เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30: หมู่บ้านตระกูลกู้

บทที่ 30: หมู่บ้านตระกูลกู้

บทที่ 30: หมู่บ้านตระกูลกู้


"ได้ยินหรือเปล่า? นังหนูฮั่นบ้านอ้ายตั่งหนีตามผู้เฒ่าไปแล้วนะ!" ภรรยาเจียวั่งพูดขึ้นขณะกำลังถอนวัชพืช

ภรรยาสาวในชุดสีน้ำเงินวางมือจากงานทันทีแล้วหันไปมองภรรยาเจียวั่ง "จริงเหรอ? พี่รู้ได้ยังไง?"

"เมื่อวานตอนเช้ามีคนในหมู่บ้านเราเข้าไปในคอมมูนพร้อมกับนังหนูฮั่น แต่พอตกเย็นตอนขากลับ ลุงคนขับเกวียนรอนังหนูฮั่นตั้งนานสองนาน ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา" ภรรยาเจียวั่งทำเสียงลึกลับ

"แล้วรู้ไหม? เมื่อคืนนังเด็กนั่นไม่ได้กลับบ้านเลย แล้วก็ไม่ได้ไปโรงเรียนด้วย!" ภรรยาเจียวั่งส่งสายตาประมาณว่าให้ลองคิดดูเอาเอง

"สวรรค์ นังเด็กนั่นเพิ่งจะสิบสามเองไม่ใช่เหรอ? ริอ่านหนีตามผู้ชายแก่ไปซะแล้ว นี่มันอยากมีผัวจนตัวสั่นขนาดไหนกันเนี่ย!" ภรรยาสาวคุมระดับเสียงตัวเองไม่อยู่ เสียงของเธอจึงดังก้องไปทั่วทุ่งนาโล่งกว้าง

บรรดาสะใภ้และหญิงวัยกลางคนในละแวกนั้นหูผึ่ง ดวงตาเป็นประกาย พวกเธอพากันขยับเข้าไปล้อมวงภรรยาเจียวั่ง

หลิวเจาตี้เป็นคนแรกที่เอ่ยปาก "นี่ ภรรยาเจียวั่ง พวกเธอคุยอะไรกันอยู่เนี่ย? ถ้ามีเรื่องอะไรสนุกๆ ก็เล่ามาให้พวกเราฟังขำๆ บ้างสิ"

ภรรยาสาวมองหลิวเจาตี้แล้วพูดด้วยเสียงที่ดังกว่าปกติ "พี่หลิว มันเป็นเรื่องดีซะที่ไหนล่ะ? นังหนูฮั่นบ้านอ้ายตั่งหนีตามผู้ชายแก่ไปแล้วน่ะสิ"

หญิงชาวบ้านรอบๆ ต่างพากันซุบซิบ "ถ้าคนหมู่บ้านอื่นรู้เข้า เขาจะไม่หาว่าสาวๆ ในหมู่บ้านตระกูลกู้ของเราทำตัวไม่รักดีหรอกเหรอ?"

"จริงไหมล่ะ? นี่มันปลาเน่าตัวเดียวเหม็นไปทั้งข้องชัดๆ" ภรรยาเจียวั่งผสมโรง

"พวกเธอทำอะไรกันน่ะ? กลับไปทำงานได้แล้ว! สุมหัวกันแบบนี้มันมีเงินร่วงหล่นมาให้เก็บหรือไง?" เสียงทุ้มหนักของผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นหัวหน้ากองการผลิตดังขึ้น

"หัวหน้าคะ คุณต้องนึกถึงชื่อเสียงของหมู่บ้านเราด้วยนะ! นังหนูฮั่นบ้านอ้ายตั่งหนีตามผู้ชายไปแล้ว" ภรรยาสาวในชุดสีน้ำเงินพูดอย่างร้อนรน

หัวหน้ากองการผลิตมองภรรยาสาวในชุดสีน้ำเงินที่มีชื่อเล่นว่าเถาฮวา แล้วเอ่ยว่า "นี่ สะใภ้เซี่ยงตง เธอไปฟังขี้ปากใครเขามา? นังหนูฮั่นไปเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมอาชีวะต่างหาก"

สิ้นเสียงหัวหน้ากองการผลิต เสียงแหลมปรี๊ดของหลิวเจาตี้ก็ดังขึ้น "จะเป็นไปได้ยังไง? ตัวผลาญเงินอย่างมันจะสอบเข้าโรงเรียนมัธยมอาชีวะได้ยังไง?"

