- หน้าแรก
- ระบบพลิกชะตาชีวิตหนุ่มตกอับสู่เทพบุตรสุดเท่
- บทที่ 12 - ความสุขแบบสองเท่า
บทที่ 12 - ความสุขแบบสองเท่า
บทที่ 12 - ความสุขแบบสองเท่า
บทที่ 12 - ความสุขแบบสองเท่า
ดึกมากแล้ว หลังจากจางหยางกลับถึงห้องพัก เขาก็ส่งข้อความไปบอกสยงหย่าเชี่ยนว่าถึงบ้านอย่างปลอดภัยแล้วตามที่ตกลงกันไว้
"ดีจังค่ะถึงบ้านก็ดีแล้ว จริงด้วย ปกติเวลาว่างคุณชอบทำอะไรเหรอคะ" นึกไม่ถึงว่าสยงหย่าเชี่ยนจะยังอยากคุยต่อ เธอพยายามหาหัวข้อชวนจางหยางคุยต่ออีกพักใหญ่
จางหยางฝืนคุยตอบไปไม่กี่คำแล้วอ้างว่าจะไปอาบน้ำ อีกฝ่ายถึงได้ยอมบอกฝันดีด้วยท่าทางที่เหมือนยังไม่อยากเลิกคุยนัก
"ได้เวลาตรวจสอบผลรางวัลเสียที" วินาทีนี้จางหยางอดใจรอมานานแล้ว
อย่างแรกคือรางวัลจากการทำภารกิจสำเร็จสองอย่าง
ข้อแรกคือค่าประสบการณ์ห้าแต้ม เมื่อได้แต้มนี้มาเลเวลของจางหยางก็เลื่อนเป็นเลเวลสามทันที และยอดเงินคืนรายวันก็เพิ่มขึ้นเป็นสองหมื่นหยวนแล้ว
"ความสุขแบบสองเท่า!" จางหยางจมดิ่งลงในความดีใจที่มีรายได้ปีละเจ็ดล้านสามแสนหยวนทันที
รายได้ปีละเจ็ดล้านกว่าหยวน! รายได้ระดับนี้ถ้าอยู่ที่บ้านเกิด รายรับสุทธิเท่านี้ต่อปีเขาก็จะเป็นมหาเศรษฐีที่เป็นที่ยอมรับอย่างไม่ต้องสงสัย จะเป็นบ้านวิลล่าหรือรถสปอร์ต ถ้าเก็บเงินสักสองสามปีเขาก็จะมีทุกอย่างที่ต้องการ
ต่อให้เป็นในเซี่ยงไฮ้ รายได้ระดับนี้ก็ก้าวข้ามขีดจำกัดของพนักงานออฟฟิศไปแล้ว อย่างน้อยๆ ก็ต้องเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทยักษ์ใหญ่เลยทีเดียว
จางหยางผ่อนลมหายใจยาวๆ แล้วกดรับรางวัลอย่างที่สอง
ความสูงเพิ่มขึ้นสองเซนติเมตร
เขายืนอยู่หน้ากระจกและเห็นกับตาตัวเองว่าเงาในกระจกนั้นสูงขึ้นจาก 176 เซนติเมตรกลายเป็น 178 เซนติเมตรในพริบตา
สองเซนติเมตรดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กน้อย
แต่ทว่าภาพลักษณ์โดยรวมกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเพราะสองเซนติเมตรนี้
จางหยางรู้สึกได้ทันทีว่าตัวเองในกระจกดูรูปร่างเพรียวขึ้นและดูผอมลงเล็กน้อย แม้แต่เครื่องหน้าก็ดูเหมือนจะคมชัดขึ้นด้วย ตามหลักการคงสภาพพลังงานคงเป็นเพราะส่วนสูงที่เปลี่ยนไปแต่น้ำหนักยังคงอยู่ที่เจ็ดสิบกิโลกรัมเหมือนเดิมนั่นเอง
คนหนักเจ็ดสิบกิโลกรัมที่สูง 176 กับคนหนักเจ็ดสิบกิโลกรัมที่สูง 178 นั้นให้ความรู้สึกที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงจริงๆ
"เมื่อไหร่จะสูงถึงหนึ่งร้อยแปดสิบนะ" เหมือนกับผู้ชายทุกคนที่จะอ่อนไหวมากเวลาคนอื่นบอกว่าสูง 178 หรือ 179 จางหยางเองก็อยากสูง 180 ใจจะขาดเหมือนกัน
แต่เรื่องความสูงเนี่ย ตัวจางหยางในตอนนี้หยุดสูงไปนานแล้ว ด้วยความพยายามของตัวเองคงเปลี่ยนอะไรไม่ได้ เขาจึงได้แต่ฝากความหวังไว้ที่ระบบว่าในอนาคตจะมีรางวัลเกี่ยวกับความสูงมาให้อีกเพื่อเติมเต็มความฝันที่อยากสูง 180 ของเขาให้เป็นจริง
"ระบบ รับกล่องของขวัญ!" จางหยางนึกในใจ
ทุกครั้งที่เลื่อนเลเวลจะมีกล่องของขวัญอัปเกรดให้เสมอ และครั้งนี้ก็ไม่ใชข้อยกเว้น
ติ๊ง!
ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ด้วย คุณได้รับนาฬิกาวาเชอรอง คอนสแตนติน ซีรีส์มรดกตกทอด รุ่นปฏิทินถาวรแบบบางพิเศษหนึ่งเรือน มูลค่าเจ็ดแสนหยวน
"นาฬิกาข้อมือเหรอ แถมยังเป็นวาเชอรอง คอนสแตนตินด้วย!"
ความจริงจางหยางอยากจะซื้อนาฬิกาสักเรือนมานานแล้ว และพอมีรายได้วันละสองหมื่นความต้องการนี้ก็ยิ่งรุนแรงขึ้น ผู้ชายจะปล่อยให้ข้อมือว่างเปล่าได้อย่างไรกัน ...
เดิมทีเขาตั้งใจว่าจะเก็บเงินสักสิบยี่สิบวันเพื่อไปซื้อนาฬิการาคาหลายแสนมาใส่ นึกไม่ถึงว่าระบบจะจัดหามาให้ทันที แถมยังเป็นวาเชอรอง คอนสแตนตินมูลค่าตั้งเจ็ดแสนหยวน วิธีการรับรางวัลระบบก็ระบุไว้เหมือนเดิมคือให้ไปรับที่หน้าร้านที่กำหนดได้เลย
เพียงเท่านี้ รถของผู้ชายและนาฬิกาของผู้ชายเขาก็มีครบหมดแล้วในพริบตา ส่วนขั้นต่อไปก็คงจะเป็นบ้านสินะ ...
ไม่รู้ว่าการเลื่อนเลเวลครั้งหน้า ระบบจะจัดให้หรือเปล่า
จางหยางมองดูระดับเลเวลในตอนนี้ คือเลเวลสาม
เหลืออีก 24 แต้มประสบการณ์ก็จะถึงเลเวลสี่ และถ้าถึงเลเวลสี่ ยอดเงินคืนรายวันจะพุ่งไปถึงห้าหมื่นหยวนอย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งถือว่าเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ และถึงตอนนั้นรายได้ต่อปีของเขาจะสูงถึงสิบแปดล้านกว่าหยวนเลยทีเดียว
พอคิดถึงวันที่วันนั้นจะมาถึง หัวใจของจางหยางก็เต้นแรงด้วยความตื่นเต้น
ส่วนตอนนี้ล่ะ ...
จางหยางบิดขี้เกียจเพื่อผ่อนคลายร่างกายที่เพิ่งสูงขึ้นอีกสองเซนติเมตร และปล่อยใจให้จมอยู่กับความสุขจากการมีรายได้วันละสองหมื่นหยวนอย่างเต็มที่
ตื่นลืมตาขึ้นมาก็ได้เงินสองหมื่น แน่นอนว่าอารมณ์ดีไปทั้งวันอยู่แล้ว
ในแอปฯ เสี่ยวหลานซู มีชาวเน็ตมากมายเข้ามาถามถึงตอนต่อไป
"พี่ชาย วันนี้ผลเป็นยังไงบ้างครับ"
"ฉันเดาว่าต้องราบรื่นแน่นอน เพราะภาพลักษณ์ที่พี่สาวน้องสาวช่วยกันปั้นมาเนี่ยมันก้าวหน้าไปเยอะมาก แค่รักษามาดหน่อยก็ไม่มีปัญหาแล้วล่ะ"
"ก็นั่นน่ะสิ สายตาของผู้หญิงพวกเรานับร้อยคนมาช่วยแนะนำแบบครบวงจรขนาดนี้ ไม่มีทางจีบไม่ติดหรอก!"
