เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2150 - ประสิทธิภาพของเหล่าหัวกะทิ

บทที่ 2150 - ประสิทธิภาพของเหล่าหัวกะทิ

บทที่ 2150 - ประสิทธิภาพของเหล่าหัวกะทิ


บทที่ 2150 - ประสิทธิภาพของเหล่าหัวกะทิ

ภายในห้องทำงาน

ท่านผู้เฒ่าเฉียนและพ่อตาหร่านต่างพากันนิ่งเงียบ นิ้วมือขยับสอดส่ายไปมาระหว่างกองพิมพ์เขียวพลางคำนวณข้อมูลต่างๆ อย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน

อีกด้านหนึ่ง หยางเสี่ยวเทากำลังประคองท่านผู้เฒ่าหวังให้นั่งลงบนเก้าอี้ด้วยสีหน้าที่ดูตื่นตระหนกเล็กน้อย

"ท่านอาหวัง ท่านเป็นอะไรไปครับ?"

"อย่าโมโหสิครับ ผมยังไม่ได้พูดอะไรผิดไปเลยนะ"

"ท่านวางใจเถอะครับ งานนี้ผมช่วยเต็มที่ ช่วยแบบไม่มีเงื่อนไขเลยครับ ไม่ต้องให้อะไรตอบแทนผมก็ได้นะครับ!"

หยางเสี่ยวเทารู้สึกลนลานอยู่บ้าง และแอบคิดในใจว่าท่านอาหวังกำลังเล่นละครตบตาเขาหรือเปล่า จึงรีบเอ่ยปลอบใจ "ท่านต้องมองโลกในแง่ดีไว้นะครับ การปฏิวัติยังไม่สำเร็จ ท่านจะรีบไปรายงานตัวกับมาร์กซ์ตอนนี้ไม่ได้นะครับ!"

"โอ๊ย... โอ๊ย..."

หยางเสี่ยวเทายังพูดไม่ทันจบ หน้าผากก็ถูกท่านผู้เฒ่าหวังเขกเข้าให้ทีหนึ่งจนต้องรีบถอยฉากออกมา

"เหล่าหวัง ท่านถึงขั้นลงไม้ลงมือเลยเหรอครับ ผมอุตส่าห์มีน้ำใจมาช่วยแท้ๆ!"

ท่านผู้เฒ่าหวังพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก "เจ้าเด็กบ้า ฉันไปบอกแกตอนไหนว่าจะไม่ให้สิ่งตอบแทน?"

"ไม่ใช่สิ... แล้วฉันไปบอกแกตอนไหนว่าจะให้อะไร?"

ท่านผู้เฒ่าหวังพยายามเค้นคำพูดออกมาอย่างหนักแน่น แต่พอพูดจบกลับรู้สึกว่ามันฟังดูขัดแย้งกันเองชอบกล

สรุปแล้วจะพูดยังไงมันก็ดูไม่ถูกไปหมดนั่นแหละ

"แก... แกนี่มันพูดจาได้น่าหมั่นไส้จริงๆ!"

หยางเสี่ยวเทาแบมือออกอย่างจนใจ

นี่เป็นความผิดของเขาที่พูดไม่เข้าหูเหรอเนี่ย?

"แกนี่..."

เมื่อเห็นท่าทางใสซื่อของหยางเสี่ยวเทา ท่านผู้เฒ่าหวังก็รู้สึกอึดอัดใจจนบอกไม่ถูก

"แกนี่มันเกิดมาเพื่อเส้นทางนี้จริงๆ!"

สุดท้ายท่านผู้เฒ่าหวังก็โพล่งประโยคที่ทำเอาหยางเสี่ยวเทามึนตึ้บออกมา!

ทว่าพอพูดคำนี้ออกไป หัวใจของท่านกลับรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก

(ปัง!)

