เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 บทลงโทษของระบบ

บทที่ 17 บทลงโทษของระบบ

บทที่ 17 บทลงโทษของระบบ


บทที่ 17 บทลงโทษของระบบ

เฉินเหยียนลองนึกทบทวนดู เหมือนหัวหน้าคนงานเมื่อครู่จะพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน

แต่เมื่อวานพวกเขาไม่ได้มาที่นี่ หรือว่าเขาไม่ใช่คนเดียวที่มีระบบกันแน่?

เฉินเหยียนมีสีหน้าจริงจังขึ้นมาทันทีและเริ่มเรียกถามระบบในใจ

【ปัจจุบัน โฮสต์เป็นเพียงคนเดียวในมิตินี้ที่มีระบบ โปรดวางใจได้โฮสต์!】

เฉินเหยียนถอนหายใจด้วยความโล่งอก ตราบใดที่ไม่มีคนอื่นอยู่ที่นี่ เขาก็ไม่สนหรอกว่ามิติอื่นจะเป็นยังไง

เมื่อเดินสำรวจไปรอบๆ ไซต์ก่อสร้าง เขาก็เห็นคนงานกำลังนั่งคุยและเล่นสนุกกันอย่างสบายอารมณ์ บ้างก็นั่งเฉยๆ อู้งานกันไปวันๆ

นานๆ ที พวกเขาถึงจะสุ่มยิงปืนใส่อุปกรณ์ลงที่พื้นสักครั้ง

การได้เห็นภาพนี้ทำให้หนังตาของเฉินเหยียนกระตุกไม่หยุด เขากลัวจริงๆ ว่าคนพวกนี้จะเจาะรูจนโลกทะลุเข้าสักวัน

มันเป็นภาพที่ทนดูไม่ได้จริงๆ ไม่เห็นซะยังจะดีกว่า เขาควรจะกลับไปดีกว่า

เมื่อกลับมาถึงบริเวณริมรั้วกั้น 9527 ก็ไม่ได้รีบร้อนที่จะเปิดประตูให้เขา

ดูเหมือนเขาจะมีเรื่องอยากจะพูด เฉินเหยียนจึงส่งสายตาเป็นเชิงถามออกไป

"ผู้อำนวยการเฉินครับ พนักงานชั่วคราวหมายเลข 666 ต้องการขออนุญาตกลับบ้านไปหาปู่กับย่าเพื่อยืนยันว่าเขายังปลอดภัยดีครับ โดยเขาจะกลับมาภายในวันนี้"

"พนักงานชั่วคราว 666 คือใคร? แล้วเรื่องแบบนี้พวกคุณตัดสินใจกันเองไม่ได้หรือไง ทำไมต้องมาถามผมด้วย?"

เฉินเหยียนงุนงง ไม่ใช่ว่าพวกเขาเป็นพนักงานที่ระบบส่งมาหรอกเหรอ? ก็ควรจะไปถามระบบสิ!

9527 บอกว่าพวกเขาจำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากเฉินเหยียนก่อนจึงจะออกไปได้

จากนั้น 9527 ก็โบกมือไปทางที่ไกลออกไป ไม่นานนัก ชายหนุ่มตัดผมทรงสกินเฮดคนหนึ่งก็วิ่งหน้าตั้งเข้ามา

ใบหน้าของเขาดูค่อนข้างละอ่อน เฉินเหยียนรู้สึกว่าคนคนนี้ดูคุ้นหน้าพิกล

แต่เขาลองค้นหาในความทรงจำทั้งหมดแล้วก็ยังนึกไม่ออก

"นี่ใครน่ะ? ผมรู้จักเขาด้วยเหรอ?"

