- หน้าแรก
- บรรพชน เลิกซ่อนตัวได้แล้ว จักรวาลจะแตกอยู่แล้วเนี่ย
- ตอนที่ 481 เกลียดคนสองประเภทที่สุดในชีวิต(ฟรี)
ตอนที่ 481 เกลียดคนสองประเภทที่สุดในชีวิต(ฟรี)
ตอนที่ 481 เกลียดคนสองประเภทที่สุดในชีวิต(ฟรี)
ตอนที่ 481 เกลียดคนสองประเภทที่สุดในชีวิต
ทั้งสองคนไม่ใช่เพิ่งเคยพบกันเป็นครั้งแรก สำหรับสิ่งที่จักรพรรดิโกลาหลต้องเผชิญในแดนเซียน เจ้าตำหนักอู่เต๋อย่อมมองเห็นอยู่ในสายตา
บุรุษผู้ที่สามารถก้าวขึ้นมานั่งบนบัลลังก์ราชาเทพแห่งราชวงศ์เทพแห่งความโกลาหลได้ ดวงต้องแข็งกระด้างอย่างแท้จริง
ไม่อย่างนั้นคงตายด้วยน้ำมือของเอ๋าคุนไปนานแล้ว
"ไม่ว่าเอ๋าคุนจะบีบคั้นพวกเราไปถึงขั้นไหน แต่ศึกที่ยืดเยื้อมาหลายยุคสมัยนี้ ท้ายที่สุดไท่ชูก็เป็นฝ่ายชนะ" จักรพรรดิโกลาหลหัวเราะเบาๆ กล่าว
พูดจบ เขาก็มองไปยังฮวาอวิ๋นเฟยด้วยสายตาที่มีความหมายลึกซึ้ง
แม้เขาจะไม่ได้เข้าร่วมในศึกตัดสินครั้งนั้น แต่เขาก็ได้รับรู้เรื่องราวมากมายจากปากของสหายเก่าหลายคน
ที่ไท่ชูสามารถชนะได้ ก็เพราะชายหนุ่มชุดขาวที่อยู่ตรงหน้านี้
เขาคือผู้นำพาวิธีพลิกสถานการณ์จากหน้ามือเป็นหลังมือมาสู่ไท่ชู!
"เปิ่นหวังค่อนข้างอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่ไท่ชูกันแน่ จิตเซียนสายหนึ่งของเอ๋าคุนก็ลงไปจุติยังโลกเบื้องล่างด้วยไม่ใช่หรือ? แต่สุดท้ายกลับพ่ายแพ้ ช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ" เจ้าตำหนักอู่เต๋อกล่าว
ความแข็งแกร่งของเอ๋าคุนนั้น เรียกได้ว่าอยู่ในระดับสูงสุดของแดนเซียน จะบอกว่าไม่มีใครเอาชนะเขาได้ก็ไม่เกินจริง
จิตเซียนเพียงสายเดียวของเขา อย่างน้อยก็มีพลังทัดเทียมกับราชาโบราณทั่วไปได้ ด้วยกำลังของไท่ชูในตอนนั้น จะไปเอาชนะจิตเซียนของเอ๋าคุนได้อย่างไร?
แต่เรื่องที่น่าเหลือเชื่อก็คือ ไท่ชูกลับชนะจริงๆ!
หลังจากนั้น เขาและสิ่งมีชีวิตระดับราชาอีกหลายองค์ ต่างก็พยายามคำนวณเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในไท่ชู แต่ก็ไม่พบผลลัพธ์ใดๆ เลย
เรื่องราวของไท่ชูยังคงคำนวณได้ยากเย็นเหมือนเช่นเคย!
