เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 371 - ปาฏิหาริย์แห่งมหาอุทกภัย

บทที่ 371 - ปาฏิหาริย์แห่งมหาอุทกภัย

บทที่ 371 - ปาฏิหาริย์แห่งมหาอุทกภัย


บทที่ 371 - ปาฏิหาริย์แห่งมหาอุทกภัย

ในขณะที่กองทัพประจิมแห่งกองทัพไต้อานกำลังรุกคืบโจมตีเมืองต่างๆ ในมณฑลหลู่เต๋อเน่ย มณฑลเคอสือถ่า และมณฑลไน่ข่าเหลยก์ของแคว้นเกาชางอยู่นั้น ในที่สุดเยลวี่ฉีอ๋องหลี่ฝ่ายขวาแห่งชี่ตันก็รอจนผู้ส่งสารจากเยลวี่ตี๋เลี่ยข่านแห่งชี่ตันผู้เป็นบิดาเดินทางมาถึง ทว่ากลับไร้วี่แววของกองกำลังเสริมที่เยลวี่ฉีเฝ้ารอคอย

จดหมายที่เยลวี่ตี๋เลี่ยข่านแห่งชี่ตันส่งถึงเยลวี่ฉี ไม่ได้มีคำสั่งที่ชัดเจนว่ากองทัพของเผ่าชี่ตัน ไป๋โหรว และลี่ม่อควรจะเดินหน้าโจมตีกองทัพไต้อานที่ช่องเขาฉีซานต่อไปหรือไม่ แต่กลับโยนภาระการตัดสินใจกลับมาให้เยลวี่ฉี โดยเยลวี่ตี๋เลี่ยบอกว่า จะรบหรือจะถอย ล้วนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเยลวี่ฉีเองทั้งสิ้น

หากเยลวี่ฉีคิดว่าการทำศึกต่อไปจะสามารถบดขยี้กองกำลังของพยัคฆ์จิ่วแห่งต้าจิ้นหลิวจีได้อย่างราบคาบ เยลวี่ฉีก็สามารถนำทหารม้าสี่แสนห้าหมื่นนายของทั้งสามชนเผ่าที่เหลืออยู่เดินหน้าทำศึกต่อไปได้เลย แต่หากเยลวี่ฉีคิดว่าการทำศึกต่อไปไม่มีความมั่นใจว่าจะเอาชนะได้ ก็จงตัดสินใจให้เด็ดขาด รีบนำทหารม้าสี่แสนห้าหมื่นนายถอยทัพกลับมาโดยด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องราวบานปลาย

หลังจากเยลวี่ฉีอ่านจดหมายจากบิดาจบ สีหน้าของเขาก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เขาหันไปถามผู้ส่งสารว่า "เสด็จพ่อมีสิ่งใดฝากมาบอกข้าอีกหรือไม่"

"เรียนอ๋องหลี่ฝ่ายขวา ท่านข่านให้ข้าน้อยฝากมาบอกท่านว่า แพ้ชนะเป็นเรื่องธรรมดาของการทำศึก การที่กองทัพไต้อานของพยัคฆ์จิ่วแห่งต้าจิ้นหลิวจีสามารถต้านทานการบุกโจมตีอย่างดุเดือดของทหารม้ากว่าหนึ่งล้านห้าแสนนายจากสิบชนเผ่าเร่ร่อนบนทุ่งหญ้าไว้ได้ที่ช่องเขาฉีซาน ซ้ำยังทำให้กองทัพพันธมิตรสิบชนเผ่าต้องสูญเสียกำลังพลไปอย่างมหาศาล ย่อมแสดงให้เห็นว่าบัดนี้พยัคฆ์จิ่วแห่งต้าจิ้นหลิวจีมีพลังรบที่แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง ท่านข่านหวังว่าอ๋องหลี่ฝ่ายขวาจะระมัดระวังให้มาก ในฐานะผู้นำ แม้ชัยชนะจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่การประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบย่อมสำคัญกว่าสำหรับผู้ที่เป็นผู้นำ"

เยลวี่ฉีถอนหายใจ พยักหน้าให้ผู้ส่งสารแล้วกล่าว "ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าไปพักผ่อนเถอะ"

"ขอรับ ข้าน้อยขอตัว"

