- หน้าแรก
- ยุทธการนอนชนะเลิศ ใครจะสู้ก็เชิญ ข้าขอนอน
- บทที่ 11: การรับรองลิขสิทธิ์เพลงอย่างเป็นทางการ
บทที่ 11: การรับรองลิขสิทธิ์เพลงอย่างเป็นทางการ
บทที่ 11: การรับรองลิขสิทธิ์เพลงอย่างเป็นทางการ
บทที่ 11: การรับรองลิขสิทธิ์เพลงอย่างเป็นทางการ
เหล่านักอ่านที่คุ้นเคยกับการอัปเดตวันละหกตอน เมื่อจู่ๆ ได้เห็นประกาศลดเหลือวันละสองตอนก็เริ่มพากันโอดครวญ
"ชินกับวันละหกตอนไปแล้ว พอกลับมาเหลือสองตอนแบบนี้มันทำใจรับได้ยากจริงๆ"
"โธ่เอ๊ย สองตอนมันขัดใจชะมัด ดองไว้รออ่านทีเดียวเลยแล้วกัน"
"อย่าดองเลย! นิยายดำเนินเรื่องเนิบนาบแบบนี้หายากในฉีเตี่ยนนะ ถ้ามัวแต่ดองแล้วไม่มีคนอ่าน นิยายมันจะไม่ปลิวไปก่อนเหรอ" หนอนหนังสือรุ่นเก๋าคนหนึ่งเอ่ยเตือน
"เทียบกับเรื่องอัปเดตวันละสองตอนแล้ว ฉันสนเรื่องที่ว่านักเขียนเป็นสาวน้อยหรือเปล่ามากกว่านะ?"
มีคนเข้าไปเช็กหน้าโปรไฟล์ส่วนตัวของนักเขียนและเห็นว่าช่องเพศระบุไว้ว่า 'หญิง'
บรรดาแฟนคลับที่กำลังทวงนิยายต่างพากันใจเต้นตึกตัก ถ้าเป็นนักเขียนสาวน้อยล่ะก็ วันละสองตอนก็พอให้อภัยได้
พวกเขาแห่กันเข้าไปในกลุ่มแฟนคลับ แท็กเรียกนักเขียนให้ส่งรูปกับคลิปเสียงมาให้ดู
"ท่านเทพ รูปสวยๆ ของคุณอยู่ไหน พวกเราอยากเห็นจัง"
"ส่งรูปมันอาจจะเกินไป ท่านเทพส่งแค่คลิปเสียงมาก็พอ ถ้าคุณเป็นสาวน้อย ฉันจะยกโทษให้"
"หัวหน้าคนงานของฉันบอกว่าถ้านักเขียนเป็นสาวน้อย เขาจะวางอิฐในมือลงแล้วเปย์รางวัลระดับผู้นำพันธมิตรให้ทันทีเลย"
"เสี่ยวหวัง หัวหน้าเรียกนายไปแบกอิฐแล้ว เลิกคุยในกลุ่มได้แล้ว เดี๋ยวก็โดนหักค่าแรงหรอก"
"จะไปแบกอิฐเดี๋ยวนี้แหละ!" เสี่ยวหวังที่กำลังคุยเล่นอยู่ในกลุ่มถึงกับสะดุ้ง เขาวางโทรศัพท์ลงแล้วรีบไปแบกอิฐทันที
เดิมทีในกลุ่มแฟนคลับมีคนอยู่แค่คนเดียว นั่นก็คืออวี๋หรานเอ๋อร์
นึกไม่ถึงเลยว่าทันทีที่ประกาศลดเหลือสองตอนถูกปล่อยออกไปในเช้าวันอาทิตย์ คำขอเข้ากลุ่มก็หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ซึ่งทุกคนล้วนแต่เข้ามาทวงนิยายทั้งนั้น
