- หน้าแรก
- เดี๋ยวก่อน นี่น่ะเหรอระบบประเมินรถยนต์
- บทที่ 60 - [ตอนพิเศษ] นายเจ๋งจริง ถึงได้อยากจะวิ่งมาที่นี่บ่อยๆ (ฟรี)
บทที่ 60 - [ตอนพิเศษ] นายเจ๋งจริง ถึงได้อยากจะวิ่งมาที่นี่บ่อยๆ (ฟรี)
บทที่ 60 - [ตอนพิเศษ] นายเจ๋งจริง ถึงได้อยากจะวิ่งมาที่นี่บ่อยๆ (ฟรี)
บทที่ 60 - [ตอนพิเศษ] นายเจ๋งจริง ถึงได้อยากจะวิ่งมาที่นี่บ่อยๆ
คุยโวไว้ซะดิบดี
แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ในร้านปินหู่ซ่อมรถยนต์ ยังไม่มีเครื่องมือเฉพาะทางสำหรับซ่อมกล่อง ECU
แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับช่างรุ่นเก๋าอย่างหลิวหย่งฝูเลย
ถึงเวลาที่แกจะได้แสดง "คุณค่าของช่างรุ่นเก๋า" และคอนเนกชันในวงการอันกว้างขวางแล้ว!
ช่างหลิวคลุกคลีอยู่ในวงการซ่อมรถแถวนี้มาสามสิบปี
คอนเนกชันกับเส้นสายน่ะ มีอยู่แล้ว
แกอธิบายสถานการณ์ให้เจ้าของรถ หวังเจี้ยนปิน ฟัง แล้วก็ถอดกล่อง ECU ออกมา ห่อไว้อย่างระมัดระวัง
ก่อนจะขี่รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าออกไป
เรื่องที่หลิวหย่งฝูต้องออกไปยืมเครื่องมือมาซ่อมในครั้งนี้ ทำให้จ้าวเสี่ยวหู่กับสวีปินต้องมาปรึกษากันเป็นการส่วนตัวในภายหลัง
ทั้งสองคนตกลงกันว่าจะต้องซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ตรวจสอบที่เฉพาะทางกว่านี้มาไว้ที่ร้าน
จะมาคอยพึ่งพา "ตัวช่วย" จากคอนเนกชันของช่างรุ่นเก๋าตลอดไปไม่ได้
แต่แน่นอนว่า นั่นเป็นเรื่องของอนาคต
......
ผ่านไปไม่นาน หลิวหย่งฝูก็ขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ากลับมา
หยิบกล่อง ECU ที่ซ่อมเสร็จแล้วออกมา ประกอบกลับเข้าไปในรถอย่างคล่องแคล่ว
แล้วบอกให้หวังเจี้ยนปินสตาร์ทรถลองดู
เครื่องยนต์สตาร์ทติด เสียงเครื่องยนต์ทำงานเรียบเนียนสม่ำเสมอ อาการสั่นเมื่อก่อนหน้านี้หายเป็นปลิดทิ้ง
ลองเหยียบคันเร่งเบาๆ เครื่องยนต์ก็ตอบสนองได้ดี
หวังเจี้ยนปินขับรถออกไปวนดูรอบหนึ่งแล้วกลับมา
พอลงจากรถก็มีสีหน้าตื่นเต้น รีบเดินเข้าไปจับมือหลิวหย่งฝูเขย่าแรงๆ
"ซ่อมเสร็จแล้ว! ขอบคุณมากเลยครับ! ฝีมือช่างรุ่นเก๋าเนี่ยสุดยอดจริงๆ!"
ซ่อมเสร็จแล้วก็ดีแล้วนี่
จะตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น?