เมื่อผู้ส่งสารจากเยลวี่ตี๋เลี่ยเดินออกจากกระโจมไป เยลวี่ฉีก็ยิ้มเจื่อนและกล่าวกับอ้ายเคอจีข่านแห่งเผ่าไป๋โหรวและชิ่งเก๋อตี๋ไท่ข่านแห่งเผ่าลี่ม่อ "แม้เสด็จพ่อจะมอบสิทธิ์ให้ข้าตัดสินใจว่าจะทำศึกต่อไปหรือไม่ แต่จากจดหมายและคำพูดที่เสด็จพ่อฝากมากับผู้ส่งสาร เห็นได้ชัดว่าพระองค์ไม่อยากให้พวกเราสามชนเผ่าต้องมาพัวพันอยู่ที่ช่องเขาฉีซานอีกต่อไปแล้ว"

อ้ายเคอจีข่านแห่งเผ่าไป๋โหรวรีบกล่าวตอบ "อ๋องหลี่ฝ่ายขวา ในเมื่อเยลวี่ตี๋เลี่ยข่านไม่เห็นด้วยที่จะให้พวกเราสามชนเผ่านำทหารม้าสี่แสนห้าหมื่นนายบุกโจมตีกองทัพไต้อานที่ช่องเขาฉีซานต่อไป เช่นนั้นพวกเราก็รีบถอยทัพกันเถอะ หากกองกำลังทหารม้าของกองทัพไต้อานที่อยู่บนทุ่งหญ้ากลับมาเมื่อไหร่ ทหารม้าสี่แสนห้าหมื่นนายของเราอยากจะถอยก็คงไม่ง่ายแล้ว"

เยลวี่ฉียิ้มขื่น เขาไม่คิดเลยว่ากองกำลังทหารม้าของหลิวจีที่ถูกส่งไปยังทุ่งหญ้าจะโชคดีขนาดนั้น เมื่อวันก่อนเพิ่งมีข่าวที่ทำให้เยลวี่ฉีต้องตื่นตะลึงส่งมา กองทหารม้าของกองทัพไต้อานที่บุกยึดราชสำนักตั่งเซี่ยง หลังจากกวาดล้างเผ่าย่อยของตั่งเซี่ยงไปอีกกว่ายี่สิบเผ่า ในที่สุดก็ได้ปะทะแตกหักกับทหารม้าตั่งเซี่ยงสี่แสนนายที่ซายเฮยไหลข่านรวบรวมมาได้ที่เชิงเขาโม่หราน ทว่าศึกชี้ชะตาครั้งนี้กลับรู้ผลแพ้ชนะอย่างรวดเร็วด้วยวิธีที่ไม่มีใครคาดคิด และฝ่ายที่ได้รับชัยชนะก็ไม่ใช่ชาวตั่งเซี่ยง

หลังจากค่ายทหารม้าทั้งห้าภายใต้การนำของเฮ่อรั่วปี้ เหวินโฉ่ว เหยียนเหลียง เจิ้งเหว่ย และหวังจี้ ยึดราชสำนักตั่งเซี่ยงได้สำเร็จ พวกเขาก็อาศัยกำลังพลและเสบียงที่ยึดมาได้จากราชสำนักตั่งเซี่ยงขยายกองกำลังของตนเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในขณะเดียวกันก็ใช้ราชสำนักตั่งเซี่ยงเป็นฐานที่มั่น ส่งกำลังออกไปโจมตีเผ่าย่อยอื่นๆ ของตั่งเซี่ยงในบริเวณใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง

เดิมทีกองทัพทุ่งหญ้าทั้งห้าค่ายนี้มีทหารม้าอยู่หนึ่งแสนหนึ่งหมื่นนาย พวกเขาเสียทหารไปเกือบแปดพันนายในการบุกยึดราชสำนักตั่งเซี่ยง แต่หลังจากยึดราชสำนักตั่งเซี่ยงได้เพียงไม่กี่วัน พวกเขากลับสามารถเพิ่มจำนวนทหารม้าในห้าค่ายขึ้นเป็นสี่แสนสองหมื่นนาย โดยใช้วิธีบังคับเกณฑ์เชลยทหารม้าชาวตั่งเซี่ยงหกหมื่นกว่านาย เกณฑ์ชายฉกรรจ์ชาวปศุสัตว์ตั่งเซี่ยงอีกหนึ่งแสนนาย และยังดึงชายฉกรรจ์ชาวจิ้นที่ตกเป็นทาสของตั่งเซี่ยงอีกหนึ่งแสนคน รวมถึงชายฉกรรจ์ชาวหูอีกหกหมื่นคนมาร่วมกองทัพไต้อาน