"ข้าก็ไม่ได้อยู่โลกเบื้องล่าง เรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดข้าก็ไม่ค่อยชัดเจนนัก แต่เรื่องนั้นมันไม่สำคัญหรอก ขอเพียงไท่ชูชนะได้ก็พอแล้ว" จักรพรรดิโกลาหลกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
"ไม่อยากพูดก็ช่างเถอะ พาเปิ่นหวังไปพบบรรพชนเทพโกลาหลหน่อยสิ มีเรื่องจะขอให้เขาช่วย"
เจ้าตำหนักอู่เต๋อย่อมดูออกว่าจักรพรรดิโกลาหลไม่ได้ไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นในจักรวาลไท่ชูจริงๆ แต่ในเมื่อจักรพรรดิโกลาหลไม่อยากพูด เขาก็ขี้เกียจซักไซ้ ต่อให้เกิดอะไรขึ้นมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขา
"ราชาอู่ก็คงทราบดีถึงอาการของท่านอาจารย์ ช่วงนี้สถานการณ์ของท่านย่ำแย่ลงมาก ตอนนี้คงไม่มีเรี่ยวแรงมาพบท่านได้แล้วล่ะ" หว่างคิ้วของจักรพรรดิโกลาหลฉายแววความกังวล
บรรพชนเทพโกลาหลก็คืออาจารย์ของเขา หากไม่ได้บรรพชนเทพโกลาหล เขาคงตายด้วยน้ำมือของนิกายเซียนตระกูลเอ๋าคุนไปนานแล้ว เช่นเดียวกับจักรพรรดิหงเหมิง จักรพรรดิไท่ชู และคนอื่นๆ
สำหรับอาจารย์ผู้มีพระคุณช่วยชีวิตผู้นี้ เขารู้สึกซาบซึ้งจากก้นบึ้งของหัวใจ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจ้าตำหนักอู่เต๋อก็ขมวดคิ้ว กล่าวว่า "เปิ่นหวังได้ยินมาว่า เมื่อสามแสนปีก่อนเขาค้นพบสุดยอดของวิเศษชิ้นหนึ่ง ที่สามารถรักษาอาการบาดเจ็บของเขาได้ไม่ใช่หรือ? ทำไมล่ะ ยังไม่ได้ผลอีกหรือ?"
เขาไม่ได้ยินข่าวคราวของบรรพชนเทพโกลาหลมาหลายปีแล้ว เขาคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะใช้ของวิเศษชิ้นนั้นรักษาตัวจนหายดีไปตั้งแต่สามแสนปีก่อนแล้ว
ใครจะไปคิดว่า สถานการณ์จริงจะไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดไว้
"ได้ผลขอรับ ด้วยความช่วยเหลือจากของวิเศษชิ้นนั้น อาการบาดเจ็บของท่านอาจารย์ก็ฟื้นฟูไปได้กว่าครึ่งอย่างรวดเร็ว"
"แต่เมื่อหนึ่งแสนปีก่อน จู่ๆ อาการบาดเจ็บของท่านก็กำเริบหนักขึ้นมาอีก ตอนนี้ถึงขั้นไม่อาจสนใจเรื่องราวภายนอกได้แล้ว"
จักรพรรดิโกลาหลมีสีหน้าวิตกกังวล บรรพชนเทพโกลาหลคืออาจารย์ของเขา หากไม่มีบรรพชนเทพโกลาหล เขาก็คงมีจุดจบเหมือนพวกจักรพรรดิหงเหมิงหรือจักรพรรดิไท่ชู ที่ต้องตายด้วยเงื้อมมือของนิกายเซียนตระกูลเอ๋าคุนไปนานแล้ว
ต่ออาจารย์ผู้มีพระคุณที่แม้ตัวเองจะบาดเจ็บสาหัสปางตาย แต่ก็ยังพยายามปกป้องเขาอย่างสุดความสามารถ จักรพรรดิโกลาหลให้ความเคารพอย่างหมดหัวใจ และไม่อยากให้เขาต้องมาจบชีวิตลงเช่นนี้
แต่สถานการณ์ที่แท้จริงของบรรพชนเทพโกลาหล เขาเป็นคนที่รู้ดีที่สุด ที่เพิ่งบอกว่า 'ไม่อาจสนใจเรื่องราวภายนอกได้' นั้น ความจริงเป็นการพูดแบบถนอมน้ำใจแล้ว จริงๆ บรรพชนเทพโกลาหลได้เข้าสู่ช่วงวาระสุดท้ายของชีวิตแล้ว และอาจจะดับขันธ์ได้ทุกเมื่อ!
