- หน้าแรก
- ร่ำรวยด้วยพลังหยั่งรู้ฝูงปลา
- บทที่ 15 กู่ไม่กลับแล้ว!
บทที่ 15 กู่ไม่กลับแล้ว!
บทที่ 15 กู่ไม่กลับแล้ว!
“เธอนวดเป็นด้วยเหรอ? งั้นก็ลองดูสิ...”
สวีจิ้งหว่านยื่นเท้าออกมาจากใต้ผ้าห่ม
หลินฟานนั่งยอง ๆ ลงข้างเตียง ประคองเท้าหยกที่ขาวเนียนละเอียดราวกับพระจันทร์เสี้ยวไว้ในมือ เตรียมที่จะเริ่มนวดให้เธอ
เท้าของสวีจิ้งหว่านนั้นขาวผ่องและประณีตจนเห็นเส้นเลือดจาง ๆ ภายใต้ผิวหนัง
มันดูราวกับหยกที่ได้รับการเจียระไนมาอย่างดี ชวนให้รู้สึกอยากจะประคองไว้ในมือเพื่อชื่นชมทนุถนอม
หากพูดโดยไม่เกินจริง เท้าของสวีจิ้งหว่านนั้นสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าเหล่านางแบบเท้าในโทรทัศน์เสียอีก
เขาใช้มือซ้ายกุมเท้าของเธอไว้ ส่วนมือขวาค่อย ๆ นวดคลึงลงบนบริเวณที่แดงบวมอย่างแผ่วเบา
ในขณะเดียวกัน พลังมังกรบรรพกาลสายหนึ่งก็ไหลเข้าสู่ข้อเท้าของสวีจิ้งหว่าน เริ่มทำการฟื้นฟูอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้น
“ซี้ด... สบายจัง!”
สวีจิ้งหว่านรู้สึกว่าภายใต้การนวดของหลินฟาน ความรู้สึกแสบร้อนที่ข้อเท้าค่อย ๆ มลายหายไป และถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกเย็นสบายที่แผ่ซ่านเข้ามา
“เสี่ยวฟาน เธอนี่เก่งจริง ๆ เลยนะ!” สวีจิ้งหว่านผ่อนลมหายใจออกมาอย่างยาวเหยียด
‘ดูท่าจะได้ผลจริง ๆ ด้วย!’
หลินฟานเริ่มเข้าใจถึงขีดความสามารถในการรักษาของเคล็ดวิชามังกรบรรพกาลในปัจจุบันแล้ว
ด้วยพลังระดับขั้นที่หนึ่งในตอนนี้ อาการเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ เขาสามารถรักษาให้หายขาดได้ทันที แต่สำหรับโรคร้ายแรงอย่างของแม่ ทำได้เพียงช่วยบรรเทาอาการเท่านั้น
เขาออกแรงนวดให้สวีจิ้งหว่านเพียงไม่กี่นาที รอยแดงบวมที่ข้อเท้าของเธอก็หายไปเป็นปลิดทิ้ง
“เสี่ยวฟาน ฝีมือเธอดีขนาดนี้ ช่วยนวดตรงอื่นให้พี่ด้วยสิ ตอนนี้พี่รู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัวเลย”
สวีจิ้งหว่านเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ติดจะออดอ้อนเล็กน้อย
เดิมทีเธอเป็นคนที่มีเสน่ห์เย้ายวนใจอยู่แล้ว พอมาพูดด้วยน้ำเสียงออเซาะแบบนี้ เกรงว่าผู้ชายหน้าไหนก็คงยากจะปฏิเสธได้ลง
ยิ่งไปกว่านั้น การที่เธอต้องมาปวดเมื่อยขนาดนี้ก็เพราะไปช่วยเขาจับปลา หลินฟานจึงยิ่งไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ
“ได้ครับพี่จิ้งหว่าน พี่ปวดตรงไหน เดี๋ยวผมช่วยนวดให้ครับ” หลินฟานถาม
“ปวดขาจัง”
สวีจิ้งหว่านยื่นเรียวขาสวยออกมา ผ้าห่มคลุมปิดไปถึงเพียงแค่ต้นขาตอนบนเท่านั้น
