เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 481 เกลียดคนสองประเภทที่สุดในชีวิต(ฟรี)

ตอนที่ 481 เกลียดคนสองประเภทที่สุดในชีวิต(ฟรี)

ตอนที่ 481 เกลียดคนสองประเภทที่สุดในชีวิต(ฟรี)


ตอนที่ 481 เกลียดคนสองประเภทที่สุดในชีวิต

ทั้งสองคนไม่ใช่เพิ่งเคยพบกันเป็นครั้งแรก สำหรับสิ่งที่จักรพรรดิโกลาหลต้องเผชิญในแดนเซียน เจ้าตำหนักอู่เต๋อย่อมมองเห็นอยู่ในสายตา

บุรุษผู้ที่สามารถก้าวขึ้นมานั่งบนบัลลังก์ราชาเทพแห่งราชวงศ์เทพแห่งความโกลาหลได้ ดวงต้องแข็งกระด้างอย่างแท้จริง

ไม่อย่างนั้นคงตายด้วยน้ำมือของเอ๋าคุนไปนานแล้ว

"ไม่ว่าเอ๋าคุนจะบีบคั้นพวกเราไปถึงขั้นไหน แต่ศึกที่ยืดเยื้อมาหลายยุคสมัยนี้ ท้ายที่สุดไท่ชูก็เป็นฝ่ายชนะ" จักรพรรดิโกลาหลหัวเราะเบาๆ กล่าว

พูดจบ เขาก็มองไปยังฮวาอวิ๋นเฟยด้วยสายตาที่มีความหมายลึกซึ้ง

แม้เขาจะไม่ได้เข้าร่วมในศึกตัดสินครั้งนั้น แต่เขาก็ได้รับรู้เรื่องราวมากมายจากปากของสหายเก่าหลายคน

ที่ไท่ชูสามารถชนะได้ ก็เพราะชายหนุ่มชุดขาวที่อยู่ตรงหน้านี้

เขาคือผู้นำพาวิธีพลิกสถานการณ์จากหน้ามือเป็นหลังมือมาสู่ไท่ชู!

"เปิ่นหวังค่อนข้างอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่ไท่ชูกันแน่ จิตเซียนสายหนึ่งของเอ๋าคุนก็ลงไปจุติยังโลกเบื้องล่างด้วยไม่ใช่หรือ? แต่สุดท้ายกลับพ่ายแพ้ ช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ" เจ้าตำหนักอู่เต๋อกล่าว

ความแข็งแกร่งของเอ๋าคุนนั้น เรียกได้ว่าอยู่ในระดับสูงสุดของแดนเซียน จะบอกว่าไม่มีใครเอาชนะเขาได้ก็ไม่เกินจริง

จิตเซียนเพียงสายเดียวของเขา อย่างน้อยก็มีพลังทัดเทียมกับราชาโบราณทั่วไปได้ ด้วยกำลังของไท่ชูในตอนนั้น จะไปเอาชนะจิตเซียนของเอ๋าคุนได้อย่างไร?

แต่เรื่องที่น่าเหลือเชื่อก็คือ ไท่ชูกลับชนะจริงๆ!

หลังจากนั้น เขาและสิ่งมีชีวิตระดับราชาอีกหลายองค์ ต่างก็พยายามคำนวณเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในไท่ชู แต่ก็ไม่พบผลลัพธ์ใดๆ เลย

เรื่องราวของไท่ชูยังคงคำนวณได้ยากเย็นเหมือนเช่นเคย!

"ข้าก็ไม่ได้อยู่โลกเบื้องล่าง เรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดข้าก็ไม่ค่อยชัดเจนนัก แต่เรื่องนั้นมันไม่สำคัญหรอก ขอเพียงไท่ชูชนะได้ก็พอแล้ว" จักรพรรดิโกลาหลกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

"ไม่อยากพูดก็ช่างเถอะ พาเปิ่นหวังไปพบบรรพชนเทพโกลาหลหน่อยสิ มีเรื่องจะขอให้เขาช่วย"