"เปิ่นหวังว่า การกำเริบนี่ก็ส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งต้องเป็นเพราะไอ้หมาแก่ 'โชคชะตา' ลอบเล่นงานอยู่ลับๆ แน่ๆ ใช่ไหม?" เจ้าตำหนักอู่เต๋อนึกถึงใบหน้าที่น่ารังเกียจขึ้นมาในหัว แค่นเสียงเย็นแล้วกล่าว
สาเหตุที่เขารู้สึกโกรธเคือง ก็เพราะในวัยหนุ่มเขาเคยได้รับการชี้แนะจากบรรพชนเทพโกลาหล แม้จะเป็นเพียงความบังเอิญ แต่เขาก็ไม่เคยลืมบุญคุณนั้น
ดังนั้น เมื่อได้ยินว่าบรรพชนเทพโกลาหลใกล้จะสิ้นอายุขัย ในใจเขาก็รู้สึกหดหู่ไม่น้อย
"ท่านอาจารย์ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องของบรรพชนเทพแห่งโชคชะตา แต่คิดว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเขานั่นแหละ" จักรพรรดิโกลาหลถอนหายใจ
เขตแดนที่อยู่ติดกับเขตแดนความโกลาหล มีชื่อว่า เขตแดนโชคชะตา
ผู้ปกครองเขตแดนโชคชะตา ก็คือแคว้นเซียนโชคชะตา ซึ่งมีความแข็งแกร่งไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าราชวงศ์เทพแห่งความโกลาหล
และบรรพชนเทพแห่งโชคชะตา ก็คือผู้ก่อตั้งแคว้นเซียนโชคชะตา!
เขาเป็นสิ่งมีชีวิตระดับเดียวกับบรรพชนเทพโกลาหล มีชีวิตมาอย่างยาวนาน เก่าแก่และลึกลับ มีตำนานเกี่ยวกับเขามากมายในแดนเซียน
แต่บรรพชนเทพโกลาหลและเทพบรรพชนเทพแห่งโชคชะตานั้นไม่ลงรอยกัน ทั้งสองแข่งขันกันมาตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะ
นิกายที่ทั้งสองคนก่อตั้งขึ้น ย่อมสืบทอดความขัดแย้งของพวกเขามาด้วย
หลายปีมานี้ นับตั้งแต่บรรพชนเทพโกลาหลได้รับบาดเจ็บสาหัส แคว้นเซียนโชคชะตาและบรรพชนเทพแห่งโชคชะตาที่อยู่เบื้องหลัง ก็มักจะลอบขัดขวางอยู่เสมอ เพื่อให้บรรพชนเทพโกลาหลต้องไขว้เขว ไม่มีโอกาสได้รักษาตัว
ขอเพียงบรรพชนเทพโกลาหลสิ้นชีพ ลำพังเพียงกำลังที่เหลืออยู่ของราชวงศ์เทพแห่งความโกลาหล ย่อมไม่ใช่คู่มือของแคว้นเซียนโชคชะตาอีกต่อไป ถึงขั้นที่ว่าบรรพชนเทพแห่งโชคชะตาเพียงคนเดียว ก็สามารถกวาดล้างราชวงศ์เทพแห่งความโกลาหลได้!
"ไอ้แก่บัดซบนี่เก่งแต่เรื่องลอบกัดชาวบ้านลับหลัง ว่างๆ ข้าต้องไปถล่มรังหมามันที่เขตแดนโชคชะตาสักหน่อยแล้ว" เจ้าตำหนักอู่เต๋อพูดอย่างไม่สบอารมณ์
ตลอดชีวิตนี้ เขาเกลียดคนอยู่สองประเภท
หนึ่งคือ คนที่ไม่ยอมให้เขาลอบกัด
สองคือ คนที่มาลอบกัดเขา!
"พาเปิ่นหวังไปดูหน่อยเถอะ ช่วงนี้ข้าได้ของดีมาไม่น้อย อาจจะช่วยเขาได้บ้างก็ได้" เจ้าตำหนักอู่เต๋อกล่าว
ในวาระสุดท้ายของบรรพชนเทพโกลาหล เขาย่อมต้องไปดูใจ หากช่วยอะไรไม่ได้จริงๆ อย่างน้อยก็ได้ไปมองหน้าเป็นครั้งสุดท้าย ถือเป็นการตอบแทนบุญคุณที่เคยชี้แนะในอดีต
"ก็ได้ ขอราชาอู่โปรดตามข้ามา"
จักรพรรดิโกลาหลเองก็เคยได้ยินเรื่อง "วีรกรรมอันเจิดจรัส" ของเจ้าตำหนักอู่เต๋อและฮวาอวิ๋นเฟยมาบ้าง เขาพยักหน้าพร้อมกับผายมือเชิญ
จากนั้น จักรพรรดิโกลาหลก็นำทางฮวาอวิ๋นเฟยและเจ้าตำหนักอู่เต๋อเข้าไปในเมืองเทพแห่งความโกลาหล
พระราชวังของราชวงศ์เทพแห่งความโกลาหลตั้งอยู่ใจกลางเมืองเทพแห่งความโกลาหล มีตำหนักวิหารเรียงรายเป็นหมู่คณะ ภูเขาเทพนับไม่ถ้วน น้ำตกเซียนดุจทางช้างเผือก
ทั่วทั้งพระราชวังถูกปกคลุมด้วยปราณความโกลาหล ราวกับตำหนักบนสวรรค์ ดูเคร่งขรึมและศักดิ์สิทธิ์
ทั้งสามคนไม่ได้รบกวนใคร เดินลัดเลาะเข้าไปจนถึงส่วนลึกของภูเขาด้านหลังพระราชวัง ลึกลงไปใต้ดินนับหมื่นลี้ของภูเขาด้านหลังนี้ มีหอคอยเต๋าสีเงินตั้งตระหง่านอยู่
หอคอยเต๋าสีเงินแห่งนี้คือสถานที่ปิดด่านบำเพ็ญเพียรของบรรพชนเทพโกลาหล ภายนอกแม้จะดูเหมือนหอคอย แต่ความจริงแล้วภายในคือโลกใบเล็กใบหนึ่ง
"ท่านอาจารย์ ราชาอู่มาเยี่ยมท่านขอรับ เขาบอกว่ามีเรื่องจะให้ท่านช่วย" จักรพรรดิโกลาหลทำความเคารพในฐานะศิษย์ ก่อนจะส่งเสียงเรียกเบาๆ
"ไม่มีกะจิตกะใจจะสนใจเรื่องอื่น"
มีเสียงชายชราดังออกมาจากในหอคอย น้ำเสียงเรียบเฉย
ฮวาอวิ๋นเฟยฟังออกว่า คนพูดนั้นมีสภาพอ่อนแอมาก น้ำเสียงรวยรินไร้เรี่ยวแรง เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายมาถึงจุดสิ้นสุดของชีวิตแล้วจริงๆ แม้แต่การพูดก็ยังยากลำบาก
หากไม่ใช่เพราะคนที่จักรพรรดิโกลาหลพามาด้วยคือราชาอู่ บางทีชายชราที่อยู่ข้างในอาจจะไม่ตอบกลับด้วยซ้ำ เพราะเขาไม่มีกะจิตกะใจจะสนใจสิ่งใดแล้วจริงๆ
"ท่านบรรพชนเทพ เปิ่นหวังขอเข้าไปดูหน่อยได้ไหม ช่วงนี้เปิ่นหวังได้ของดีมาเยอะ บางทีอาจจะช่วยท่านได้"
เจ้าตำหนักอู่เต๋อมองไปที่หอคอยเต๋าสีเงิน ดวงตาลึกล้ำราวกับสามารถมองทะลุตัวหอคอยเข้าไปเห็นบรรพชนเทพโกลาหลที่อยู่ด้านในได้
"..."
ไม่มีเสียงตอบรับ นั่นก็หมายถึงการปฏิเสธ
"เฮ้อ..."
