เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 187 ทวีปตอนเหนือที่ถูกกระตุ้น 4

ตอนที่ 187 ทวีปตอนเหนือที่ถูกกระตุ้น 4

ตอนที่ 187 ทวีปตอนเหนือที่ถูกกระตุ้น 4


ตึก

เขาอาจจะเข้าใจผิด แต่ในขณะนั้น ธีโอดอร์ก็ได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นกระหน่ำ ดวงตาของเอลโลน่ากระพริบไปด้วยความเสน่หาเมื่อเธอสารภาพกับเขา ไม่ว่าเขาจะตายด้านแค่ไหน เขาก็ไม่สามารถทำเป็นไม่เข้าใจสถานการณ์นี้ได้

หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำราวกับมันจะพุ่งโผล่ออกมาจากอกเขา

ธีโอดอร์ลืมที่จะหายใจขณะที่เขาจ้องมองเธอ

‘เอลโลน่า  ฉัน?’

มันคงเป็นเรื่องโกหกถ้าเขาบอกว่าเขาไม่ได้คาดหวังในเรื่องนี้ มองย้อนกลับไป มีเหตุผลมากมายที่ทำให้เอลโลน่าชอบเขา

เขาไม่ได้ก้าวถอยหนีขณะที่เผชิญหน้ากับ1ใน7บาป ‘อัตตา’ เธอสามารถบอกได้ว่ามันน่ากลัวแค่ไหน แม้ว่าเธอจะไม่มีประสบการณ์ในการต่อสู้ก็ตาม เอลโลน่าคงจะไม่มีชีวิตรอดหากเขาทิ้งเธอไว้ในที่นั้น

อย่างไรก็ตาม ธีโอดอร์ได้ต่อสู้กับสัตว์ประหลาดที่ราวกับฝันร้ายนั่น

เอลโลน่าไม่ได้เห็นมันทั้งหมด ทันทีที่การต่อสู้เริ่มขึ้นเธอก็ได้ถูกพัดพาไปยังสถานที่ปลอดภัยโดยเวทย์ของธีโอดอร์เข้ามาเข้าร่วมเหตุการณ์นี้ในภายหลังพร้อมกับเวโรนิก้า เมื่อเอลโลน่าได้เห็นสภาพของเขา เธอกลับรู้สึกหดหู่มากกว่าก่อนหน้า

รอยแผลเป็นของธีโอดอร์เผยให้เห็นระหว่างเสื้อผ้าที่ฉีกขาด เขาก้มหน้ากัดฟันแน่นและทนทุกข์ทรมานจากบาดแผล คนที่เปียกชุ่มไปด้วยเลือดของเขา วีรบุรุษของเธอ.....

ธีโอดอร์ห่างไกลกับการเป็นผู้ชนะและเขาได้ขมวดคิ้วแน่นด้วยท่าทางตึงเครียด

เด็กชายผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและปกคลุมไปด้วยเลือด....

ทำไมกัน?ขณะที่เธอกอดร่างกายที่เต็มไปด้วยเลือดนั้น เอลโลน่ากลับคิดว่าเขาดูน่ารัก เขากระโดดเข้าไปในสนามรบที่ไม่อาจจะชนะได้เพื่อปกป้องเธอ

[ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา...]

มันได้ดำเนินมาเรื่อยๆนับจากนั้น

[ฉันก็อยากอยู่เคียงข้างเธอ]

ธีโอดอร์ได้ยินเสียงที่จริงใจของเอลโลน่า แต่ทว่า มันไม่ได้เป็นการพูดออกเสียง เธอได้พูดผ่านกับเขาผ่านทางมิตรา นี่มันอยู่ในประเภทของกระแสจิต มันแสดงให้เห็นว่าหัวใจและวิญญาณของเอลโลน่านั้นแข็งแกร่ง

‘….พูดตรงๆ ฉันเองก็ดีใจ’ธีโอดอร์ยอมรับมันอย่างตรๆ เขาดีใจกับคำสารภาพของเธอ

ความจริงที่ว่าคนเช่นเอลโลน่านั้นชอบเขา โดยไม่คำนึงถึงฐานะของเธอ เธอน่ารักมากจนเขาอยากจะดึงเธอเข้ามาในอ้อมแขน มันคงจะไม่เป็นไรหากเป็นเธอ?นอกเหนือไปจากการเมือง มันจะเป็นเช่นไรหากเขาอาศัยอยู่ร่วมกับเอลโลน่า?

