- หน้าแรก
- สลับชะตาทะลุมิติยุค ห้าศูนย์
- บทที่ 30: หมู่บ้านตระกูลกู้
บทที่ 30: หมู่บ้านตระกูลกู้
บทที่ 30: หมู่บ้านตระกูลกู้
"ได้ยินหรือเปล่า? นังหนูฮั่นบ้านอ้ายตั่งหนีตามผู้เฒ่าไปแล้วนะ!" ภรรยาเจียวั่งพูดขึ้นขณะกำลังถอนวัชพืช
ภรรยาสาวในชุดสีน้ำเงินวางมือจากงานทันทีแล้วหันไปมองภรรยาเจียวั่ง "จริงเหรอ? พี่รู้ได้ยังไง?"
"เมื่อวานตอนเช้ามีคนในหมู่บ้านเราเข้าไปในคอมมูนพร้อมกับนังหนูฮั่น แต่พอตกเย็นตอนขากลับ ลุงคนขับเกวียนรอนังหนูฮั่นตั้งนานสองนาน ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา" ภรรยาเจียวั่งทำเสียงลึกลับ
"แล้วรู้ไหม? เมื่อคืนนังเด็กนั่นไม่ได้กลับบ้านเลย แล้วก็ไม่ได้ไปโรงเรียนด้วย!" ภรรยาเจียวั่งส่งสายตาประมาณว่าให้ลองคิดดูเอาเอง
"สวรรค์ นังเด็กนั่นเพิ่งจะสิบสามเองไม่ใช่เหรอ? ริอ่านหนีตามผู้ชายแก่ไปซะแล้ว นี่มันอยากมีผัวจนตัวสั่นขนาดไหนกันเนี่ย!" ภรรยาสาวคุมระดับเสียงตัวเองไม่อยู่ เสียงของเธอจึงดังก้องไปทั่วทุ่งนาโล่งกว้าง
บรรดาสะใภ้และหญิงวัยกลางคนในละแวกนั้นหูผึ่ง ดวงตาเป็นประกาย พวกเธอพากันขยับเข้าไปล้อมวงภรรยาเจียวั่ง
หลิวเจาตี้เป็นคนแรกที่เอ่ยปาก "นี่ ภรรยาเจียวั่ง พวกเธอคุยอะไรกันอยู่เนี่ย? ถ้ามีเรื่องอะไรสนุกๆ ก็เล่ามาให้พวกเราฟังขำๆ บ้างสิ"
ภรรยาสาวมองหลิวเจาตี้แล้วพูดด้วยเสียงที่ดังกว่าปกติ "พี่หลิว มันเป็นเรื่องดีซะที่ไหนล่ะ? นังหนูฮั่นบ้านอ้ายตั่งหนีตามผู้ชายแก่ไปแล้วน่ะสิ"
หญิงชาวบ้านรอบๆ ต่างพากันซุบซิบ "ถ้าคนหมู่บ้านอื่นรู้เข้า เขาจะไม่หาว่าสาวๆ ในหมู่บ้านตระกูลกู้ของเราทำตัวไม่รักดีหรอกเหรอ?"
"จริงไหมล่ะ? นี่มันปลาเน่าตัวเดียวเหม็นไปทั้งข้องชัดๆ" ภรรยาเจียวั่งผสมโรง
"พวกเธอทำอะไรกันน่ะ? กลับไปทำงานได้แล้ว! สุมหัวกันแบบนี้มันมีเงินร่วงหล่นมาให้เก็บหรือไง?" เสียงทุ้มหนักของผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นหัวหน้ากองการผลิตดังขึ้น
"หัวหน้าคะ คุณต้องนึกถึงชื่อเสียงของหมู่บ้านเราด้วยนะ! นังหนูฮั่นบ้านอ้ายตั่งหนีตามผู้ชายไปแล้ว" ภรรยาสาวในชุดสีน้ำเงินพูดอย่างร้อนรน
หัวหน้ากองการผลิตมองภรรยาสาวในชุดสีน้ำเงินที่มีชื่อเล่นว่าเถาฮวา แล้วเอ่ยว่า "นี่ สะใภ้เซี่ยงตง เธอไปฟังขี้ปากใครเขามา? นังหนูฮั่นไปเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมอาชีวะต่างหาก"
สิ้นเสียงหัวหน้ากองการผลิต เสียงแหลมปรี๊ดของหลิวเจาตี้ก็ดังขึ้น "จะเป็นไปได้ยังไง? ตัวผลาญเงินอย่างมันจะสอบเข้าโรงเรียนมัธยมอาชีวะได้ยังไง?"