ทันใดนั้น เสียงตบโต๊ะก็ดังขึ้นมาจากอีกด้าน ทำเอาทั้งสองคนสะดุ้งโหยง

หยางเสี่ยวเทารีบหันไปมอง เห็นท่านผู้เฒ่าเฉียนใช้กำปั้นทุบลงบนโต๊ะ ก่อนจะหันไปถามพ่อตาหร่านเสียงดัง "เหล่าหร่าน ข้อมูลของขีปนาวุธหงฉีอยู่ที่ไหน? คุณจำได้ไหม?"

"จำได้ครับ ท่านผู้นำ!"

พ่อตาหร่านรีบตอบทันที "ขีปนาวุธหงฉีมีความยาวรวมสิบเอ็ดเมตร น้ำหนักสองจุดหกตัน ระยะยิงสูงสุดคือ..."

"ส่วนช่วยส่งกำลังใช้เชื้อเพลิงแข็ง ทำงานประมาณห้าวินาทีเพื่อเร่งขีปนาวุธให้เข้าสู่สภาวะความเร็วเหนือเสียงครับ!"

"จากนั้นเครื่องยนต์เชื้อเพลิงเหลวจะเริ่มทำงาน ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 2.3 มัคครับ..."

ทั้งสองคนรัวข้อมูลใส่กันอย่างรวดเร็ว พลางจดบันทึกตัวเลขต่างๆ ลงบนกระดาษอย่างต่อเนื่อง ราวกับว่าคนอื่นในห้องไม่มีตัวตนอยู่เลย

หยางเสี่ยวเทาจึงขยับเก้าอี้เข้าไปนั่งข้างๆ ท่านผู้เฒ่าหวัง

ฝ่ายหลังก็นั่งนิ่งอยู่กับที่เช่นกัน

"อืม... อืม!"

ท่านผู้เฒ่าหวังชูนิ้วขึ้นส่งสัญญาณ หยางเสี่ยวเทาเข้าใจความหมายทันที เขาหยิบบุหรี่ออกออกมาจากกระเป๋าแต่ยังไม่ทันได้ส่งให้

ท่านผู้เฒ่าหวังชำเลืองมองแล้วขมวดคิ้ว หยางเสี่ยวเทาจึงรีบเก็บมวนนั้นใส่กระเป๋า และนำบุหรี่ห่อใหม่เอี่ยมออกมาส่งให้แทน ท่านผู้เฒ่าหวังจึงพยักหน้าด้วยความพอใจ

เขาหยิบบุหรี่ออกมาสองมวน หยางเสี่ยวเทารีบจุดไฟให้อย่างรู้ใจ ก่อนที่ทั้งคู่จะนั่งพ่นควันจางๆ และเงี่ยหูฟังบทสนทนาที่อยู่ไม่ไกล

"พวกเขาพูดเรื่องอะไรกันน่ะ?"

ท่านผู้เฒ่าหวังถามเบาๆ เพราะเขาฟังศัพท์เทคนิคไม่ค่อยเข้าใจ

"ดูเหมือนจะเป็นข้อมูลของขีปนาวุธกับสมรรถนะของเครื่องยนต์ครับ"

"อ้อ!"

"แล้วคุณว่าเรื่องนี้จะสำเร็จไหม?"

ท่านผู้เฒ่าหวังเอ่ยถามอีกครั้ง หยางเสี่ยวเทาพ่นควันออกมาเบาๆ "ผมจะไปรู้ได้ยังไงล่ะครับ!"

"แล้วคุณจะมาที่นี่ทำไมล่ะ?"

"ก็เพราะไม่รู้นี่แหละครับ ถึงได้มาถามดู!"

ท่านผู้เฒ่าหวังถึงกับพูดไม่ออก

หยางเสี่ยวเทานึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงถามขึ้น "ท่านผู้นำครับ เมื่อกี้ท่านบอกว่า..."

"ฉันพูดอะไร?"

หยางเสี่ยวเทาเบือนหน้าหนี "เปล่าครับ ไม่มีอะไร!"

