เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 26 เข้าเมืองหลวง

ตอนที่ 26 เข้าเมืองหลวง

ตอนที่ 26 เข้าเมืองหลวง


“มีคนเต็มไปหมด!”

เจอร์รี่มองรอบๆและถอนหายใจ

“ฝ่าบาท...นายน้อย มีคนมากมายเพราะงานเลี้ยงเมฆเขียวคืองานี่ใหญ่สุดในฉิงโจว”

เมทิสเดินมาข้างหน้าและอธิบายแก่เจอร์รี่อย่างเคารพ นางสวมชุดคลุมขาวตัวยาว ผมยาวของนางสะบัดตามลมและใบหน้าของนางก็งดงามหาที่เปรียบมิได้

ความงามของนางดึงดูดคนนับไม่ถ้วนและพวกเขาก็ลอบมองนาง

“ว่ากันว่างานนี้ได้จัดขึ้นมาเป็นร้อยปีแล้ว นักรบของฉิงโจวต่างใฝ่ฝันว่าจะได้เป็นสิบสุดยอดนักรบ”

“ดังนั้นทุกครั้งที่งานจัด มันจึงกลายเป็นช่วงเวลาที่คึกคักสุดของเมืองอันเยวี่ย”

เมทิสพูดต่อ ในฐานะนักรบระดับหนึ่ง มันเป็นไปไม่ได้ที่นางจะไม่สังเกตเห็นสายตาเหล่านั้น

แต่ทว่า นางไม่สนใจ นางแค่บอกข้อมูลกับเจอร์รี่ ราวกับเจอร์รี่คือคนเดียวในโลกที่ดึงความสนใจนางได้

เจอร์รี่พยักหน้า ด้วยคนหลายคนที่มาและไป มันจึงเสียงดัง

มันไม่สามารถเห็นฉากแบบนี้ได้ในราชวงศ์ท้องฟ้า

ราชวงศ์ท้องฟ้ามีประชากรน้อยแม้จะมีขนาดใหญ่ แต่ทว่า ในราชวงศ์มหาสันติ ประชากรคาดว่าน่าจะมีมากกว่าห้าสิบล้าน

แต่มันไม่สำคัญ เมื่อเจอร์รี่ยึดที่นี่ ประชากรของทั้งฉิงโจวจะเป็นของเขา

พอคิดได้ รอยยิ้มก็ปรากฏบนหน้าของเจอร์รี่ อารมณ์ของเขาดีขึ้น

เจอร์รี่กับพรรคพวกมาในฐานะของราชวงศ์ท้องฟ้า

นอกจากนักรบชื่อดัง แขกที่เหลือที่ได้รับเชิญให้มางานคือขุนนางจากราชวงศ์และเมืองต่างๆ

‘ท่าน นี่คือที่ที่ท่านจะพัก’

ขุนนางของราชวงศ์มหาสันติพาพวกเขาไปบ้านหลังน้อยแสนหรูหรา นี่คือที่ที่พวกเขาจะพัก

ราชสำนักได้จัดที่พักให้ขุนนางจากประเทศต่างๆขณะที่นักรบจะพักในโรงเตี้ยม

ตกดึก เมืองอันเยวี่ยกลายเป็นมีชีวิตชีวิตกว่าเดิม ว่ากันว่าคืนนี้จะมีงานแสดงโคมไฟ

“ทำไมเราไม่ไปดูงานหน่อยละ?”

เจอร์รี่มองโคมไฟและเสนอด้วยรอยยิ้ม

เฮอร์มีสกับคนอื่นมองหน้ากันและตามเจอร์รี่ออกไปอย่างหน่ายใจ ในความเป็นจริง พวกเขายังกังวลถึงความปลอดภัยของเจอร์รี่

ตอนพวกเขาไปถึงถนน มันมีชีวิตชีวามาจริง

มีคนเดินถนนและคนขายรั่ว ท่ามกลางคนเดินถนนเหล่านี้ หลายคนคือนักรบอิสระที่พกพาอาวุธ ในเมืองหลวง ผู้คนไม่ได้รับอนุญาตให้พกพาอาวุธบนถนน

แต่ทว่า เหล่านักรบคือข้อยกเว้นเพราะนี่คือกฏของโลกระดับหนึ่ง ยุคแห่งการต่อสู้ระดับต่ำ

เหนือสิ่งอื่นใด พลังของนักรบระดับหนึ่งเทียบได้กับกองทัพทหารหมื่นนาย

มีนักรบซ่อนเร้นนับไม่ถ้วนและพวกเขาก็ไม่สนใจเรื่องชาติตน ดังนั้นราชสำนักจึงต้องเคารพพวกเขา ไม่งั้น ถ้านักรบอิสระโดนขับไล่ ผลที่ตามมาคงเลวร้าย

แต่ทว่า แม้พวกเขาจะพกพาอาวุธได้ แต่ถ้าพวกเขากล้าใช้กำลังในเมือง พวกเขาจะต้องเจอนักรบจากราชสำนัก เหนือสิ่งอื่นใด โลกนี้เรียกว่ายุคแห่งอาณาจักร ราชวงศ์ถือครองอำนาจสูงสุดและก็มีนักรบที่เก่งกาจสุด

