- หน้าแรก
- สิ้นโลกนี้ ขอรอดไปกับนายหมาน้อย
- บทที่ 16: หมากัดหมา
บทที่ 16: หมากัดหมา
บทที่ 16: หมากัดหมา
หลังจากเจียงหว่านออกไป เจียงจือเซี่ยก็นั่งรถแท็กซี่ไปที่บริษัทเช่ารถเป็นอันดับแรก เธอเช่ารถบรรทุกมาสองวัน โดยวางแผนว่าจะให้บรรดาเจ้าของร้านเอาของมาส่งทิ้งไว้ในรถ เพื่อที่เธอจะได้เก็บของเหล่านั้นเข้าไปในมิติได้โดยตรง
ที่ตลาดค้าส่ง เธอซื้อเสื้อแขนสั้น กางเกงขาสั้น เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว เสื้อฮู้ด เสื้อสเวตเตอร์ ชุดชั้นใน ชุดกันหนาว และเสื้อแจ็คเก็ตขนเป็ดจนเต็มรถบรรทุก
เถ้าแก่เนี้ยไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร เพราะของทุกอย่างที่นี่เป็นราคาขายส่งที่ถูกมาก และมีคนมากมายมาเหมาซื้อเสื้อผ้าแม้กระทั่งในฤดูร้อน
รถบรรทุกถูกเติมเต็มอย่างรวดเร็ว ทันทีที่เจียงจือเซี่ยปิดประตูรถ ของทุกอย่างก็ถูกเก็บเข้าไปในมิติของเธอ
หลังจากดื่มน้ำพุวิเศษไปมาก ตอนนี้เธอสามารถเก็บของเข้ามิติได้โดยใช้พลังจิตโดยไม่ต้องแตะต้องมัน
อย่างไรก็ตาม ปริมาณต้องไม่มากจนเกินไป ไม่อย่างนั้นเธอจะปวดหัว
หลังจากพักเหนื่อยในรถครู่หนึ่ง เธอก็ขับรถมุ่งหน้าไปยังตลาดค้าส่งอาหารทะเล
เธอเหมาซื้อทั้งปู ปลา กุ้ง และปลาชนิดอื่นๆ อีกมากมาย รวมถึงอาหารแห้งที่เก็บไว้ได้นาน จนเต็มคันรถ
เมื่อใช้วิธีเดิม ทันทีที่ปิดประตู เธอก็เก็บของทุกอย่างเข้ามิติ
หลังจากนั่งอยู่ในรถพักหนึ่ง เธอก็ไปที่แผงอื่นๆ เพื่อซื้อของเพิ่ม หลังจากวนซื้อของแบบนี้ไปสามรอบติด เจียงจือเซี่ยก็รู้สึกว่าพอแล้ว
จากนั้นเธอก็ค้นหาของดีประจำถิ่นทางอินเทอร์เน็ต เมื่อเห็นว่าเวลายังไม่ดึกนักและยังไม่มีข้อความเข้าในโทรศัพท์ เธอจึงจัดการสั่งซื้อล็อตใหญ่
เธอเดินไปตามร้านอาหารใกล้เคียงและสั่งอาหารจากร้านต่างๆ ทีละร้าน ขอแค่มีของพร้อมส่ง เธอก็จัดการขนขึ้นรถบรรทุกโดยตรง
เธอยังเหมาเครื่องดื่มทุกอย่างในร้านชานมมาจนหมดเกลี้ยง
เมื่อท้องฟ้าเริ่มมืดลง เจียงจือเซี่ยก็มุ่งหน้าไปยังอ่างเก็บน้ำ เธอเห็นว่าตัวเองยังมีแท็งก์น้ำและถังน้ำอีกมากที่ต้องเติมให้เต็ม
น้ำจากอ่างเก็บน้ำแห่งนี้สามารถนำมาใช้เป็นน้ำอุปโภคได้ เอาไว้ซักผ้าและกดชักโครกก็ไม่มีปัญหา
เธอถือท่อน้ำขนาดใหญ่ไว้ในมือ ปลายด้านหนึ่งอยู่ในมือเธอ ส่วนอีกด้านต่อเข้ากับแท็งก์น้ำที่อยู่ในมิติ
เธอทำงานด้วยมือทั้งสองข้าง โชคดีที่กระแสน้ำที่นี่แรงพอที่จะเติมแท็งก์น้ำให้เต็มได้อย่างรวดเร็ว
พอเติมเต็มไปสองแท็งก์ เธอก็เปลี่ยนไปเติมอีกสองแท็งก์ต่อไป
หลังจากเติมแท็งก์น้ำเสร็จ เธอก็เริ่มเติมน้ำใส่ถัง
เธอใช้เวลาถึงสองชั่วโมงกว่าจะเติมน้ำทุกอย่างจนเสร็จ