“ฉัน....”ขณะที่ธีโอดอร์กำลังจะตอบกลับอย่างหุนหันพลันแล่น

ชู่ เอลโลน่าได้ส่ายหัวเล็กน้อยพร้อมๆกับที่วางนิ้วลงบนริมฝีปาก

[ไม่ต้องรีบร้อนหรอกนะ]

ดวงตาใสของเธอได้สังเกตเห็นถึงความกังวลที่อยู่ภายในใจของเขา เธอเห็นถึงความรับผิดชอบและภาระอันหนักอึ้งที่เขาแบกรับ และแม้กระทั่งความเสน่หาของเขาที่มีต่อเธอ

ขณะที่เธอตระหนักถึงความเป็นจริงนี้ เอลโลน่าก็พูดด้วยน้ำเสียงสงบ [มันเป็นการเลือกของฉันเองสำหรับการกลายเป็นผู้หญิง ฉันไม่ต้องการให้ธีโอดอร์รู้สึกลำบากใจและคิดถึงความรับผิดชอบ หากเธอต้องการอยู่กับฉันเพียงเพราะความรู้สึกเหล่านั้น ฉันจะเป็นคนปฏิเสธมันเอง]

“นั่น...”

เป็นคำพูดที่เขาไม่สามารถปฏิเสธได้ ธีโอดอร์ปิดปากแน่นขณะที่เอลโลน่ายิ้มเบาๆ

[วันหนึ่ง หากเธอตัดสินใจที่จะยอมรับฉัน โปรดบอกฉันในที่ที่มีแค่พวกเรา ฉันไม่ต้องการที่จะตัดสินการแต่งงานของฉันในสถานที่เช่นนี้]

“อา”ธีโอดอร์กลืนน้ำลายอึกใหญ่ขณะที่เขานึกขึ้นได้ว่ามีผู้คนมากมาย

พวกเขาได้หมกมุ่นอยู่กับการปรากฏตัวของเอลโลน่า มันคงจะไม่ใช่เรื่องแปลกหากพวกเขาเหล่านั้นทักท้วงถึงการยืนนิ่งค้างของธีโอดอร์และเอลโลน่า ธีโอไม่รู้ว่าทำไม แต่เคิร์ทกำลังเฝ้ามองพวกเขาด้วยสายตาแปลกๆและไม่ได้แสดงท่าทางที่จะกระตุ้นพวกเขาเลย ดังนั้นธีโอดอร์จึงเดินออกไปช้ากว่าเอลโลน่า นี่ไม่ใช่เวลาที่จะพูดคุยเรื่องส่วนตัว

ดังนั้น ธีโอดอร์จึงสงบหัวใจของเขาลงขณะที่จ้องมองไปที่เอลโลน่าที่ส่องประกายท่ามกลางแสงไฟ แม้คำพูดของเธอจะเกี่ยวกับความรับผิดชอบหรือภาระ โดยไม่รู้ตัว เขาอดที่จะวางแผนชีวิตในหัวเขาไม่ได้

***

ในทางตรงกันข้าม สาวงามได้นั่งพิงกับโต๊ะและพึมพำออกมาขณะที่ถือถ้วยของเธอ “อ่า นี่มันเป็นเรื่องที่ยากแล้ว มันใหญ่กว่าที่ฉันคิด-”

เธอก็คือผู้นำRed Tower เวโรนิก้า เนื่องจากความอื้อฉาวของเธอในภาคเหนือและภาคกลางของทวีป จึงไม่มีใครสักคนเดียวที่กล้านั่งร่วมโต๊ะกับเธอ

แต่ทว่า วันนี้กลับมีอยู่หนึ่งคนที่นั่งกับเธอ ด้วยผมสีเงินและเสื้อคลุมสีฟ้า เธอก็คือซิลเวียผู้ที่มีฉายาว่าเจ้าหญิงแห่งBlue Tower ซิลเวียไม่เข้าใจคำพูดของเวโรนิก้าและถามว่า “คุณหมายถึงอะไร?”

“เธอไม่เข้าใจ?มันหมายความว่าพวกเราทั้งคู่กำลังถูกทิ้งห่าง” เวโรนิก้าตอบลวกๆขณะที่เติมถ้วยของเธออีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม คำถามในดวงตาของซิลเวียยังไม่ได้หายไป ดังนั้นเวโณนิก้าจึงอธิบายออกมา “เธอรู้เกี่ยวกับเพศของเอล์ฟชั้นสูงหรือไม่?”