สำหรับนักรบอิสระ แม้พวกเขาจะเก่งกาจ พวกเขาก็ไม่สามารถสู้กับอาณาจักรได้

ถ้าอาณาจักรพวกเขาตกอยู่ในอันตราย นักรบอิสระเหล่านี้ก็จะยืนหยัดเพื่อช่วยเหลืออาณาจักร

นี่คือยุคแห่งอาณาจักร ไม่ว่าพลังยุทธ์ของคนเราจะเก่งกาจแค่ไหน พวกเขาก็ยังต้องก้มหัวให้ราชวงศ์พวกเขา

นอกจากนี้ พลังของราชวงศ์มักสูงสุดและถ้าพวกเขามีราชวงศ์หนุนหลัง พวกเขาก็จะบ่มเพาะได้เร็วขึ้น นี่เรียกว่าโชคลาภล่วงหน้า ถ้าราชวงศ์มีโชคลาภล่วงหน้า คนในนั้นก็จะบ่มเพาะเร็วขึ้น

ดังนั้น นักรบอิสระหลายคนจึงเต็มใจทำงานให้ราชวงศ์เพื่อแลกกับพลัง

ดังนั้น มันจึงยากมากที่สงครามจะแตกหักในหมู่สามราชวงศ์

ผู้คนจึงแข่งขันกับที่งานเลี้ยงเมฆเขียวแทน

ที่งาน นักรบจากสามราชวงศ์แข่งขันกันและราชวงศ์ที่มีจำนวนนักรบสิบอันดับแรกมากสุดจะถือว่าแข็งแกร่งสุด

และปีนี้ มีราชวงศ์ที่มาแข่งขันเพิ่มอย่างราชวงศ์ท้องฟ้า

งานแสดงโคมไฟค่อนข้างน่าสนใจ และเจอร์รี่ก็รู้สึกเหมือนตัวเองไปอยู่ในยุคโบราณ เหนือสิ่งอื่นใด เจอร์รี่ไม่ได้เห็นโลกนี้มากนักแม้ว่าเขาจะอยู่ที่นี่มาหลายปีแล้วก็ตาม

ไม่กี่วันต่อมา งานเลี้ยงเมฆเขียวก็เริ่มขึ้น

งานเลี้ยงนี้จัดโดยราชวงศ์มหาสันติ และที่จัดงานก็อยู่ในวัง

ในช่วงเวลาร้อยปีที่ผ่านมา งานสงบสุข ราชวงศ์มหาสันติก็เหมือนชาติยิ่งใหญ่ พวกเขาไม่เคยเคลื่อนไหวต่อต้านคนจากประเศอื่นระหว่างงาน

ถ้าพวกเขาทำแบบนั้น ทุกคนในโลกจะรู้และศักดิ์ศรีพวกเขาจะไม่เหลือ สุดท้าย มันจะส่งผลเสียใหญ่หลวงต่อการปกครองของราชวงศ์

เหนือสิ่งอื่นใด ในยุคแห่งอาณาจักร มีกฏที่ว่าตอนสองอาณาจักรทำสงครามกัน พวกเขาไม่สามารถฆ่าผู้ส่งสารจากอาณาจักรศัตรูได้

แน่นอน ถ้าตัวตนของเจอร์รี่ในฐานะจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ท้องฟ้าหลุดไป เขาอาจโดนจับ

ยังไงซะ มันเป็นโอกาสอันดีสำหรับศัตรูเพราะราชวงศ์ท้องฟ้าถือเป็นภัยคุกคามต่อสามราชวงศ์

แม้กระทั่งราชวงศ์มหาสันติก็ยังพ่ายแพ้ต่อราชวงศ์ท้องฟ้าหลายครั้งในการปะทะชายแดน

พวกเขายังไม่เห็นพลังแท้จริงของราชวงศ์ท้องฟ้าเพราะแม่ทัพที่นำทัพคือเซอร์ซีกับไดโอมีดีส

ท่ามกลางเทพหลายองค์ของราชวงศ์ท้องฟ้า พลังพวกเขาถือว่าปานกลาง ไม่ทรงพลังเท่าเฮอร์มีสกับอาธีน่า

แน่นอน ถึงกระนั้นพลังพวกเขาก็พอจะจัดการศัตรู

อย่างน้อย การต่อสู้กับศัตรูอย่างราชวงศ์มหาสันติก็พอแล้ว

การเผชิญหน้าของกองทัพชายแดนนั้น แม้กระทั่งเทพแห่งไวน์ก็ยังไม่เคลื่อนไหว เขากลับเลือกดื่มกับเฮอร์มีสและเฮอร์คิวลิส

สำหรับอาธีน่าละ?

นางศึกษาแผนพัฒนาของราชวงศ์กับเจอร์รี่...

พอมองพระราชวังอันยิ่งใหญ่ในแผนผัง เจอร์รี่ก็พูด“พูดถึงเรื่องนี้ ข้า…”

“ไม่มีพระราชวังเลย.”

เจอร์รี่มองไปทั่วทั้งวัง ดวงตาของเขาเป็นประกายด้วยแสงที่อธิบายไม่ได้

จบบทที่ ตอนที่ 26 เข้าเมืองหลวง

คัดลอกลิงก์แล้ว