ทาสชายฉกรรจ์ชาวจิ้นหนึ่งแสนคนนี้กระตือรือร้นในการเข้าร่วมกองทัพไต้อานมากที่สุด คาดว่าต่อให้ไม่มีเงินตั้งตัวหรือเงินเดือนก้อนโต พวกเขาก็คงเต็มใจเข้าร่วมกองทัพไต้อานเพื่อแก้แค้นชาวตั่งเซี่ยงอยู่ดี ทว่าในจำนวนหนึ่งแสนคนนี้ มีเพียงสองหมื่นคนที่ขี่ม้าเป็น เฮ่อรั่วปี้ เหวินโฉ่ว เหยียนเหลียง เจิ้งเหว่ย และหวังจี้ จึงต้องดึงนายทหารบางส่วนจากค่ายทหารม้าของตนมาช่วยฝึกสอนชายฉกรรจ์ชาวจิ้นแปดหมื่นคนที่ขี่ม้าไม่เป็น ให้กลายเป็นกองทหารราบชั่วคราว ส่วนชายฉกรรจ์ชาวจิ้นที่ขี่ม้าเป็นอีกสองหมื่นคน ก็ถูกกระจายเข้าไปอยู่ในค่ายทหารม้าทั้งห้าค่าย

สำหรับทาสชายฉกรรจ์ชาวหูหกหมื่นคนนั้น พวกเขาไม่ได้รังเกียจที่จะเข้าร่วมกองทัพไต้อานเลยแม้แต่น้อย เพราะถึงอย่างไรพวกเขาก็เป็นเพียงทาสชั้นต่ำต้อยของชาวตั่งเซี่ยงอยู่แล้ว แต่เมื่อเข้าร่วมกองทัพไต้อาน พวกเขาจะได้รับอิสรภาพทันที ยิ่งไปกว่านั้นนอกจากจะได้รับเงินตั้งตัวยี่สิบตำลึงทันทีที่เข้าร่วมแล้ว ในอนาคตยังจะได้รับเงินเดือนที่งามอีกด้วย ข้อเสนอที่ดีขนาดนี้ หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วในทุ่งหญ้า

ส่วนเชลยทหารม้าตั่งเซี่ยงกว่าหกหมื่นนายและชายฉกรรจ์ตั่งเซี่ยงอีกหนึ่งแสนนายที่ถูกเกณฑ์มา ครอบครัวของพวกเขาล้วนอาศัยอยู่ในราชสำนักตั่งเซี่ยง แม้ลึกๆ แล้วพวกเขาหลายคนจะไม่อยากเข้าร่วมกองทัพของศัตรู แต่สถานการณ์บีบบังคับทำให้พวกเขาไม่มีทางเลือก ชาวตั่งเซี่ยงที่ไม่ยอมจำนน ไม่ว่าจะเป็นชนชั้นสูงหรือนายทหาร ล้วนถูกกองทัพไต้อานกวาดล้างทิ้งอย่างเลือดเย็น

และกับชาวตั่งเซี่ยงหนึ่งแสนหกหมื่นคนที่เข้าร่วมกองทัพไต้อาน เฮ่อรั่วปี้และพรรคพวกก็ไม่ได้ลำเอียงแต่อย่างใด ทุกคนได้รับเงินตั้งตัวยี่สิบตำลึงเหมือนกันหมด และจะได้รับเงินเดือนในอัตราเดียวกับทหารคนอื่นๆ ในกองทัพไต้อานด้วย

ค่ายทหารม้าทั้งห้าของเฮ่อรั่วปี้สามารถยึดทองคำได้มากกว่าสองล้านห้าแสนตำลึง และเงินอีกกว่าสิบเจ็ดล้านตำลึงจากราชสำนักตั่งเซี่ยง ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ขัดสนเรื่องเงินทองในการขยายกองทัพครั้งใหญ่ในราชสำนักตั่งเซี่ยงเลย