“ใช่ มันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพวกเขา”

“ไม่ มันไม่ได้ง่ายอย่างนั้น เผ่าพันธ์ศักดิ์สิทธิ์สายเลือดบริสุทธิ์นั้นสามารถที่จะเปลี่ยนเพศพวกเขาได้ตามต้องการ แต่เอลฟ์ชั้นสูงนั้นต่างกัน การตัดสินใจเกี่ยวกับเพศของพวกเขาคือคำปฏิญาณทั่วทั้งชีวิต มันเป็นเรื่องที่แย่กว่าเดิมเพราะเธอได้เปลี่ยนเพศก่อนที่จะได้ยินคำตอบจากคนอื่น”อารมณ์ที่หงุดหงิด เวโรนิก้าหยุดพูดก่อนที่จะดื่มเครื่องดื่ม

เอล์ฟชั้นสูงมีเลือดของเผ่าพันธ์ศักดิ์สิทธิ์เพียงเสี้ยวเดียว

ด้วยเหตุผลดังกล่าว เอลฟ์ชั้นสูงจึงแตกต่างไปจากเผ่าพันธ์ศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถเปลี่ยนเพศได้ตามที่ต้องการ พวกเขาไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงเพศได้อีกเมื่อตัดสินใจไปแล้ว กล่าวอีกนัยนึง หากพวกเขาตัดสินที่จะเป็นหญิงพวกเขาก็ไม่สามารถกลับไปเป็นกลางหรือเลือกเพศชายได้อีกแม้ว่าคนที่พวกเขาเลือกจะปฏิเสธก็ตาม

คนส่วนใหญ่นั้นเห็นด้วย แต่ไม่ใช่กับเวโรนิก้า

“เธอฉลาด”เวโรนิก้าวางถ้วยเปล่าของเธอลง“อย่างที่เธอรู้ เด็กน้อยเป็นคนที่มีความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ เขาจะไม่ถอยกลับหรือยอมแพ้แม้ว่ามันจะยากลำบากแค่ไหนก็ตาม คนที่ต้องทุกข์ทรมานเพราะเขา เขาจะไม่มีวันถอดทิ้ง ใช่มั้ยละ?”

“...ใช่ เป็นอย่างนั้น”

“อืม นั่นละคือเสน่ห์ของเขา แต่....เด็กน้อยจะปฏิเสธการรุกของเอลฟ์ชั้นสูงได้ง่ายๆงั้นหรือ?”

‘ไม่’อากาศที่หนาวเย็นไหลออกจากร่างกายของซิลเวียเมื่อเธอคิดถึงคำตอบนี้ มันเป็นเพียงชั่วขณะ แต่มันก็ดันความร้อนของเวโรนิก้ารอบๆโต๊ะไป

ซิลเวียเป็นคนที่มีพรสวรรค์ที่ดีที่สุดโลกคนหนึ่ง รวมถึงเป็นอัจฉริยะที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้นำหอคอยคนต่อไป หากเวโรนิก้าไม่ได้อยู่ที่นี่ ขวดรอบๆโต๊ะคงจะถูกแช่แข็งไปแล้ว ทั้งสองยังคงนิ่งเงียบขณะที่พวกเขาเฝ้าดูธีโอดอร์และเอลโลน่า

จากนั้น ซิลเวียก็ได้ทำลายความเงียบนี้เป็นคนแรก “แล้วผู้นำหอคอย จะยอมถอยออกมา?”

“ไม่มีทาง”ดวงตาของเวโรนิก้าปล่อยแสงออกมากับคำพูดที่ยั่วยุ “ฉันไม่สามารถทำอะไรได้ในวันนี้ แต่ฉันจะเคลื่อนไหวอย่างมีชั้นเชิง นี่เป็นคำพูด หากเธอต้องการที่จะยึดอะไรบางอย่างไว้เป็นเวลานาน เธอควรจะได้รับการสนับสนุน?”

“คุณหมายถึง...”