ในใจแอบบ่นอุบว่า ตาแก่คนนี้ช่างเขี้ยวลากดินเสียจริง

ท่านผู้เฒ่าหวังแอบยิ้มย่องในใจ และนั่งสูบบุหรี่ต่อไปอย่างสบายอารมณ์

ทางด้านนั้น ท่านผู้เฒ่าเฉียนถามขึ้นกะทันหัน "หากเปลี่ยนเครื่องยนต์เชื้อเพลิงเหลวมาเป็นเครื่องยนต์เทอร์โบเจ็ต น้ำหนักจะลดลงได้เท่าไหร่?"

"แล้วแรงขับเคลื่อนของเครื่องยนต์พวกนี้จะทำได้สักเท่าไหร่?"

"น้ำหนักตัวเครื่องยนต์เองล่ะ..."

พ่อตาหร่านขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะตอบว่า "เครื่องยนต์เทอร์โบเจ็ตใช้ออกซิเจนจากอากาศ จึงไม่จำเป็นต้องพกพาตัวเร่งปฏิกิริยาไปด้วย ซึ่งจะช่วยประหยัดพื้นที่และลดน้ำหนักลงได้มหาศาลครับ!"

"ยิ่งไปกว่านั้น หากมีขนาดพื้นที่เท่าเดิม เครื่องยนต์เทอร์โบเจ็ตจะสามารถบรรจุสารขับดันได้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้ระยะยิงไกลกว่าเครื่องยนต์เชื้อเพลิงเหลวอย่างแน่นอนครับ"

"แต่ตัวเลขที่แน่นอนนั้น คงต้องทำการคำนวณใหม่ทั้งหมดครับ!"

เมื่อพ่อตาหร่านกล่าวจบ ท่านผู้เฒ่าเฉียนก็เผยรอยยิ้มออกมาทันที

จู่ๆ ภายในห้องทำงานก็ตกอยู่ในความเงียบงัน

หยางเสี่ยวเทากำลังคุยเรื่องเครื่องบินกับท่านผู้เฒ่าหวังอย่างออกรส เมื่อสัมผัสได้ถึงความเงียบจึงรีบหันไปมอง เห็นท่านผู้เฒ่าเฉียนกำลังจิบน้ำชาพลางยิ้มให้พ่อตาหร่าน

ท่านผู้เฒ่าหวังกระแอมไอเบาๆ แล้วลุกขึ้นยืน หยางเสี่ยวเทารีบลุกตาม

"เหล่าเฉียน เป็นไงบ้าง เรื่องนี้พอจะทำได้ไหม?"

ท่านผู้เฒ่าหวังเอ่ยถามด้วยความคาดหวัง ท่านผู้เฒ่าเฉียนวางถ้วยน้ำลงแล้วยิ้มตอบ "จะทำได้หรือไม่นั้น คงต้องอาศัยการคำนวณที่ละเอียดกว่านี้ครับ!"

"เสี่ยวเทา ผมคงต้องรบกวนให้คุณช่วยอะไรหน่อยแล้วล่ะ!"

หยางเสี่ยวเทาพยักหน้ารับทันที "เชิญท่านสั่งมาได้เลยครับ!"

"พวกเราจำเป็นต้องทำการศึกษาวิจัยเรื่องนี้ และในภายหลังผมต้องการให้คุณช่วยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับข้อมูลทางเทคนิคของเครื่องยนต์เทอร์โบเจ็ตด้วยนะ"

"ไม่มีปัญหาครับ!"

หยางเสี่ยวเทาตอบรับอย่างไม่ลังเล

"ดี งั้นผมจะไปแจ้งให้สหายคนอื่นๆ เตรียมตัวเข้าประชุม!"

พ่อตาหร่านรีบปลีกตัวออกจากห้องไปทันที

ท่านผู้เฒ่าเฉียนเดินมานั่งข้างๆ หยางเสี่ยวเทาแล้วถามด้วยความสนใจ "บอกหน่อยสิ คุณคิดเรื่องนี้ออกได้ยังไง?"

หยางเสี่ยวเทายิ้มพลางอธิบาย "ความจริงผมก็ไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งหรอกครับ"

"พอดีเมื่อคืนตอนจัดระเบียบพิมพ์เขียว ผมเผลอทำลำดับมันสลับกัน พอมาดูตอนเช้าถึงได้เห็นความผิดปกติเข้าครับ..."