ข้างหนึ่งคือคมดาบอาบเลือด อีกข้างหนึ่งคือเงินตราสีเงินอร่าม วิธีการทั้งพระเดชและพระคุณเช่นนี้ นับว่าได้ผลดีเยี่ยมกับชาวตั่งเซี่ยงหนึ่งแสนหกหมื่นคน ในการรบกับเผ่าตั่งเซี่ยงอื่นๆ ในเวลาต่อมา ทหารม้าตั่งเซี่ยงที่เพิ่งเข้าร่วมกองทัพไต้อานเหล่านี้ล้วนแสดงฝีมือได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่มีความปรานีต่อชนเผ่าเดียวกันเลยแม้แต่น้อย

หลังจากกวาดล้างเผ่าย่อยของตั่งเซี่ยงทั้งเล็กและใหญ่ในบริเวณใกล้เคียงราชสำนักไปได้กว่ายี่สิบเผ่า ค่ายทหารม้าทั้งห้าของกองทัพไต้อานก็ใช้วิธีเดียวกันในการเกณฑ์ทหารจากเผ่าย่อยเหล่านี้ ทำให้กำลังพลของค่ายทหารม้าทั้งห้าเพิ่มขึ้นอีกระดับ เมื่อซายเฮยไหลข่านแห่งตั่งเซี่ยงนำทหารม้าสี่แสนนายที่รวบรวมมาได้ เดินทางมาถึงเชิงเขาโม่หรานเพื่อทวงคืนราชสำนักตั่งเซี่ยง ค่ายทหารม้าทั้งห้าก็มีกำลังพลสูงถึงสามแสนเก้าหมื่นนายและทหารราบอีกหนึ่งแสนนาย ซึ่งทหารราบหนึ่งแสนนายนี้ส่วนใหญ่ก็คือชายฉกรรจ์ชาวจิ้นที่ได้รับการปลดปล่อยนั่นเอง

ศึกชี้ชะตาของเผ่าตั่งเซี่ยงครั้งนี้ กลับรู้ผลแพ้ชนะภายในชั่วข้ามคืน อันเนื่องมาจากความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวของซายเฮยไหลข่าน หรือจะเรียกว่าสวรรค์เข้าข้างกองทัพไต้อานก็คงไม่ผิดนัก ผลลัพธ์นี้ทำให้หลายคนแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง รวมถึงเฮ่อรั่วปี้ เหวินโฉ่ว เหยียนเหลียง เจิ้งเหว่ย และหวังจี้ แม่ทัพทั้งห้าของกองทัพไต้อานด้วย

เมื่อซายเฮยไหลข่านนำทหารม้าสี่แสนนายที่รวบรวมมาจากเผ่าย่อยต่างๆ เดินทางมาถึงเชิงเขาโม่หรานอันเป็นที่ตั้งของราชสำนัก เขาไม่ได้เร่งรีบสั่งให้ทหารบุกโจมตีกองทหารม้าของกองทัพไต้อานที่ยึดครองราชสำนักอยู่ แต่กลับสั่งให้ตั้งค่ายห่างจากราชสำนักไปทางใต้ราวสิบกว่าลี้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการทำศึกยืดเยื้อ เพราะซายเฮยไหลรู้ดีว่ากองกำลังทหารม้าที่บุกยึดราชสำนักได้นั้นต้องมีฝีมือร้ายกาจ การจะยึดราชสำนักคืนมาคงไม่ง่ายอย่างที่คิด

หลังจากทหารม้าตั่งเซี่ยงสี่แสนนายตั้งค่ายเสร็จสิ้น เวลาก็ล่วงเลยเข้าสู่ช่วงเย็น ซายเฮยไหลจึงสั่งให้ทหารพักผ่อนทานอาหาร เตรียมตัวบุกโจมตีราชสำนักตั่งเซี่ยงในเช้าวันรุ่งขึ้น ทว่าในคืนนั้นเอง พายุฝนก็กระหน่ำลงมาอย่างหนักและตกต่อเนื่องไปจนถึงเช้า สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็คือ ทันทีที่ฝนหยุดตก ระดับน้ำในแม่น้ำอานเจียที่อยู่ใกล้กับราชสำนักตั่งเซี่ยงก็พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากพายุฝน และกลายเป็นมหาอุทกภัยในที่สุด

