- หน้าแรก
- จำใจเลวเพราะระบบเทพ
- บทที่ 11: คนมองแต่เปลือก!
บทที่ 11: คนมองแต่เปลือก!
บทที่ 11: คนมองแต่เปลือก!
บทที่ 11: คนมองแต่เปลือก!
หลินโหย่วเดินกลับบ้านอย่างอารมณ์ดี ความรู้สึกแห่งความสำเร็จเปี่ยมล้น เขาได้เพื่อนใหม่ชื่อซูเหวินเหวิน ซึ่งเป็นเด็กระดับหัวกะทิจากห้องคิง แถมยังได้เพิ่มเพื่อนในวีแชตเรียบร้อยแล้ว
ถึงแม้ว่าการเป็นเพื่อนกับเด็กเรียนเก่ง จะไม่ได้หมายความว่าตัวเขาจะกลายเป็นเด็กเรียนเก่งตามไปด้วยก็ตาม...
แต่แถบความคืบหน้าของหลินโหย่วไม่อาจขยับได้หากขาดการปฏิสัมพันธ์กับเหล่าเด็กหัวกะทิ หากวันไหนตู้จ้าวอวี่ติดธุระ เขาก็ยังสามารถชวนซูเหวินเหวินมาติวหนังสือด้วยกันได้ ถือเป็นการยึดหลักการ 'ใช้ทรัพยากรบุคคลให้คุ้มค่าที่สุด'
บนโต๊ะอาหาร หลินโหย่วแจ้งเรื่องการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนให้หลินจื้อจวินและหวังฮุ่ยหลินรับทราบ พร้อมกับตบ อกรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะกับพ่อแม่ว่าจะตั้งใจเรียน โดยยกชื่อของตู้จ้าวอวี่ขึ้นมาเป็นยันต์กันภัย
พ่อแม่ของหลินโหย่วรู้จักตู้จ้าวอวี่เป็นอย่างดี เพราะตลอดสามปีในชั้นมัธยมต้น ตู้จ้าวอวี่เป็นทั้งหัวหน้าห้องและนักเรียนดีเด่นในห้องของหลินโหย่ว เธอคือตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของคำว่า 'ลูกบ้านอื่น' เป็นเด็กในฝันของผู้ปกครองทุกคน
"ผมกับตู้จ้าวอวี่ตกลงกันแล้วครับว่าเริ่มตั้งแต่วันจันทร์หน้า เราจะไปอ่านหนังสือที่ร้านเช่าห้องอ่านหนังสือแถวโรงเรียนมัธยมสองอันเฉิง ตรงนั้นอยู่ใกล้บ้านเราทั้งคู่ เราจะไปติวที่นั่นครับ"
"แม่จำได้ว่าหนูตู้จ้าวอวี่หน้าตาสะสวยมากไม่ใช่เหรอ? ลูกชาย... ที่บอกว่าจะไปเจอเธอเพื่อติวหนังสือเนี่ย ไปเพื่อเรื่องเรียนจริงๆ ใช่ไหม?" ใบหน้าของหวังฮุ่ยหลินเต็มไปด้วยความเคลือบแคลง ลูกชายเพิ่งจะขยันได้แค่สองเดือน ในฐานะคนเป็นแม่ เธอย่อมรู้นิสัยการเรียนในอดีตของเขาดีที่สุด
หลินโหย่วทำท่าทางน้อยเนื้อต่ำใจ "โธ่แม่ครับ ผมเห็นหน้าแม่ทุกวัน เห็นคนสวยระดับนี้จนมาตรฐานความสวยของผมพุ่งสูงปรี๊ดไปแล้ว ตู้จ้าวอวี่น่ะเหรอ? ก็แค่งั้นๆ แหละ ผมดูไม่ออกด้วยซ้ำว่าสวยหรือไม่สวย อีกอย่างปกติเธอทำคะแนนได้เกิน 660 ตลอด ครั้งล่าสุดก็ปาไป 688 คะแนน แน่นอนว่าผมต้องไปเพื่อเรื่องเรียนอยู่แล้ว"
หลินจื้อจวินเสริมขึ้นมาว่า "แล้วคนระดับ 688 คะแนนอย่างหนูตู้จ้าวอวี่จะได้อะไรจากการมานั่งติวหนังสือกับเด็กที่ได้คะแนน 500 กว่าๆ อย่างแกล่ะ?"
"พ่อครับ ช่วยบวกเพิ่มให้อีกสัก 50 คะแนนเถอะ ผมได้ตั้ง 550 นะ ไม่ใช่แค่ 500 กว่าๆ" หลินโหย่วผู้เป็นนักเรียนอ่อนหัดหวงแหนทุกคะแนนที่มี
ไม่ว่าอย่างไร ตราบใดที่หลินโหย่วยืนยันว่าทำเพื่อการเรียน หวังฮุ่ยหลินและหลินจื้อจวินก็เลือกที่จะเชื่อใจเขาไปก่อน
ท้ายที่สุด หลินโหย่วก็ได้รับ 'เงินทุนสนับสนุน' มาครอง และได้รับสิทธิ์ในการจัดการเวลาอ่านหนังสือช่วงค่ำหลังเลิกเรียนได้อย่างอิสระ... หลังมื้อเย็น หลินโหย่วกลับเข้าห้องนอนและเริ่มขบคิดคำถามหนึ่งเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน... ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับตู้จ้าวอวี่ที่จางหายไปหลังจากขึ้นมัธยมปลาย มันฟื้นฟูกลับมาง่ายดายเกินไปหรือเปล่า?