เมื่อทุกคนตั้งตารอและให้ความสนใจกันขนาดนี้ จางหยางจึงไม่รอช้าและตอบกลับไปในทันที
"ทุกอย่างราบรื่นดีครับ!"
จะไม่ราบรื่นได้อย่างไรกันล่ะ ในเมื่อภารกิจสำเร็จลุล่วงไปแล้ว คืนนี้เขาเรียกได้ว่ากวาดรางวัลมาเพียบ ส่วนเรื่องการนัดบอดนั้นสำหรับเขาแล้วมันไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุดอีกต่อไป
"โล่งอกไปที!"
"พี่ชายอย่าลืมรุกต่อตอนที่เหล็กยังร้อนนะครับ แต่จำไว้ว่าอย่าทำตัวเป็นหมาเลียนะ เอาแค่พอดีๆ ให้อีกฝ่ายรู้สึกค้างคาใจจะดีที่สุด"
"ใช่ๆๆ คืนนี้แค่บอกฝันดีก็พอแล้วครับ"
ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยสัมผัสความรู้สึกที่มีสาวๆ มาล้อมรอบแบบนี้เลย วันนี้จางหยางได้รับประสบการณ์นั้นอย่างเต็มที่ นี่มันเหมือนกับมีแฟนสาวเป็นร้อยคนมาคอยวางแผนกลยุทธ์ให้เขาเลยไม่ใช่เหรอเนี่ย ... ความรู้สึกนี้มันช่างอธิบายยากจริงๆ
...
เช้าวันรุ่งขึ้น ทันทีที่จางหยางลืมตาตื่น เขาก็ตรวจสอบยอดเงินในบัญชีทันที และเป็นไปตามคาด ตั้งแต่เที่ยงคืนของวันนี้ระบบได้เริ่มโอนเงินคืนให้เขาวันละสองหมื่นหยวนแล้ว
ท่ามกลางความดีใจที่มีรายได้วันละสองหมื่น จางหยางก็ดูสดชื่นกระปรี้กระเปร่ามาก การออกกำลังกายตอนเช้าวันนี้เขารู้สึกเหมือนมีพละกำลังมหาศาลใช้เท่าไหร่ก็ไม่หมด มันเหมือนกับการแบกข้าวกระสอบละห้าสิบกิโลกรัมจะเหนื่อยแทบขาดใจ แต่ถ้าให้แบกธนบัตรใบละร้อยหยวนหนักห้าสิบกิโลกรัมดูล่ะ รับรองว่าจะไม่มีใครบ่นว่าเหนื่อยสักคนแน่นอน
พอถึงเวลาเข้างาน จางหยางรู้สึกว่าตัวเองเดินมาด้วยท่าทางที่ดูภูมิฐานและมีสง่าราศีมาก
"เชี้ย!" ทันทีที่เขานั่งลงที่โต๊ะทำงาน เซี่ยงโหย่วเต๋อที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็ร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ "ไม่ใช่ละ ... จางหยางทำไมฉันรู้สึกว่าผ่านวันหยุดไปแค่วันเดียว นายเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยวะ"
เขาถึงกับพูดตะกุกตะกักออกมา
"เปลี่ยนไปเป็นแบบไหนล่ะ กล้าๆ พูดออกมาเลย" จางหยางยิ้มให้กำลังใจด้วยความคาดหวัง
"นายนี่มัน ... ดูเหมือนจะ ... ดูเหมือนจะ ..." เซี่ยงโหย่วเต๋อหน้าแดงก่ำ ถึงแม้เขาจะไม่อยากพูดออกมาแต่เขาก็ฝืนพูดออกมาจนได้
"ดูเหมือนจะ ... เริ่มจะหล่อขึ้นมาแล้วนะเนี่ย ... ให้ตายเถอะ!"