หากขาของเธอไม่ได้แนบชิดกันไว้ เกรงว่าคงจะเห็นอะไรต่อมิอะไรไปถึงไหนต่อไหนแล้ว
เรียวขาคู่นั้นขาวเนียนจนแทบจะมีแสงสะท้อนออกมา ทั้งกลมกลึงและยาวตรงราวกับงานศิลปะที่สมบูรณ์แบบที่สุดของพระเจ้า
หลินฟานไม่กล้ามองนานเกินไป เพราะเกรงว่าตัวเองจะเกิดความคิดที่ไม่ดีงามขึ้นมา เขาจึงตั้งใจนวดให้อย่างจริงจัง
ทว่าสัมผัสที่เนียนนุ่มและลื่นมือกลับคอยยั่วยวนประสาทสัมผัสของเขาอยู่ตลอดเวลา
“เสี่ยวฟาน มือของเธอนี่วิเศษจริง ๆ นวดตรงไหนก็สบายตรงนั้น” สวีจิ้งหว่านเอ่ยชมจากใจจริง
“แหะ ๆ สบายก็ดีแล้วครับ”
เมื่อได้รับคำชม หลินฟานก็รู้สึกปลื้มใจอยู่ไม่น้อย
“พี่รู้สึกปวดเอวด้วยน่ะ”
หลังจากนวดขาเสร็จ สวีจิ้งหว่านก็พลิกตัวนอนคว่ำลงบนเตียง ดึงผ้าห่มมาปิดไว้ที่ระดับต่ำกว่าเอว
ทว่าสะโพกที่งอนงามของเธอกลับดันผ้าห่มให้เชิดขึ้น จนเห็นส่วนโค้งเว้าของเอวคอดกิ่วได้อย่างชัดเจน
แผ่นหลังขาวเนียนดุจหยกของเธอปรากฏแก่สายตาหลินฟานอย่างเต็มที่ และหากมองจากด้านบนลงไป ยังพอเห็นขอบข้างที่ขาวนวลของหน้าอกซึ่งถูกกดทับอยู่กับเตียงอีกด้วย
ทันทีที่มือของหลินฟานสัมผัสลงบนเอวคอดกิ่วที่ดูอ่อนนุ่มไร้กระดูก ร่างกายของสวีจิ้งหว่านก็สั่นสะท้านขึ้นมาเบา ๆ อย่างห้ามไม่อยู่
“เป็นอะไรไปครับพี่จิ้งหว่าน ผมนวดไม่สบายเหรอครับ?” หลินฟานถามอย่างลนลาน
“เปล่า... นวดต่อเถอะ”
เสียงของสวีจิ้งหว่านแฝงไปด้วยลมหายใจที่หอบพร่า ชัดเจนว่าเธอกำลังพยายามสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่พลุ่งพล่านอยู่ข้างใน
หลังจากนวดเอวเสร็จ เขาก็ไล่นวดไปตามแขน จนสวีจิ้งหว่านพอใจและยอมปล่อยเขาไป
“พี่จิ้งหว่าน พี่ลองเหยียบพื้นดูหน่อยครับว่ายังเจ็บข้อเท้าอยู่ไหม?” หลินฟานยังคงเป็นห่วงเรื่องข้อเท้าของเธอที่สุด
เพราะอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ พักผ่อนสักนิดก็คงจะดีขึ้นเอง แต่ถ้าอาการข้อเท้าพลิกไม่หายขาด มันจะกลายเป็นปัญหาเรื้อรังเอาได้
“เดี๋ยวพี่ลองดูนะ”
สวีจิ้งหว่านเลิกผ้าห่มออกแล้วก้าวลงจากเตียงทันที แถมยังเดินไปเดินมาในห้องอีกสองสามรอบ
“ฝีมือการนวดของเธอสุดยอดมากเลย ตอนนี้พี่ไม่เจ็บเลยสักนิด เธอมีพรสวรรค์ที่จะเป็นหมอเทวดาเลยนะเนี่ย!”
สวีจิ้งหว่านชูนิ้วหัวโป้งให้หลินฟาน เมื่อกี้ตอนที่อยู่ในห้องน้ำเธอแทบจะยืนไม่ไหว แต่ตอนนี้กลับไม่รู้สึกเจ็บอีกต่อไปแล้ว
ทว่าหลินฟานกลับยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ ใบหน้าของชายหนุ่มแดงก่ำขึ้นมาทันที เขาไม่คิดเลยว่าสวีจิ้งหว่านจะลุกออกมาจากผ้าห่มตรง ๆ แบบนั้น...
“โอ๊ะ เสี่ยวฟานอายเหรอเนี่ย?”
“ก็เธอเป็นคนบอกให้พี่ลองเหยียบพื้นดูเองไม่ใช่เหรอ?”