แม้สมัยมัธยมต้นหลินโหย่วกับตู้จ้าวอวี่จะมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ถึงขั้นเคยนั่งติดกันอยู่ช่วงหนึ่ง แต่ในช่วงสองปีแรกของมัธยมปลาย หลินโหย่วมัวแต่แอบมองสาวสวยคนอื่นจนแทบไม่ได้ติดต่อกับตู้จ้าวอวี่เลย เขาจึงรู้สึกว่าความสัมพันธ์มันเจือจางลงไปมาก
ยิ่งไปกว่านั้น ผลการเรียนของหลินโหย่วยังต่ำกว่าตู้จ้าวอวี่ถึงสองร้อยกว่าคะแนน ราวกับฟ้ากับเหว เมื่อต้องเผชิญหน้ากับตู้จ้าวอวี่ผู้เปรียบเสมือนดอกไม้บนยอดภูเขาสูง หลินโหย่วจึงรู้สึกด้อยค่าในใจลึกๆ และยิ่งไม่กล้าเสนอหน้าไปให้เธอเห็น
แต่ตอนนี้... ตู้จ้าวอวี่กลับส่งสรุปบันทึกการเรียนมาให้ แถมยังตกลงไปอ่านหนังสือรอบค่ำที่ร้านเช่าห้องอ่านหนังสือกับเขา เธอทำแบบนี้แล้วจะได้อะไร?
หลินโหย่วสำรวจตัวเองอย่างละเอียด นอกจากหน้าตาดีที่ได้ถ่ายทอดมาจากแม่หวังฮุ่ยหลินแล้ว ฐานะทางบ้านก็จัดว่าปานกลาง การเรียนก็ย่ำแย่ แถมความฉลาดทางอารมณ์ก็ไม่ได้สูงส่งอะไรนัก
นิสัยและทัศนคติโดยรวมถือว่าเป็นที่ยอมรับของคนรอบข้างก็จริง แต่... ของแบบนี้ถ้าไม่คลุกคลีกันบ่อยๆ ก็คงมองไม่เห็นหรอกมั้ง... หรือว่าตู้จ้าวอวี่จะหลงเสน่ห์ความหล่อของเขาจริงๆ?
เหอะ! ขืนพูดออกไป คนทั้งโรงเรียนมัธยมเจ็ดอันเฉิงคงรุมถ่มน้ำลายใส่จนหลินโหย่วจมน้ำตายแน่ๆ นั่นมันระดับตู้จ้าวอวี่เชียวนะ! เธอจะเป็นผู้หญิงที่มองคนแค่เปลือกนอกแบบนั้นได้ยังไง?!
หลินโหย่วครุ่นคิดอยู่นาน พยายามนึกย้อนถึงการปฏิสัมพันธ์ในช่วงที่ผ่านมา รูปแบบการพูดคุยของพวกเขาตรงไปตรงมาเสมอ เขาจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา พิมพ์ข้อความแล้วกดส่ง
หลินโหย่ว: "หัวหน้าห้อง ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ ทำไมเธอถึงตกลงมาติวหนังสือกับผมล่ะ? เกรดผมแย่กว่าเธอตั้งเยอะ ติวกับผมไปเกรดเธอคงไม่ขึ้นหรอกมั้ง? เธอได้ประโยชน์อะไรจากเรื่องนี้?"
หลินโหย่วรอไม่นาน ปลายสายก็ตอบกลับมาแทบจะทันที
ตู้จ้าวอวี่ ซึ่งหลินโหย่วแอบเปลี่ยนชื่อเมมในมือถือระหว่างทางกลับบ้านว่า "อวี่เป่า" ตอบกลับมาว่า—
อวี่เป่า: "เพราะนายหล่อ"
สีหน้าของหลินโหย่วกลายเป็นว่างเปล่าทันที... ไม่จริงน่า?!
นี่เธอหวังผลที่ความงามของเพศผู้จริงๆ เหรอ? หัวหน้าห้อง นี่เธอก็เป็นคนมองแต่เปลือกนอกเหมือนกันงั้นเรอะ?!
ไม่ถึงสองวินาที ก็มีอีกข้อความเด้งตามมา
อวี่เป่า: "นายรู้จักเทคนิคไฟน์แมนไหม?"