เฉินเหยียนหันไปมอง 9527 ซึ่งอีกฝ่ายไม่ได้พูดอะไร แต่ใช้สายตาบุ้ยใบ้ไปทางหนุ่มสกินเฮด

เมื่อเห็นดังนั้น หนุ่มสกินเฮดก็ชำเลืองมองเฉินเหยียนและถูมือเข้าหากันด้วยความประหม่า

"เอ่อ... ผู้อำนวยการเฉินครับ ผมขอโทษ! ผมคือไอ้หัวทองที่มาขโมยของเมื่อวันก่อนไงครับ ผมชื่อเจียงหลิว"

เจียงหลิวเป็นพนักงานเพียงคนเดียวที่ไม่ใช่คนของระบบที่ล่วงรู้เบื้องหลังของเฉินเหยียน เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเฉินเหยียน เขาจึงตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว

เฉินเหยียนพินิจพิจารณาเจียงหลิวอย่างละเอียด มิน่าล่ะถึงได้ดูคุ้นหน้าที่แท้ก็ไอ้หัวทองนั่นเอง

แต่หมอนี่เปลี่ยนไปเยอะทีเดียว ผมทำสีที่เป็นเอกลักษณ์หายไปหมดแล้ว ดูท่าว่าการ... ดัดนิสัยจะประสบความสำเร็จไม่น้อย

"ตอนนี้ผมกลับตัวกลับใจแล้วครับ ผมหวังว่าคุณจะอนุญาตให้ผมไปหาปู่กับย่า ผมสัญญาว่าคืนนี้จะกลับมาแน่นอนครับ"

เจียงหลิวก้มหน้าลง ใบหน้าเต็มไปด้วยความวิตกกังวล กลัวแทบตายว่าเฉินเหยียนจะปฏิเสธเขา

"ตกลง เดี๋ยวผมจะให้คนขับรถไปส่ง!"

เฉินเหยียนไม่ได้ทำตัวใจยักษ์ใจมารใส่เขา ท้ายที่สุดเขาก็กำลังรับโทษดัดนิสัเอ่อ... จะเรียกว่ารับโทษได้เต็มปากหรือเปล่า เฉินเหยียนเองก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วตอนนี้

ส่วนเรื่องที่เขาจะหนีไหม เฉินเหยียนไม่กังวลเลยสักนิด ถ้าเขากล้าล่ะก็ ระบบคงได้สั่งสอนบทเรียนให้เขาในพริบตาแน่

หมู่บ้านเป่าเหออยู่ไม่ไกลจากที่นี่ เฉินเหยียนโทรเรียกพี่รองจูและขอให้เขาพาเจียงหลิวไปส่งที่หมู่บ้าน

9527 เปิดช่องว่างที่รั้วกั้นและปล่อยให้เฉินเหยียนกับเจียงหลิวเดินออกมา

เจียงหลิวมองเฉินเหยียนด้วยความซาบซึ้งอย่างสุดซึ้ง เขาขยับตัวไปมาด้วยความประหม่า ไม่รู้จะพูดอะไรดี

เฉินเหยียนโบกมือไล่ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก แค่ตั้งใจเป็นคนดีต่อจากนี้ก็พอ

ไม่นานนัก พี่รองจูก็ขับรถพาเจียงหลิวออกไปจนลับสายตาของเฉินเหยียน

หลังจากส่งทั้งสองคนเสร็จ เฉินเหยียนก็มุ่งหน้าไปที่ห้องทำงานของเขา ยังพอมีเวลาก่อนจะถึงมื้อค่ำ เขาจึงวางแผนจะพักผ่อนสักครู่

ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เฉินเหยียนหมกตัวอยู่ในห้องทำงานตลอด เพราะหอพักพนักงานเกือบจะเต็มความจุแล้ว

เขาไม่อยากไปเบียดเสียดกับพนักงานให้ทุกคนอึดอัด ไว้มีคะแนนพอเมื่อไหร่ เขาจะหาห้องกว้างๆ อยู่แน่นอน

ในขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่ง พี่รองจูกำลังอยู่บนถนนมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านเป่าเหอพร้อมกับเจียงหลิว

"ไอ้หนู แกเป็นพนักงานของเถ้าน้อยเหรอ? หน้าตาแกดูคุ้นๆ นะ!"

พี่รองจูชำเลืองมองชายหนุ่มที่นั่งข้างคนขับ พลางรู้สึกไม่ชอบขี้หน้าหมอนี่อย่างไรบอกไม่ถูก

"อ่า... ใช่ครับ จะว่าอย่างนั้นก็ได้มั้ง?"