สวีจิ้งหว่านสังเกตเห็นท่าทางของหลินฟาน เธอจึงแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราวแล้วแกล้งเย้าต่อ
“ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น...” จริง ๆ แล้วที่เขาหมายถึงคือให้เธอนั่งอยู่ที่ขอบเตียงแล้วลองเอาเท้าแตะพื้นดูเท่านั้นเอง
“แล้วเธอหมายความว่ายังไงล่ะ?”
“เสี่ยวฟาน เธอเริ่มเก่งเรื่องพวกนี้แล้วนะเนี่ย จริง ๆ แล้วเห็นแก่ที่เธอนวดให้พี่จนสบายขนาดนี้ ไม่ว่าเธอจะมีข้อเรียกร้องอะไร พี่ก็ยอมตกลงทั้งนั้นแหละ”
พูดจบ สวีจิ้งหว่านยังจงใจหมุนตัวอวดโฉมต่อหน้าหลินฟานอีกสองรอบ
“มันไม่ใช่อย่างที่พี่คิดนะครับ!”
หลินฟานพยายามอธิบาย แต่ดูเหมือนยิ่งพูดยิ่งเข้าตัว
“ยังจะบอกว่าไม่ใช่อย่างที่คิดอีก ตั้งแต่พี่ลุกขึ้นมา สายตาเธอก็ไม่เคยละไปจากพี่เลยนะ”
“ถ้าไม่อยากดู ทำไมไม่ออกไปตั้งนานแล้วล่ะ?”
สวีจิ้งหว่านไม่เปิดโอกาสให้หลินฟานได้แก้ตัวเลยสักนิด เธอจัดการต้อนเขาจนจนมุม
“นี่มัน...”
หลินฟานถูกต้อนจนไปไม่เป็น เขาจึงรีบหันหลังแล้วเดินหนีออกไปข้างนอกทันที
“คิก ๆ ๆ...”
เมื่อเห็นท่าทางประหม่าและเสียอาการของหลินฟาน สวีจิ้งหว่านก็หัวเราะออกมาอย่างผู้ชนะจนตัวโยน
เธอรู้ดีว่าหลินฟานไม่ได้ตั้งใจ แต่เธอก็แค่ชอบที่จะเห็นท่าทางลนลานของเขาแบบนี้ มันทำให้เธอรู้สึกสนุกมาก
ยิ่งไปกว่านั้น เธอพบว่าหลินฟานยิ่งโตขึ้นก็ยิ่งหล่อเหลา และเริ่มมีเสน่ห์ดึงดูดใจแบบชายหนุ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
หลินฟานเดินออกมาข้างนอก เขาเปิดก๊อกน้ำแล้วล้างหน้าแรง ๆ เพื่อให้ใบหน้าที่ร้อนผ่าวเริ่มเย็นลง
พอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ เขาก็รู้สึกเหมือนย้อนกลับไปตอนเด็ก ๆ อีกครั้ง
สวีจิ้งหว่านไม่เคยเปลี่ยนไปเลยจริง ๆ ยังชอบแกล้งเขาอยู่เหมือนเดิม!
เมื่อก่อนเธอมักจะหยอกเย้าเขาด้วยคำพูด และสิ่งที่เกินเลยที่สุดก็คือการเอาวิดีโอแบบนั้นมาให้เขาดู
แต่ตอนนี้ดูเหมือนเธอจะเริ่มแกล้งเขาหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนเขาไม่รู้จะรับมือยังไงดีแล้ว
ครู่ต่อมา สวีจิ้งหว่านก็เดินออกมาจากข้างใน
เส้นผมของเธอถูกเป่าจนแห้งและปล่อยสยายไว้ข้างหลัง
เธอสวมชุดเดรสกระโปรงตัวหนึ่ง เมื่อสายลมพัดผ่าน เนื้อผ้าที่บางเบานั้นก็แนบสนิทไปกับลำตัว เผยให้เห็นสัดส่วนที่น่าหลงใหลได้อย่างชัดเจน
ถ้าเป็นเมื่อก่อน หลินฟานคงจะแค่รู้สึกว่าเธอสวยมาก
แต่ในตอนนี้ พอเขาเห็นภาพนี้เข้าอีกครั้ง ในหัวของเขากลับมีแต่ภาพตอนที่เธอไม่ได้สวมเสื้อผ้าติดอยู่เต็มไปหมด
พังหมดแล้ว!
เขาถูกพาให้เสียคนไปแล้ว กู่ไม่กลับแล้วจริง ๆ...
จบบท