เจ้าตำหนักอู่เต๋อย่อมดูออกว่าจักรพรรดิโกลาหลไม่ได้ไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นในจักรวาลไท่ชูจริงๆ แต่ในเมื่อจักรพรรดิโกลาหลไม่อยากพูด เขาก็ขี้เกียจซักไซ้ ต่อให้เกิดอะไรขึ้นมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขา

"ราชาอู่ก็คงทราบดีถึงอาการของท่านอาจารย์ ช่วงนี้สถานการณ์ของท่านย่ำแย่ลงมาก ตอนนี้คงไม่มีเรี่ยวแรงมาพบท่านได้แล้วล่ะ" หว่างคิ้วของจักรพรรดิโกลาหลฉายแววความกังวล

บรรพชนเทพโกลาหลก็คืออาจารย์ของเขา หากไม่ได้บรรพชนเทพโกลาหล เขาคงตายด้วยน้ำมือของนิกายเซียนตระกูลเอ๋าคุนไปนานแล้ว เช่นเดียวกับจักรพรรดิหงเหมิง จักรพรรดิไท่ชู และคนอื่นๆ

สำหรับอาจารย์ผู้มีพระคุณช่วยชีวิตผู้นี้ เขารู้สึกซาบซึ้งจากก้นบึ้งของหัวใจ

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจ้าตำหนักอู่เต๋อก็ขมวดคิ้ว กล่าวว่า "เปิ่นหวังได้ยินมาว่า เมื่อสามแสนปีก่อนเขาค้นพบสุดยอดของวิเศษชิ้นหนึ่ง ที่สามารถรักษาอาการบาดเจ็บของเขาได้ไม่ใช่หรือ? ทำไมล่ะ ยังไม่ได้ผลอีกหรือ?"

เขาไม่ได้ยินข่าวคราวของบรรพชนเทพโกลาหลมาหลายปีแล้ว เขาคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะใช้ของวิเศษชิ้นนั้นรักษาตัวจนหายดีไปตั้งแต่สามแสนปีก่อนแล้ว

ใครจะไปคิดว่า สถานการณ์จริงจะไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดไว้

"ได้ผลขอรับ ด้วยความช่วยเหลือจากของวิเศษชิ้นนั้น อาการบาดเจ็บของท่านอาจารย์ก็ฟื้นฟูไปได้กว่าครึ่งอย่างรวดเร็ว"

"แต่เมื่อหนึ่งแสนปีก่อน จู่ๆ อาการบาดเจ็บของท่านก็กำเริบหนักขึ้นมาอีก ตอนนี้ถึงขั้นไม่อาจสนใจเรื่องราวภายนอกได้แล้ว"

จักรพรรดิโกลาหลมีสีหน้าวิตกกังวล บรรพชนเทพโกลาหลคืออาจารย์ของเขา หากไม่มีบรรพชนเทพโกลาหล เขาก็คงมีจุดจบเหมือนพวกจักรพรรดิหงเหมิงหรือจักรพรรดิไท่ชู ที่ต้องตายด้วยเงื้อมมือของนิกายเซียนตระกูลเอ๋าคุนไปนานแล้ว

ต่ออาจารย์ผู้มีพระคุณที่แม้ตัวเองจะบาดเจ็บสาหัสปางตาย แต่ก็ยังพยายามปกป้องเขาอย่างสุดความสามารถ จักรพรรดิโกลาหลให้ความเคารพอย่างหมดหัวใจ และไม่อยากให้เขาต้องมาจบชีวิตลงเช่นนี้

แต่สถานการณ์ที่แท้จริงของบรรพชนเทพโกลาหล เขาเป็นคนที่รู้ดีที่สุด ที่เพิ่งบอกว่า 'ไม่อาจสนใจเรื่องราวภายนอกได้' นั้น ความจริงเป็นการพูดแบบถนอมน้ำใจแล้ว จริงๆ บรรพชนเทพโกลาหลได้เข้าสู่ช่วงวาระสุดท้ายของชีวิตแล้ว และอาจจะดับขันธ์ได้ทุกเมื่อ!