ผู้ใหญ่บ้านไม่ได้ใส่ใจหลิวเจาตี้ "รีบๆ กลับไปทำงานได้แล้ว นินทาชาวบ้านแล้วแต้มค่าแรงมันจะหล่นลงมาจากฟ้าหรือไง?"
หญิงชาวบ้านคนหนึ่งพูดขึ้นว่า "สอบเข้าโรงเรียนมัธยมอาชีวะได้เนี่ยนะ? เก่งจังเลย! อย่างนี้ก็เป็นคนแรกของหมู่บ้านเราเลยสิ เด็กผู้หญิงที่มีชามข้าวเหล็กเนี่ยนะ?"
ผู้ใหญ่บ้านหันหลังเตรียมจะเดินจากไป แต่ถูกหลิวเจาตี้ดึงแขนเสื้อไว้ "หัวหน้าคะ คุณรู้ได้ยังไงว่านังตัวผลาญเงินนั่นสอบเข้ามัธยมอาชีวะได้?"
หัวหน้ากองการผลิตสะบัดมือหลิวเจาตี้ออกอย่างรังเกียจ "ตัวผลาญเงินอะไรกัน? คิดว่าทุกคนจะเป็นเหมือนเธอหรือไง ที่เอาแต่ลำเอียงรักลูกชายมากกว่าลูกสาวน่ะ?"
"อีกอย่าง ฉันเป็นคนออกใบรับรองการย้ายให้เอง ทะเบียนบ้านของเธอก็ย้ายไปอยู่ที่โรงเรียนแล้ว ทำไมฉันจะไม่รู้? ว่างนักก็เอาเวลาไปทำแต้มค่าแรงให้มากๆ หน่อย ลดๆ ลงบ้างเถอะไอ้เรื่องนินทาชาวบ้านเนี่ย"
หลิวเจาตี้พูดอย่างห่อเหี่ยว "จะเป็นไปได้ยังไง? มันก็แค่นังตัวผลาญเงิน ไม่เห็นจะฉลาดสู้เจียซิงลูกชายฉันได้เลยสักนิด"
หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งใช้ข้อศอกสะกิดเถาฮวา "พ่อตาเธอเป็นเลขาธิการพรรคประจำหมู่บ้านไม่ใช่เหรอ? เธอรู้เรื่องที่นังหนูฮั่นย้ายทะเบียนบ้านหรือเปล่า?"
เถาฮวาถลึงตาใส่อีกฝ่ายอย่างหงุดหงิด "ฉันจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ?" เธอหันหลังกลับไปถอนวัชพืชต่อ
หญิงวัยกลางคนถ่มน้ำลายไล่หลังเถาฮวา "ถุย จะมาทำเป็นไขสือทำไมยะ?"
ไม่นาน คนทั้งหมู่บ้านก็รู้เรื่องที่กู้อี้ฮั่นลูกสาวบ้านกู้อ้ายต่างสอบเข้าโรงเรียนมัธยมอาชีวะได้ พวกเขาได้ยินมาว่าเรียนจบแล้วจะมีงานทำมารองรับเลยด้วยซ้ำ
ที่บ้านตระกูลกู้ กู้อ้ายต่างและเฉินซิ่วรีบร้อนกลับมาที่บ้าน
กู้อ้ายต่างตะโกนเรียกย่ากู้อย่างร้อนรน "แม่ แม่รู้เรื่องที่กู้อี้ฮั่นสอบเข้ามัธยมอาชีวะได้หรือเปล่า?"