เจ้าตำหนักอู่เต๋อถอนหายใจ ไม่ดึงดันต่อ
ผู้แข็งแกร่งล้วนมีทิฐิ ในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต บรรพชนเทพโกลาหลคงไม่อยากให้ใครเห็นสภาพใกล้ตายของตน
"ไปเถอะ"
เจ้าตำหนักอู่เต๋อปรายตามองฮวาอวิ๋นเฟย การเดินทางครั้งนี้มีเรื่องเหนือความคาดหมายสำหรับเขาเช่นกัน ไม่คิดเลยว่าบรรพชนเทพโกลาหลไม่เพียงแต่จะรักษาอาการบาดเจ็บไม่หาย แต่กลับมีอาการทรุดหนักจนใกล้จะตาย
เขาคงเป็นราชาโบราณคนแรกที่รู้เรื่องนี้ คนอื่นๆ คงยังถูกปิดหูปิดตาอยู่
ในแดนเซียน เมื่อใดที่มีราชาตายลง จะต้องเป็นเรื่องที่สร้างความสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ ทำให้เกิดแผ่นดินไหวไปทั่วทั้งแดนเซียน!
ยิ่งไปกว่านั้น บรรพชนเทพโกลาหลยังเป็นถึงยักษ์ใหญ่ระดับราชา ข่าวการดับขันธ์ของเขาหากแพร่งพรายออกไป ไม่เพียงแต่แดนเซียนจะสั่นสะเทือน แต่ราชวงศ์เทพแห่งความโกลาหลจะกลายเป็นศูนย์กลางของพายุในทันที!
แคว้นเซียนโชคชะตาที่จ้องจะฮุบราชวงศ์เทพแห่งความโกลาหลมานาน ย่อมไม่ปล่อยโอกาสทองที่หาได้ยากยิ่งเช่นนี้ไปแน่นอน!
ดังนั้น ข่าวที่บรรพชนเทพโกลาหลใกล้จะดับขันธ์นี้ จึงมีคนในราชวงศ์เทพแห่งความโกลาหลล่วงรู้เพียงน้อยนิด ปิดบังได้นานแค่ไหนก็ต้องปิดบังไว้ก่อน!
บรรพชนเทพโกลาหลเคยช่วยเหลือเขา เขาจึงไม่เอาเรื่องนี้ไปแพร่งพรายแน่ แม้เขาจะไร้คุณธรรม แต่ต่อผู้อาวุโสที่เคยช่วยเหลือเขาในวัยเด็ก เขาก็ยังมีความเคารพให้อยู่
"เดี๋ยวก่อน ราชาอู่มาที่นี่ มีธุระอะไรจะให้ท่านอาจารย์ช่วยหรือ? ลองบอกข้ามาสิ เผื่อข้าจะช่วยได้" จักรพรรดิโกลาหลเรียกเจ้าตำหนักอู่เต๋อที่กำลังจะพาฮวาอวิ๋นเฟยจากไป
"เจ้าช่วยไม่ได้หรอก"
เจ้าตำหนักอู่เต๋อส่ายหน้า แต่ก็ยังหันไปมองฮวาอวิ๋นเฟย แล้วกล่าวว่า "ไอ้หนุ่มนี่คือกายหงเหมิงแห่งเต๋า เปิ่นหวังพาเขามา ก็เพื่อจะขอให้บรรพชนเทพโกลาหลช่วยแก้จุดอ่อนของมหาเต๋าให้เขา"
"แต่ในเมื่อท่านบรรพชนเทพมีสภาพเช่นนี้แล้ว ย่อมไม่อาจบังคับฝืนใจให้เขาช่วยได้"
"แก้จุดอ่อนของกายหงเหมิงแห่งเต๋างั้นหรือ?"
จักรพรรดิโกลาหลมองไปที่ฮวาอวิ๋นเฟย เขาเคยได้ยินจากสหายเก่าอย่างจักรพรรดินีไท่อาและจักรพรรดิไท่ชูมาบ้าง ว่าฮวาอวิ๋นเฟยครอบครองกายหงเหมิงแห่งเต๋า เหมือนกับจักรพรรดิหงเหมิง
"ที่แท้ราชาอู่ก็มาเพื่อเขา"
จักรพรรดิโกลาหลหัวเราะเบาๆ แล้วกล่าวว่า "ถ้าเป็นเรื่องของการแก้จุดอ่อนของกายหงเหมิงแห่งเต๋า ข้าอาจจะพอช่วยได้จริงๆ นะ"
"ไม่ทราบว่า ราชาอู่ยังจำภูเขาเต้าเสวียนได้หรือไม่?"