สแกนคิวอาร์โค้ดจ่ายเงินเลยครับ
ขอบคุณครับ
จ่ายค่าซ่อมเสร็จ หวังเจี้ยนปินก็กล่าวขอบคุณอีกครั้ง ก่อนจะขับรถกลับไปอย่างอารมณ์ดี
หลิวหย่งฝูมองดูรถ BMW Series 5 ขับออกไปไกล แล้วล้วงบุหรี่ร่วนหยุนออกจากกระเป๋า
แจกให้สวีปินและจ้าวเสี่ยวหู่คนละมวน
แล้วตัวเองก็จุดสูบหนึ่งมวน
สูบไปได้สองคำ นึกอะไรขึ้นมาได้ ก็หันไปมองสวีปิน
อ้าปาก
อยากจะถามอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มถามยังไง
จ้าวเสี่ยวหู่ดูออกว่าหลิวหย่งฝูสงสัยอะไร เลยหัวเราะแล้วบอกว่า "ช่างหลิว ลุงไม่ต้องถามหรอกว่าทำไม"
"ผมเคยบอกลุงแล้วไง ว่าพี่ปินของผมคืออัจฉริยะด้านการวิเคราะห์อาการรถ ที่หาตัวจับยากในวงการซ่อมรถ"
"ความสามารถบางอย่าง มันเรียนรู้กันไม่ได้หรอก มันเป็นพรสวรรค์"
"ลุงก็คิดซะว่าพี่เขาเปิดโปร หรือไม่ก็มีเครื่องสแกนเอ็กซเรย์ฝังอยู่ในหัวก็แล้วกัน"
ได้ยินคำพูดที่กึ่งเล่นกึ่งจริงของจ้าวเสี่ยวหู่ หลิวหย่งฝูก็อึ้งไปนิดนึง ก่อนจะส่ายหน้าแล้วหัวเราะออกมา
นั่นสิ ก่อนหน้านี้ตอนที่จ้าวเสี่ยวหู่เล่าให้ฟัง แกก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่
แต่วันนี้ได้เห็นกับตาตัวเอง จะไม่เชื่อก็ไม่ได้แล้ว
เรื่องบางเรื่อง
อาจจะอธิบายได้แค่คำว่า "พรสวรรค์ อัจฉริยะที่หาตัวจับยาก" จริงๆ นั่นแหละ
แกมองไปที่สวีปิน แววตาไม่มีความเคลือบแคลงสงสัยเหมือนตอนแรกแล้ว มีแต่ความนับถือและยอมรับ
แกยกมือขวาที่คีบบุหรี่อยู่ขึ้น ชูนิ้วโป้งให้สวีปิน
"เจ๋ง!"
หลิวหย่งฝูพูดสั้นๆ แต่หนักแน่น
......
เรื่องราวทั้งหมดนี้
หลิวหย่งฝูคิดได้แค่ชั้นเดียว แต่ยังคิดไม่ถึงอีกชั้นหนึ่ง
ดูทรงแล้ว ก่อนเกษียณ แกคงต้องติดแหง็กอยู่ที่ร้านซ่อมรถแห่งนี้ไปตลอดชีวิตแล้วล่ะ
......