"เปิ่นหวังว่า การกำเริบนี่ก็ส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งต้องเป็นเพราะไอ้หมาแก่ 'โชคชะตา' ลอบเล่นงานอยู่ลับๆ แน่ๆ ใช่ไหม?" เจ้าตำหนักอู่เต๋อนึกถึงใบหน้าที่น่ารังเกียจขึ้นมาในหัว แค่นเสียงเย็นแล้วกล่าว

สาเหตุที่เขารู้สึกโกรธเคือง ก็เพราะในวัยหนุ่มเขาเคยได้รับการชี้แนะจากบรรพชนเทพโกลาหล แม้จะเป็นเพียงความบังเอิญ แต่เขาก็ไม่เคยลืมบุญคุณนั้น

ดังนั้น เมื่อได้ยินว่าบรรพชนเทพโกลาหลใกล้จะสิ้นอายุขัย ในใจเขาก็รู้สึกหดหู่ไม่น้อย

"ท่านอาจารย์ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องของบรรพชนเทพแห่งโชคชะตา แต่คิดว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเขานั่นแหละ" จักรพรรดิโกลาหลถอนหายใจ

เขตแดนที่อยู่ติดกับเขตแดนความโกลาหล มีชื่อว่า เขตแดนโชคชะตา

ผู้ปกครองเขตแดนโชคชะตา ก็คือแคว้นเซียนโชคชะตา ซึ่งมีความแข็งแกร่งไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าราชวงศ์เทพแห่งความโกลาหล

และบรรพชนเทพแห่งโชคชะตา ก็คือผู้ก่อตั้งแคว้นเซียนโชคชะตา!

เขาเป็นสิ่งมีชีวิตระดับเดียวกับบรรพชนเทพโกลาหล มีชีวิตมาอย่างยาวนาน เก่าแก่และลึกลับ มีตำนานเกี่ยวกับเขามากมายในแดนเซียน

แต่บรรพชนเทพโกลาหลและเทพบรรพชนเทพแห่งโชคชะตานั้นไม่ลงรอยกัน ทั้งสองแข่งขันกันมาตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะ

นิกายที่ทั้งสองคนก่อตั้งขึ้น ย่อมสืบทอดความขัดแย้งของพวกเขามาด้วย

หลายปีมานี้ นับตั้งแต่บรรพชนเทพโกลาหลได้รับบาดเจ็บสาหัส แคว้นเซียนโชคชะตาและบรรพชนเทพแห่งโชคชะตาที่อยู่เบื้องหลัง ก็มักจะลอบขัดขวางอยู่เสมอ เพื่อให้บรรพชนเทพโกลาหลต้องไขว้เขว ไม่มีโอกาสได้รักษาตัว

ขอเพียงบรรพชนเทพโกลาหลสิ้นชีพ ลำพังเพียงกำลังที่เหลืออยู่ของราชวงศ์เทพแห่งความโกลาหล ย่อมไม่ใช่คู่มือของแคว้นเซียนโชคชะตาอีกต่อไป ถึงขั้นที่ว่าบรรพชนเทพแห่งโชคชะตาเพียงคนเดียว ก็สามารถกวาดล้างราชวงศ์เทพแห่งความโกลาหลได้!

"ไอ้แก่บัดซบนี่เก่งแต่เรื่องลอบกัดชาวบ้านลับหลัง ว่างๆ ข้าต้องไปถล่มรังหมามันที่เขตแดนโชคชะตาสักหน่อยแล้ว" เจ้าตำหนักอู่เต๋อพูดอย่างไม่สบอารมณ์

ตลอดชีวิตนี้ เขาเกลียดคนอยู่สองประเภท

หนึ่งคือ คนที่ไม่ยอมให้เขาลอบกัด

สองคือ คนที่มาลอบกัดเขา!

"พาเปิ่นหวังไปดูหน่อยเถอะ ช่วงนี้ข้าได้ของดีมาไม่น้อย อาจจะช่วยเขาได้บ้างก็ได้" เจ้าตำหนักอู่เต๋อกล่าว

ในวาระสุดท้ายของบรรพชนเทพโกลาหล เขาย่อมต้องไปดูใจ หากช่วยอะไรไม่ได้จริงๆ อย่างน้อยก็ได้ไปมองหน้าเป็นครั้งสุดท้าย ถือเป็นการตอบแทนบุญคุณที่เคยชี้แนะในอดีต

