- หน้าแรก
- คัมภีร์สวรรค์ ราชันย์แพทย์
- บทที่ 60.อดีตภรรยากลายเป็นพี่สะใภ้
บทที่ 60.อดีตภรรยากลายเป็นพี่สะใภ้
บทที่ 60.อดีตภรรยากลายเป็นพี่สะใภ้
​โจวรั่วซีรับหน้าที่เป็นคนขับ โดยมีซูเฉินนั่งยิ้มแฉ่งอยู่บนเบาะข้างคนขับ
​ไอ้หมอนี่โยกหัวฮัมเพลงไปมา ท่าทางอารมณ์ดีจนน่าหมั่นไส้สุดๆ
​เห็นท่าทางยียวนกวนอวัยวะเบื้องล่างของเขาแล้ว โจวรั่วซีก็แทบอยากจะถีบเขาให้กระเด็นตกรถไปซะให้รู้แล้วรู้รอด แต่เพราะนี่เป็นคำสั่งของผู้กำกับ เธอจึงขัดไม่ได้
​ในที่สุดรถก็แล่นมาจอดที่หน้าโรงพยาบาลประจำเมือง ซูเฉินหันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของโจวรั่วซีพลางยิ้มกรุ้มกริ่ม
​"มีสาวสวยมาขับรถให้นี่มันฟินดีจริงๆ"
​โจวรั่วซีไม่ตอบรับคำหยอดของเขา เธอถามกลับเสียงแข็ง "ถึงแล้วใช่ไหม?"
​"ถึงแล้วสิ นี่ไงหน้าโรงพยาบาล"
​"ถึงแล้วก็ไสหัวลงไปซะ"
​ซูเฉินจ้องมองใบหน้าสวยเฉี่ยวของโจวรั่วซี และหน้าอกหน้าใจที่กระเพื่อมขึ้นลงตามแรงอารมณ์โกรธของเธอ เขาดึงประตูรถที่เพิ่งเปิดออกให้ปิดดัง 'ปัง'
​"ผู้กองโจว ตกลงกันแล้วไงว่าต้องบริการประชาชนด้วยความเต็มใจ คำว่า 'ไสหัวลงไป' นี่มันหมายความว่าไงฮะ?"
​"แล้วนายจะเอายังไง?"
​ยิ่งนึกถึงตอนที่โดนซูเฉินแกล้ง โจวรั่วซีก็ยิ่งโมโห
​"คุณต้องพูดว่า... องค์ชาย เชิญเสด็จลงจากรถพ่ะย่ะค่ะ หรือไม่ก็ คุณชาย เชิญลงจากรถเจ้าค่ะ"
​"ฉันพูดไม่เป็น! จะลงก็ลง ไม่ลงก็ไม่ต้องลง!"
​"ไม่ลงก็ไม่ลง งั้นตอนนี้ผมว่างจัด รบกวนคุณขับพาผมกลับไปสถานีตำรวจอีกรอบก็แล้วกัน"
​โจวรั่วซีไม่มีทางพาเขากลับไปสถานีตำรวจเด็ดขาด ถึงแม้ไอ้หมอนี่มันจะดูไม่เอาไหนและกะล่อนสุดๆ แต่ผู้กำกับของเธอกลับให้ความสำคัญกับเขาราวกับเป็นแขกวีไอพี
​ถ้าขืนพากลับไป มีหวังเธอโดนผู้กำกับด่ายับแน่ๆ
​"ก็ได้ๆ งั้นนายก็ลงไปเถอะ"
​"ไม่ได้ ต้องพูดว่า 'องค์ชาย เชิญเสด็จลงจากรถ' หรือ 'คุณชาย เชิญลงจากรถ' ก่อน"
​โจวรั่วซีแทบจะร้องไห้ด้วยความเจ็บใจ เธออ้าปากพะงาบๆ ก่อนจะเค้นเสียงออกมาอย่างยากลำบาก "อะ... องค์ชาย เชิญเสด็จลงจากรถ"
​"โง่จัง ผมบอกให้พูดทั้งสองประโยคไง 'องค์ชาย เชิญเสด็จลงจากรถ, คุณชาย เชิญลงจากรถ'"
​"อะ... องค์ชาย เชิญเสด็จลงจากรถ... คุณชาย เชิญลงจากรถ!"
​ซูเฉินมองใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัดของโจวรั่วซี แล้วฉีกยิ้มกว้าง "เด็กดี... แบบนี้สิถึงจะน่ารัก คราวหน้าเจอหน้าผม ก็เรียกผมว่าองค์ชายหรือไม่ก็คุณชายนะ ​วันนี้คุณชายมีธุระต้องไปทำ คงไม่ได้เล่นด้วยแล้ว ไว้คราวหน้ามีเวลา จะมาช่วยอบรมสั่งสอนให้ใหม่"
​ซูเฉินเปิดประตูรถ แล้วก้าวลงไปอย่างอารมณ์ดี
​"เดี๋ยวสิ"
​เดินไปได้แค่สามสี่ก้าว เสียงของโจวรั่วซีก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
​เขาเพิ่งจะหันขวับกลับไป
​ขวดน้ำแร่ที่ดื่มไปแล้วครึ่งขวด ก็ลอยละลิ่วมากระแทกเข้าที่กลางกระหม่อมของเขาดัง 'ปั้ก!'
​วินาทีนั้น โจวรั่วซีก็เหยียบคันเร่งหักพวงมาลัยกลับรถเรียบร้อยแล้ว เธอฉีกยิ้มเยาะเย้ย พร้อมกับชูนิ้วกลางให้เขาทะลุกระจกรถ
​"เอาน้ำไปกินซะ! แล้วก็เอาขวดไปยัดปากตายซะไป!"
​"ได้สิ! ผมจะรอนะ รอดูว่าคุณจะเอามันไปยัด... ยัดตรงไหนของผมดี"
​ซูเฉินหัวเราะร่วน
​ใบหน้าของโจวรั่วซีเห่อร้อนแดงซ่าน เธอรีบกดปิดกระจกรถ แล้วเหยียบคันเร่งมิดไมล์ พารถพุ่งทะยานออกไปราวกับพายุ
​ซูเฉินมองตามท้ายรถที่ค่อยๆ หายลับไปจากสายตา ในหัวยังคงมีภาพใบหน้าแดงเรื่อของโจวรั่วซีลอยวนเวียนอยู่
​แม้โจวรั่วซีจะไม่ได้สวยบาดตาบาดใจระดับเสวี่ยรั่วปิงหรือสือหลี แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เธอมีเสน่ห์ดึงดูดใจในแบบฉบับของตัวเอง
​ถ้าได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเธอ ก็คงจะเป็นประสบการณ์ชีวิตที่น่าจดจำไม่น้อย
​ผู้หญิงบ้าอะไร กล้าชูนิ้วกลางแจกฟักให้ผู้ชาย ไม่รู้ในหัวคิดอะไรอยู่
​ซูเฉินผลักประตูห้องทำงานของหลินเสวี่ยโหรวเข้าไป ก็เห็นหญิงสาวกำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง
​ทันทีที่เห็นซูเฉิน หลินเสวี่ยโหรวก็รีบปรี่เข้ามาหาด้วยความเป็นห่วง "นาย... นายไม่เป็นอะไรใช่ไหม?"
​"ผมจะเป็นอะไรได้ล่ะฮะ เรื่องทุกอย่างจัดการเรียบร้อยแล้ว หลิวฮ่าวหรานถูกปล่อยตัวแล้ว ตอนนี้ก็เหลือแค่รอดูว่ามันจะทำตามสัญญาหรือเปล่า ​ถ้ามันกล้าตุกติก ผมค่อยไปจัดการมันอีกที"
​และในตอนนั้นเอง ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง เหอเฟิงพาลูกสมุนกลุ่มใหญ่เดินกร่างเข้ามา
​เมื่อเห็นภาพนั้น สีหน้าของหลินเสวี่ยโหรวก็ซีดเผือดลงทันที
​"เหอเฟิง มันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดนะ เราสองคนแค่กำลังคุยธุระกันเฉยๆ"
​แต่เหอเฟิงกลับหันไปสั่งลูกสมุนด้านหลัง "พวกแกออกไปก่อน ไปรอฉันที่หน้าประตู"
​เมื่อลูกน้องออกไปหมดแล้ว เหอเฟิงก็เป็นคนปิดประตูลงกลอนด้วยตัวเอง ใบหน้าที่เคยถมึงทึง จู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็นฉีกยิ้มกว้างจนแก้มแทบปริ
​เขารีบถลันเข้าไปจับมือซูเฉินไว้แน่น
​"ละ... ลูกพี่! เมื่อกี้ประธานหลิวโทรหาผมแล้ว เขาบอกว่าเขาเพิ่งถูกปล่อยตัวออกมา เดี๋ยวเขาจะมาที่บ้านผม เพื่อคุยเรื่องพาธุรกิจของเราเข้าสู่ตลาดอเมริกาเหนือ!"
​"เหรอ? งั้นก็ยินดีด้วยนะ แต่มาเรียกผมว่าลูกพี่แบบนี้ มันไม่ทำให้ผมดูแก่ไปหน่อยเหรอ?"