ผู้ใหญ่บ้านไม่ได้ใส่ใจหลิวเจาตี้ "รีบๆ กลับไปทำงานได้แล้ว นินทาชาวบ้านแล้วแต้มค่าแรงมันจะหล่นลงมาจากฟ้าหรือไง?"

หญิงชาวบ้านคนหนึ่งพูดขึ้นว่า "สอบเข้าโรงเรียนมัธยมอาชีวะได้เนี่ยนะ? เก่งจังเลย! อย่างนี้ก็เป็นคนแรกของหมู่บ้านเราเลยสิ เด็กผู้หญิงที่มีชามข้าวเหล็กเนี่ยนะ?"

ผู้ใหญ่บ้านหันหลังเตรียมจะเดินจากไป แต่ถูกหลิวเจาตี้ดึงแขนเสื้อไว้ "หัวหน้าคะ คุณรู้ได้ยังไงว่านังตัวผลาญเงินนั่นสอบเข้ามัธยมอาชีวะได้?"

หัวหน้ากองการผลิตสะบัดมือหลิวเจาตี้ออกอย่างรังเกียจ "ตัวผลาญเงินอะไรกัน? คิดว่าทุกคนจะเป็นเหมือนเธอหรือไง ที่เอาแต่ลำเอียงรักลูกชายมากกว่าลูกสาวน่ะ?"

"อีกอย่าง ฉันเป็นคนออกใบรับรองการย้ายให้เอง ทะเบียนบ้านของเธอก็ย้ายไปอยู่ที่โรงเรียนแล้ว ทำไมฉันจะไม่รู้? ว่างนักก็เอาเวลาไปทำแต้มค่าแรงให้มากๆ หน่อย ลดๆ ลงบ้างเถอะไอ้เรื่องนินทาชาวบ้านเนี่ย"

หลิวเจาตี้พูดอย่างห่อเหี่ยว "จะเป็นไปได้ยังไง? มันก็แค่นังตัวผลาญเงิน ไม่เห็นจะฉลาดสู้เจียซิงลูกชายฉันได้เลยสักนิด"

หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งใช้ข้อศอกสะกิดเถาฮวา "พ่อตาเธอเป็นเลขาธิการพรรคประจำหมู่บ้านไม่ใช่เหรอ? เธอรู้เรื่องที่นังหนูฮั่นย้ายทะเบียนบ้านหรือเปล่า?"

เถาฮวาถลึงตาใส่อีกฝ่ายอย่างหงุดหงิด "ฉันจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ?" เธอหันหลังกลับไปถอนวัชพืชต่อ

หญิงวัยกลางคนถ่มน้ำลายไล่หลังเถาฮวา "ถุย จะมาทำเป็นไขสือทำไมยะ?"

ไม่นาน คนทั้งหมู่บ้านก็รู้เรื่องที่กู้อี้ฮั่นลูกสาวบ้านกู้อ้ายต่างสอบเข้าโรงเรียนมัธยมอาชีวะได้ พวกเขาได้ยินมาว่าเรียนจบแล้วจะมีงานทำมารองรับเลยด้วยซ้ำ

ที่บ้านตระกูลกู้ กู้อ้ายต่างและเฉินซิ่วรีบร้อนกลับมาที่บ้าน

กู้อ้ายต่างตะโกนเรียกย่ากู้อย่างร้อนรน "แม่ แม่รู้เรื่องที่กู้อี้ฮั่นสอบเข้ามัธยมอาชีวะได้หรือเปล่า?"