"ก็ได้ ขอราชาอู่โปรดตามข้ามา"

จักรพรรดิโกลาหลเองก็เคยได้ยินเรื่อง "วีรกรรมอันเจิดจรัส" ของเจ้าตำหนักอู่เต๋อและฮวาอวิ๋นเฟยมาบ้าง เขาพยักหน้าพร้อมกับผายมือเชิญ

จากนั้น จักรพรรดิโกลาหลก็นำทางฮวาอวิ๋นเฟยและเจ้าตำหนักอู่เต๋อเข้าไปในเมืองเทพแห่งความโกลาหล

พระราชวังของราชวงศ์เทพแห่งความโกลาหลตั้งอยู่ใจกลางเมืองเทพแห่งความโกลาหล มีตำหนักวิหารเรียงรายเป็นหมู่คณะ ภูเขาเทพนับไม่ถ้วน น้ำตกเซียนดุจทางช้างเผือก

ทั่วทั้งพระราชวังถูกปกคลุมด้วยปราณความโกลาหล ราวกับตำหนักบนสวรรค์ ดูเคร่งขรึมและศักดิ์สิทธิ์

ทั้งสามคนไม่ได้รบกวนใคร เดินลัดเลาะเข้าไปจนถึงส่วนลึกของภูเขาด้านหลังพระราชวัง ลึกลงไปใต้ดินนับหมื่นลี้ของภูเขาด้านหลังนี้ มีหอคอยเต๋าสีเงินตั้งตระหง่านอยู่

หอคอยเต๋าสีเงินแห่งนี้คือสถานที่ปิดด่านบำเพ็ญเพียรของบรรพชนเทพโกลาหล ภายนอกแม้จะดูเหมือนหอคอย แต่ความจริงแล้วภายในคือโลกใบเล็กใบหนึ่ง

"ท่านอาจารย์ ราชาอู่มาเยี่ยมท่านขอรับ เขาบอกว่ามีเรื่องจะให้ท่านช่วย" จักรพรรดิโกลาหลทำความเคารพในฐานะศิษย์ ก่อนจะส่งเสียงเรียกเบาๆ

"ไม่มีกะจิตกะใจจะสนใจเรื่องอื่น"

มีเสียงชายชราดังออกมาจากในหอคอย น้ำเสียงเรียบเฉย

ฮวาอวิ๋นเฟยฟังออกว่า คนพูดนั้นมีสภาพอ่อนแอมาก น้ำเสียงรวยรินไร้เรี่ยวแรง เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายมาถึงจุดสิ้นสุดของชีวิตแล้วจริงๆ แม้แต่การพูดก็ยังยากลำบาก

หากไม่ใช่เพราะคนที่จักรพรรดิโกลาหลพามาด้วยคือราชาอู่ บางทีชายชราที่อยู่ข้างในอาจจะไม่ตอบกลับด้วยซ้ำ เพราะเขาไม่มีกะจิตกะใจจะสนใจสิ่งใดแล้วจริงๆ

"ท่านบรรพชนเทพ เปิ่นหวังขอเข้าไปดูหน่อยได้ไหม ช่วงนี้เปิ่นหวังได้ของดีมาเยอะ บางทีอาจจะช่วยท่านได้"

เจ้าตำหนักอู่เต๋อมองไปที่หอคอยเต๋าสีเงิน ดวงตาลึกล้ำราวกับสามารถมองทะลุตัวหอคอยเข้าไปเห็นบรรพชนเทพโกลาหลที่อยู่ด้านในได้

"..."

ไม่มีเสียงตอบรับ นั่นก็หมายถึงการปฏิเสธ

"เฮ้อ..."