เจียงหลิวเกาหัว มองไปที่พี่รองจูแล้วส่งยิ้มแห้งๆ ให้

"จะว่าอย่างนั้นก็ได้มันหมายความว่าไงวะ? ใช่ก็ใช่ ไม่ใช่ก็ไม่ใช่สิ"

"เอ่อ... คือว่า ผมก็คือไอ้หัวทองเมื่อวันก่อนไงครับ เราเคยเจอกันแล้ว"

"ผมโดนจับได้ตอนมาขโมยของที่บ้านพักคนชรา... ผู้อำนวยการเฉินท่านเมตตาเลยจัดให้ผมมาทำงานกับทีมก่อสร้าง เป็นพนักงานชั่วคราวน่ะครับ..."

เจียงหลิวถูจมูก ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็ตอบไปตามความจริง

"ที่แท้ก็แกนี่เอง ไอ้เด็กเปรตหัวทอง! มิน่าล่ะฉันถึงไม่ถูกชะตา!"

"ถ้าวันนั้นผู้ใหญ่บ้านของพวกแกไม่ลงมือเร็วล่ะก็ ฉันคงได้เข้าไปตบแกสั่งสอนไปแล้ว!"

"เปลี่ยนไปเยอะเหมือนกันนี่หว่า!"

พี่รองจูจ้องมองเจียงหลิวเขม็ง มือที่กุมพวงมาลัยบีบแน่นจนส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด

"แกถึงขั้นกล้ามาขโมยของในบ้านพักคนชราเราเลยเหรอ? เป็นเพราะเถ้าน้อยของเราเป็นคนดีแท้ๆ!"

"ถ้าเป็นฉันนะ ฉันจะส่งแกไปเข้าคุกซะให้เข็ด! จะได้ทำงานแบบนี้เร็วกะผีสิ?"

"แกต้องตั้งใจทำงานให้ดีล่ะ ถ้ากล้าอู้งานล่ะก็ ฉันจะถลกหนังแกซะ!"

ตอนนั้น เจียงหลิวยังไม่ทันได้ลงมือขโมยจริงๆ ก็โดนพนักงานระบบจับตัวได้และล็อกไว้ในรถเสียก่อน

พนักงานคนอื่นๆ เลยไม่รู้เรื่องนี้ พี่รองจูเพิ่งจะมารู้ตอนนี้เอง อารมณ์โกรธเลยพุ่งปรี๊ดขึ้นมา

เจียงหลิวแอบชำเลืองมองพี่รองจู ผมก็น่าจะโดนเข้าคุกนั่นแหละ แต่ไม่ใช่แบบที่พี่คิดหรอก

"ผมเข้าใจแล้วครับ! ผมซาบซึ้งในพระคุณของผู้อำนวยการเฉินมากที่ให้โอกาสผมกลับตัวกลับใจ!"

พี่รองจูพอใจกับท่าทีของเจียงหลิวและไม่คิดจะถือสาหาความอะไรอีก ในเมื่อเฉินเหยียนปล่อยเขาไปแล้ว

"แล้วบริษัทของพวกแกน่ะมันใหญ่ไหม? ทำธุรกิจอะไรกันแน่? แล้วเฉินเหยียนเป็นเจ้านายพวกแกจริงๆ หรือเปล่า?"

"ขนาดใหญ่มากครับ ขอบเขตธุรกิจก็กว้างขวางมาก... เอ่อ..."

เจียงหลิวเพิ่งจะพูดได้ไม่กี่ประโยค จู่ๆ เขาก็เงียบเสียงลงกะทันหัน

พี่รองจูหันไปมองและเห็นใบหน้าของชายหนุ่มซีดเผือดราวกับคนตาย เหงื่อกาฬไหลท่วมตัว

มือของเขากำต้นขาตัวเองไว้แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ดูท่าทางเหมือนกำลังจะชักจนน้ำลายฟูมปาก

เมื่อเห็นดังนั้น พี่รองจูก็ตกใจและรีบหักรถเข้าข้างทางทันที

"เฮ้ย! เป็นอะไรไป? ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?"