เมื่อไม่มีทางเลือก อวี๋หรานเอ๋อร์จึงต้องแต่งตั้งแอดมินสองสามคนให้มาช่วยจัดการกลุ่มคิวคิว
ส่วนกลุ่มคนที่เอาแต่เรียกร้องให้เธอส่งรูปกับคลิปเสียง อวี๋หรานเอ๋อร์ยังไม่อยากทำแบบนั้น เธอจึงเลือกตอบกลับเป็นข้อความแทน
"ความลับค่ะ! ได้เวลาแต่งนิยายแล้ว บ๊ายบายทุกคน"
เหล่านักอ่านกลับยิ่งดีใจมากขึ้นเมื่อเห็นคำตอบนั้น
ถ้านักเขียนเป็นผู้ชาย ปกติแล้วเขาก็คงส่งคลิปเสียงมาให้ตรงๆ เลย เพราะลูกผู้ชายตัวจริงไม่มีทางปอดแหกหรอก อยากฟังเสียงก็จัดให้เต็มที่
แต่ไห่หยางไม่ได้ส่งคลิปเสียงมา ทั้งยังใช้คำว่า 'ความลับ' เพื่อบ่ายเบี่ยง นั่นแสดงว่านักเขียนน่าจะเป็นสาวน้อยสูงมาก ท้ายที่สุดแล้วผู้หญิงก็มักจะขี้อายและไม่ยอมส่งคลิปเสียงมาให้ง่ายๆ หรอก
หัวหน้าคนงานเห็นข้อความตอบกลับของนักเขียน เขาก็วางอิฐในมือลงแล้วเลื่อนนิ้วไปที่ตัวเลือกโดเนทหนึ่งพันหยวน แต่พอนึกขึ้นได้ว่านักเขียนยังไม่ได้ส่งคลิปเสียงมา นิ้วของเขาก็เลื่อนกลับไปที่ตัวเลือกหนึ่งร้อยหยวนแทน
"นักเขียน ส่งคลิปเสียงมาสิ แล้วฉันจะเปย์ตำแหน่งผู้นำพันธมิตรให้ พูดคำไหนคำนั้น" หัวหน้าคนงานส่งภาพหน้าจอการโดเนทหนึ่งร้อยหยวนเป็นหลักฐาน หลังจากรออยู่นานแต่ไม่มีการตอบกลับใดๆ เขาจึงกลับไปที่ไซต์ก่อสร้างเพื่อคุมคนอื่นแบกอิฐต่อ
อันที่จริง อวี๋หรานเอ๋อร์ไม่ได้ดูโทรศัพท์อยู่หรอก ในตอนนั้น ซูหยวนหยวน เพื่อนสนิทของเธอมาถึงที่หน้าบ้านแล้ว เธอจึงวิ่งลงไปต้อนรับเพื่อนเก่าทันที
"อวี๋หรานเอ๋อร์ มากอดทีสิ!"
ซูหยวนหยวนเดินเข้ามาในบ้าน ทันทีที่เห็นอวี๋หรานเอ๋อร์ เธอก็กางแขนออกเพื่อสวมกอดชุดใหญ่
ซูหยวนหยวนสูงหนึ่งร้อยห้าสิบเซนติเมตร สูงพอๆ กับอวี๋หรานเอ๋อร์ แต่หน้าอกของเธอใหญ่กว่าเล็กน้อย อวี๋หรานเอ๋อร์จึงสัมผัสได้ถึงแรงเบียดอย่างชัดเจนตอนที่กอดกัน
นอกจากนี้ ซูหยวนหยวนยังมีรูปร่างหน้าตาที่น่ารักดูอ่อนเยาว์ เธอมีผมสีดำประบ่า หน้าม้าปรกคิ้วเล็กน้อย สวมแว่นตากรอบแดง ใส่เสื้อคาร์ดิแกนแบบเปิดหน้าสีเบจเข้ากับกระโปรงสั้น และเรียวขาสั้นๆ ทั้งสองข้างก็สวมถุงน่องเต็มตัวสีขาว
สรุปง่ายๆ ก็คือ ซูหยวนหยวนเป็นสาวแว่นสวมกระโปรงสั้นและถุงน่องสีขาวนั่นเอง!