ใกล้จะถึงเวลาเที่ยง
เฉินเมิ่งเตี๋ยขับรถ Volkswagen POLO สีแดงของเธอ มาที่ร้านปินหู่ซ่อมรถยนต์อีกครั้ง
วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ และเป็นอีกวันที่เธอได้นอนตื่นสายจนพอใจ
พอตื่นนอน เธอก็รีบลุกไปล้างหน้าแปรงฟัน แต่งตัวสวยจัดเต็ม
ดูเหมือนคัพเค้กอบใหม่ๆ หอมหวานน่ากินไปทั้งตัว
ถ้าเป็นเมื่อก่อน
วันหยุดสุดสัปดาห์ที่ว่างงานแบบนี้ เธอคงจะนอนดูซีรีส์อยู่บ้าน หรือไม่ก็ออกไปหาร้านคาเฟ่ดังๆ ถ่ายรูปเช็กอิน
แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้ว
โทษเมื่อคืนนี้เลย
เมื่อคืน เฉินเมิ่งเตี๋ยฝันถึงเรื่อง "น่าอาย" ที่จำรายละเอียดไม่ได้แต่ความรู้สึกกลับชัดเจนแจ่มแจ้ง
จนตื่นมาหน้าแดงใจเต้นแรง ต้องเปลี่ยนกางเกงในเลยทีเดียว
หลังจากนั้น
เธอก็รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมาเกาอยู่ในใจ คันยุกยิก โหวงเหวงไปหมด
ทำให้พอตื่นขึ้นมา ก็เอาแต่อยากจะพุ่งมาที่นี่ให้ได้
เธอจอดรถไว้ตรงที่ที่ไม่เกะกะหน้าร้านตามความเคยชิน
เฉินเมิ่งเตี๋ยส่องกระจกจัดระเบียบเสื้อผ้าหน้าผม
เช็กเมกอัป
ถึงได้ลงจากรถ
ตอนนั้นเอง สวีปินกำลังยืนคุยกับลูกค้าอยู่หน้าร้าน ก็เหลือบไปเห็นร่างสวยๆ นั้นเข้าพอดี
สวยจังแฮะ~~~
ใบหน้าของเขาก็มีรอยยิ้มผุดขึ้นมาทันที ยกมือทักทาย
"มาแล้วเหรอ?"
ความรู้สึกแปลกๆ ในใจของเฉินเมิ่งเตี๋ย มลายหายไปเป็นปลิดทิ้งทันทีที่เห็นรอยยิ้มของสวีปิน
เธอพยักหน้ายิ้มรับ
"เข้าไปนั่งข้างในก่อนนะ"
สวีปินชี้เข้าไปในร้าน แล้วหันกลับไปคุยกับลูกค้าต่อ
เฉินเมิ่งเตี๋ยเดินเข้าไปในร้าน
ก็ต้องประหลาดใจเล็กน้อยที่เห็นช่างรุ่นเก๋าหน้าตาไม่คุ้นเคยกำลังทำงานอยู่ แล้วก็ยังมีเด็กหนุ่มวัยรุ่นที่ดูเกร็งๆ อีกคนเพิ่มเข้ามา
ด้วยประสบการณ์จากเมื่อวาน เธอจึงทักทายจ้าวเสี่ยวหู่ก่อน แล้วก็ไปนั่งเงียบๆ ที่โต๊ะทำงาน
ไม่นั่งก้มหน้าเล่นมือถือ
ก็เงยหน้ามองสวีปินที่กำลังคุยกับลูกค้า
มองสักพักก็ก้มหน้า แอบอมยิ้มมุมปาก แล้วก็นั่งเหม่อ
ในร้านซ่อมรถมีเสียงจอแจดังอยู่ตลอดเวลา แต่ในใจของเฉินเมิ่งเตี๋ยกลับรู้สึกสงบอย่างประหลาด
แค่ได้นั่งอยู่ตรงนี้ แค่ได้มองดูเสี้ยวหน้าของเขา ก็รู้สึกอุ่นใจแล้ว
ชีวิตที่เรียบง่ายและสงบสุข คงเป็นแบบนี้แหละมั้ง
......
เวลาล่วงเลยมาถึงเที่ยงตรง
ได้เวลากินมื้อเที่ยงแล้ว
บนโต๊ะทำงานของร้านปินหู่ซ่อมรถยนต์ มีกล่องข้าวพลาสติกวางเรียงรายอยู่เจ็ดแปดกล่อง
มื้อนี้ค่อนข้างจัดเต็ม
วันนี้สวีปินไม่ได้ให้เฉินเมิ่งเตี๋ยเป็นคนเลี้ยงหรือสั่งอาหารเดลิเวอรีอีก
เขาให้จ้าวเสี่ยวเฉียงขี่รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าออกไปซื้ออาหารตามสั่งจากร้านแถวนี้มาให้
ทุกคนมาล้อมวงกินข้าวด้วยกัน
สวีปินเริ่มต้นด้วยการแนะนำเฉินเมิ่งเตี๋ยให้รู้จักกับสมาชิกใหม่วัยเก๋าและวัยละอ่อนของร้าน
ทุกคนถือว่าได้รู้จักกันอย่างเป็นทางการแล้ว
จากนั้นทุกคนก็กินข้าวไปคุยเล่นกันไป
......