สถานที่ตั้งค่ายที่ซายเฮยไหลข่านเลือกนั้น เคยเป็นท้องน้ำเดิมของแม่น้ำอานเจียเมื่อกว่าร้อยปีก่อนก่อนที่แม่น้ำจะเปลี่ยนเส้นทาง ทำให้มีระดับพื้นที่ค่อนข้างต่ำ กระแสน้ำอันเชี่ยวกรากไหลทะลักมาตามท้องน้ำเดิม กวาดล้างค่ายของชาวตั่งเซี่ยงจนราบเป็นหน้ากลอง ค่ายของชาวตั่งเซี่ยงกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ถูกน้ำพัดหายไปในพริบตา ในขณะที่ราชสำนักตั่งเซี่ยงซึ่งตั้งอยู่บนที่สูงกลับไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเลย

อาศัยจังหวะชุลมุนเข้าซ้ำเติม เฮ่อรั่วปี้ เหวินโฉ่ว เหยียนเหลียง เจิ้งเหว่ย และหวังจี้ เมื่อทราบข่าวว่าค่ายของชาวตั่งเซี่ยงถูกน้ำท่วม ก็รีบส่งทหารม้าจำนวนมหาศาลพุ่งตรงไปยังค่ายของชาวตั่งเซี่ยงทันที

จากนั้นกองทหารม้าของกองทัพไต้อานก็โอบล้อมลงมาจากที่สูงสองฝั่งของกระแสน้ำ เข้าบดขยี้ชาวตั่งเซี่ยงที่กำลังตื่นตระหนก แม้จะมีชาวตั่งเซี่ยงจำนวนมากหนีเอาชีวิตรอดมาได้ แต่พวกเขาก็ต้องทิ้งม้าศึก อาวุธ และชุดเกราะไว้เบื้องหลัง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับทหารม้ากองทัพไต้อานที่บุกทะลวงเข้ามาอย่างดุดัน นอกจากการยกมือยอมจำนนแล้ว พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีก

แม้จะมีทหารม้าตั่งเซี่ยงจำนวนมากที่มีอาวุธครบมือ แต่ภัยพิบัติน้ำท่วมก็ได้ทำลายขวัญกำลังใจในการต่อสู้ของพวกเขาไปจนหมดสิ้น ท้ายที่สุดศึกชี้ชะตาเผ่าตั่งเซี่ยงที่ควรจะดุเดือด กลับกลายเป็นการไล่ล่าเพียงฝ่ายเดียวอันเป็นผลมาจากอุทกภัยครั้งใหญ่ ทหารม้าตั่งเซี่ยงสี่แสนนายบาดเจ็บ ล้มตาย จมน้ำ และถูกจับเป็นเชลยจำนวนมหาศาล มีผู้รอดชีวิตหนีไปได้ไม่ถึงหมื่นคน มีผู้เสียชีวิตจากการถูกน้ำพัดและถูกสังหารรวมกันกว่าหนึ่งแสนคน ทหารม้าตั่งเซี่ยงกว่าสองแสนเก้าหมื่นนายตกเป็นเชลยของกองทัพไต้อาน ผู้นำระดับสูงของเผ่าตั่งเซี่ยงหลายคนรวมถึงซายเฮยไหลข่าน ล้วนถูกกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากกลืนกินจนสิ้นชีวิต

ก่อนหน้านี้ราชสำนักตั่งเซี่ยงก็เพิ่งถูกกองกำลังทหารม้าของกองทัพไต้อานตีแตกไป คราวนี้ทหารม้าตั่งเซี่ยงสี่แสนนายที่รวบรวมมาจากเผ่าย่อยต่างๆ ก็ต้องมาพบกับจุดจบแทบจะสิ้นซาก ทุกคนต่างรู้ดีว่าเผ่าตั่งเซี่ยงจบสิ้นแล้ว แม้เผ่าตั่งเซี่ยงจะยังมีเผ่าย่อยทั้งเล็กและใหญ่อีกกว่าสองร้อยเผ่า แต่ชายฉกรรจ์ส่วนใหญ่จากเผ่าเหล่านั้นก็ถูกซายเฮยไหลข่านเกณฑ์ไปหมดแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น กองทัพไต้อานยังจ้องจะเล่นงานเผ่าย่อยตั่งเซี่ยงอีกกว่าสองร้อยเผ่าที่เหลืออยู่อย่างตาเป็นมัน

