เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 - คุณคือดั่งวสันต์ที่งดงาม

บทที่ 26 - คุณคือดั่งวสันต์ที่งดงาม

บทที่ 26 - คุณคือดั่งวสันต์ที่งดงาม


บทที่ 26 - คุณคือดั่งวสันต์ที่งดงาม

เดือนเมษายนที่งดงามมักจะถูกเติมเต็มด้วยความหมายอันแสนวิเศษหลากหลายประการ

และในเดือนเมษายนนี้เอง จางหยางก็ได้ใช้ชีวิตที่เต็มเปี่ยมแต่ก็งดงามอย่างที่สุด

การเข้าฟิตเนสวันแล้ววันเล่า การเฝ้ามองดูร่างกายเปลี่ยนแปลงไปในทุกๆ วัน เส้นสายกล้ามเนื้อที่เริ่มเด่นชัดขึ้นจนเริ่มมีร่องรอยของการฝึกฝนปรากฏออกมาให้เห็น

ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเป้ยเวยก็เป็นไปอย่างเรียบง่ายเหมือนสายน้ำที่ไหลเอื่อยๆ ไม่รีบร้อน จางหยางไม่ได้เร่งรัดความสัมพันธ์เลยแม้แต่น้อย แต่เขากลับเลือกที่จะดื่มด่ำกับกระบวนการนี้ให้เต็มที่ ราวกับเขากำลังชดเชยช่วงเวลาในสมัยเป็นนักเรียนที่เคยพลาดไป

เมื่อการทำงานกลายเป็นเพียงความรื่นรมย์และไม่ใช่เพื่อการหาเงินอีกต่อไป ทัศนคติการทำงานที่ดูผ่อนคลายและเป็นธรรมชาตินี้กลับทำให้เขามีแรงบันดาลใจพุ่งพล่านในขณะที่ทำแผนงานของกลุ่มซื่อโหย่วเต๋อจนสำเร็จ

"จางหยาง แผนงานของนายมันตรงกับแนวคิดในหัวของฉันเป๊ะเลยล่ะ"

ในระหว่างการประสานงาน ถังเล่ออีจากกลุ่มซื่อโหย่วเต๋อพูดประโยคนี้ออกมาหลังจากดูแผนงานเสร็จเรียบร้อย

จางหยางตอบกลับไปพลางถอนหายใจด้วยความตื้นตัน

ครั้งหนึ่งเขาเคยทำงานอย่างบ้าคลั่งเพื่อความอยู่รอด พยายามหาเงินอย่างหนัก แต่แผนงานมักจะถูกลูกค้าตีกลับอยู่เสมอ ทว่าในครั้งนี้เขากลับทำตามความรู้สึกของตัวเอง ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่าอีกฝ่ายพอใจเป็นอย่างมาก ช่างเหมือนกับสำนวนที่ว่าตั้งใจปลูกดอกไม้แต่ดอกไม้ไม่บาน แต่ไม่ได้ตั้งใจปลูกหลิวแต่หลิวกลับเขียวชอุ่มเสียจริง

เรื่องดีๆ ไม่ได้มีเพียงเท่านี้

ในการสะสมวันแล้ววันเล่า เงินคืนวันละสองหมื่นหยวนก็สะสมมาเกินครึ่งเดือนแล้ว ตอนนี้เขาเก็บเงินได้เกือบห้าแสนหยวนแล้ว

ในที่สุด กระแสเงินสดในมือก็เริ่มดูเป็นกอบเป็นกำขึ้นมาบ้าง

วันหยุดยาวช่วงวันแรงงานกำลังจะมาถึง ซึ่งกลายเป็นวันที่พนักงานทุกคนในบริษัทต่างตั้งตารอคอยอย่างใจจดใจจ่อ

วันหยุดสุดสัปดาห์สุดท้ายก่อนถึงวันแรงงาน จางหยางขับรถพาเป้ยเวยไปดูทะเลที่ย่านหลินกั่งในเซี่ยงไฮ้

ก่อนที่อาทิตย์จะลับขอบฟ้า ผืนฟ้าและผืนน้ำบรรจบกัน

จางหยางจอดรถไว้บนคันดิน ก้มมองดูเป้ยเวยจากระยะไกลในขณะที่เธอกำลังเดินอยู่บนชายหาด เส้นผมยาวสลวยปลิวไสวไปตามลมทะเล