"อวี๋เชี่ยน มากอดกันหน่อยเร็ว" ซูหยวนหยวนมองเห็นสาวน้อยโลลิที่อยู่ด้านหลัง จึงผละออกจากอวี๋หรานเอ๋อร์แล้วเข้าไปกอดอีกคนแทน
"..." อวี๋เชี่ยนถึงกับพูดไม่ออก ส่วนสูงของเธอมันช่างชวนให้ลำบากใจเสียจริง เพราะใบหน้าของเธอดันไปซุกเข้ากับหน้าอกของอีกฝ่ายพอดี เธอจึงจำยอมถูกจับซุกร่องอกไปสามวินาทีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ไม่กี่นาทีต่อมา อวี๋หรานเอ๋อร์ก็พาซูหยวนหยวนเข้ามาในห้องนอน
"จะว่าไปแล้ว อวี๋หรานเอ๋อร์ เธอจะเล่นเพลงอะไรกันแน่ ปล่อยให้เดาแบบนี้มันไม่ดีเลยนะ"
"เพลงลูกโป่งสารภาพรัก ถึงบอกไปก่อนก็ไม่มีประโยชน์หรอก ฉันรับรองเลยว่าเธอไม่เคยฟังมาก่อนแน่ๆ"
"คงไม่ใช่เพลงแต่งเองหรอกใช่ไหม"
"ก็เพลงแต่งเองนี่แหละ!" อวี๋หรานเอ๋อร์พูดด้วยท่าทีที่ราวกับจะบอกว่า 'เธอเดาถูกแล้ว'
"หา?"
ซูหยวนหยวนอึ้งไปเลย นี่มันเพลงแต่งเองจริงๆ ด้วย!
พรสวรรค์ด้านดนตรีของเพื่อนร่วมโต๊ะคนนี้มาถึงระดับนี้แล้วงั้นเหรอ
ใจเย็นไว้ ใจเย็นๆ ใครๆ ก็แต่งเพลงได้ทั้งนั้นแหละ มันขึ้นอยู่กับว่าจะเพราะหรือเปล่าก็แค่นั้น ซูหยวนหยวนสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามไม่แสดงอาการตื่นเต้นจนเกินไป
อวี๋หรานเอ๋อร์นั่งอยู่บนขอบเตียงแล้วเริ่มดีดเพลงลูกโป่งสารภาพรัก โดยมีอวี๋เชี่ยนร้องคลอไปด้วย
เมื่อสายกีตาร์โลหะขับขานท่วงทำนองอันกังวาน เสียงร้องอันแสนโรแมนติกก็ผลิบานในใจของซูหยวนหยวนราวกับดอกไม้ และค่อยๆ แทรกซึมเข้าไปในห้วงความคิดของเธอ
เธอรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังยืนอยู่บนท้องถนนในเมืองสุดโรแมนติก เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นลูกโป่งลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า สีสันสดใสตระการตา
แม้มันจะเป็นเพียงภาพลวงตา แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะหลับตาลง ด้วยหวังว่ามันจะไม่ใช่แค่ความฝัน
"...
กุหลาบในร้านดอกไม้ เขียนชื่อของใครผิดไปหรือเปล่า?
ลูกโป่งสารภาพรัก ปลิวไปตามสายลมข้ามถนน,
รอยยิ้มล่องลอยอยู่บนท้องฟ้า..."
หลังจากการแสดงร้องและเล่นกีตาร์จบลง ซูหยวนหยวนก็ถูกบทเพลงและเสียงดนตรีสะกดไว้จนอยู่หมัด อารมณ์ของเธอไม่สามารถสงบลงได้เป็นเวลานาน
ซูหยวนหยวนไม่ได้ยินอวี๋หรานเอ๋อร์เล่นดนตรีมานานมากแล้ว ครั้งนี้พอได้ฟังท่วงทำนองที่เธอดีด แรงสั่นสะเทือนของสายกีตาร์ก็ราวกับเสียงเวทมนตร์ที่พุ่งทะลุเข้ามาในหู ประกอบกับเสียงเคาะกีตาร์ระหว่างการเล่นแบบฟิงเกอร์สไตล์ มันสร้างเอฟเฟกต์เสียงเฉพาะตัวที่ยากจะลืมเลือน
เธอไม่เคยได้ยินท่วงทำนองแบบนี้มาก่อนเลย อวี๋หรานเอ๋อร์ไม่ได้โกหกจริงๆ ด้วย นี่มันเพลงแต่งเองชัดๆ!