ภายในกระโจมของเยลวี่ฉี ชิ่งเก๋อตี๋ไท่ข่านแห่งเผ่าลี่ม่อกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนจะกล่าว "อ๋องหลี่ฝ่ายขวา เยลวี่ตี๋เลี่ยข่านน่าจะยังไม่ทราบข่าวว่าทหารม้ากองหนึ่งของพยัคฆ์จิ่วแห่งต้าจิ้นสามารถกวาดล้างทหารม้าตั่งเซี่ยงทั้งเผ่าไปได้จนเกือบหมด มิเช่นนั้นพระองค์คงสั่งให้ทหารม้าสี่แสนห้าหมื่นนายของทั้งสามชนเผ่าถอยทัพกลับไปโดยตรงแล้ว"

เยลวี่ฉีถอนหายใจ "หากไม่ใช่เพราะมัวแต่รอจดหมายตอบกลับจากเสด็จพ่อ เมื่อวานซืนตอนที่ได้รับข่าวความพ่ายแพ้ยับเยินของทหารม้าตั่งเซี่ยงสี่แสนนาย ข้าก็แทบอยากจะสั่งถอยทัพทันที ในเมื่อตอนนี้เสด็จพ่อให้ข้าตัดสินใจเอง พรุ่งนี้เช้าพวกเราทั้งสามชนเผ่าก็เตรียมตัวเดินทางกลับกันเถอะ"

คำกล่าวของเยลวี่ฉีทำให้อ้ายเคอจีข่านแห่งเผ่าไป๋โหรวและชิ่งเก๋อตี๋ไท่ข่านแห่งเผ่าลี่ม่อลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก การที่กองทัพไต้อานสามารถใช้ภัยพิบัติน้ำท่วมทำลายล้างทหารม้าตั่งเซี่ยงถึงสี่แสนนายได้นั้น สร้างความหวาดผวาได้มากกว่าการฆ่าล้างทหารม้าตั่งเซี่ยงสี่แสนนายด้วยการสู้รบนองเลือดเสียอีก

นับตั้งแต่แม่น้ำอานเจียเปลี่ยนเส้นทางเมื่อร้อยกว่าปีก่อน บริเวณราชสำนักตั่งเซี่ยงก็ไม่เคยเกิดน้ำท่วมใหญ่เลย แต่ทันทีที่ทหารม้าตั่งเซี่ยงสี่แสนนายเดินทางมาถึงใกล้ราชสำนักตั่งเซี่ยง กลับต้องเผชิญกับมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในรอบร้อยปี นี่คงเป็นสิ่งที่สวรรค์ลิขิตไว้ ความเกรงกลัวต่อสวรรค์ของชนเผ่าบนทุ่งหญ้านั้นฝังรากลึกอยู่ในสายเลือด

เช้าตรู่วันที่หกเดือนหกปีต้าจิ้นที่สี่ร้อยยี่สิบเจ็ด ทหารม้าสี่แสนห้าหมื่นนายจากสามชนเผ่า ชี่ตัน ไป๋โหรว และลี่ม่อ ซึ่งตั้งค่ายอยู่อย่างเงียบงันทางตอนเหนือของช่องเขาฉีซาน ก็ค่อยๆ เคลื่อนทัพถอยร่นกลับเข้าสู่ทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่

เวลานี้ กองทัพไต้อานที่ช่องเขาฉีซานยังไม่ได้รับข่าวจากทหารม้าทั้งห้าค่ายของกองทัพทุ่งหญ้า จึงยังไม่ทราบเรื่องที่กองทัพตั่งเซี่ยงสี่แสนนายที่ระดมมาจากทั้งเผ่า ต้องพบกับจุดจบเกือบสูญสิ้นไปแล้วด้วยมหาอุทกภัย