กินข้าวเสร็จ จ้าวเสี่ยวหู่กับหลิวหย่งฝูก็ไปซ่อมรถสองคันที่ยังค้างอยู่ต่อ
จ้าวเสี่ยวเฉียงก็รีบเก็บกวาดกล่องข้าวและขยะบนโต๊ะอย่างรู้หน้าที่
จากนั้นก็เข้าไปยืนประกบจ้าวเสี่ยวหู่กับหลิวหย่งฝู คอยดูและเตรียมส่งเครื่องมือให้
ดูท่าทางเขาตั้งใจเรียนรู้มาก แรงฮึดเต็มเปี่ยม!
ดูเหมือนว่าความมุ่งมั่นที่ "จะเรียนรู้วิชาเพื่อไปหาเมีย" จะยอดเยี่ยมและแข็งแกร่งมากจริงๆ!
ส่วนสวีปินกับเฉินเมิ่งเตี๋ย ก็ยกเก้าอี้พลาสติกไปนั่งอาบแดดอยู่หน้าร้าน
แสงแดดยามบ่ายส่องลงมาอบอุ่น ชวนให้รู้สึกเกียจคร้านนิดๆ
สวีปินถือโทรศัพท์ ดูยอดวิวคลิปที่เขาโพสต์ลงโต่วอินเมื่อคืนนี้
ส่วนเฉินเมิ่งเตี๋ยก็แอบชะโงกหน้าไปดูหน้าจอมือถือของเขา
"คุณจะเปิดไลฟ์สดเมื่อไหร่คะ?"
จู่ๆ เฉินเมิ่งเตี๋ยก็ถามขึ้นมา เสียงอ่อนหวาน
"หืม?"
สวีปินกำลังตั้งใจอ่านคอมเมนต์ พอได้ยินก็เงยหน้าขึ้นมองเธออย่างสงสัย
แล้วก็ชะงักไป
พอเงยหน้าขึ้นมา เขาถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าพวกเขาสองคนนั่งใกล้กันมากเกินไปแล้ว
ไม่ใช่ระยะห่างของเก้าอี้หรอกนะ
แต่ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่หัวของทั้งสองคนเอนมาชนกัน
พอเขาหันหน้าไป ปอยผมสลวยของเฉินเมิ่งเตี๋ยก็ปัดผ่านหน้าเขาพอดี
มันรู้สึกจักจี้ เหมือนโดนขนนกเขี่ยเบาๆ
หรือเหมือนกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ที่แล่นปลาบเข้ามาในหัวใจ
สายตาของสวีปินหยุดอยู่ที่ใบหน้าของเฉินเมิ่งเตี๋ยที่อยู่ใกล้แค่คืบ แสงแดดส่องกระทบใบหน้าขาวผ่องของเธอจนดูนวลเนียน
ขนตายาวงอน แก้มแดงระเรื่อ ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อเป็นธรรมชาติ...
สมองของสวีปินขาวโพลนไปชั่วขณะ
คำชมที่เคยเห็นผ่านๆ ในคลิปสั้นอย่าง "ขาวสวยหมวยเอ็กซ์" หรือ "สวยราวกับภาพวาด" อะไรพวกนั้น ดูเหมือนจะเอามาใช้กับเธอไม่ได้เลย
หรืออาจจะฟังดูซ้ำซากเกินไป
ถ้าจะให้สวีปินบรรยายล่ะก็
เอ่อ...
เขาไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาอธิบายดี รู้สึกจนปัญญา
เอาเป็นว่า สวย! สวย! โคตรจะสวยเลย!
สวยจนเขาอึ้งไปชั่วขณะ ลืมไปเลยว่าจะพูดอะไร
เมื่อเห็นสวีปินจ้องหน้าตัวเองตาไม่กะพริบ ในใจเฉินเมิ่งเตี๋ยก็เหมือนมีลูกกวางวิ่งชนกันกระเจิง
ใจเต้นตึกตัก
แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความภูมิใจและขัดเขินตีตื้นขึ้นมา
ฮึ!
ดูท่าเสน่ห์ของฉันนี่จะไม่เบาเลยนะ!
พ่อขอนไม้ทื่อคนนี้ ยังโดนฉันตกจนหลงหัวปักหัวปำเลย!
เธอพยายามกลั้นยิ้มและซ่อนความเขินอาย แกล้งทำเป็นกระแอมไอเพื่อเรียกสติ
"อะแฮ่ม!"
สวีปินสะดุ้งสุดตัว รีบขยับถอยหลังไปนิดหนึ่ง เพื่อรักษาระยะห่าง
เขารู้สึกว่าหน้าร้อนผ่าวๆ เลยเอามือลูบจมูกแก้เก้อ
เฉินเมิ่งเตี๋ยทำเป็นไม่เห็นเหตุการณ์เมื่อครู่ ชี้ไปที่โทรศัพท์ของเขา
"ฉันหมายถึง แฟนคลับคุณในช่องคอมเมนต์เขาเรียกร้องให้คุณเปิดไลฟ์สดไม่ใช่เหรอคะ?"
"อ๋อ เรื่องนั้นเอง..."
สวีปินถึงได้เข้าใจว่าเฉินเมิ่งเตี๋ยหมายถึงเรื่องนี้ รีบอธิบายทันที
"ก็ช่วงนี้ร้านขายดีขึ้น ทุกคนก็ยุ่งๆ กันน่ะครับ เลยไม่มีเวลามานั่งจัดไลฟ์สดเลย"
เฉินเมิ่งเตี๋ยคิดอยู่ครู่หนึ่ง เอียงคอมองสวีปิน
"ตอนนี้ฉันก็ว่างอยู่พอดี เอาเป็นว่าฉันช่วยไลฟ์ให้คุณไหมคะ"
"คุณก็ทำงานของคุณไป ฉันก็ถือโทรศัพท์ตามถ่ายคุณไปเรื่อยๆ แค่นั้นเอง"
"คุณก็ทำงานไป ฉันก็ถ่ายไป ส่วนชาวเน็ตก็ดูไป"
สวีปินคิดว่าไอเดียนี้ก็เข้าท่าดี
ขืนปล่อยให้เฉินเมิ่งเตี๋ยนั่งแกร่วอยู่ในร้านคนเดียวคงเบื่อแย่
สู้หาอะไรให้เธอทำขยับแข้งขยับขาหน่อยดีกว่า
"เอาสิ งั้นก็รบกวนคุณด้วยนะครับ"
สวีปินเป็นคนลงมือทำไวอยู่แล้ว รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดแอปโต่วอิน แล้วกดปุ่มเริ่มไลฟ์สดทันที
......
[หมายเหตุจากผู้แต่งต้นฉบับ: มีผู้อ่านหลายคนท้วงติงปัญหาต่างๆ เข้ามา ผมขอไม่อธิบายรายละเอียดแล้วกันนะครับ]
[วางใจได้ครับ ผมมีพล็อตอยู่ในใจแล้ว]
[ขอบคุณที่เร่งรัดกันอย่างอบอุ่น อากาศก็เริ่มเย็นแล้ว ผมขอตัวไปปั่นงานก่อนนะครับ]
......