หลินโหย่วไม่ค่อยได้สนใจเรื่องเรียนมาก่อน ย่อมไม่รู้จักเทคนิคการเรียนรู้อะไรทั้งสิ้น... เขารีบเปิดเบราว์เซอร์ค้นหาทันทีและพบคำตอบ—หัวใจสำคัญของเทคนิคไฟน์แมนคือการทำความเข้าใจความรู้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นผ่านการสอนผู้อื่น
เมื่อเห็นคำตอบจากการค้นหา ความตื่นตระหนกที่อธิบายไม่ถูกในใจของหลินโหย่วก็มลายหายไปทันที—
เข้าใจแล้ว ผมก็แค่เครื่องมือการเรียนรู้ของหัวหน้าห้อง และหัวหน้าห้องก็เป็นเครื่องมือการเรียนรู้ของผม
เราต่างฝ่ายต่างเป็นเครื่องมือของกันและกัน และเราต่างก็มีอนาคตที่สดใส~
หลินโหย่ว: "เข้าใจแล้วครับหัวหน้าห้อง แต่ยังไงก็ขอบคุณนะ"
อวี่เป่า: "ไม่ต้องขอบคุณหรอก เพราะช่วงนี้นายดูจริงจังมาก คนที่ตั้งใจเรียนน่ะมีเสน่ห์มากนะ แถมยังส่งอิทธิพลต่อคนรอบข้างได้ด้วย ได้ติวกับนาย ฉันต้องมีไฟในการอ่านหนังสือแน่นอน เรามาช่วยกันเรียนและก้าวหน้าไปด้วยกันนะ"
อีกด้านหนึ่ง ตู้จ้าวอวี่นั่งอยู่บนเตียงในห้องนอน หลังจากพิมพ์ข้อความเหล่านั้นส่งไป เธอก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ มือกุมหน้าอกที่เต้นรัวแรง ยามอยู่บ้านเธอแทบไม่เก็บอาการ ใบหน้าแดงซ่านด้วยความเขินอายอย่างหนัก หลังจากวางโทรศัพท์ลง เธอก็ทิ้งตัวหงายหลังลงบนเตียงกว้างทั้งชุดนอน
ในวันแรกที่ไม่มีเรียนภาคค่ำ เธอตั้งใจจะผ่อนคลายสักหน่อยแล้วค่อยอ่านหนังสือทีหลัง
พอเอนตัวลงนอน ตู้จ้าวอวี่ก็นึกถึงเหตุการณ์ที่ได้คุยกับหลินโหย่วในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เธอกอดโทรศัพท์อย่างมีความสุขแล้วเปิดแอปอ่านการ์ตูนรักโรแมนติก
พระเอกในการ์ตูนเรื่องนี้ โดยพื้นฐานคาแรคเตอร์แล้วมีความคล้ายคลึงกับหลินโหย่วถึง 70% และตอนนี้รูปเขาก็กลายเป็นภาพหน้าจอโทรศัพท์ของเธอไปแล้ว
ในเรื่อง พระเอกกับนางเอกเป็นเพื่อนร่วมห้องกัน มีชีวิตประจำวันที่น่าสนใจและเรื่องราวความรักสุดหวานแหวว... ตัดภาพมาที่เวลาประมาณหนึ่งทุ่ม หลินโหย่วนอนแผ่บนเตียง เปิดแอปนิยายอ่านเรื่องราวของตัวเอกผู้เด็ดขาดและโหดเหี้ยมในโลกยุควันสิ้นโลก มือซ้ายถือมีดสังหารพวกโลกสวย มือขวาถือดาบฟันซอมบี้ ช่วยเหลือพี่น้องจากอันตราย ทำลายแผนชั่วของตัวร้าย อ่านแล้วเลือดลมสูบฉีดพลุ่งพล่าน
ทันใดนั้นก็มีสายเรียกเข้า เป็นหวังซินซิน เพื่อนซี้สมัยมัธยมต้นของหลินโหย่ว
หวังซินซินเรียนอยู่ชั้น ม.6 ห้อง 5 ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ห้องคิง หลังจากขึ้นมัธยมปลาย ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ยังคงดีเยี่ยม แม้จะไม่ตัวติดกันเหมือนตอนมัธยมต้น แต่มักจะนัดกินข้าวด้วยกันที่โรงเรียนและออกไปเที่ยวด้วยกันบ้างในช่วงวันหยุด
เขากดรับสาย เสียงกระตือรือร้นของหวังซินซินก็ดังลอดออกมา
"เฮ้ยโหย่ว คืนนี้ออกมาเจอกันหน่อยไหม? วันนี้มีข่าวดีสุดๆ มาฉลองกันหน่อย? ยังไงพรุ่งนี้ก็ไม่มีเรียนอยู่แล้ว ไปร้านเกมกัน!"
หลังจากที่หลินโหย่วได้รับระบบมา เขาก็กลายเป็นราชาแห่งการติวหนังสือประจำชั้น ม.6 ห้อง 7 ความเข้มข้นในการเรียนเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เขาใช้เวลาทั้งหมดไปกับการปั่นภารกิจอย่างขะมักเขม้น อย่างไรก็ตาม เขาไม่ใช่พวกเก็บตัวสันโดษ หลังจากลังเลอยู่ครู่เดียว เขาก็ยิ้มและตอบตกลง
"เจอกันที่ร้านเกม เดี๋ยวราชาป่าแรงก์ทอง 4 แห่งเซิร์ฟไอโอเนียคนนี้จะแบกแกเอง!"