“ดูเหมือนพวกเราจะมีความคิดเช่นเดียวกัน”

สายตาของสองสาวงามได้เบี่ยงเบนไปจากแท่น พวกเธอได้มองไปยังเดนนิส มิลเลอร์ ผู้ที่กำลังชื่นชมกับการปรากฏตัวที่สง่างามของลูกชายเขา เนื่องจากเคิร์ทที่3ได้มอบหมายให้ธีโอดอร์เป็นคู่ของเอลโลน่า ดังนั้นจึงไม่มีอะไรที่สองสาวงามจะกระทำได้ พวกเธอได้คิดอย่างหนักและลุกขึ้นจากที่นั่ง

ขณะที่พวกเธอเดินไปในทิศทางเดียวกัน ซิลเวียก็กระซิบ “นี่จะช่วยได้จริงๆหรอ?มันดูเหมือนจะยากลำบากนะ”

“หึ?”เวโรนิก้าได้หันหัวเธอและมองไปยังฝูงชนตรงกลาง ฝูงชนที่กำลังลุมตอมเอลโลน่าและธีโอดอร์ คิ้วของเวโรนิก้าขมวดแน่นขณะที่เธอเห็น แต่เธอก็ได้ยักไหล่ “มันไม่ถึงขนาดทำให้พวกเราเดือดร้อนหรอก ใช่มั้ย?”

“...ฉันไม่เห็นด้วย เรื่องนี้เพียงอย่างเดียวไม่อาจจะช่วยได้”

“กึก เอาละ ให้ฉันได้ถามเธอบางอย่าง?จะเอาไงต่อ?”

ไฟและน้ำแข็ง บรรยากาศสองสีที่ตัดกันได้เดินเคียงคู่กันขณะที่ฝูงชนแหวกหนีให้กับสองสาวงามที่มุ่งหน้าไปยังโต๊ะที่ครอบครัวมิลเลอร์นั่งอยู่

งานเลี้ยงของเมลเทอร์มันพึ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

***

ในเวลานั้น ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองของมาน่า-วิล ต่างเต็มไปด้วยฝูงชนจำนวนมาก แม้จะมีการลดการตรวจลง พวกเขาก็ยังคงเหนื่อยล้าอยู่ดี อย่างไรก็ตาม ดวงตาของเหล่าทหารยามกับเต็มไปด้วยพลัง

ทหารยามคนหนึ่งได้ถามผู้มาเยือนว่า “เจ้ามาจากออสเต็นงั้นหรือ?”

“ใช่”

“เจ้ามาที่มาน่า-วิลเพื่ออะไร?”

“ความแห้งแล้งกำลังเลวร้ายขึ้นเรื่อยๆในปัจจุบัน....ข้ามาหาสิ่งประดิษฐ์น้ำ”

“อ่า เป็นเช่นนั้นสินะ”

ภัยแล้งอันยิ่งใหญ่ของออสเต็นถือเป็นภัยพิบัติที่รู้จักกันดีในตอนเหนือ ฝันร้ายของอาณาจักรทั้งปวง ภัยแล้งที่ถูกเรียกว่าความโกรธเกรี้ยวของเทพเจ้าทะเลทราย ในความเป็นจริง เมื่อทหารยามได้เห็นผิวหนังที่แห้งกรังของผู้มาเยือน เขาก็อดที่จะรู้สึกสงสารไม่ได้

“หากเจ้าไปที่ร้านค้าทางทิศตะวันออก เจ้าอาจจะพบสิ่งที่เจ้ากำลังตามหา ร้านขายสิ่งประดิษฐ์เวทย์ในเขตกลางนั้นมีราคาแพงมาก และพวกเขาจะไม่ขายสิ่งของที่ใช้ในชีวิตประจำวัน”

“โอ้....!ข้าขอบคุณท่านมา”

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เจ้าผ่านไปได้แล้ว”

ผู้มาเยือนจากออสเต็นได้ขอบคุณทหารยามและเดินเข้าไปในเมืองหลวงด้วยการเดินโซเซ ทหารยามเฝ้ามองเข้าจากด้านหลัง แต่โชคดี ผู้มาเยือนไม่ได้ล้มลง ทหารยามนั้นรู้สึกสงสารผู้คนจากออสเต็นมาก ที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากภัยแล้ง ไม่นานนักเขาก็ได้ลืมผู้มาเยือนจากออสเต็นไป

ผู้คนนั้นมีมากเกินไปสำหรับคนๆหนึ่งที่จะจำได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ผู้มาเยือนนั้นส่วนมากมีความผิดปกติเล็กน้อย เขาเดินผ่านทางเข้ามาน่า-วิล มุ่งหน้าเข้าไปในตรอกซอย และถอดเสื้อคลุมของเขาออก

“….ที่นี่คงจะไม่เป็นอะไร ที่ข้าจะปิดความสามารถ”เสียงได้ดังขึ้น

จากนั้นก็มีคน3คนปรากฏตัวรอบๆผู้มาเยือน ไม่สิ พวกเขาอยู่ที่นี่แต่แรก ผู้มาเยือนได้ใช้ความสามารถของเขาในการปกปิดตัวตนของพวกเขาเอาไว้ มันเป็นความสามารถออร่า ซึ่งเป็นความอัศจรรย์ที่อยู่เหนือกว่าเวทมนต์ ในเมื่อมีคนที่ใช้งานมันได้แสดงว่าหนึ่งในผู้มาเยือนเป็นปรมาจารย์ดาบ

“โชคดีที่พวกเราสามารถผ่านเข้ามาได้ ด่านตรวจคนเข้าเมืองที่เลืองชื่อของมาน่า-วิล ไม่มีค่าอะไรต่อหน้าความสามารถของหัวหน้า”

“ไม่ ไม่ใช่หรอก”ปรมาจารย์ดาบผู้เป็นหัวหน้าส่ายหัว

ปรมาจารย์ดาบเขาเชี่ยวชาญด้านภาพลวงตา แต่เขาได้นึกถึงความรู้สึกขนลุกเมื่อเขาได้ผ่านเข้าสู่มาน่า-วิล มีเวทมนต์ที่น่ากลัวเต็มไปทั่วอากาศ เช่นเดียวกับวงเวทย์ที่วาดทั่วกำแพงและประตูเมือง

วิธีการหลอกลวงโดยไม่ใช้กลอุบายใดถือว่ามีประสิทธิภาพ หากเขาพยายามที่จะข้ามกำแพงมา เขาจะกลายเป็นก้อนเนื้อแน่นอน ในขณะที่บรรยากาศเริ่มตึงเครียด บางคนก็ได้เปิดปากของเขาขึ้น “ละ-แล้วพวกเราจะไปทางไหนต่อ?หากพวกเราเคลื่อนไหวไปรอบๆเมือง เราอาจจะถูกค้นพบ”

“ค้นหาเอลฟ์ชั้นสูง”

นี่คือคำตอบของหัวหน้ากลุ่ม ลูกน้องของเขาพึมพำออกมาว่า “เอาจริง?”

“เราเคยแอบเข้ามาในมาน่า-วิลและทำบางสิ่งที่แย่มาก่อน แต่ในครั้งนี้พวกเรามาเพื่อขอความเมตตาก่อนที่จะเจรจากับเมลเทอร์”

“หัวหน้า การอ้อนวอน....”

“ไม่ พวกเราต้องอ้อนวอน”หัวหน้ามูจัก หนึ่งในความภูมิใจของออสเต็น ประกาศด้วยเสียงแข็ง  ถูกต้อง ทั้งสี่คนได้มาเมืองหลวงของเมลเทอร์เพื่อขอความช่วยเหลือ แน่นอนว่าพวกเขาไม่ต้องการ แต่มันจำเป็น

“การเจรจาต่อรองกับเมลเทอร์เป็นเรื่องรอง ตราบเท่าที่เราสามารถได้รับความช่วยเหลือจากเอลฟ์ชั้นสูง ข้าก็เต็มใจที่จะยอมเสียทิฐิของข้าให้กับสุนัข”

“หะ-หัวหน้า..!”

“เราจะสารภาพบาปของเราและขอความเมตตาในเรื่องนี้โดยเร็ว หากเจ้ามีทิฐิใดๆ จงทิ้งมันไป!เจ้าคือทหารเอกผู้ที่อุทิศชีวิตของเจ้าให้กับอาณาจักรและสุลต่าน!”(จานิสซารี่)

สายตาของเหล่าทหารเอกสั่นไหวกับเสียงที่ดังของหัวหน้า พวกเขาสับสนเล็กน้อย แต่ความรักชาติและความภักดีที่สลักลึกเข้าไปในใจของพวกเขาได้เอาชนะความสับสนนี้ ทหารเอกทั้งสามพยักหน้าและตอบกลับ “เพื่อดวงอาทิตย์แห่งทะเลทราย!”

“ดี!เพื่ออาณาจักรของพวกเรา ไปกันเถอะ!”

ไม่นานหลังจากนั้น แขกไม่ได้รับเชิญทั้งสี่คนก็ได้โผล่ออกมาจากตรอกซอยและแฝงตัวไปกับฝูงชนของมาน่า-วิล โดยไม่คำนึงว่าเป้าหมายของพวกเขาจะบรรลุหรือไม่ มันเป็นเรื่องที่มีเพียงเวลาเท่านั้นที่สามารถบอกได้

จบบทที่ ตอนที่ 187 ทวีปตอนเหนือที่ถูกกระตุ้น 4

คัดลอกลิงก์แล้ว