- หน้าแรก
- บรรพชน เลิกซ่อนตัวได้แล้ว จักรวาลจะแตกอยู่แล้วเนี่ย
- ตอนที่ 478 เจ้าเข้าใจลึกซึ้งเลยนะ(ฟรี)
ตอนที่ 478 เจ้าเข้าใจลึกซึ้งเลยนะ(ฟรี)
ตอนที่ 478 เจ้าเข้าใจลึกซึ้งเลยนะ(ฟรี)
ตอนที่ 478 เจ้าเข้าใจลึกซึ้งเลยนะ
【ติ๊ง! ตรวจพบว่าโฮสต์ทำภารกิจลงชื่อเข้าใช้ตามจุดกำหนดสำเร็จ การลงชื่อเข้าใช้ตามจุดกำหนดเสร็จสมบูรณ์แล้ว เริ่มทำการแจกจ่ายรางวัล】
【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับรางวัลจากการลงชื่อเข้าใช้ตามจุดกำหนด —— เคล็ดวิชาคุนเผิง 】
【ติ๊ง! รางวัลถูกส่งไปยังถ้ำมิติวิญญาณแล้ว ขอให้โฮสต์ตรวจสอบด้วย】
หลังจากออกจากนิกายเซียนตระกูลฉีได้ไม่นาน เสียงอันคุ้นเคยของระบบก็ดังขึ้นในหัวของฮวาอวิ๋นเฟย เพื่อแจ้งว่าภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว
"เคล็ดวิชาคุนเผิง!"
ฮวาอวิ๋นเฟยมองดูกระดาษสีทองหนึ่งแผ่นที่ลอยอยู่ในถ้ำมิติวิญญาณ พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
ต้องยอมรับเลยว่า ตั้งแต่ระบบอัปเกรดแล้ว รูปแบบการลงชื่อเข้าใช้แบบใหม่นี้ให้รางวัลดีมาก
ครั้งแรกได้อิฐคุณธรรมเวอร์ชันใหม่
ครั้งที่สองนี่ได้เคล็ดวิชาคุนเผิงมาเลย!
คุนเผิงคือนกในตำนานที่มีความแข็งแกร่ง น่าสะพรึงกลัว และมีชื่อเสียงด้านความเร็วอันเป็นเลิศ!
เคล็ดวิชาคุนเผิงเป็นวิชาไร้เทียมทานที่คุนเผิงคิดค้นขึ้น เป็นการผสมผสานระหว่างการโจมตีและความเร็ว ถือเป็นวิชาที่สมบูรณ์แบบมาก!
แถมเคล็ดวิชาคุนเผิงที่ได้จากการลงชื่อเข้าใช้ของระบบยังเป็นต้นฉบับดั้งเดิม ไม่ใช่แค่ความทรงจำ
ทำให้ฮวาอวิ๋นเฟยสามารถสัมผัสถึงความรู้แจ้งที่คุนเผิงมีในตอนที่คิดค้นวิชานี้ขึ้นมาได้ราวกับไปอยู่ในเหตุการณ์จริงตอนที่ฝึกฝน
ในขณะที่ฮวาอวิ๋นเฟยกำลังพิจารณาเคล็ดวิชาคุนเผิงในถ้ำมิติวิญญาณ เสียงระบบก็ดังขึ้นในหัวเขาอีกครั้ง
【ติ๊ง! ตรวจพบว่าฉีหมิงเต้าสลายพลังบำเพ็ญเพียรแล้ว ภารกิจลงชื่อเข้าใช้ตามจุดกำหนดเสร็จสมบูรณ์ เริ่มทำการแจกจ่ายรางวัล】
【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับรางวัลภารกิจลงชื่อเข้าใช้ตามจุดกำหนด —— ไม้ต้องอสนีบาตมหาเต๋า】
【ติ๊ง! รางวัลถูกส่งไปยังถ้ำมิติวิญญาณแล้ว ขอให้โฮสต์ตรวจสอบด้วย】
"ไม้ต้องอสนีบาตมหาเต๋า!?"
ฮวาอวิ๋นเฟยเลิกคิ้ว มองเข้าไปในถ้ำมิติวิญญาณด้วยความตื่นเต้น
เห็นเพียงว่าในถ้ำมิติวิญญาณปรากฏท่อนไม้ความกว้างและสูงประมาณครึ่งเมตรท่อนหนึ่ง ท่อนไม้มีสีดำสนิทราวกับถ่าน ไม่มีร่องรอยของชีวิตเลยแม้แต่น้อย
แต่นี่เป็นเพียงแค่ภาพภายนอกเท่านั้น ฮวาอวิ๋นเฟยสัมผัสได้ชัดเจนว่า ภายในท่อนไม้สีดำนี้ซ่อนเปลวไฟแห่งชีวิตอันเจิดจ้าเอาไว้
แม้จะดูเหมือนไร้ชีวิต แต่ความจริงแล้วมันได้เกิดใหม่แล้ว!
ตามบันทึกในคัมภีร์โบราณของแดนเซียน ไม้ต้องอสนีบาตมหาเต๋านั้นหายากมาก ภายในบรรจุพลังกฎเกณฑ์สายฟ้าแห่งมหาเต๋าขั้นสูงสุด สามารถปราบปีศาจ สะกดความชั่วร้าย ขจัดมาร และสังหารภูตผีได้!
สะกดข่มความชั่วร้ายทั้งปวง!
ในอดีต ตอนที่ดินแดนเลือดประหลาด ซึ่งเป็นเขตหวงห้ามแห่งชีวิตทางตอนใต้ของแดนเซียนถูกเผ่าประหลาดบุกรุก เคยมีราชาโบราณผู้ลึกลับปรากฏตัวขึ้นมา ใช้ไม้ต้องอสนีบาตมหาเต๋า สะกดข่มราชาประหลาดหลายคนได้ในพริบตา!
จากนั้น ราชาโบราณลึกลับผู้นั้นก็อาศัยพลังกฎเกณฑ์สายฟ้าแห่งมหาเต๋าที่อยู่ภายในไม้ต้องอสนีบาตมหาเต๋า ก้าวเข้าสู่ขอบเขตต้องห้ามระดับสุดยอดในระยะเวลาสั้นๆ กลายร่างเป็นเจ้าแห่งสายฟ้า ขับไล่เผ่าประหลาดที่ออกมาอาละวาดกลับไปยังรังเดิมได้สำเร็จ!
การที่คนเพียงคนเดียวสามารถกลายร่างเป็นเจ้าแห่งสายฟ้า กวาดล้างเผ่าประหลาดได้ จะเห็นได้ว่ากฎเกณฑ์สายฟ้าที่อยู่ภายในไม้ต้องอสนีบาตมหาเต๋านั้นแข็งแกร่งเพียงใด!
เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดของวิเศษที่ผู้บำเพ็ญเพียรกฎเกณฑ์สายฟ้านับไม่ถ้วนใฝ่ฝันอยากจะได้มาครอบครอง!
อย่างไรก็ตาม ราชาโบราณลึกลับผู้นั้น หลังจากดึงพลังจากไม้ต้องอสนีบาตมหาเต๋าออกมาจนหมดเพื่อขับไล่เผ่าประหลาด ไม้ต้องอสนีบาตมหาเต๋าท่อนนั้นก็ถูกทำลายไปอย่างสมบูรณ์
"ระบบ วันหลังเอาการลงชื่อเข้าใช้ตามจุดกำหนดกับภารกิจแบบนี้มาเยอะๆ หน่อยนะ"
"รางวัลจากภารกิจอะไรนั่นไม่สำคัญหรอก ข้าแค่อยากจะวิ่งไปทำธุระ ทำภารกิจ เพื่อเติมเต็มชีวิตปลาเค็ม ของข้าก็เท่านั้น"
ฮวาอวิ๋นเฟยพูดกับระบบ
ที่เขาทำภารกิจก็เพื่ออยากได้ของวิเศษระดับเหนือธรรมดา จะได้เอามาเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวเอง
การลงชื่อเข้าใช้ตามจุดกำหนดกับภารกิจที่ถูกกระตุ้นขึ้นมาให้รางวัลดีขนาดนี้ เขาย่อมไม่รังเกียจที่จะมีมาให้ทำบ่อยๆ หรอก
เรื่องนี้ทำให้ฮวาอวิ๋นเฟยนึกถึงภารกิจรับศิษย์ ตั้งแต่รับฉู่ชิงเอ๋อเป็นศิษย์คนที่ห้า ระบบเจ้านี่ก็ไม่ยอมมอบภารกิจให้เขาอีกเลย ถามก็ไม่ตอบ
รางวัลจากการทำภารกิจรับศิษย์นั้นยอดเยี่ยมมาก แม้ขั้นตอนการรับศิษย์จะยุ่งยากไปสักหน่อย แต่เมื่อเทียบกับรางวัลที่ได้รับแล้วก็ถือว่าคุ้มค่า จึงพอรับได้
แต่ที่น่าเสียดายคือ ระบบเจ้านี่มันใบ้รับประทาน ไม่ยอมบอกเหตุผลที่ไม่ยอมมอบภารกิจรับศิษย์ให้
【ขอให้โฮสต์ให้ความสนใจกับการลงชื่อเข้าใช้รายเดือนด้วย ท่านลืมเวลาลงชื่อเข้าใช้มาหลายครั้งแล้วนะ】
"ลงชื่อเข้าใช้รายเดือนนานๆ ทีถึงจะได้ของดีๆ มาสักชิ้น เจ้าจะให้ข้าสนใจได้ยังไง ใช้ความผูกพันหรือไง?" ฮวาอวิ๋นเฟยเถียง
【ได้ใหม่ลืมเก่า ไอผู้ชายเฮงซวย ถุย】
ตอนนั้นเอง——
ฮวาอวิ๋นเฟย เจียงรั่วเหยา เซี่ยอวิ้น และกลุ่มสามคนจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทรา ทั้งหกคนก็มาถึงเชิงภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกเจ้าตำหนักอู่เต๋อทำลาย ซึ่งอยู่ห่างจากนิกายเซียนตระกูลฉีไปหนึ่งแสนลี้
เมื่อออกจากนิกายเซียนตระกูลฉี ก็หมายความว่าทั้งหกคนต้องแยกย้ายกันแล้ว
ฮวาอวิ๋นเฟยย่อมต้องรอเจ้าตำหนักอู่เต๋ออยู่ที่นี่ เพื่อตามเขาไปหาวิธีเติมเต็มจุดอ่อนของกายหงเหมิงแห่งเต๋า
ส่วนเจียงรั่วเหยาจะกลับไปบำเพ็ญเพียรที่วิหารเทพหย่งเหิง นางยังเชิญให้เซี่ยอวิ้นไปกับนางด้วย อาจารย์กับศิษย์ไม่ได้พบกันมานาน ย่อมมีเรื่องให้คุยกันมากมาย
สำหรับกลุ่มสามคนจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทรา พวกเขาตกลงกันไว้แล้วว่าจะออกไปผจญภัยในแดนเซียนด้วยกัน เพื่อมุ่งมั่นสู่การเป็นเซียนให้เร็วที่สุด
แม้ระดับวิถีจักรพรรดิของพวกเขาจะสมบูรณ์แบบ แข็งแกร่งกว่าจักรพรรดิทั่วไปในแดนเซียนมาก แต่ในแดนเซียนก็ยังมีจักรพรรดิผู้เหนือชั้นอีกมากมาย ที่มีฝีมือไม่ด้อยไปกว่าพวกเขา
หรือแม้แต่ยอดอัจฉริยะระดับจักรพรรดิที่สามารถปราบพวกเขาได้ก็ยังมี เพียงแต่พวกเขายังไม่เคยพบเจอยอดอัจฉริยะระดับนั้นก็เท่านั้น
แต่หากต้องเผชิญหน้ากับเซียนแท้จริง การรวมพลังของพวกเขาสามคนก็ทำได้แค่เพียงปกป้องชีวิตเท่านั้น หากต้องการจะสู้ ต้องรอให้ฟื้นฟูกลับสู่ระดับสูงสุดในอดีตเสียก่อน
ในแดนเซียน แม้จักรพรรดิจะถือเป็นจุดสูงสุดของมวลมนุษย์ แต่ท้ายที่สุดก็ยังอ่อนแอเกินไป มีเพียงการบรรลุเป็นเซียนเท่านั้น จึงจะสามารถยืนหยัดอยู่ในแดนเซียนได้อย่างแท้จริง และพร้อมรับมือกับอุปสรรคส่วนใหญ่ได้!