เมื่อหลิวจีทราบว่าทหารม้าหลายแสนนายของทั้งสามชนเผ่าถอยทัพกลับไปแล้ว ในที่สุดเขาก็สามารถผ่อนลมหายใจได้อย่างโล่งอก เขาออกคำสั่งให้จัดงานเลี้ยงฉลองชัยให้แก่ทหารทั้งกองทัพในทันที ในเวลานี้ กองทัพประจิมกำลังรุกคืบโจมตีมณฑลหลู่เต๋อเน่ย มณฑลเคอสือถ่า และมณฑลไน่ข่าเหลยก์ของแคว้นเกาชาง การต่อสู้ครั้งใหญ่กับแคว้นเกาชางอาจปะทุขึ้นในไม่ช้า โดยเฉพาะหลังจากแคว้นเกาชางจัดการกับกองกำลังผู้อพยพของเผ่าตงฟานเสร็จสิ้น

การถอยทัพของทหารม้าหลายแสนนายจากสามชนเผ่า ทำให้จังหวัดไต้อานและสี่อำเภอของมณฑลหย่งจิ้งปลอดภัยในที่สุด จากนี้ไปหลิวจีก็สามารถทุ่มเทพลังทั้งหมดไปที่ดินแดนตะวันตกได้อย่างเต็มที่ และกองทัพประจิมที่กำลังต่อสู้อย่างดุเดือดก็จะได้รับการสนับสนุนมากขึ้น

ในขณะที่กองทัพไต้อานที่ช่องเขาฉีซานกำลังเฉลิมฉลองการถอยทัพของเผ่าชี่ตัน ไป๋โหรว และลี่ม่อ ทางเมืองเฉิงอินก็ได้ส่งคนนำข่าวชนะศึกของเฮ่อรั่วปี้ เหวินโฉ่ว เหยียนเหลียง เจิ้งเหว่ย และหวังจี้มาแจ้งให้ทราบ หลังจากนั้น ทหารหลายแสนนายของกองทัพไต้อานที่ช่องเขาฉีซานก็ตกอยู่ในบรรยากาศแห่งความปีติยินดีอย่างบ้าคลั่ง

หลังจากเย่ว์อี้อ่านรายงานความดีความชอบของเฮ่อรั่วปี้และพรรคพวกจบ ใบหน้าของเขาก็เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มแห่งความปรีดา เขาหันไปกล่าวกับหลิวจี "สวรรค์คุ้มครองนายท่าน สวรรค์คุ้มครองกองทัพไต้อานของพวกเรา หลังจากค่ายทหารม้าทั้งห้าค่ายของเฮ่อรั่วปี้อาศัยพลังแห่งมหาอุทกภัยบดขยี้ทหารม้าตั่งเซี่ยงสี่แสนนายจนพินาศ เผ่าย่อยของตั่งเซี่ยงอีกกว่าสองร้อยเผ่าก็แทบจะไม่เหลือทหารให้ใช้อีกแล้ว ขอเพียงนายท่านมีคำสั่ง เผ่าตั่งเซี่ยงซึ่งเป็นชนเผ่าเร่ร่อนระดับสองแห่งทุ่งหญ้า ก็จะถูกกองทัพไต้อานของเราลบชื่อออกจากหน้าประวัติศาสตร์ทันที ทหารม้าหลายแสนนายของเผ่าชี่ตัน ไป๋โหรว และลี่ม่อ ไหวตัวหนีได้เร็วดีแท้ หากพวกเขาชักช้ากว่านี้ แล้วเฮ่อรั่วปี้และพวกส่งกองกำลังกลับมาตลบหลัง การจะหนีรอดไปได้ก็คงไม่ง่ายนัก"

หลิวจีหันไปส่งยิ้มให้ซูเลี่ย แม่ทัพแห่งกองทัพทุ่งหญ้า "ผลงานของค่ายทหารม้าทั้งห้าค่ายจากกองทัพทุ่งหญ้าของเจ้าในครั้งนี้ถือว่ายอดเยี่ยมมาก ไม่เพียงแต่สร้างผลงานอันยิ่งใหญ่ แต่ยังช่วยขยายกองกำลังของเราไปได้อีกหลายแสนนาย ต่อจากนี้เราควรจะบดขยี้เผ่าย่อยของตั่งเซี่ยงอีกกว่าสองร้อยเผ่าต่อไปหรือไม่ ซูเลี่ย เจ้ามีความเห็นเช่นไร"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 371 - ปาฏิหาริย์แห่งมหาอุทกภัย

คัดลอกลิงก์แล้ว