มือของเธอที่แช่น้ำมาตลอดสองชั่วโมงเปื่อยยุ่ยและซีดเซียวเล็กน้อย
น้ำเย็นเฉียบเล็กน้อยในค่ำคืนฤดูร้อน เธอสะบัดน้ำออกจากมือ
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จ เธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู
ตอนนี้เลยสามทุ่มจะสี่ทุ่มแล้ว ไม่รู้ว่าทางฝั่งเจียงหว่านเป็นอย่างไรบ้าง
ขณะที่เธอกำลังลังเลว่าจะส่งข้อความไปถามความคืบหน้าจากเจียงหว่านดีหรือไม่...
เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เธอเปิดดูก็พบข้อความจากเจียงหว่านบอกว่าเป้าหมายปรากฏตัวแล้ว
เจียงจือเซี่ยขับรถมุ่งหน้าไปยังสถานที่นั้น โชคดีที่มันอยู่ใกล้เธอมาก เธอจึงไปถึงในเวลาประมาณสิบนาที
รัตติกาลมาเยือนพร้อมกับแสงไฟที่เริ่มสว่างไสว คืนเดือนมืดที่ลมพัดแรงช่างเหมาะเจาะแก่การทำเรื่องชั่วร้ายเสียจริง
เธอขับรถไปจอดหลบมุม ก่อนลงจากรถ เจียงจือเซี่ยตั้งใจเปลี่ยนเสื้อผ้า สวมหน้ากากอนามัย จากนั้นก็เก็บรถเข้าไปในมิติ
เมื่อเดินเข้าไปในบาร์ เธอก็ถูกต้อนรับด้วยเสียงดนตรีที่ดังกระหึ่มและเสียงโห่ร้องอย่างสนุกสนานของผู้คน บรรยากาศออกจะหนวกหูไปสักหน่อย
เธอเดินตามหมายเลขโต๊ะที่เจียงหว่านส่งมาให้ จนกระทั่งพบเขานั่งอยู่ในมุมหลืบที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว
"พวกมันอยู่ไหน" เจียงจือเซี่ยโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูเขา
ปลายหูของเจียงหว่านเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ แต่มองไม่เห็นในแสงสลัว
เขาพยักพเยิดให้เจียงจือเซี่ยมองไปที่หน้าจอแล็ปท็อปของเขา บนหน้าจอปรากฏภาพคนกลุ่มนั้นกำลังรวมตัวกันอยู่ในห้องๆ หนึ่ง
"นายไปแอบติดกล้องหรือแฮ็กเข้าระบบวงจรปิดของพวกเขากันแน่" เจียงจือเซี่ยเลิกคิ้วถามเจียงหว่าน
เจียงหว่านไม่ตอบอะไร เพียงแค่ปล่อยให้เธอดูหน้าจอต่อไป
มีคนหลายคนนั่งอยู่แต่ละฝั่งของโต๊ะ แขนของพวกเขาเต็มไปด้วยรอยสัก ใบหน้าที่เหี้ยมเกรียมและเต็มไปด้วยเนื้อหนังทำให้พวกเขาสะท้อนภาพลักษณ์ของคนที่ไม่ควรไปแหยมด้วย
ด้านหลังของพวกเขามีชายหนุ่มท่าทางนักเลงนับสิบคนยืนอยู่ ซึ่งน่าจะเป็นลูกน้อง
เจียงหว่านยื่นหูฟังข้างหนึ่งให้เจียงจือเซี่ย เมื่อสวมมัน เธอก็ได้ยินเสียงบทสนทนาภายในห้อง
หลังจากฟังอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็จับใจความได้ว่าทั้งสองกลุ่มกำลังโต้เถียงกันเรื่องถิ่นทำกิน เสียงตะโกนด่าทอด้านในเริ่มดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ
เจียงจือเซี่ยและเจียงหว่านเริ่มปรึกษาหารือแผนการกัน
"พวกมันอยู่ห้องในสุดบนชั้นสามของบาร์ มีคนเฝ้าอยู่ข้างนอก เดี๋ยวฉันจะตัดระบบวงจรปิดและไฟทั้งหมด"