หยางเสี่ยวเทาเล่าเรื่องที่แต่งเติมขึ้นเล็กน้อย "สรุปก็คือ เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องบังเอิญล้วนๆ เลยครับ!"

ท่านผู้เฒ่าหวังได้ฟังก็เกาหัวแกรกๆ "ทำไมพวกเราถึงไม่เคยเจอเรื่องบังเอิญแบบนี้บ้างนะ!"

หยางเสี่ยวเทาได้แต่กลอกตาไปมาและไม่โต้ตอบอะไร

ทว่าท่านผู้เฒ่าเฉียนกลับมีรอยยิ้มที่กว้างขึ้น "ผมเชื่อว่า ก่อนที่จะเกิดเรื่องบังเอิญครั้งนี้ คุณคงต้องตรากตรำทำงานมาอย่างหนักแน่นอน!"

"ไม่อย่างนั้น ต่อให้ลำดับมันสลับกัน คุณก็คงไม่มีทางมองเห็นจุดผิดสังเกตได้หรอก"

"ดังนั้นในมุมมองของผม นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ไร้ที่มาที่ไป แต่มันคือประกายไฟแห่งปัญญาที่เกิดจากการสะสมความรู้อย่างหนักจนถึงจุดอิ่มตัวต่างหาก!"

หยางเสี่ยวเทาไม่นึกเลยว่าท่านผู้เฒ่าเฉียนจะให้เกียรติเขาขนาดนี้ แต่พอนึกดูดีๆ มันก็เป็นความจริง

ในมิติระบบของเขามีเศษกระดาษที่ผ่านการคำนวณและทิ้งขว้างไปแล้วนับไม่ถ้วนกองเป็นพะเนินเลยทีเดียว!

ท่านผู้เฒ่าหวังมองดูท่านผู้เฒ่าเฉียนสลับกับหยางเสี่ยวเทา พลางรู้สึกว่าทั้งคู่ช่างมีความคล้ายคลึงกันอย่างประหลาด!

"ท่านผู้นำครับ ทุกคนพร้อมแล้วครับ!"

พ่อตาหร่านเดินกลับเข้ามาแจ้งข่าว การประสานงานรวดเร็วอย่างยิ่ง

"ไปเถอะ ไปพบกับเหล่าหัวกะทิของพวกเรากัน!"

ท่านผู้เฒ่าหวังกล่าวชวนด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลาย

ท่านผู้เฒ่าเฉียนยิ้มรับ สายตาฉายแววแห่งความภาคภูมิใจ

หยางเสี่ยวเทาเดินตามทั้งสามท่านออกจากห้องทำงาน ในใจเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและคาดหวัง

เขาอยากจะเห็นนักว่า รากฐานและความแข็งแกร่งของกระทรวงที่เจ็ดนั้นจะยิ่งใหญ่เพียงใด

กลุ่มคนมุ่งหน้าไปยังห้องประชุมขนาดใหญ่

ยังไม่ทันจะเข้าถึงห้องประชุม ก็เห็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยืนคุมเข้มอยู่รอบบริเวณถึงเจ็ดแปดนาย

เมื่อท่านผู้เฒ่าหวังเดินนำขบวนเข้าไปในห้องประชุม ตามด้วยท่านผู้เฒ่าเฉียน พ่อตาหร่าน และปิดท้ายด้วยหยางเสี่ยวเทา สายตาของเขาก็เริ่มกวาดสำรวจไปทั่วบริเวณ

ห้องประชุมมีขนาดกว้างขวางและดูโอ่โถง มีโต๊ะวางเรียงรายกันสองแถว และแต่ละโต๊ะมีผู้เข้าร่วมนั่งประจำที่อยู่ประมาณหนึ่งถึงสองคน