"พวกเธอได้อัปโหลดเพลงนี้ลงในคลังเพลงทางการหรือยัง ฉันอยากโหลดเก็บไว้จัง" ซูหยวนหยวนยังคงอินกับเสน่ห์ของบทเพลง เธอตื่นเต้นเป็นพิเศษและอยากตั้งเพลงนี้เป็นเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์
"ยังเลย" อวี๋หรานเอ๋อร์และอวี๋เชี่ยนสบตากัน ช่วงนี้พวกเธอเอาแต่ซ้อมดนตรีและร้องเพลง จึงยังไม่มีเวลาบันทึกเสียงและอัปโหลดไปยังสมาคมดนตรีระดับโลกเพื่อรับรองลิขสิทธิ์
"ยังไม่ได้อัปโหลดอีกเหรอ" ซูหยวนหยวนเบิกตากว้าง
"นี่มันเพลงที่พวกเธอจะร้องในงานกาล่าส่งท้ายปีเก่านะ ทางที่ดีรีบบันทึกเสียงแล้วอัปโหลดลงสมาคมดนตรีระดับโลกเพื่อจดลิขสิทธิ์ไว้ก่อนเถอะ ไม่อย่างนั้นถ้ามีใครใช้โทรศัพท์แอบอัดเพลงแล้วชิงจดลิขสิทธิ์ไปก่อน พวกเธอจะขาดทุนย่อยยับเลยนะ!" ซูหยวนหยวนแนะนำ
สมาคมดนตรีระดับโลกเป็นองค์กรที่ก่อตั้งร่วมกันโดยสมาคมดนตรีจากทุกประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์และจัดการการรับรองลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการทั่วโลก
เพลงใดก็ตามที่ได้รับการรับรองจากสมาคมดนตรีระดับโลก จะถือว่าได้รับลิขสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายสำหรับเพลงนั้น หากใครนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต สมาคมดนตรีระดับโลกจะเอาผิดจนถึงที่สุด
พอได้ยินคำว่า 'สมาคมดนตรีระดับโลก' อวี๋หรานเอ๋อร์ก็ตระหนักได้ทันทีว่าเพลงลูกโป่งสารภาพรักยังขาดขั้นตอนการรับรองลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการจริงๆ
"งั้นเดี๋ยวพวกเราใช้โทรศัพท์อัดเสียงทำนองแบบเต็มๆ ไว้ก่อน เอาแค่ให้ผ่านการรับรองเบื้องต้นก็พอ ไว้ค่อยมีเงินเหลือเมื่อไหร่ ค่อยไปเข้าห้องอัดเสียงระดับมืออาชีพเพื่อทำเพลงลูกโป่งสารภาพรักเวอร์ชันสมบูรณ์แบบออกมา"
อวี๋เชี่ยนเองก็ตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์เช่นกัน ตอนนี้ยังไม่มีใครได้ฟังเพลงนี้มากนัก จึงไม่ต้องกลัวว่าจะโดนแย่งลิขสิทธิ์ แต่การขึ้นไปแสดงบนเวทีนั้นต่างออกไป ที่นั่นมีคนฟังมากหน้าหลายตา โอกาสที่จะถูกชิงลิขสิทธิ์นั้นสูงมาก
อวี๋หรานเอ๋อร์กับอวี๋เชี่ยนหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วเริ่มบันทึกเสียงเพลง หลังจากอัดเพลงลูกโป่งสารภาพรักเสร็จ พวกเธอก็ล็อกอินเข้าสู่ระบบของสมาคมดนตรีระดับโลก อัปโหลดไฟล์เสียง และป้อนข้อมูลคอร์ดกีตาร์ลงไป
ไม่นานนัก สมาคมดนตรีระดับโลกก็ส่งหนังสือรับรองลิขสิทธิ์อิเล็กทรอนิกส์กลับมา
"เพลงลูกโป่งสารภาพรัก ถูกบันทึกลงในคลังเพลงเรียบร้อยแล้ว ผู้ถือลิขสิทธิ์: อวี๋หรานเอ๋อร์"