จะไม่หล่อได้อย่างไรล่ะ ...
จากส่วนสูง 176 เป็น 178 น้ำหนัก 70 กิโลกรัม สุขภาพผมระดับท็อปบวกกับเงินหนึ่งพันกว่าหยวนที่ใช้จัดทรงวินเทจปาดข้างสไตล์ฮ่องกง ช่วงหน้าผากขึ้นไปเรียกได้ว่าถอดแบบมาจากหวังจงเจ๋อเลยทีเดียว แถมยังมีดวงตาที่ระบบปรับปรุงให้ดูมีพลังอีก
และที่สำคัญที่สุดเหนือสิ่งอื่นใด คือความมั่นใจที่รายได้วันละสองหมื่นมอบให้เขา
ผู้ชายตราบใดที่มีความมั่นใจมากพอ สง่าราศีที่พุ่งพล่านออกมามันเป็นสิ่งที่ปิดอย่างไรก็ปิดไม่มิดจริงๆ
"พี่จาง อรุณสวัสดิ์ค่ะ!" วันนี้เป้ยเวยสวมชุดกระโปรงสไตล์คุณหนูดูอ่อนหวาน เธอทักทายจางหยางด้วยรอยยิ้มหวานขณะเดินผ่านเขาไป
สายตาของเซี่ยงโหย่วเต๋อมองตามแผ่นหลังของเป้ยเวยไป จนกระทั่งเธอนั่งลงเขาถึงได้ถอนสายตากลับมา
"จางหยาง ทำไมฉันรู้สึกว่าแม้แต่ท่าทีที่เป้ยเวยมีต่อนายมันก็เปลี่ยนไปด้วยล่ะเนี่ย ฉันคิดไปเองหรือเปล่าวะ" เซี่ยงโหย่วเต๋อถามด้วยความสงสัย
"จะเปลี่ยนไปได้ยังไงล่ะ ปกติเป้ยเวยเขาก็เป็นคนสุภาพเรียบร้อยแบบนี้กับทุกคนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ใครๆ ก็ชมว่าเธอมีมารยาทจะตาย" จางหยางเปิดคอมพิวเตอร์และพูดออกมาอย่างไม่ใส่ใจ พลางตอบข้อความวีแชตของสยงหย่าเชี่ยนไปสองสามคำ
"งั้นเหรอ" เซี่ยงโหย่วเต๋อพึมพำกับตัวเองพลางเกาเส้นผมที่เหลืออยู่ไม่มากนักของเขาแล้วเริ่มตั้งหน้าตั้งตาทำงานต่อไป
งานในช่วงเช้าผ่านไปอย่างราบเรียบ จางหยางนั่งจิบน้ำชาไปพลางเริ่มมีสมาธิจดจ่อกับงานมากขึ้น
ที่อยู่ไม่ไกลนัก เป้ยเวยทำงานไปได้สักพักเธอก็เงยหน้าขึ้นมาด้วยความเบื่อหน่าย แล้วเธอก็ได้มองเห็นจางหยางที่กำลังตั้งใจทำงานอยู่พอดี
เธอมองดูเขาอยู่นาน แล้วจู่ๆ เธอก็ชะงักไป
"พี่จางตอนตั้งใจทำงานเนี่ย ... ดูไปดูมาก็หล่อเหมือนกันนะเนี่ย"
ใบหน้าที่ดูธรรมดานั้น ในตอนนี้กลับดูจริงจังและมีสมาธิ ดวงตาที่โผล่พ้นหน้าจอคอมพิวเตอร์ออกมาเพียงครึ่งเดียว เมื่อเพ่งมองแล้วกลับดูมีความลึกซึ้งอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อเห็นว่าจางหยางกำลังจะเงยหน้าขึ้นมา เป้ยเวยก็รีบก้มหน้าลงทันที แต่ในใจกลับมีความรู้สึกสั่นไหวบางอย่างเกิดขึ้นอย่างน่าประหลาด
[จบแล้ว]