ด้านหน้ามีแท่นบรรยายตั้งอยู่ และมีเก้าอี้วางเรียงไว้ที่ด้านหลัง

หยางเสี่ยวเทาตามทั้งสามท่านขึ้นไปบนเวที เมื่อกวาดสายตามองไปรอบๆ พบว่ามีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณสามสิบคนได้

และในจำนวนนั้น หยางเสี่ยวเทาก็พบใบหน้าที่คุ้นเคยหลายคน

ทั้งหัวหน้าหันซานเฟิ่งจากแผนกคอมพิวเตอร์

และหัวหน้าหวังที่รับผิดชอบระบบทำลายตนเอง

ซึ่งแน่นอนว่า หลังจากที่คราวก่อนหยางเสี่ยวเทาแอบตั้งฉายาให้ว่า 'หัวหน้าฝ่ายทำลายตนเอง' สายตาที่อีกฝ่ายมองมาจึงดูมีเล่ห์นัยและน่าสนใจไม่น้อย

หยางเสี่ยวเทาส่งยิ้มให้หัวหน้าหวัง ก่อนจะหันไปมองคนอื่นๆ

คนส่วนใหญ่ในห้องมีอายุไม่น้อยแล้ว และเกือบทั้งหมดเป็นผู้ชาย มีผู้หญิงอยู่เพียงสองสามคนเท่านั้น

หลังจากกวาดสายตามองจบ หยางเสี่ยวเทาก็มายืนสำรวมท่าทางอยู่ด้านข้าง

"สหายทุกท่าน ผมขอชี้แจงภารกิจสั้นๆ ครับ"

ท่านผู้เฒ่าเฉียนก้าวออกมาตรงกลางเวที บรรยากาศด้านล่างเงียบกริบทันที

"ท่านนี้คือสหายหยางเสี่ยวเทาครับ"

เมื่อท่านผู้เฒ่าเฉียนเอ่ยถึง สายตาของทุกคนก็จับจ้องมาที่หยางเสี่ยวเทาเป็นตาเดียว เขาจึงรีบส่งยิ้มทักทายทุกคนอย่างเป็นกันเอง

"สหายหยางเสี่ยวเทาได้เสนอแนวคิดใหม่ที่น่าสนใจเกี่ยวกับขีปนาวุธของพวกเราครับ"

จากนั้นท่านผู้เฒ่าเฉียนก็อธิบายสถานการณ์ที่ได้หารือกันเมื่อครู่ซ้ำอีกครั้ง โดยมีพ่อตาหร่านคอยช่วยสรุปข้อมูลสมรรถนะของขีปนาวุธที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันให้ทุกคนรับทราบ

ทุกคนที่นั่งฟังอยู่ต่างตกอยู่ในภวังค์แห่งความคิด

หยางเสี่ยวเทาสังเกตเห็นว่าที่ด้านข้างของเวทีทั้งสองฝั่ง มีเจ้าหน้าที่คอยจดบันทึกคำพูดทุกคำอย่างรวดเร็ว

ท่านผู้เฒ่าเฉียนให้เวลาทุกคนได้ไตร่ตรองประมาณห้านาที ก่อนจะเอ่ยถาม "สิ่งที่เราต้องทำในตอนนี้ คือการประเมินความเป็นไปได้ว่าแนวทางนี้จะสามารถบรรลุเป้าหมายที่คาดหวังไว้ได้หรือไม่"

"หากใครมีข้อสงสัยหรือคำถาม เชิญสอบถามได้เลยครับ"

พูดจบท่านผู้เฒ่าเฉียนก็เดินไปนั่งที่เก้าอี้ด้านหลัง

เห็นดังนั้น ท่านผู้เฒ่าหวังก็เดินไปนั่งลงข้างๆ เช่นกัน ซึ่งดูเหมือนจะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของที่นี่

พ่อตาหร่านยืนสแตนด์บายรออยู่ข้างเวที ส่วนหยางเสี่ยวเทาก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิมพลางทำตัวไม่ถูกว่าควรจะไปนั่งตรงไหนดี

ในขณะที่เขากำลังลังเลอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีชายคนหนึ่งลุกขึ้นยืน

"หัวหน้าหร่านครับ!"