"ก่อนไป ขอยืมเนตรคู่โบราณมาดูหน่อยได้ไหม?" จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราปรายตามองฮวาอวิ๋นเฟย พร้อมเอ่ยขอ
"ไม่ให้หรอก ข้าไม่ยอมเอาซาลาเปาเนื้อไปปาหมาหรอกนะ" ฮวาอวิ๋นเฟยปรายตามองกลับ ปฏิเสธอย่างเด็ดขาด
"แล้ววิชาแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมล่ะ? แล้วก็คัมภีร์จักรพรรดิสมบูรณ์แบบด้วย น่าจะให้ข้าได้แล้วนะ?"
"ในซากโบราณสถาน ถึงเจ้าจะแก้จุดอ่อนไม่ได้ แต่หลังจากดูดซับปราณหงเหมิงสีม่วงและแสงหงเหมิงสีม่วงไป ความแข็งแกร่งของเจ้าก็เพิ่มขึ้นไม่น้อยเลย ถ้าไม่ใช่เพราะข้า เจ้าก็คงไม่ได้เจอโชควาสนานี้หรอก" จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราเปลี่ยนเรื่อง
นี่ต่างหากคือเป้าหมายที่แท้จริงของเขา
ฮวาอวิ๋นเฟยไม่มีทางให้เนตรคู่โบราณอันแข็งแกร่งนั้นกับเขาหรอก เรื่องนี้เขารู้อยู่แก่ใจดี
"วิชาแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม?"
จักรพรรดิเหยากวงและจักรพรรดิเทียนซิงมองหน้ากัน นี่มันวิชาลับอะไรกัน?
ฟังดูเหมือนจะเป็นวิชาที่ยุติธรรมมากๆ
เซี่ยอวิ้นก็มองด้วยความสงสัย นางเองก็ไม่เคยได้ยินชื่อวิชาแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมนี้มาก่อนเหมือนกัน
ในกลุ่มคนทั้งหมด นอกจากฮวาอวิ๋นเฟยแล้ว ก็มีเพียงเจียงรั่วเหยาเท่านั้นที่เคยเห็นการใช้วิชาแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมมาตั้งแต่แรก
"สอนน่ะสอนได้ แต่ขอบอกไว้ก่อนนะ วิชานี้มันยึดหลักเหตุและผลอย่างมาก ห้ามใช้สุ่มสี่สุ่มห้าเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นอาจจะทนรับผลที่ตามมาไม่ไหว"
ฮวาอวิ๋นเฟยดีดนิ้วส่งลำแสงเข้าไปในหว่างคิ้วของกลุ่มสามคนจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทรา ภายในนั้นประกอบด้วยวิธีการฝึกฝนคัมภีร์จักรพรรดิสมบูรณ์แบบและวิชาแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม
ฮวาอวิ๋นเฟยเตือนทั้งสามคนว่า ห้ามใช้วิชาแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมสุ่มสี่สุ่มห้าเด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากระดับพลังของเป้าหมายสูงกว่าตัวเองมาก ก็ยิ่งห้ามใช้!
การใช้หินวิญญาณระดับต่ำเพียงก้อนเดียว เพื่อแลกเปลี่ยนกับของวิเศษของอีกฝ่าย ดูเผินๆ เหมือนจะยุติธรรมดี แต่จริงๆ แล้ว ผู้ใช้ต้องแบกรับความเสี่ยงมหาศาล
หากระดับพลังของผู้ถูกแลกเปลี่ยนสูงกว่าตัวเองมาก พลังแห่งเหตุและผลของอีกฝ่ายก็จะตกมาที่ตัวผู้ใช้วิชาในทันที
ถ้าทนได้ ก็ปลอดภัยหายห่วง
ถ้าทนไม่ได้ ก็เตรียมตัวไปกินเลี้ยงงานศพได้เลย!
ไม่ว่าจะเป็นบรรพชนในศาลบรรพชน หรือตัวฮวาอวิ๋นเฟยเอง เวลาใช้วิชาแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม เป้าหมายส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นผู้ที่มีระดับพลังไม่ได้สูงกว่าตัวเองมากนัก เพื่อให้แน่ใจว่าพลังแห่งเหตุและผลจะไม่สามารถบดขยี้พวกเขาได้
ด้วยวิธีนี้ จึงจะสามารถรับประกันความปลอดภัย และแลกเปลี่ยนของวิเศษจากในมือของอีกฝ่ายได้อย่าง "มีเหตุผล"!