เจ้าตำหนักอู่เต๋อถอนหายใจ ไม่ดึงดันต่อ

ผู้แข็งแกร่งล้วนมีทิฐิ ในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต บรรพชนเทพโกลาหลคงไม่อยากให้ใครเห็นสภาพใกล้ตายของตน

"ไปเถอะ"

เจ้าตำหนักอู่เต๋อปรายตามองฮวาอวิ๋นเฟย การเดินทางครั้งนี้มีเรื่องเหนือความคาดหมายสำหรับเขาเช่นกัน ไม่คิดเลยว่าบรรพชนเทพโกลาหลไม่เพียงแต่จะรักษาอาการบาดเจ็บไม่หาย แต่กลับมีอาการทรุดหนักจนใกล้จะตาย

เขาคงเป็นราชาโบราณคนแรกที่รู้เรื่องนี้ คนอื่นๆ คงยังถูกปิดหูปิดตาอยู่

ในแดนเซียน เมื่อใดที่มีราชาตายลง จะต้องเป็นเรื่องที่สร้างความสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ ทำให้เกิดแผ่นดินไหวไปทั่วทั้งแดนเซียน!

ยิ่งไปกว่านั้น บรรพชนเทพโกลาหลยังเป็นถึงยักษ์ใหญ่ระดับราชา ข่าวการดับขันธ์ของเขาหากแพร่งพรายออกไป ไม่เพียงแต่แดนเซียนจะสั่นสะเทือน แต่ราชวงศ์เทพแห่งความโกลาหลจะกลายเป็นศูนย์กลางของพายุในทันที!

แคว้นเซียนโชคชะตาที่จ้องจะฮุบราชวงศ์เทพแห่งความโกลาหลมานาน ย่อมไม่ปล่อยโอกาสทองที่หาได้ยากยิ่งเช่นนี้ไปแน่นอน!

ดังนั้น ข่าวที่บรรพชนเทพโกลาหลใกล้จะดับขันธ์นี้ จึงมีคนในราชวงศ์เทพแห่งความโกลาหลล่วงรู้เพียงน้อยนิด ปิดบังได้นานแค่ไหนก็ต้องปิดบังไว้ก่อน!

บรรพชนเทพโกลาหลเคยช่วยเหลือเขา เขาจึงไม่เอาเรื่องนี้ไปแพร่งพรายแน่ แม้เขาจะไร้คุณธรรม แต่ต่อผู้อาวุโสที่เคยช่วยเหลือเขาในวัยเด็ก เขาก็ยังมีความเคารพให้อยู่

"เดี๋ยวก่อน ราชาอู่มาที่นี่ มีธุระอะไรจะให้ท่านอาจารย์ช่วยหรือ? ลองบอกข้ามาสิ เผื่อข้าจะช่วยได้" จักรพรรดิโกลาหลเรียกเจ้าตำหนักอู่เต๋อที่กำลังจะพาฮวาอวิ๋นเฟยจากไป

"เจ้าช่วยไม่ได้หรอก"

เจ้าตำหนักอู่เต๋อส่ายหน้า แต่ก็ยังหันไปมองฮวาอวิ๋นเฟย แล้วกล่าวว่า "ไอ้หนุ่มนี่คือกายหงเหมิงแห่งเต๋า เปิ่นหวังพาเขามา ก็เพื่อจะขอให้บรรพชนเทพโกลาหลช่วยแก้จุดอ่อนของมหาเต๋าให้เขา"

"แต่ในเมื่อท่านบรรพชนเทพมีสภาพเช่นนี้แล้ว ย่อมไม่อาจบังคับฝืนใจให้เขาช่วยได้"

"แก้จุดอ่อนของกายหงเหมิงแห่งเต๋างั้นหรือ?"

จักรพรรดิโกลาหลมองไปที่ฮวาอวิ๋นเฟย เขาเคยได้ยินจากสหายเก่าอย่างจักรพรรดินีไท่อาและจักรพรรดิไท่ชูมาบ้าง ว่าฮวาอวิ๋นเฟยครอบครองกายหงเหมิงแห่งเต๋า เหมือนกับจักรพรรดิหงเหมิง

"ที่แท้ราชาอู่ก็มาเพื่อเขา"

จักรพรรดิโกลาหลหัวเราะเบาๆ แล้วกล่าวว่า "ถ้าเป็นเรื่องของการแก้จุดอ่อนของกายหงเหมิงแห่งเต๋า ข้าอาจจะพอช่วยได้จริงๆ นะ"

"ไม่ทราบว่า ราชาอู่ยังจำภูเขาเต้าเสวียนได้หรือไม่?"

จบบทที่ ตอนที่ 481 เกลียดคนสองประเภทที่สุดในชีวิต(ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว