมื่อเห็นว่าคนที่ทุบประตูคือจางอู่ เพื่อนบ้านเหล่านั้นก็สีหน้าเปลี่ยนไปทันที ต่างรีบหดหัวกลับเข้าบ้านไป ไม่กล้าแม้แต่จะดูเรื่องสนุก!
จางอู่เป็นนักยุทธที่แข็งแกร่งในขั้นผลัดเปลี่ยนปุถุชนระดับหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นคนใหญ่คนโตของพรรคพยัคฆ์ดำ ในตรอกอู๋ถงที่มีหลายร้อยครัวเรือน ประชากรกว่าสองพันคน ไม่มีใครเลยที่ไม่หวาดกลัวเขา!
"พี่อู่ ตาเฒ่าหลินคนนี้คงตายไปแล้วจริงๆ กระมัง! เช่นนั้นแม่นางน้อยที่เพิ่งแต่งงานใหม่ก็คงลำบากแย่ พวกเราต้องช่วยเหลือนางเสียหน่อยแล้ว!"
"ใช่ๆๆ แม่นางน้อยบ้านหลินรีบเปิดประตูเถิด ไม่ต้องกลัว พี่อู่จะดูแลเจ้าเองอย่างดี!"
"ถ้ายังไม่เปิด พวกเราจะบุกเข้าไปแล้วนะ!"
"แม่นางน้อยบ้านหลินวางใจได้ พี่อู่ของพวกเราเก่งกาจนัก รับรองว่าจะดูแลเจ้าจนสบายตัวไปเลย! ฮ่าๆๆๆ!"
ชายฉกรรจ์หน้าเนื้อใจเสือที่อยู่ข้างหลังจางอู่เห็นได้ชัดว่าดื่มเหล้ามาไม่น้อย ต่างพากันโงนเงนและหัวเราะร่าออกมาอย่างโจ่งแจ้ง ตั้งใจจะรังแกหลินเสวียนคงและภรรยาอย่างเห็นได้ชัด!
หลินเสวียนคงมองดูคนเหล่านั้นผ่านรอยแตกประตูด้วยความโกรธแค้นจนต้องขบฟันแน่น เจ้าพวกนี้มาเคาะประตูตอนกลางดึก แน่นอนว่าต้องมีเป้าหมายที่แม่นางน้อยคนงามของเขา! หรือว่าตอนที่นางไปซื้อยาให้เขา จะมีใครมาเห็นเข้า?
ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงกระซิบดังมาจากข้างหลัง "เปิดประตูเถิด ประตูไม้นี่กันพวกเขาไม่ได้หรอก"
หลินเสวียนคงได้ยินเสียงก็ขมวดคิ้ว เขาหันกลับไปดึงหลี่เสี่ยวหลานไปด้านข้าง แล้วกระซิบว่า "เจ้าออกมาทำไม เจ้าพวกนั้นมันมาเพื่อเจ้าชัดๆ!"
เขาครุ่นคิดครู่หนึ่ง "เจ้ารีบหนีออกทางประตูหลังไปเสีย ข้าเป็นแค่คนจนที่ใกล้จะตาย พวกเขาคงไม่ทำอะไรข้าหรอก เมื่อหาเจ้าไม่เจอ เดี๋ยวก็คงไปเอง!"
หลี่เสี่ยวหลานได้ยินเขาพูดเช่นนั้น ความน้อยเนื้อต่ำใจในดวงตาก็เลือนหายไปบ้าง
นางส่ายหน้าเบาๆ "วันนี้ข้าหลบได้ พรุ่งนี้พวกเขาก็มาอีก พรุ่งนี้หลบได้ วันหน้าพวกเขาก็ยังมา หลบไปก็ไร้ผล!"
"เช่นนั้นพวกเราก็หนีออกจากเมืองต้าเจ๋อเสีย!" หลินเสวียนคงตัดสินใจทันที
หลี่เสี่ยวหลานขมวดคิ้ว "นอกเมืองต้าเจ๋อมีปีศาจชุกชุม จะออกไปง่ายๆ ได้อย่างไร?"
พูดจบ นางก็ดึงผ้าคลุมหน้าสีดำออกมาจากแขนเสื้อ ปิดบังใบหน้าไว้ แล้วก้าวไปที่ประตูไม้ ดึงกลอนประตูออก เสียงประตูไม้ "เอี๊ยดอ๊าด" เปิดออกอย่างช้าๆ!
แสงจันทร์ข้างนอกสาดส่องเข้ามา ตกกระทบใบหน้าที่ขมวดคิ้วของหลินเสวียนคง และตกกระทบร่างในชุดสีเขียวของหลี่เสี่ยวหลาน
(จบแล้ว)