"ด้วยบรรยากาศตึงเครียดแบบนี้ ทันทีที่ไฟดับ พวกมันต้องคิดว่าอีกฝ่ายกำลังตลบหลังแน่ๆ ฉันจะรอจนกว่าพวกมันจะสู้กันจนใกล้จบ แล้วค่อยเข้าไปกวาดล้างให้เรียบ" เจียงหว่านกล่าวอย่างใจเย็น
เจียงจือเซี่ยถึงกับงง ถ้านายทำทุกอย่างหมด แล้วฉันล่ะ?
"แล้วฉันต้องทำอะไรล่ะ"
เจียงหว่านหัวเราะเบาๆ แล้วมองไปที่เจียงจือเซี่ย "เห็นกำแพงตรงนั้นไหม มีบางอย่างอยู่ข้างใน พี่น่าจะชอบมันนะ"
เมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้น เจียงจือเซี่ยก็เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่ามีอะไรที่น่าสนใจสำหรับเธอ
เมื่อเห็นคนบนหน้าจอกำลังจะลงไม้ลงมือ เจียงหว่านก็ส่งสัญญาณให้เจียงจือเซี่ยเตรียมพร้อม จากนั้นก็ตัดไฟทันที
บาร์ที่เคยคึกคักพลันจมดิ่งสู่ความมืดมิด ก่อนที่ผู้คนจะทันได้ส่งเสียง เสียงปืนก็ดังขึ้นหลายนัด
"กรี๊ดดด!" เสียงกรีดร้องแหลมปรี๊ดดังก้องไปทั่วบริเวณ ผู้คนต่างพากันวิ่งหนีแตกตื่นไปคนละทิศละทาง
เจียงหว่านมุ่งหน้าขึ้นชั้นบน ส่วนเจียงจือเซี่ยตรงดิ่งไปยังห้องนั้น ตอนนี้บาร์ว่างเปล่าแล้ว และเมื่อระบบวงจรปิดถูกปิดใช้งาน เธอจึงเดินเข้าไปอย่างเปิดเผย
ในช่วงเวลานี้ ทั้งเธอและเจียงหว่านต่างสวมถุงมือและที่คลุมรองเท้า นี่มันยังเป็นสังคมที่มีกฎหมายอยู่ ดังนั้นการทำตัวไม่ให้เป็นจุดสนใจไว้ก่อนย่อมดีกว่า
เมื่อสัมผัสกำแพง มันก็ดูไม่ต่างจากปกติ ขณะที่เธอกำลังจะตรวจสอบเสร็จ ทันใดนั้นเธอก็สัมผัสได้ถึงส่วนที่ดูเหมือนจะแตกต่างจากส่วนอื่นๆ
เมื่อเธอออกแรงกด กำแพงก็เปิดออกกว้างพอให้คนๆ หนึ่งเดินผ่านไปได้
เจียงจือเซี่ยเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง หลังจากเดินไปได้ไม่กี่ก้าว เธอก็เห็นประตูบานหนึ่ง
เธอเปิดประตูเข้าไปพบกับห้องที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีเพียงเตียงนอนและตู้ใบหนึ่งเท่านั้น
หลังจากเลื่อนเตียงออกไป เจียงจือเซี่ยก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเห็นแสงสีทองอร่าม
ให้ตายเถอะ ใต้เตียงมีทองคำแท่งวางเรียงซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบ ทองคำแท่งพวกนี้มีปริมาณมากพอที่จะตีมูลค่าได้ไม่ต่ำกว่าแปดหลัก
เธอเก็บทองคำแท่งทั้งหมดเข้าไปในมิติ จากนั้นก็เปิดตู้เสื้อผ้าที่อยู่ข้างๆ
ด้านในมีอาวุธและเครื่องประดับต่างๆ มากมาย ขณะที่เจียงจือเซี่ยเก็บรวบรวมของพวกนั้น เธอรำพึงในใจว่างานนี้รวยเละแล้ว
หลังจากค้นทั่วห้องอย่างรวดเร็ว เจียงจือเซี่ยก็เดินออกมาและทำให้กำแพงกลับสู่สภาพเดิม เมื่อเห็นว่าเจียงหว่านยังไม่ลงมา...
เธอจึงเดินไปที่เคาน์เตอร์บาร์ ในเมื่อกอบโกยมาตั้งขนาดนี้แล้ว จะเอาเพิ่มอีกสักหน่อยก็คงไม่เป็นไร
เธอเก็บเหล้าทั้งหมดบนผนังด้านหลังลงในมิติและกวาดเงินสดทั้งหมดออกจากเครื่องคิดเงิน เมื่อมองไปที่โซฟา เก้าอี้ และโต๊ะในบาร์ เธอก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้นมา
กว่าเจียงจือเซี่ยจะเก็บของทุกอย่างในบาร์จนเกลี้ยง เจียงหว่านก็ลงมาพอดี
เขาชะงักงันไปชั่วขณะเมื่อเห็นสภาพปัจจุบันของบาร์ จากมุมมองของเขา สภาพที่เห็นราวกับมีฝูงตั๊กแตนบินผ่าน ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าโดยไม่เหลืออะไรเลย
เมื่อมองไปที่เจียงจือเซี่ย เขาก็อดรู้สึกขำไม่ได้ เมื่อเจียงจือเซี่ยเห็นเขาลงมา เธอก็ถามเขาว่าของพวกนั้นอยู่ที่ไหน
เจียงหว่านยื่นปืนสามกระบอกและกล่องกระสุนอีกหลายกล่องในมือให้เจียงจือเซี่ย
"มีแค่นี้เองเหรอ" เธอรู้ดีจากรายงานข่าวเมื่อชาติก่อนว่ามีปืนอยู่สามกระบอก
และตอนนี้เขากำลังยกปืนทั้งหมดให้เธอ
เจียงหว่านนำปืนใส่กระเป๋าและยัดมันใส่มือเจียงจือเซี่ย
ทันใดนั้น เสียงไซเรนก็ดังมาจากที่ไม่ไกลนัก เจียงจือเซี่ยจึงไม่รอช้าอีกต่อไป
เจียงหว่านเตรียมเส้นทางหลบหนีไว้ล่วงหน้าอย่างชัดเจน เขาพาเจียงจือเซี่ยหนีออกทางด้านหลัง
นี่ก็เข้าสู่ช่วงกลางดึกแล้ว และเห็นได้ชัดว่าทั้งคู่รู้สึกตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย
สายลมยามค่ำคืนในฤดูร้อนพัดปอยผมของพวกเขาปลิวไสว ขณะที่เดินข้ามถนนหลายสาย พวกเขายังคงเห็นผู้คนมากมายกำลังนั่งกินบาร์บีคิวและดื่มเบียร์ตามร้านริมทาง ดูราวกับกำลังแสดงออกถึงความหวังที่จะมีอนาคตอันงดงาม
เจียงจือเซี่ยไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นพระแม่ผู้มาโปรดที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของทุกคนได้
หลังจากปรายตามองเพียงไม่กี่ครั้ง เธอก็พาเจียงหว่านเดินเข้าไปในโรงแรมที่อยู่ใกล้ๆ
การปกป้องตัวเองต้องมาเป็นอันดับแรก