ชายคนนั้นรูปร่างค่อนข้างผอมและสวมแว่นตา เขาเริ่มถามทันทีที่ลุกขึ้น "หากมีการเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ มันจะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างภายในของขีปนาวุธหรือไม่ จำเป็นต้องมีการออกแบบและจัดวางผังใหม่ทั้งหมดไหม และต้องมีการทดสอบสมรรถนะใหม่หรือเปล่าครับ"

พ่อตาหร่านพยักหน้ารับคำถาม แล้วให้ชายคนนั้นนั่งลง ก่อนจะหันไปถามในกลุ่มผู้เข้าร่วม "หัวหน้าหู รบกวนคุณช่วยอธิบายเรื่องโครงสร้างภายในหน่อยครับ"

ไม่นานนัก หัวหน้าหูที่ถูกเอ่ยชื่อก็ลุกขึ้นยืน "ตามหลักการแล้ว การเปลี่ยนเครื่องยนต์ย่อมต้องมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างแน่นอนครับ โดยเฉพาะเมื่อเครื่องยนต์นี้ต่างจากเครื่องยนต์เชื้อเพลิงเหลวเดิมอย่างสิ้นเชิง ทั้งด้านโครงสร้าง เชื้อเพลิง และระบบการไหลเวียนของอากาศ ทุกอย่างต้องมีการปรับปรุงใหม่หมดครับ"

"ดังนั้นผมเห็นว่า จำเป็นต้องมีการแก้ไขแบบแปลนการออกแบบใหม่ครับ"

"แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น จำเป็นต้องทราบพารามิเตอร์ที่แน่นอนของเครื่องยนต์เสียก่อน ถึงจะสามารถวางแผนงานที่ชัดเจนได้ครับ"

พ่อตาหร่านพยักหน้าเห็นด้วย "หากต้องออกแบบใหม่ คุณจะใช้เวลานานแค่ไหนในการผลิตพิมพ์เขียวออกมา?"

หัวหน้าหูใช้เวลานิ่งคิดครู่หนึ่ง "หากข้อมูลจำเพาะของเครื่องยนต์เป็นไปตามพารามิเตอร์ที่เรากำหนด สามวันครับ อย่างมากที่สุดคือสามวัน พวกเราจะส่งพิมพ์เขียวให้ได้ทันทีครับ"

"ดี!"

พ่อตาหร่านพยักหน้าด้วยความพอใจ และไม่ได้กล่าวอะไรต่อ

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ก็มีผู้เข้าร่วมประชุมอีกคนลุกขึ้นถาม แต่คราวนี้เป้าหมายคือหยางเสี่ยวเทา

"สวัสดีครับสหายหยางเสี่ยวเทา ผมคือสวีเฟิ่งหัว จากกลุ่มวิจัยระบบขับเคลื่อนครับ!"

"สวัสดีครับหัวหน้าสวี"

หยางเสี่ยวเทาสังเกตเห็นแล้วว่า ผู้ที่มาร่วมประชุมส่วนใหญ่ล้วนดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนก การทักทายด้วยคำว่า 'หัวหน้า' จึงถือว่าเหมาะสมที่สุด

"ผมอยากทราบว่า เครื่องยนต์เทอร์โบเจ็ตนี้ จะสามารถตอบสนองความต้องการของเราได้จริงหรือไม่ครับ"

หยางเสี่ยวเทาพยักหน้า "หัวหน้าสวีครับ พูดตามตรงว่าผมเองก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเครื่องยนต์เทอร์โบเจ็ตจะทำได้ตามเป้าหมายหรือไม่ เพราะในตอนนี้พวกเรายังไม่ได้ดำเนินการออกแบบและผลิตมันออกมาจริงๆ ครับ"

"แต่จากข้อมูลของเครื่องยนต์เทอร์โบเจ็ต เอชเอ็กซ์เจ-1 ที่เราผลิตเสร็จสิ้นไปแล้ว แรงขับเคลื่อนสูงสุดทำได้ถึงแปดพันกิโลกรัม และหากใช้ระบบเพิ่มพละกำลังในการขับเคลื่อน จะสามารถพุ่งทะยานไปได้ถึงหนึ่งหมื่นกิโลกรัมครับ"