ย่ากู้ตบหน้าผากตัวเองแล้วเอ่ยว่า "ดูสิ ฉันนี่แก่แล้วเลอะเลือนจริงๆ ลืมบอกแกไปเลย กู้อี้ฮั่นไปโรงเรียนตั้งแต่เมื่อวานแล้วล่ะ"

เฉินซิ่ว ภรรยาของกู้อ้ายต่าง เก็บอารมณ์ไม่อยู่อีกต่อไป เธอพูดด้วยความโมโหว่า "แม่ เป็นอะไรไปเนี่ย? ทำไมแม่ไม่ยอมปริปากบอกเรื่องที่มันสอบเข้ามัธยมอาชีวะได้ แถมยังปล่อยให้มันไปอีก?"

ย่ากู้ชักจะโมโหขึ้นมาบ้าง "หลานสอบเข้าได้มันก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือไง? พวกแกก็ไม่ได้ถามด้วย กู้อี้ฮั่นบอกว่าอย่าเพิ่งบอกให้พวกแกรู้"

เฉินซิ่วแทบจะกระอักเลือดตายด้วยความโกรธ "แม่ แม่รู้ไหมว่าทะเบียนบ้านของนังเด็กนั่นถูกย้ายออกไปแล้ว?"

ย่ากู้รู้สึกรำคาญกับการซักไซ้ไล่เลียงนี้เต็มทน "สอบเข้ามัธยมอาชีวะได้ ก็ต้องย้ายทะเบียนบ้านสิ เรื่องแค่นี้ทำไมฉันจะไม่รู้?"

เมื่อเห็นว่าย่ากู้ยังไม่ตระหนักถึงความร้ายแรงของปัญหา กู้อ้ายต่างจึงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"แม่ หลังจากย้ายทะเบียนบ้านไปแล้ว พอเรียนจบเราก็จะไม่รู้เลยนะว่ามันจะถูกส่งไปทำงานที่ไหน ถ้าเราตามตัวกู้อี้ฮั่นไม่เจอ ก็เท่ากับว่าเราเลี้ยงมันมาเสียข้าวสุกน่ะสิ"

ย่ากู้มองลูกชายคนเล็กที่ทำหน้าเคร่งเครียดกับลูกสะใภ้ที่กำลังโกรธจัด เธอโบกมือปัดแล้วพูดว่า "กู้อี้ฮั่นบอกว่าจะส่งเงินให้ฉันเดือนละห้าหยวน แถมยังบอกอีกว่าจะกลับมาเยี่ยมตอนช่วงวันหยุด"

กู้อ้ายต่างมองย่ากู้ที่โลกสวยแล้วถอนใจ "แม่ ทำไมแม่ถึงไม่เข้าใจเนี่ย? นังเด็กนั่นมันเป็นหมาป่าตาขาวอกตัญญู แม่ลองคิดดูสิ ตลอดหลายปีมานี้ มันเคยเรียกผมว่า 'พ่อ' สักกี่ครั้งกันเชียว?"

"อีกอย่าง เลี้ยงลูกสาวแล้วให้แต่งงานอยู่แถวๆ นี้ ก็ยังพอกลับมาช่วยเหลือจุนเจือครอบครัวฝั่งแม่ได้บ้าง ถ้ามันไปอยู่ซะไกลลิบ เราก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรจากมันเลยน่ะสิ"

ย่ากู้ไม่ค่อยเชื่อคำพูดของลูกชายนกนัก "นั่นก็เพราะแกไม่เคยใส่ใจมันเลยไง กู้อี้ฮั่นน่ะฉันเป็นคนเลี้ยงมากับมือ เด็กคนนี้ทั้งเชื่อฟังแล้วก็กตัญญูที่สุดแล้ว"

ภรรยาของกู้อ้ายต่างมองย่ากู้ด้วยสายตาเย้ยหยัน "แม่คะ ฉันจะคอยดูความกตัญญูของหลานสาวแม่ก็แล้วกัน ดูท่าทางแล้วตอนแก่แม่คงไม่ต้องการความกตัญญูจากอ้ายตั่งแล้วสินะ"

พูดจบ เฉินซิ่วก็ดึงแขนกู้อ้ายต่างกระแทกกระทั้นเดินเข้าห้องไปทันที พร้อมกับปิดประตูดังปังเพื่อระบายอารมณ์

ในห้องครัว กู้เมิ่งได้ยินว่ากู้อี้ฮั่นสอบเข้าโรงเรียนมัธยมอาชีวะได้ เธอก็ไม่อาจเก็บงำความอิจฉาริษยาในใจไว้ได้อีกต่อไป เธอกัดฟันพึมพำกับตัวเอง "ทำไมแกถึงโชคดีขนาดนี้นะ?"