​เหอเฟิงยังคงมีสีหน้าประจบสอพลอ
​"ถึงพี่จะอายุน้อยกว่าผม แต่ในใจผม พี่คือลูกพี่ใหญ่ของผมเสมอ! ส่วนเสวี่ยโหรวก็คือพี่สะใภ้ใหญ่ของผม! เดี๋ยวผมจะพาเธอไปหย่า แล้วหลังจากนั้น พวกพี่สองคนก็จะได้ครองรักกันอย่างเปิดเผยสักที"
​คำพูดของเหอเฟิงทำเอาซูเฉินแทบจะกลั้นขำไว้ไม่อยู่ แต่เขาก็ยังคงตีหน้าขรึม
​"เหล่าเหอ แกคิดมากไปแล้ว ผอ.หลินเป็นเจ้านายฉัน ที่ฉันช่วยเธอ ก็แค่ทวงความยุติธรรมให้เธอเท่านั้นแหละ"
​"โธ่ ลูกพี่... ไม่ว่ายังไง พวกพี่สองคนก็เหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก ผมมันไม่คู่ควรกับเธอหรอก ตั้งแต่นี้ต่อไป พี่คือลูกพี่ใหญ่ของผม เธอคือพี่สะใภ้ใหญ่ ผมจะเคารพและเชื่อฟังพวกพี่อย่างเคร่งครัดเลยครับ"
​พูดจบ เขาก็หันไปพูดกับหลินเสวี่ยโหรวว่า "พี่สะใภ้ เดี๋ยวเราไปทำเรื่องหย่ากันเลยดีไหมครับ?"
​หลินเสวี่ยโหรวมีสีหน้าเย็นชาดุจน้ำแข็ง
​"เรื่องหย่ามันต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว ฟังให้ดีนะ ที่ฉันหย่ากับคุณ ก็เพราะสิ่งเลวร้ายที่คุณทำกับฉันมาตลอด มันไม่เกี่ยวอะไรกับซูเฉินเลย เพราะฉะนั้น... อย่าได้คิดจะแก้แค้นเขาเด็ดขาด"
​เหอเฟิงหัวเราะแห้งๆ "เขาเป็นถึงลูกพี่ใหญ่ของผม ผมประจบเขายังไม่ทันเลย จะกล้าไปล่วงเกินเขาได้ยังไงล่ะครับ? ผมไม่กล้าจริงๆ"
​พอดีกับที่โทรศัพท์มือถือของเหอเฟิงแผดเสียงร้องขึ้น
​เหอเฟิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกดรับสายและเปิดลำโพง
​ปลายสายคือเสียงของเฉินผิงเย่า
​"เถ้าแก่เหอ ผมโทรหาประธานหวังตั้งหลายรอบก็ไม่ติด เลยต้องโทรหาคุณแทน ผมแค่อยากจะถามว่า... คลิปวิดีโอที่ผมส่งให้ มันพอจะมีประโยชน์อะไรบ้างไหมครับ?"
​เหอเฟิงทำหน้างง "คลิปวิดีโออะไร?"
​"ก็... คลิปวิดีโอเรื่องบัดสีบัดเถลิงของไอ้ซูเฉินกับผอ.หลินไงครับ"
​พอได้ยินแบบนั้น เปลวเพลิงแห่งความโกรธก็ปะทุขึ้นในใจของเหอเฟิงทันที!
​"ไอ้แก่บัดซบ! ซูเฉินคือลูกพี่ใหญ่ของกู ส่วนหลินเสวี่ยโหรวก็กำลังจะเป็นพี่สะใภ้ใหญ่ของกูโว้ย! พวกเขาอยากจะทำอะไรมันก็เรื่องของเขา มึงกล้าดียังไงมาแอบถ่ายคลิปพวกเขา! มึงรออยู่ตรงนั้นเลยนะ เดี๋ยวกูจะส่งคนไปเด็ดหัวมึง!"
​พูดจบ เขาก็ตัดสายทิ้งทันที
​ก่อนจะหันมาส่งยิ้มประจบให้ซูเฉินอีกครั้ง "ลูกพี่ อย่าไปโกรธมันเลยนะครับ เดี๋ยวผมจะสั่งให้ลูกน้องลากคอไอ้แก่จอมสาระแนกับลูกชายมันไปฝังทั้งเป็นให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย"
​"เหล่าเหอ... ช่วยเอาเวลาไปทำมาหากินสุจริตเถอะนะ เลิกทำเรื่องผิดกฎหมายได้แล้ว" หลินเสวี่ยโหรวส่ายหน้าอย่างระอา
​"พี่สะใภ้! มันบังอาจมาใส่ร้ายพี่กับลูกพี่ใหญ่นะครับ ผมยอมไม่ได้หรอก! ตั้งแต่นี้ต่อไป ใครหน้าไหนกล้ามาลบหลู่เกียรติของลูกพี่ใหญ่ ผมจะเอาชีวิตมัน!"
​ซูเฉินได้แต่ยิ้มขื่นๆ กับตัวเอง ไอ้หมอนี่มันทำตัวได้น่าปวดหัวจริงๆ