สะพานตงไห่ที่อยู่ไกลออกไป เส้นขอบฟ้าที่ทะเลและฟ้ากลายเป็นหนึ่งเดียวกัน และดวงอาทิตย์ที่กำลังจมลงสู่ผืนน้ำ

ระหว่างฟากฟ้าและผืนแผ่นดิน ทุกอย่างกลายเป็นสีทองอร่าม

"พี่จางคะ!!" ท่ามกลางเสียงคลื่น เป้ยเวยโบกมือให้เขาหยอยๆ กระโปรงบางเบาที่ยาวระดับเข่าไม่สามารถปกปิดเรียวขาที่ขาวเนียนและยาวสวยของเธอได้เลย

จางหยางยิ้มละไมพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปไว้หนึ่งใบ

ไม่นานนัก เป้ยเวยก็วิ่งเหยาะๆ กลับมา พวงแก้มมีสีแดงระเรื่อจากการวิ่ง

จางหยางอ้าแขนออกเล็กน้อย รับเป้ยเวยที่โผเข้าหาอ้อมกอดของเขา

เสียงกระแสพัดพาของน้ำทะเลและเสียงคลื่นที่อยู่ข้างหู พร้อมกับเส้นผมที่พัดมาโดนปลายจมูกจนจางหยางรู้สึกคันยิบๆ เขาโอบกอดเป้ยเวยที่ตัวนุ่มนิ่มและมีกลิ่นหอมหวานไว้ในอ้อมอกพลางรู้สึกตื้นตันใจเล็กน้อย

การมีความรักมันเป็นเรื่องที่วิเศษขนาดนี้เลยเหรอ ทำไมเขาถึงเพิ่งจะมารู้สึกตัวเอาป่านนี้กันนะ

เฮ้อ ... เสียเวลาไปจริงๆ เลยเรา

เกือบจะย่างเข้าสู่วัยสามสิบแล้วเชียว โชคดีที่ระบบยื่นมือเข้ามาช่วยชีวิตเขาไว้ ทำให้เขาสามารถตื่นรู้ได้ทันท่วงทีและตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างเด็ดขาดในจุดเปลี่ยนที่สำคัญนี้

"พี่จางคะ" เสียงเรียกเบาๆ ของเป้ยเวยดึงจางหยางกลับมาจากห้วงความคิด

"หืม?"

จางหยางเพิ่งจะขานรับไปคำเดียว เขาก็สัมผัสได้ถึงความนุ่มชื้นที่ข้างแก้มอย่างไม่ทันตั้งตัว พอกลับรู้สึกตัวอีกที เป้ยเวยก็โบยบินออกจากอ้อมกอดของเขาไปราวกับสายลมเสียแล้ว

"แกล้งกันใช่ไหมเนี่ย?" จางหยางมีหรือจะทนการยั่วยวนแบบนี้ได้ เขารีบก้าวเท้าเข้าไปข้างหน้าเพียงไม่กี่ก้าวก็คว้าตัวเป้ยเวยกลับเข้าสู่อ้อมกอดท่ามกลางเสียงหัวเราะอย่างต่อเนื่อง

เมื่อยามค่ำคืนมาเยือน ที่ใต้ตึกอพาร์ตเมนต์ของเป้ยเวย

จางหยางและเป้ยเวยโอบกอดกันเพื่อบอกลา จากนั้นเขาก็มองส่งแผ่นหลังของเธอหายลับเข้าไปในทางเดินตึก

"เอาล่ะ ไปเข้าฟิตเนสดีกว่า" เมื่อรู้สึกถึงพลังงานที่ยังไม่มีที่ระบาย จางหยางก็เลี้ยวรถมุ่งตรงไปยังสตูดิโอฟิตเนสส่วนตัวทันที

วันนี้เป็นวันฝึกขาอีกครั้ง เมื่อนึกถึงความเจ็บปวดที่จะตามมาในอีกหลายวันข้างหน้าหลังจากฝึกขา เขาก็รู้สึกหวาดหวั่นอยู่ในใจไม่น้อย

ภายในสตูดิโอฟิตเนส เสียงแห่งความเจ็บปวดดังขึ้นไม่ขาดสาย

"อ๊าก!"