เมื่อหลิวเจาตี้กลับมาถึงบ้านและเห็นว่าโจวเจียซิงเอาแต่ตั้งหน้าตั้งตากิน เธอก็ฉุนขาด กระชากหมั่นโถวธัญพืชหยาบออกจากมือลูกชายแล้วตบหน้าเขาฉาดใหญ่

"กิน กิน วันๆ เอาแต่กิน! ชาติที่แล้วเกิดเป็นผีตายอดตายอยากหรือไง? รีบไปอ่านหนังสือเดี๋ยวนี้เลยนะ แกนี่มันไม่ได้เรื่อง สู้เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ก็ยังไม่ได้"

โจวเจียซิงตกใจกลัวจนหน้าถอดสีเมื่อเห็นใบหน้าบิดเบี้ยวของคนเป็นแม่ "ย่าครับ แม่ผีเข้าแล้ว แม่ตีผม!"

ยายเฒ่าโจวได้ยินเสียงร้องไห้ของหลานชายคนเล็กก็รีบเดินออกมา และทันได้เห็นสีหน้าบิดเบี้ยวของหลิวเจาตี้ก่อนที่เธอจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ

"แกกล้าตีหลานชายหัวแก้วหัวแหวนของฉันงั้นเรอะ? รอนหาที่ตายใช่ไหมฮะ?" ยายเฒ่าโจวปรี่เข้าไปทุบตีหลิวเจาตี้อย่างไม่ยั้งมือ

หลิวเจาตี้ไม่กล้าสู้กลับ ทำได้เพียงเบี่ยงตัวหลบพลางพูดว่า

"แม่ ฉันก็แค่พยายามเคี่ยวเข็ญให้เขาอ่านหนังสือ นังกู้อี้ฮั่นบ้านอ้ายตั่งเกิดวันเดียวกับเขาแท้ๆ แต่มันสอบเข้าโรงเรียนมัธยมอาชีวะได้แล้ว ต่อไปมันก็จะมีชามข้าวเหล็กสุขสบายไปทั้งชาติ"

เมื่อเห็นย่าตีแม่ โจวเจียซิงก็ปรบมือหัวเราะชอบใจ "แม่ ผมเกิดมาจากแม่กับพ่อนะ ในเมื่อแม่กับพ่อไม่มีน้ำยาแถมยังเรียนไม่เก่ง ผมก็ต้องได้เชื้อพวกแม่มาอยู่แล้วสิ!"

ไอ้หมาป่าตาขาวอกตัญญูตัวนี้เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ เห็นแม่ตัวเองโดนตีขนาดนี้ยังไม่คิดจะปกป้องเลยสักนิด

หลิวเจาตี้มองโจวเจียซิงด้วยความแค้นเคืองและสบถอย่างหัวเสีย "แกนี่มันไม่ได้เรื่อง สู้เด็กผู้หญิงอย่างกู้อี้ฮั่นไม่ได้สักนิด"

โจวเจียซิงเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของครอบครัว ย่าโจวจึงรักและตามใจเขาดั่งแก้วตาดวงใจ พอได้ยินหลิวเจาตี้พูดแบบนี้

เขาจึงหันไปฟ้องยายเฒ่าโจวทันที "ย่าดูแม่สิครับ แม่แช่งให้ตระกูลโจวของเราไร้ทายาทสืบสกุล ถ้าผมเกิดมาเป็นผู้หญิง ตอนย่าแก่ตายไปก็คงไม่มีใครถือกระถางธูปให้ย่าหรอกครับ"

พอได้ยินคำว่า "ไร้ทายาทสืบสกุล" ย่าโจวก็คว้าไม้ฟืนที่พื้นขึ้นมาฟาดหลิวเจาตี้ชุดใหญ่ เสียงกรีดร้องดังระงมไปไกล

จบบทที่ บทที่ 30: หมู่บ้านตระกูลกู้

คัดลอกลิงก์แล้ว