ย่ากู้ตบหน้าผากตัวเองแล้วเอ่ยว่า "ดูสิ ฉันนี่แก่แล้วเลอะเลือนจริงๆ ลืมบอกแกไปเลย กู้อี้ฮั่นไปโรงเรียนตั้งแต่เมื่อวานแล้วล่ะ"
เฉินซิ่ว ภรรยาของกู้อ้ายต่าง เก็บอารมณ์ไม่อยู่อีกต่อไป เธอพูดด้วยความโมโหว่า "แม่ เป็นอะไรไปเนี่ย? ทำไมแม่ไม่ยอมปริปากบอกเรื่องที่มันสอบเข้ามัธยมอาชีวะได้ แถมยังปล่อยให้มันไปอีก?"
ย่ากู้ชักจะโมโหขึ้นมาบ้าง "หลานสอบเข้าได้มันก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือไง? พวกแกก็ไม่ได้ถามด้วย กู้อี้ฮั่นบอกว่าอย่าเพิ่งบอกให้พวกแกรู้"
เฉินซิ่วแทบจะกระอักเลือดตายด้วยความโกรธ "แม่ แม่รู้ไหมว่าทะเบียนบ้านของนังเด็กนั่นถูกย้ายออกไปแล้ว?"
ย่ากู้รู้สึกรำคาญกับการซักไซ้ไล่เลียงนี้เต็มทน "สอบเข้ามัธยมอาชีวะได้ ก็ต้องย้ายทะเบียนบ้านสิ เรื่องแค่นี้ทำไมฉันจะไม่รู้?"
เมื่อเห็นว่าย่ากู้ยังไม่ตระหนักถึงความร้ายแรงของปัญหา กู้อ้ายต่างจึงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"แม่ หลังจากย้ายทะเบียนบ้านไปแล้ว พอเรียนจบเราก็จะไม่รู้เลยนะว่ามันจะถูกส่งไปทำงานที่ไหน ถ้าเราตามตัวกู้อี้ฮั่นไม่เจอ ก็เท่ากับว่าเราเลี้ยงมันมาเสียข้าวสุกน่ะสิ"
ย่ากู้มองลูกชายคนเล็กที่ทำหน้าเคร่งเครียดกับลูกสะใภ้ที่กำลังโกรธจัด เธอโบกมือปัดแล้วพูดว่า "กู้อี้ฮั่นบอกว่าจะส่งเงินให้ฉันเดือนละห้าหยวน แถมยังบอกอีกว่าจะกลับมาเยี่ยมตอนช่วงวันหยุด"
กู้อ้ายต่างมองย่ากู้ที่โลกสวยแล้วถอนใจ "แม่ ทำไมแม่ถึงไม่เข้าใจเนี่ย? นังเด็กนั่นมันเป็นหมาป่าตาขาวอกตัญญู แม่ลองคิดดูสิ ตลอดหลายปีมานี้ มันเคยเรียกผมว่า 'พ่อ' สักกี่ครั้งกันเชียว?"
"อีกอย่าง เลี้ยงลูกสาวแล้วให้แต่งงานอยู่แถวๆ นี้ ก็ยังพอกลับมาช่วยเหลือจุนเจือครอบครัวฝั่งแม่ได้บ้าง ถ้ามันไปอยู่ซะไกลลิบ เราก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรจากมันเลยน่ะสิ"
ย่ากู้ไม่ค่อยเชื่อคำพูดของลูกชายนกนัก "นั่นก็เพราะแกไม่เคยใส่ใจมันเลยไง กู้อี้ฮั่นน่ะฉันเป็นคนเลี้ยงมากับมือ เด็กคนนี้ทั้งเชื่อฟังแล้วก็กตัญญูที่สุดแล้ว"
ภรรยาของกู้อ้ายต่างมองย่ากู้ด้วยสายตาเย้ยหยัน "แม่คะ ฉันจะคอยดูความกตัญญูของหลานสาวแม่ก็แล้วกัน ดูท่าทางแล้วตอนแก่แม่คงไม่ต้องการความกตัญญูจากอ้ายตั่งแล้วสินะ"
พูดจบ เฉินซิ่วก็ดึงแขนกู้อ้ายต่างกระแทกกระทั้นเดินเข้าห้องไปทันที พร้อมกับปิดประตูดังปังเพื่อระบายอารมณ์
ในห้องครัว กู้เมิ่งได้ยินว่ากู้อี้ฮั่นสอบเข้าโรงเรียนมัธยมอาชีวะได้ เธอก็ไม่อาจเก็บงำความอิจฉาริษยาในใจไว้ได้อีกต่อไป เธอกัดฟันพึมพำกับตัวเอง "ทำไมแกถึงโชคดีขนาดนี้นะ?"