"ซี้ด!"

"เคร้ง!"

"มาๆๆ เซตสุดท้ายแล้ว" เทรนเนอร์คอยช่วยเซฟให้จางหยางในท่าสควอท

เข็มขัดพยุงหลังถูกรัดแน่นอยู่ที่เอวของจางหยาง เขาสัมผัสได้ถึงน้ำหนักที่กดลงมา ขาทั้งสองข้างเริ่มสั่นเป็นจังหวะพร้อมกับความรู้สึกที่ขยับเขยื้อนได้ยากลำบาก แต่เขาก็ยังคงเค้นเรี่ยวแรงฝ่าความปวดเมื่อยที่ไร้ขีดจำกัดเพื่อส่งพลังออกไปจนสำเร็จ

การออกกำลังกายถ้าไม่ฝึกขา อีกหน่อยจะกลายเป็นคนขาเล็กดูไม่สมส่วน (อาเหว่ย) ความสำคัญของการฝึกขาสำหรับผู้ชายนั้นเป็นที่รู้กันดีว่าสำคัญมากขนาดไหน

หลังจากจบคู่สควอทเซตสุดท้าย จางหยางสัมผัสได้ชัดเจนว่าขาทั้งสองข้างนั้นไม่ได้เป็นของเขาอีกต่อไปแล้ว

โชคดีที่ทุกสิ่งที่เขาทุ่มเทไปในตอนนี้ สุดท้ายจะแสดงผลลัพธ์ออกมาเป็นหกสิบเท่าให้กับตัวเขาเอง ดังนั้นเขาจึงต้องทุ่มเทสุดกำลัง

"คุณจางครับ อาหารเสริม เวย์โปรตีน และมื้อเสริมเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้วครับ" เทรนเนอร์ที่อยู่ข้างกายจัดเตรียมสิ่งที่ต้องเติมเข้าสู่ร่างกายหลังการฝึกตามกิจวัตรไว้ให้แล้ว

การเล่นฟิตเนสน่ะนะ ตราบใดที่ไม่พึ่งพาสารกระตุ้นทางวิทยาศาสตร์ การกินอาหารเสริมหรือเวย์โปรตีนก็เพื่อให้ร่างกายอยู่ในสภาพที่ดีขึ้นเพื่อหวังผลลัพธ์การฝึกที่ดีที่สุด มันเป็นเรื่องปกติธรรมดามาก

"คุณจางครับ คุณเป็นสมาชิกที่ตั้งใจและทุ่มเทในการฝึกที่สุดเท่าที่ผมเคยดูแลมาเลยครับ"

ในช่วงพักระหว่างกินมื้อหลังฝึก จางหยางได้คุยกับเทรนเนอร์ที่อยู่ข้างๆ และได้รับคำชมแบบนี้ออกมา

"โค้ชครับ พูดความจริงกับผมหน่อย ผมพอจะมีพรสวรรค์ในด้านนี้กับเขาบ้างไหมครับ" จางหยางดื่มเวย์โปรตีนเสร็จก็ถามพร้อมรอยยิ้ม

"ผมเป็นคนชอบพูดความจริงอยู่แล้วครับ ถ้าดูจากโครงสร้างกระดูกของคุณแล้ว ถ้าปริมาณกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น รูปร่างของคุณจะสมบูรณ์แบบมาก ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือการเพิ่มกล้ามเนื้อของคุณค่อนข้างช้าและต้องการเวลาในการสะสมครับ" เทรนเนอร์ตอบอย่างตรงไปตรงมา

จางหยางเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะปริมาณกล้ามเนื้อที่เท่ากันถ้าไปอยู่บนโครงสร้างกระดูกของคนสูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบกับหนึ่งร้อยแปดสิบ ผลลัพธ์ทางสายตาย่อมแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ถ้าคนสูงหนึ่งร้อยแปดสิบสามารถสร้างกล้ามเนื้อขึ้นมาได้จริงๆ แรงปะทะและรูปร่างที่ดูเหมือนจะระเบิดออกมานั้นจะดูเหนือกว่าทุกสิ่งอย่างแน่นอน

"อย่างน้อยต้องใช้เวลากี่ปีครับ?" จางหยางถามต่อ

"ถ้าคุณบอกว่าต้องการหุ่นในระดับที่สามารถลงแข่งขันได้ ห้าปีคือกีดจำกัดสูงสุดของปริมาณกล้ามเนื้อของคุณแล้วครับ หลังจากนั้นต่อให้มีความก้าวหน้าขึ้นมาอีกนิดแต่ตาเปล่าก็แทบจะมองไม่เห็นความแตกต่างแล้ว"

"ห้าปีเหรอ?" จางหยางพึมพำกับตัวเองด้วยความพึงพอใจ

ก็นะ ... หลังจากภารกิจผ่านไปหนึ่งเดือนเขาก็จะได้รับประสบการณ์ฟิตเนสถึงห้าปี เมื่อถึงตอนนั้นเขาก็คงจะได้หุ่นที่ดูดีพอๆ กับอู๋หลง (นักเพาะกายชื่อดัง) เลยใช่ไหมนะ?

เทรนเนอร์สังเกตเห็นสีหน้าของจางหยางจึงกลัวว่าเขาจะถอดใจ "แน่นอนครับว่าปีแรกของมือใหม่คือช่วงที่ก้าวหน้าที่สุด ถ้าคุณฝึกอย่างเป็นระบบไปสักหลายเดือน เส้นสายกล้ามเนื้อก็จะชัดเจนมาก และรูปร่างของคุณก็จะดูโดดเด่นท่ามกลางคนรุ่นเดียวกันแน่นอนครับ"

"เข้าใจแล้วครับ" จางหยางพยักหน้า

หลังจากกินมื้อเสริมเสร็จ จางหยางจึงเดินทางกลับสู่อพาร์ตเมนต์ท่ามกลางความมืดมิดของยามค่ำคืน

ตอนนี้ขาทั้งสองข้างแค่รู้สึกไม่มีแรงและชาไปหมด แต่รอให้ถึงเช้าวันพรุ่งนี้เถอะ มันถึงจะเริ่มสั่งสอนบทเรียนที่แท้จริงให้กับเขา

ก่อนนอน จางหยางได้วิดีโอคอลหาคนที่บ้าน

"วันแรงงานจะกลับมาใช่ไหม?" ซ่งเหวินฉินถามขึ้น โดยไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องการนัดบอดครั้งก่อนอีกเลย

เมื่อเธอไม่พูด จางหยางก็ทำเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นเช่นกัน

"กลับครับ แน่นอนว่าต้องกลับ"

"กลับมาก็ดีแล้ว จริงด้วย ขากลับช่วยดูสร้อยข้อมือหยกให้แม่หน่อยสิ ในที่สุดพ่อแกก็ยอมซื้อให้แม่สักวงแล้วล่ะ" ซ่งเหวินฉินยิ้มออกมา

จางหยางเห็นจางเจ้าไห่ที่อยู่ข้างๆ มีสีหน้าดูหงอยเหงาชอบกล ไม่รู้ว่าเขามีความผิดอะไรติดตัวอยู่ที่ซ่งเหวินฉินหรือเปล่า

"ซื้อสร้อยข้อมือเหรอครับ? ได้ครับ เดี๋ยวผมกลับไปดูให้" จางหยางรับคำปากเปล่าไปก่อน แต่กลับจำเรื่องนี้ไว้ในใจอย่างดี

จะว่าไปแล้วเดือนนี้เขาก็เก็บเงินได้เกือบห้าแสนหยวนแล้ว

ความปรารถนาเล็กๆ ของแม่ที่อยากจะได้สร้อยข้อมือหยกสักวง มีหรือที่เขาจะไม่ทำให้สำเร็จ?

จัดให้เลยครับแม่!

ส่วนทางด้านจางเจ้าไห่น่ะเหรอ ผู้ชายวัยกลางคนน่ะถ้าขาดบุหรี่กับเหล้าก็คงไม่สนุกเท่าไหร่หรอก เดี๋ยวจัดบุหรี่ดีๆ เหล้าแรงๆ ไปให้ รับรองตาเฒ่าคนนี้ต้องดีใจจนเนื้อเต้นแน่นอน

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 26 - คุณคือดั่งวสันต์ที่งดงาม

คัดลอกลิงก์แล้ว