"ข้าก็เอาด้วย"
เจียงรั่วเหยายื่นมือออกไปพร้อมรอยยิ้ม "แล้วก็ท่านพี่เซี่ยด้วยนะ แบ่งให้เท่าๆ กันสิ"
"ได้เลย" ฮวาอวิ๋นเฟยพยักหน้ายิ้มๆ พร้อมกับมอบวิธีการฝึกฝนวิชาแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมและคัมภีร์จักรพรรดิสมบูรณ์แบบให้กับทั้งสองคน
หลังจากเสร็จธุระ กลุ่มสามคนของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราก็เอ่ยลา โบกมือลา และจากไปอย่างสง่างาม
"เจ้าว่า ถ้าข้ากับท่านพี่เซี่ยยืนคู่กัน มันจะทำให้เจ้าเกิดความรู้สึกอยากจะ..." ก่อนไป จู่ๆ เจียงรั่วเหยาก็หันกลับมาถามด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม
"อยากอะไร?"
"ข้าวหน้าศิษย์อาจารย์ไง!"
"แค่กๆๆ!!!"
"ฮ่าฮ่าฮ่า... เจ้าเข้าใจลึกซึ้งเลยนะเนี่ย!!"
เจียงรั่วเหยากุมท้องหัวเราะร่วน ใบหน้างดงามราวกับดอกไม้ที่กำลังเบ่งบาน ช่างงดงามและน่าหลงใหล
"ไปล่ะๆ ว่างๆ ก็แวะมาหาข้าที่วิหารเทพหย่งเหิงบ้างนะ เดี๋ยวข้าจะแนะนำสาวๆ สวยๆ ให้รู้จัก เป็นนางสนมที่ข้าคัดสรรมาให้เจ้าโดยเฉพาะเลยล่ะ เคี๊ยกๆๆ"
เจียงรั่วเหยาหัวเราะอย่างชั่วร้าย สีหน้าเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ ก่อนจะโบกมือลา แล้วดึงเซี่ยอวิ้นที่มีสีหน้าแดงระเรื่อเล็กน้อยจากไป
ณ ที่แห่งนั้น ยังคงมีกลิ่นหอมกรุ่นของทั้งสองคนหลงเหลืออยู่ในอากาศ
"ยัยเด็กนี่ กล้าพูดอะไรแปลกๆ จริงๆ"
หลังจากที่ทั้งสองคนจากไป ฮวาอวิ๋นเฟยก็ส่ายหน้าพร้อมกับหัวเราะ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจียงรั่วเหยาพูดอะไรน่าตกใจแบบนี้
สำหรับเจียงรั่วเหยา ฮวาอวิ๋นเฟยสรุปไว้ว่า: หน้าตาสวยดี แต่เสียดายที่มีปากไว้พูดเรื่องแปลกๆ
ตอนนั้นเอง เจ้าตำหนักอู่เต๋อก็ปรากฏตัวขึ้นข้างกายฮวาอวิ๋นเฟยอย่างเงียบเชียบ
"ผู้อาวุโสอารมณ์ดีนี่ขอรับ?" ฮวาอวิ๋นเฟยหันไปมองเจ้าตำหนักอู่เต๋อที่มุมปากประดับรอยยิ้ม แล้วถามยิ้มๆ
"เพื่อนให้ของดีมานิดหน่อย อารมณ์ก็ต้องดีเป็นธรรมดาสิ"
เจ้าตำหนักอู่เต๋อปรายตามองฮวาอวิ๋นเฟย แล้วกล่าวว่า "เปิ่นหวังเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ระหว่างทางนี้มีสหายเก่าหลายคนที่ไม่ได้เจอกันมานานไหนๆ ก็ผ่านทางมาแล้ว แวะไปเยี่ยมเยียนพวกเขาสักหน่อยดีกว่า เจ้าก็ตามเปิ่นหวังมาเถอะ รอเปิ่นหวังไปเยี่ยมสหายเก่าเสร็จ แล้วจะพาเจ้าไปหาวิธีแก้จุดอ่อนของกายหงเหมิงแห่งเต๋า"