เมื่อหลิวเจาตี้กลับมาถึงบ้านและเห็นว่าโจวเจียซิงเอาแต่ตั้งหน้าตั้งตากิน เธอก็ฉุนขาด กระชากหมั่นโถวธัญพืชหยาบออกจากมือลูกชายแล้วตบหน้าเขาฉาดใหญ่
"กิน กิน วันๆ เอาแต่กิน! ชาติที่แล้วเกิดเป็นผีตายอดตายอยากหรือไง? รีบไปอ่านหนังสือเดี๋ยวนี้เลยนะ แกนี่มันไม่ได้เรื่อง สู้เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ก็ยังไม่ได้"
โจวเจียซิงตกใจกลัวจนหน้าถอดสีเมื่อเห็นใบหน้าบิดเบี้ยวของคนเป็นแม่ "ย่าครับ แม่ผีเข้าแล้ว แม่ตีผม!"
ยายเฒ่าโจวได้ยินเสียงร้องไห้ของหลานชายคนเล็กก็รีบเดินออกมา และทันได้เห็นสีหน้าบิดเบี้ยวของหลิวเจาตี้ก่อนที่เธอจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ
"แกกล้าตีหลานชายหัวแก้วหัวแหวนของฉันงั้นเรอะ? รอนหาที่ตายใช่ไหมฮะ?" ยายเฒ่าโจวปรี่เข้าไปทุบตีหลิวเจาตี้อย่างไม่ยั้งมือ
หลิวเจาตี้ไม่กล้าสู้กลับ ทำได้เพียงเบี่ยงตัวหลบพลางพูดว่า
"แม่ ฉันก็แค่พยายามเคี่ยวเข็ญให้เขาอ่านหนังสือ นังกู้อี้ฮั่นบ้านอ้ายตั่งเกิดวันเดียวกับเขาแท้ๆ แต่มันสอบเข้าโรงเรียนมัธยมอาชีวะได้แล้ว ต่อไปมันก็จะมีชามข้าวเหล็กสุขสบายไปทั้งชาติ"
เมื่อเห็นย่าตีแม่ โจวเจียซิงก็ปรบมือหัวเราะชอบใจ "แม่ ผมเกิดมาจากแม่กับพ่อนะ ในเมื่อแม่กับพ่อไม่มีน้ำยาแถมยังเรียนไม่เก่ง ผมก็ต้องได้เชื้อพวกแม่มาอยู่แล้วสิ!"
ไอ้หมาป่าตาขาวอกตัญญูตัวนี้เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ เห็นแม่ตัวเองโดนตีขนาดนี้ยังไม่คิดจะปกป้องเลยสักนิด
หลิวเจาตี้มองโจวเจียซิงด้วยความแค้นเคืองและสบถอย่างหัวเสีย "แกนี่มันไม่ได้เรื่อง สู้เด็กผู้หญิงอย่างกู้อี้ฮั่นไม่ได้สักนิด"
โจวเจียซิงเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของครอบครัว ย่าโจวจึงรักและตามใจเขาดั่งแก้วตาดวงใจ พอได้ยินหลิวเจาตี้พูดแบบนี้
เขาจึงหันไปฟ้องยายเฒ่าโจวทันที "ย่าดูแม่สิครับ แม่แช่งให้ตระกูลโจวของเราไร้ทายาทสืบสกุล ถ้าผมเกิดมาเป็นผู้หญิง ตอนย่าแก่ตายไปก็คงไม่มีใครถือกระถางธูปให้ย่าหรอกครับ"
พอได้ยินคำว่า "ไร้ทายาทสืบสกุล" ย่าโจวก็คว้าไม้ฟืนที่พื้นขึ้นมาฟาดหลิวเจาตี้ชุดใหญ่ เสียงกรีดร้องดังระงมไปไกล