"มะ... ไม่ครับ... ไม่มีอะไร... สงสัยมื้อเที่ยงผมคงกินอะไรผิดสำแดงไปมั้งครับ ผมแค่... ปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำน่ะครับ"

ริมฝีปากของเจียงหลิวสั่นระริก ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด

"พับผ่าสิ! ทำเอาฉันตกใจหมด! นึกว่าเป็นลมบ้าหมูซะอีก!"

"ไม่เป็นไรไอ้น้อง พี่ชายคนนี้ขับรถเก่งอยู่แล้ว อดทนหน่อย ใกล้จะถึงบ้านแล้ว!"

...ในขณะเดียวกัน ทางด้านเฉินเหยียน เขาเพิ่งจะล้มตัวลงนอนและเริ่มเลื่อนดูติ๊กต็อก จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบ

【พนักงานชั่วคราว 666 ถูกลงโทษด้วยความเจ็บปวดทางระบบประสาท เนื่องจากเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับพนักงานของระบบให้บุคคลภายนอกรับรู้!】

【หากกระทำความผิดซ้ำอีกครั้ง เขาจะถูกกำจัดทิ้งโดยตรง!】

เรื่องบ้าอะไรเนี่ย? ไอ้เด็กนี่มันไม่มีหูรูดที่ปากหรือไง? กล้าพูดไปเรื่อยจริงๆ ไม่กลัวตายหรือไงวะนั่น

จากนั้นเฉินเหยียนก็ตบหน้าผากตัวเอง สงสัยคงโดนพี่รองจูหลอกถามมาแน่ๆ วัยรุ่นนี่ยังอ่อนหัดนัก!

พี่รองจูเองก็ชักจะล้ำเส้นไปหน่อยแล้วแฮะ เขาต้องโดนกำราบซะบ้าง ไม่อย่างนั้นอีกไม่นานคงได้โดนส่งไปดัดนิสัยด้วยอีกคนแน่...

หลังจากผ่านบทลงโทษนี้ไป ในที่สุดเจียงหลิวก็ได้รับบทเรียนราคาแพง ตลอดการเดินทางที่เหลือ ไม่ว่าพี่รองจูจะพยายามแหย่ยังไง

เขาก็ยังคงนิ่งเงียบไม่ยอมปริปากพูดออกมาแม้แต่คำเดียว คำตอบเดียวสำหรับทุกคำถามคือ 'ผมปวดท้องมาก ไม่อยากพูดครับ'

ในที่สุด ทั้งสองก็มาถึงหมู่บ้านเป่าเหอ เจียงหลิวเริ่มฟื้นตัวขึ้นมากแล้ว สีหน้าดูดีขึ้นกว่าเดิมเยอะ

รถตรวจการณ์เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาตามทางที่เจียงหลิวบอก

จนมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านที่ดูค่อนข้างเก่า ประตูรั้วเหล็กที่เป็นสนิมถูกล็อกจากด้านใน

เจียงหลิวเคาะประตูอย่างแรงหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีใครออกมาเปิดให้

"ปู่ครับ! ย่าครับ! ผมกลับมาแล้ว!"

...เจียงหลิวเกาะประตูเรียกอยู่หลายครั้ง แต่ก็ยังไร้เสียงตอบรับ

ด้วยความจนปัญญา เขาจึงถอยหลังไปสองสามก้าว ออกตัววิ่งแล้วกระโดดเกาะกำแพงข้ามเข้าไปในลานบ้าน

จากนั้นประตูรั้วก็ถูกเปิดออกหลังจากด้านใน

"ปู่กับย่าผมน่าจะหลับอยู่น่ะครับ คนแก่คงจะนอนเร็ว ขอโทษที่ทำให้รอนะครับ"

เจียงหลิวยิ้มแห้งๆ และเชิญให้พี่รองจูเข้าไปข้างใน

"ไม่ต้องเกรงใจพี่ชายหรอกไอ้น้อง! รีบเข้าไปหาปู่กับย่าแกเถอะ!"

จบบท

จบบทที่ บทที่ 17 บทลงโทษของระบบ

คัดลอกลิงก์แล้ว