เมื่อหยางเสี่ยวเทาแจ้งข้อมูลการทดสอบเครื่องยนต์ออกมา ทุกคนในห้องประชุมต่างพากันส่งเสียงอุทานด้วยความตกตะลึง

โดยเฉพาะหัวหน้าสวี ถึงกับรีบก้มตัวลงไปกระซิบกระซาบกับคนข้างกายด้วยความตื่นเต้นจนพูดจาติดขัดไปหมด

ห้องประชุมที่เคยเงียบกริบกลับกลายเป็นเสียงจ้อกแจ้กจอแจทันที ผู้ที่มีความรู้เฉพาะทางต่างรีบอธิบายให้ผู้ที่ยังไม่เข้าใจฟัง ซึ่งผู้ที่ได้รับฟังต่างก็มีสีหน้าที่ดูตื่นเต้นและประหลาดใจอย่างยิ่ง

แม้แต่ท่านผู้เฒ่าหวังและท่านผู้เฒ่าเฉียนที่เพิ่งจะเคยได้ยินข้อมูลนี้เป็นครั้งแรก ก็ยังมีสีหน้าที่ดูไม่ต่างจากคนข้างล่างเท่าไหร่นัก

ทว่าพ่อตาหร่านกลับยืนสงบนิ่งอยู่ข้างเวที เพราะข้อมูลเหล่านี้เขาทราบดีอยู่แล้ว

เพียงแต่เขายึดมั่นในกฎระเบียบการรักษาความลับ จึงไม่ได้แพร่งพรายให้ใครทราบมาก่อน

การที่หยางเสี่ยวเทาเปิดเผยออกมาในตอนนี้ จึงหมายความว่าทุกคนในที่ประชุมแห่งนี้มีสิทธิ์ที่จะรับทราบข้อมูลนี้ร่วมกันแล้ว

"เหล่าเฉียน ไอ้แรงขับเคลื่อนสูงสุดกับแรงขับเพิ่มพละกำลังเนี่ย มันคืออะไรกันแน่?"

ท่านผู้เฒ่าหวังรู้สึกว่าตนเองเริ่มตามคนอื่นไม่ทัน คำศัพท์แต่ละคำที่ได้ยินช่างดูแปลกหูนับจนเขารู้สึกเขินอายขึ้นมาบ้างแล้ว

ท่านผู้เฒ่าเฉียนจึงรีบกระซิบอธิบายข้างหูเพื่อนร่วมงานทันที

"เครื่องยนต์เทอร์โบเจ็ตน่ะ ทำงานโดยการดูดอากาศให้ไหลผ่านช่องนำเข้าเข้าสู่ตัวเครื่อง จากนั้นอากาศจะถูกบีบอัดผ่านเครื่องอัดอากาศเพื่อเพิ่มแรงดัน และนำไปใช้..."

ตามคำอธิบายที่พรั่งพรูออกมาจากปากของท่านผู้เฒ่าเฉียน สีหน้าของท่านผู้เฒ่าหวังก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความตื่นเต้นฮึกเหิมไม่ต่างจากเหล่าหัวกะทิที่อยู่ด้านล่างเลย

"แล้ว... แล้วถ้าเอาไปใช้กับขีปนาวุธ มันจะยิ่งเร็วขึ้นไปอีกใช่ไหม?"

ท่านผู้เฒ่าหวังเอ่ยถามด้วยความกระวนกระวาย ทว่าท่านผู้เฒ่าเฉียนกลับนิ่งไปเพราะเขาก็ยังไม่แน่ใจในคำตอบ

และคำถามนี้เอง ก็คือสิ่งที่ทุกคนในที่ประชุมกำลังโหยหาอยากจะรู้คำตอบเช่นกัน

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 2150 - ประสิทธิภาพของเหล่าหัวกะทิ

คัดลอกลิงก์แล้ว